- หน้าแรก
- พลิกฟ้าวิถียุทธ ข้ามองเห็นเงื่อนไขลับของวิชาเซียน!
- บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย
บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย
บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย
บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย
เมื่อมาถึงหน้าประตูสำนัก หลิงเฟิงก็ได้พบกับไอ้แผลเป็นที่กำลังยืนรออยู่ ที่ด้านหลังของเขาสะพายห่อผ้ารูปทรงยาวเอาไว้ ภายในดูเหมือนจะมีสิ่งของบรรจุอยู่
หลิงเฟิงเริ่มมั่นใจในสิ่งที่เขาสันนิษฐานไว้
เมื่อเห็นหลิงเฟิงมาถึง ไอ้แผลเป็นก็รีบประสานมือคารวะ "คุณชาย ของที่ท่านให้พวกเราตามหา รวบรวมมาครบแล้วครับ"
เขาแกะห่อผ้าออกแล้วหยิบของข้างในส่งให้หลิงเฟิง ซึ่งมันก็คือกระบี่ระดับบนอีกสามเล่มนั่นเอง!!
ศิษย์เฝ้าประตูที่อยู่ข้างๆ เห็นกระบี่เหล่านั้นก็ถึงกับดวงตาเป็นประกายวาววับ หลิงเฟิงสังเกตเห็นสายตาเหล่านั้นจึงเก็บกระบี่เข้าที่แล้วกล่าวเรียบๆ "ฝากขอบใจฮวาหรงแทนข้าด้วย"
"คุณชายเกรงใจไปแล้วครับ"
หลังจากรับกระบี่เสร็จ หลิงเฟิงก็ไม่ได้รั้งไอ้แผลเป็นไว้คุยต่อ เขาบอกให้อีกฝ่ายเดินทางกลับเอง ส่วนตัวเขาเองรีบกลับที่พักทันทีเพื่อเตรียมตัวเลื่อนระดับ
หลังจากเขาไปแล้ว ศิษย์เฝ้าประตูเหล่านั้นก็เริ่มซุบซิบกันเบาๆ
"เจ้าเห็นกระบี่พวกนั้นไหม? นั่นมันกระบี่ระดับบนชัดๆ เลยนะ"
"กระบี่ระดับบนเชียวนะ ในสำนักไป๋อวิ๋นเรายังมีอยู่เพียงไม่กี่เล่มเอง"
"คนของพรรคพยัคฆ์ดำนี่ใจป้ำจริงๆ ส่งมาทีเดียวตั้งสามเล่มเลยนะเนี่ย ไม่รู้ว่าศิษย์พี่หลิงมีความสัมพันธ์ยังไงกับคนพวกนั้นกันแน่"
ในตอนนั้นเองผู้อาวุโสท่านหนึ่งเดินผ่านมาพอดี
เขาได้ยินการสนทนาของเหล่าศิษย์เข้าก็ถึงกับตาเป็นประกาย
อะไรนะ?
มีกระบี่ระดับบนมาส่งงั้นรึ?
"กระบี่ระดับบนที่พวกเจ้าว่ามา มาจากไหนกัน?" ผู้อาวุโสท่านนั้นถามด้วยเสียงอันหนักแน่น
"เรียนผู้อาวุโสสาม เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ..."
ศิษย์เฝ้าประตูเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
ผู้อาวุโสสามได้ยินดังนั้นในใจก็เริ่มเกิดความโลภขึ้นมาทันที เขาคิดในใจว่า "หากข้าได้กระบี่ระดับบนมาไว้ป้องกันตัว พละกำลังของข้าย่อมต้องพุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้นแน่นอน"
"ข้าเป็นถึงผู้อาวุโส ส่วนหลิงเฟิงเป็นเพียงศิษย์สายตรง หากข้าไปขอเขาสักเล่ม ในเมื่อเขามีกระบี่ตั้งหลายเล่ม แบ่งให้ข้าสักเล่มจะเป็นไรไป?"
"หรืออย่างแย่ที่สุด ข้าก็แค่ควักเงินซื้อจากเขาเองก็ได้..."
