เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย

บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย

บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย


บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย

เมื่อมาถึงหน้าประตูสำนัก หลิงเฟิงก็ได้พบกับไอ้แผลเป็นที่กำลังยืนรออยู่ ที่ด้านหลังของเขาสะพายห่อผ้ารูปทรงยาวเอาไว้ ภายในดูเหมือนจะมีสิ่งของบรรจุอยู่

หลิงเฟิงเริ่มมั่นใจในสิ่งที่เขาสันนิษฐานไว้

เมื่อเห็นหลิงเฟิงมาถึง ไอ้แผลเป็นก็รีบประสานมือคารวะ "คุณชาย ของที่ท่านให้พวกเราตามหา รวบรวมมาครบแล้วครับ"

เขาแกะห่อผ้าออกแล้วหยิบของข้างในส่งให้หลิงเฟิง ซึ่งมันก็คือกระบี่ระดับบนอีกสามเล่มนั่นเอง!!

ศิษย์เฝ้าประตูที่อยู่ข้างๆ เห็นกระบี่เหล่านั้นก็ถึงกับดวงตาเป็นประกายวาววับ หลิงเฟิงสังเกตเห็นสายตาเหล่านั้นจึงเก็บกระบี่เข้าที่แล้วกล่าวเรียบๆ "ฝากขอบใจฮวาหรงแทนข้าด้วย"

"คุณชายเกรงใจไปแล้วครับ"

หลังจากรับกระบี่เสร็จ หลิงเฟิงก็ไม่ได้รั้งไอ้แผลเป็นไว้คุยต่อ เขาบอกให้อีกฝ่ายเดินทางกลับเอง ส่วนตัวเขาเองรีบกลับที่พักทันทีเพื่อเตรียมตัวเลื่อนระดับ

หลังจากเขาไปแล้ว ศิษย์เฝ้าประตูเหล่านั้นก็เริ่มซุบซิบกันเบาๆ

"เจ้าเห็นกระบี่พวกนั้นไหม? นั่นมันกระบี่ระดับบนชัดๆ เลยนะ"

"กระบี่ระดับบนเชียวนะ ในสำนักไป๋อวิ๋นเรายังมีอยู่เพียงไม่กี่เล่มเอง"

"คนของพรรคพยัคฆ์ดำนี่ใจป้ำจริงๆ ส่งมาทีเดียวตั้งสามเล่มเลยนะเนี่ย ไม่รู้ว่าศิษย์พี่หลิงมีความสัมพันธ์ยังไงกับคนพวกนั้นกันแน่"

ในตอนนั้นเองผู้อาวุโสท่านหนึ่งเดินผ่านมาพอดี

เขาได้ยินการสนทนาของเหล่าศิษย์เข้าก็ถึงกับตาเป็นประกาย

อะไรนะ?

มีกระบี่ระดับบนมาส่งงั้นรึ?

"กระบี่ระดับบนที่พวกเจ้าว่ามา มาจากไหนกัน?" ผู้อาวุโสท่านนั้นถามด้วยเสียงอันหนักแน่น

"เรียนผู้อาวุโสสาม เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ..."

ศิษย์เฝ้าประตูเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง

ผู้อาวุโสสามได้ยินดังนั้นในใจก็เริ่มเกิดความโลภขึ้นมาทันที เขาคิดในใจว่า "หากข้าได้กระบี่ระดับบนมาไว้ป้องกันตัว พละกำลังของข้าย่อมต้องพุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้นแน่นอน"

"ข้าเป็นถึงผู้อาวุโส ส่วนหลิงเฟิงเป็นเพียงศิษย์สายตรง หากข้าไปขอเขาสักเล่ม ในเมื่อเขามีกระบี่ตั้งหลายเล่ม แบ่งให้ข้าสักเล่มจะเป็นไรไป?"

"หรืออย่างแย่ที่สุด ข้าก็แค่ควักเงินซื้อจากเขาเองก็ได้..."

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ผู้อาวุโสสามก็มุ่งหน้าไปยังที่พักของหลิงเฟิงด้วยความกระตือรือร้น

หลิงเฟิงที่เพิ่งกลับถึงห้องและกำลังจะเริ่มการเลื่อนระดับ ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ไกลๆ เมื่อเปิดประตูออกไปก็เห็นผู้อาวุโสสามเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่เป็นกันเองอย่างยิ่ง

"หลิงเฟิงเอ๋ย ได้ยินว่าเจ้ามีกระบี่ระดับบนอยู่หลายเล่มเลยรึ ไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ ตลอดหลายปีมานี้ข้าอยากจะได้กระบี่ระดับบนมาไว้ป้องกันตัวใจจะขาดแต่ก็หาไม่ได้สักที ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะแบ่งปันให้ข้าสักเล่มได้ไหม?"

แบ่งปัน? (ที่แปลว่าให้ฟรี)

หลิงเฟิงมองผู้อาวุโสท่านนี้ด้วยแววตาที่ดูแปลกๆ

คนผู้นี้ ช่างหน้าหนาเสียจริงๆ

เขาและอีกฝ่ายมีความผูกพันอะไรกันนักหนา ถึงขั้นจะให้กระบี่ระดับบนกันฟรีๆ ได้เชียวรึ?

"ขออภัยครับ ไม่แบ่งครับ ผู้อาวุโสเดินดีๆ นะครับข้าไม่ส่ง"

หลิงเฟิงกล่าวเรียบๆ แล้วตั้งท่าจะปิดประตู

ทว่าผู้อาวุโสสามกลับยื่นเท้าออกมาขวางประตูไว้

"หลิงเฟิง กระบี่ระดับบนน่ะมีไว้เล่มเดียวก็พอแล้ว เจ้าจะมีตั้งหลายเล่มไปทำไมกัน สู้เอามาแบ่งให้ข้าดีกว่าปล่อยให้มันวางทิ้งไว้เปล่าๆ ต่อไปในสำนักข้าจะคอยดูแลเจ้าเป็นอย่างดีเอง"

"ข้าบอกแล้วไงว่าไม่แบ่ง รบกวนผู้อาวุโสเลิกมาตอแยข้าได้แล้ว"

"ตอแยงั้นรึ? หลิงเฟิง เจ้าพูดจาอะไรออกมาเนี่ย เอาเถอะ ไม่ให้ฟรีก็ไม่เป็นไร ข้าขอซื้อต่อเลยแล้วกัน เจ้าลองบอกราคามาสิ"

"ไม่ขายครับ"

"หลิงเฟิง คิดดูให้ดีๆ นะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่ากระบี่พวกนั้นพรรคพยัคฆ์ดำเป็นคนส่งมาให้ พรรคพยัคฆ์ดำนั่นเป็นองค์กรแบบไหน หากข้ารายงานเรื่องนี้ต่อท่านเจ้าสำนัก เจ้าอาจจะถูกตั้งข้อหาคบคิดกับพรรคมาร ทำลายชื่อเสียงสำนักได้นะ"

"ไสหัวไปซะ!"

หลิงเฟิงคำรามออกมาเบาๆ เขาขี้เกียจที่จะรักษาตามรรยาทกับคนแบบนี้อีกต่อไป

"เจ้า... เจ้า..."

ผู้อาวุโสสามหน้าเขียวปัดด้วยความโกรธ เขาเหยียดมือออกหมายจะคว้าตัวหลิงเฟิง "ในเมื่อพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง งั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง!"

"ไม่รู้จักประมาณตน"

หลิงเฟิงชกหมัดสวนออกไปตรงๆ เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าวรยุทธใดๆ เลย เพียงแค่ใช้ปราณแท้ในร่างระเบิดออกไปก็ส่งร่างของผู้อาวุโสกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบจั้งทันที

อีกฝ่ายหน้าซีดเผือด จ้องมองหลิงเฟิงด้วยความสยดสยอง

"พลังของเจ้า... มัน..."

"หากยังไม่ไป ผลที่ตามมาเจ้าต้องรับผิดชอบเองนะ!"

หลิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ผู้อาวุโสสามลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาไม่กล้าชักช้าและรีบหนีไปอย่างทุลักทุเล

หลิงเฟิงมองตามหลังอีกฝ่ายไปพลางส่ายหน้า "คนแบบนี้ยังขึ้นเป็นผู้อาวุโสได้ มิน่าสำนักไป๋อวิ๋นถึงได้ตกต่ำลงทุกวันๆ"

ในยามนี้เขาได้แต่หวังว่า หลังจากไป๋ชูเฉินขึ้นเป็นเจ้าสำนักในอนาคต จะสามารถจัดการระเบียบภายในสำนักและสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้ดีขึ้นได้

หลังจากไล่ผู้อาวุโสสามไปแล้ว หลิงเฟิงกลับเข้าห้องและรีบนำกระบี่ทั้งสิบเล่มออกมาวางเรียงกันไว้อย่างเป็นระเบียบ

เห็นเพียงเขาโคจรปราณแท้ออกมาปกคลุมกระบี่เหล่านั้น ทันใดนั้นกระบี่ทั้งสิบเล่มก็ส่งเสียงสั่นสะเทือนพรึ่บพรั่บออกมา พร้อมกับมีละอองแสงสีทองจางๆ ไหลมารวมตัวกันที่ตัวของหลิงเฟิง

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า 'แก่นแท้แห่งกระบี่'

เมื่อแก่นแท้จากกระบี่ทั้งสิบเล่มถูกปราณกระบี่ของหลิงเฟิงสูบซับจนหมดสิ้น เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายทันที ทว่ากระบี่ทั้งสิบเล่มที่เคยคมกริบกลับหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว แถมยังมีรอยสนิมเกาะกินจนกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่ไร้ค่า

จากนั้น หลิงเฟิงก็นำหญ้ารูปกระบี่ออกมาแล้วกลืนลงท้องไปทันที

ในพริบตานั้น

เงื่อนไขทั้งสองประการที่จะทำให้ [เคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน] บรรลุระดับสำเร็จก็ได้รับการเติมเต็มจนครบถ้วน ปราณแท้ในร่างกายของเขาเริ่มโคจรอย่างรวดเร็วบ้าคลั่ง

เขานั่งขัดสมาธิและเริ่มเดินพลังตามเคล็ดวิชากระบี่

เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ปราณแท้ในร่างกายของเขามันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเกิดการควบแน่น และในที่สุดมันก็ได้กลั่นตัวกลายเป็นวัตถุทรงกลมสีขาวใสอยู่ภายในจุดตันเถียนของเขา

ปราณควบแน่นเป็นแก่น!!

ระดับล่วงเซียนขั้นที่สาม บรรลุผลในก้าวเดียว!

หลิงเฟิงลืมตาขึ้นมาและยิ้มบางๆ "ดีมาก ปราณควบแน่นเป็นแก่นแล้ว ข้ารู้สึกว่าพละกำลังในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนนับสิบเท่าตัวเลยทีเดียว!"

"ระดับล่วงเซียนทั้งสามขั้น การข้ามผ่านแต่ละขั้นมาได้นั้น ช่างมีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"

เขาเปิดแผงสถานะส่วนตัวขึ้นดู

[หลิงเฟิง]

[ตบะบารมี: ล่วงเซียนขั้นปลาย]

[วิชายุทธ: เคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน (ระดับสำเร็จ, เงื่อนไขสู่ระดับสูงสุด: หนึ่ง คือรวบรวมกระบี่ระดับลึกลับสิบเล่ม หรือกระบี่ระดับดินหนึ่งเล่ม แล้วใช้ปราณแท้หลอมรวมแก่นแท้กระบี่เหล่านั้น! สอง คือกินหญ้ารูปกระบี่สามต้น หรือหญ้ารูปกระบี่สามแฉกหนึ่งต้น!) ท่าร่างเมฆขาวไร้ร่องรอย (ระดับสมบูรณ์)

วิชาเสือน้อยคชสาร (ระดับสมบูรณ์) ............]