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ผู้อาวุโสสามก็มุ่งหน้าไปยังที่พักของหลิงเฟิงด้วยความกระตือรือร้น
หลิงเฟิงที่เพิ่งกลับถึงห้องและกำลังจะเริ่มการเลื่อนระดับ ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ไกลๆ เมื่อเปิดประตูออกไปก็เห็นผู้อาวุโสสามเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่เป็นกันเองอย่างยิ่ง
"หลิงเฟิงเอ๋ย ได้ยินว่าเจ้ามีกระบี่ระดับบนอยู่หลายเล่มเลยรึ ไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ ตลอดหลายปีมานี้ข้าอยากจะได้กระบี่ระดับบนมาไว้ป้องกันตัวใจจะขาดแต่ก็หาไม่ได้สักที ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะแบ่งปันให้ข้าสักเล่มได้ไหม?"
แบ่งปัน? (ที่แปลว่าให้ฟรี)
หลิงเฟิงมองผู้อาวุโสท่านนี้ด้วยแววตาที่ดูแปลกๆ
คนผู้นี้ ช่างหน้าหนาเสียจริงๆ
เขาและอีกฝ่ายมีความผูกพันอะไรกันนักหนา ถึงขั้นจะให้กระบี่ระดับบนกันฟรีๆ ได้เชียวรึ?
"ขออภัยครับ ไม่แบ่งครับ ผู้อาวุโสเดินดีๆ นะครับข้าไม่ส่ง"
หลิงเฟิงกล่าวเรียบๆ แล้วตั้งท่าจะปิดประตู
ทว่าผู้อาวุโสสามกลับยื่นเท้าออกมาขวางประตูไว้
"หลิงเฟิง กระบี่ระดับบนน่ะมีไว้เล่มเดียวก็พอแล้ว เจ้าจะมีตั้งหลายเล่มไปทำไมกัน สู้เอามาแบ่งให้ข้าดีกว่าปล่อยให้มันวางทิ้งไว้เปล่าๆ ต่อไปในสำนักข้าจะคอยดูแลเจ้าเป็นอย่างดีเอง"
"ข้าบอกแล้วไงว่าไม่แบ่ง รบกวนผู้อาวุโสเลิกมาตอแยข้าได้แล้ว"
"ตอแยงั้นรึ? หลิงเฟิง เจ้าพูดจาอะไรออกมาเนี่ย เอาเถอะ ไม่ให้ฟรีก็ไม่เป็นไร ข้าขอซื้อต่อเลยแล้วกัน เจ้าลองบอกราคามาสิ"
"ไม่ขายครับ"
"หลิงเฟิง คิดดูให้ดีๆ นะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่ากระบี่พวกนั้นพรรคพยัคฆ์ดำเป็นคนส่งมาให้ พรรคพยัคฆ์ดำนั่นเป็นองค์กรแบบไหน หากข้ารายงานเรื่องนี้ต่อท่านเจ้าสำนัก เจ้าอาจจะถูกตั้งข้อหาคบคิดกับพรรคมาร ทำลายชื่อเสียงสำนักได้นะ"
"ไสหัวไปซะ!"
หลิงเฟิงคำรามออกมาเบาๆ เขาขี้เกียจที่จะรักษาตามรรยาทกับคนแบบนี้อีกต่อไป
"เจ้า... เจ้า..."
ผู้อาวุโสสามหน้าเขียวปัดด้วยความโกรธ เขาเหยียดมือออกหมายจะคว้าตัวหลิงเฟิง "ในเมื่อพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง งั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง!"
"ไม่รู้จักประมาณตน"
หลิงเฟิงชกหมัดสวนออกไปตรงๆ เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าวรยุทธใดๆ เลย เพียงแค่ใช้ปราณแท้ในร่างระเบิดออกไปก็ส่งร่างของผู้อาวุโสกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบจั้งทันที
อีกฝ่ายหน้าซีดเผือด จ้องมองหลิงเฟิงด้วยความสยดสยอง
"พลังของเจ้า... มัน..."
"หากยังไม่ไป ผลที่ตามมาเจ้าต้องรับผิดชอบเองนะ!"
หลิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ผู้อาวุโสสามลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาไม่กล้าชักช้าและรีบหนีไปอย่างทุลักทุเล
หลิงเฟิงมองตามหลังอีกฝ่ายไปพลางส่ายหน้า "คนแบบนี้ยังขึ้นเป็นผู้อาวุโสได้ มิน่าสำนักไป๋อวิ๋นถึงได้ตกต่ำลงทุกวันๆ"
ในยามนี้เขาได้แต่หวังว่า หลังจากไป๋ชูเฉินขึ้นเป็นเจ้าสำนักในอนาคต จะสามารถจัดการระเบียบภายในสำนักและสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้ดีขึ้นได้
หลังจากไล่ผู้อาวุโสสามไปแล้ว หลิงเฟิงกลับเข้าห้องและรีบนำกระบี่ทั้งสิบเล่มออกมาวางเรียงกันไว้อย่างเป็นระเบียบ
เห็นเพียงเขาโคจรปราณแท้ออกมาปกคลุมกระบี่เหล่านั้น ทันใดนั้นกระบี่ทั้งสิบเล่มก็ส่งเสียงสั่นสะเทือนพรึ่บพรั่บออกมา พร้อมกับมีละอองแสงสีทองจางๆ ไหลมารวมตัวกันที่ตัวของหลิงเฟิง
นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า 'แก่นแท้แห่งกระบี่'
เมื่อแก่นแท้จากกระบี่ทั้งสิบเล่มถูกปราณกระบี่ของหลิงเฟิงสูบซับจนหมดสิ้น เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายทันที ทว่ากระบี่ทั้งสิบเล่มที่เคยคมกริบกลับหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว แถมยังมีรอยสนิมเกาะกินจนกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่ไร้ค่า
จากนั้น หลิงเฟิงก็นำหญ้ารูปกระบี่ออกมาแล้วกลืนลงท้องไปทันที
ในพริบตานั้น
เงื่อนไขทั้งสองประการที่จะทำให้ [เคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน] บรรลุระดับสำเร็จก็ได้รับการเติมเต็มจนครบถ้วน ปราณแท้ในร่างกายของเขาเริ่มโคจรอย่างรวดเร็วบ้าคลั่ง
เขานั่งขัดสมาธิและเริ่มเดินพลังตามเคล็ดวิชากระบี่
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ปราณแท้ในร่างกายของเขามันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเกิดการควบแน่น และในที่สุดมันก็ได้กลั่นตัวกลายเป็นวัตถุทรงกลมสีขาวใสอยู่ภายในจุดตันเถียนของเขา
ปราณควบแน่นเป็นแก่น!!
ระดับล่วงเซียนขั้นที่สาม บรรลุผลในก้าวเดียว!
หลิงเฟิงลืมตาขึ้นมาและยิ้มบางๆ "ดีมาก ปราณควบแน่นเป็นแก่นแล้ว ข้ารู้สึกว่าพละกำลังในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนนับสิบเท่าตัวเลยทีเดียว!"
"ระดับล่วงเซียนทั้งสามขั้น การข้ามผ่านแต่ละขั้นมาได้นั้น ช่างมีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"
เขาเปิดแผงสถานะส่วนตัวขึ้นดู
[หลิงเฟิง]
[ตบะบารมี: ล่วงเซียนขั้นปลาย]
[วิชายุทธ: เคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน (ระดับสำเร็จ, เงื่อนไขสู่ระดับสูงสุด: หนึ่ง คือรวบรวมกระบี่ระดับลึกลับสิบเล่ม หรือกระบี่ระดับดินหนึ่งเล่ม แล้วใช้ปราณแท้หลอมรวมแก่นแท้กระบี่เหล่านั้น! สอง คือกินหญ้ารูปกระบี่สามต้น หรือหญ้ารูปกระบี่สามแฉกหนึ่งต้น!) ท่าร่างเมฆขาวไร้ร่องรอย (ระดับสมบูรณ์)
วิชาเสือน้อยคชสาร (ระดับสมบูรณ์) ............]
เมื่อมองดูเงื่อนไขขั้นถัดไปของเคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน และเห็นหญ้ารูปกระบี่อีกสามต้นที่เหลืออยู่บนโต๊ะ เขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น "ดีมาก เงื่อนไขสู่ระดับสูงสุดข้อที่สอง ข้ามีครบเรียบร้อยแล้ว"
"ต่อไปก็แค่ตามหากระบี่ระดับลึกลับสิบเล่ม หรือกระบี่ระดับดินสักเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง แต่กระบี่ประเภทนี้เกรงว่าจะหาได้ยากยิ่งนัก..."
ลำพังแค่กระบี่ระดับบนเขาก็ต้องใช้แรงไปไม่น้อยแล้ว
นับประสาอะไรกับระดับลึกลับหรือระดับดิน
"คงต้องฝากให้พรรคพยัคฆ์ดำและตระกูลไป๋ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้าอีกแรงเสียแล้ว"
อย่างไรก็ตาม การที่หลิงเฟิงสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับล่วงเซียนขั้นปลายและควบแน่นปราณเป็นแก่นได้สำเร็จในครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก เขาเดินออกมาดูนอกห้อง เห็นดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือยอดไม้ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนแล้ว
เขาวูบไหวร่างกายทะยานลงจากเขาไปทันที
รุ่งเช้าของวันต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวที่ที่ทำการใหญ่ของพรรคพยัคฆ์ดำ
ฮวาหรงเมื่อเห็นเขามาถึง ก็รีบเชิญเขาเข้าไปในห้องหนังสือ "คุณชาย ของที่ข้าฝากไอ้แผลเป็นไปให้ท่าน ได้รับเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?"
"อืม ข้าได้รับแล้วล่ะ เจ้าทำได้ดีมาก ที่ข้ามาในวันนี้เพราะอยากจะมาถามไถ่เรื่องการขยายกิจการของพรรคพยัคฆ์ดำที่เมืองอิงเฉิงว่าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลไป๋ค่ะ ทุกอย่างราบรื่นดีมาก"
"ดีแล้ว จริงด้วยสิ ที่ข้ามาหาเจ้าในวันนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะให้เจ้าช่วยสืบข่าวให้หน่อย ข้าต้องการเบาะแสเกี่ยวกับกระบี่ระดับลึกลับหรือระดับดินน่ะ"
"ระดับลึกลับหรือระดับดินงั้นรึคะ? เรื่องนี้คงหาได้ยากมากเลยล่ะค่ะ..."
กระบี่ระดับบนพรรคพยัคฆ์ดำยังพอจะหาวิธีจัดการได้ แต่ระดับลึกลับหรือระดับดินนั้น มันเกินขอบเขตความสามารถที่พรรคพยัคฆ์ดำมีอยู่ในตอนนี้ไปไกลโข
"ข้าต้องการแค่เบาะแสเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องให้พวกเจ้าไปแย่งชิงมาให้ข้าหรอก"
"ค่ะ พวกเราจะคอยเป็นหูเป็นตาให้ท่านอย่างเต็มที่ค่ะ"
ฮวาหรงพยักหน้าตอบรับ ในตอนนั้นเองมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฮวาหรงเหลือบมองหลิงเฟิง เมื่อเห็นเขาไม่ได้ว่าอะไรจึงเอ่ยปาก "เข้ามาได้"
ไอ้แผลเป็นเดินเข้ามาในห้องแล้วกล่าวว่า "ท่านหัวหน้าพรรคครับ เรื่องโจรเด็ดบุปผานั่น... เอ๊ะ คุณชายหลิงก็อยู่ที่นี่ด้วยรึครับ ผมดูเหมือนจะมาผิดเวลาไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย?"
ไอ้แผลเป็นมองดูหลิงเฟิงและฮวาหรงที่อยู่กันตามลำพังในห้องสองต่อสอง ในหัวก็เริ่มจินตนาการไปไกลจนต้องเกาหัวแกรกๆ ด้วยความเกรงใจ