เมื่อมองดูเงื่อนไขขั้นถัดไปของเคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน และเห็นหญ้ารูปกระบี่อีกสามต้นที่เหลืออยู่บนโต๊ะ เขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น "ดีมาก เงื่อนไขสู่ระดับสูงสุดข้อที่สอง ข้ามีครบเรียบร้อยแล้ว"

"ต่อไปก็แค่ตามหากระบี่ระดับลึกลับสิบเล่ม หรือกระบี่ระดับดินสักเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง แต่กระบี่ประเภทนี้เกรงว่าจะหาได้ยากยิ่งนัก..."

ลำพังแค่กระบี่ระดับบนเขาก็ต้องใช้แรงไปไม่น้อยแล้ว

นับประสาอะไรกับระดับลึกลับหรือระดับดิน

"คงต้องฝากให้พรรคพยัคฆ์ดำและตระกูลไป๋ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้าอีกแรงเสียแล้ว"

อย่างไรก็ตาม การที่หลิงเฟิงสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับล่วงเซียนขั้นปลายและควบแน่นปราณเป็นแก่นได้สำเร็จในครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก เขาเดินออกมาดูนอกห้อง เห็นดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือยอดไม้ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนแล้ว

เขาวูบไหวร่างกายทะยานลงจากเขาไปทันที

รุ่งเช้าของวันต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวที่ที่ทำการใหญ่ของพรรคพยัคฆ์ดำ

ฮวาหรงเมื่อเห็นเขามาถึง ก็รีบเชิญเขาเข้าไปในห้องหนังสือ "คุณชาย ของที่ข้าฝากไอ้แผลเป็นไปให้ท่าน ได้รับเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?"

"อืม ข้าได้รับแล้วล่ะ เจ้าทำได้ดีมาก ที่ข้ามาในวันนี้เพราะอยากจะมาถามไถ่เรื่องการขยายกิจการของพรรคพยัคฆ์ดำที่เมืองอิงเฉิงว่าเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลไป๋ค่ะ ทุกอย่างราบรื่นดีมาก"

"ดีแล้ว จริงด้วยสิ ที่ข้ามาหาเจ้าในวันนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะให้เจ้าช่วยสืบข่าวให้หน่อย ข้าต้องการเบาะแสเกี่ยวกับกระบี่ระดับลึกลับหรือระดับดินน่ะ"

"ระดับลึกลับหรือระดับดินงั้นรึคะ? เรื่องนี้คงหาได้ยากมากเลยล่ะค่ะ..."

กระบี่ระดับบนพรรคพยัคฆ์ดำยังพอจะหาวิธีจัดการได้ แต่ระดับลึกลับหรือระดับดินนั้น มันเกินขอบเขตความสามารถที่พรรคพยัคฆ์ดำมีอยู่ในตอนนี้ไปไกลโข

"ข้าต้องการแค่เบาะแสเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องให้พวกเจ้าไปแย่งชิงมาให้ข้าหรอก"

"ค่ะ พวกเราจะคอยเป็นหูเป็นตาให้ท่านอย่างเต็มที่ค่ะ"

ฮวาหรงพยักหน้าตอบรับ ในตอนนั้นเองมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฮวาหรงเหลือบมองหลิงเฟิง เมื่อเห็นเขาไม่ได้ว่าอะไรจึงเอ่ยปาก "เข้ามาได้"

ไอ้แผลเป็นเดินเข้ามาในห้องแล้วกล่าวว่า "ท่านหัวหน้าพรรคครับ เรื่องโจรเด็ดบุปผานั่น... เอ๊ะ คุณชายหลิงก็อยู่ที่นี่ด้วยรึครับ ผมดูเหมือนจะมาผิดเวลาไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย?"

ไอ้แผลเป็นมองดูหลิงเฟิงและฮวาหรงที่อยู่กันตามลำพังในห้องสองต่อสอง ในหัวก็เริ่มจินตนาการไปไกลจนต้องเกาหัวแกรกๆ ด้วยความเกรงใจ

จบบทที่ บทที่ 31 ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว