- หน้าแรก
- ลือสนั่นเมือง พระชายาขี่หมูหนีอีกแล้ว
- บทที่ 6 เขาป่วย เดี๋ยวข้าฝังเข็มให้
บทที่ 6 เขาป่วย เดี๋ยวข้าฝังเข็มให้
บทที่ 6 เขาป่วย เดี๋ยวข้าฝังเข็มให้
บทที่ 6 เขาป่วย เดี๋ยวข้าฝังเข็มให้
จียงอวิ๋นโจวกำหมัดแน่น
เขาโกรธจนอยากจะฆ่าคน
เจ้าระบบ 'ถงจื่อ' นี่มันน่ารำคาญพอๆ กับฉู่หยวนเลย
【เจ้ารู้ไหมว่าทำไมพี่รองของเจ้าถึงได้เป็น 'ทาสรัก' ผู้ภักดีของฉู่ยวี่โหรวขนาดนั้น?】
จียงหยวนลองตอบดูเชิง: 【เพราะฉู่ยวี่โหรวสวยงั้นรึ?】
【ไม่ใช่ ถ้าพูดเรื่องความงาม เจ้าสวยกว่านางเยอะ ไม่งั้นนางคงไม่อิจฉาและคอยหาเรื่องเจ้าทุกฝีก้าวหรอก】
ท่านผู้เฒ่าจียงและจียงหลินหยวนต่างรู้สึกว่าคำพูดของถงจื่อมีเหตุผลมาก
ลูกสาวและหลานสาวสุดที่รักของพวกเขาย่อมสวยที่สุดอยู่แล้ว
จียงอวิ๋นโจวแค่นเสียง
หน้าตาดีไปจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อจิตใจดำมืด?
【ตอนพี่รองเจ้าอายุสิบขวบ เขาไปเที่ยวฤดูใบไม้ผลิแถบชานเมืองกับแก๊งคุณชายน้อยในเมืองหลวง มือบอนไปขโมยแอปเปิ้ลของชาวสวนบนเขา เลยโดนหมาไล่กัด】
【เขากลัวจนวิ่งหนีป่าราบโดยไม่ดูทาง สุดท้ายกลิ้งตกลงไปตามไหล่เขาจนสลบเหมือด】
【เคราะห์ซ้ำกรรมซัดฝนดันตกหนักพอดี คนอื่นมัวแต่หาที่หลบฝนเลยไม่ได้สนใจพี่รองของเจ้า】
【ชิชะ ชาวสวนปลูกของง่ายเสียที่ไหน ดันไปขโมยเขา สมน้ำหน้าพี่รองแล้ว】
จียงหลินหยวนและท่านผู้เฒ่าจียงต่างพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย
ไม่นึกเลยว่าเจ้าเด็กเหลือขอนี่จะมีวีรกรรมแสบๆ ในอดีตแบบนี้ด้วย
ใบหน้าของจียงอวิ๋นโจวมืดครึ้มลงทันตา เขาไม่เคยบอกใครเรื่องขโมยแอปเปิ้ลบนเขาแล้วตกเขามาก่อน
แม้แต่ฉู่ยวี่โหรวยังไม่รู้ แล้วฉู่หยวนรู้ได้ยังไง?
หรือนางส่งคนไปสืบเรื่องเขามาจริงๆ?
ถงจื่อเล่าต่อ
【สุดท้ายพี่รองของเจ้าก็ถูกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งช่วยไว้】
【บังเอิญว่าจวนโหวฉางเล่อมีคฤหาสน์อยู่แถวนั้นพอดี ฉู่ยวี่โหรวไปพักหนีร้อนที่นั่น สาวใช้เห็นคนช่วยเลยเข้าไปถามไถ่สถานการณ์】
พอได้ยินแบบนี้ จียงหยวนก็ถึงบางอ้อ
【ฉู่ยวี่โหรวต้องรู้ฐานะของพี่รองแน่ พอเขาฟื้นขึ้นมา นางก็สวมรอยเป็นผู้มีพระคุณ เขาเลยปักใจรักและภักดีต่อนางสินะ】
【หยวนหยวนน้อยฉลาดมาก!】
ท่านผู้เฒ่าจียงและจียงหลินหยวนพลันตระหนักถึงความจริง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
เฉียวเฉียวพูดถูก เจ้าเด็กเหลือขอนี่มันโง่จริงๆ จำผู้มีพระคุณของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
จียงอวิ๋นโจวพยายามหันคอไปจ้องจียงหยวนตาเขม็ง
นังหญิงชั่วพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว
คนจริงใจและจิตใจดีอย่างยวี่โหรวจะโกหกได้ยังไง?
"แบร่ แบร่ แบร่"
แม้จียงหยวนจะไม่เข้าใจว่าจียงอวิ๋นโจวเป็นบ้าอะไร ถึงยืนกรานจะบิดคอมาจ้องหน้านางด้วยท่าทางแปลกๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคในการที่นางจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา
พอเห็นนางทำท่าทางอวดดีแบบนั้น จียงอวิ๋นโจวยิ่งมั่นใจว่านางโกหก
นางต้องใช้วิชามารบางอย่างเพื่อให้เขาได้ยินความคิดของนาง แล้วคิดว่าทำแบบนี้จะทำให้เขาหลงเชื่อคำพูดพวกนั้น
นางคงถึงขั้นส่งคนไปสืบเรื่องเขา เพื่อเอามาประกอบเรื่องโกหกให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น
สมกับที่ยวี่โหรวบอก ฉู่หยวนเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายน่ากลัวมาตั้งแต่เด็ก
【หยวนหยวนน้อย ยังมีเรื่องซุบซิบอีกเรื่อง พี่รองเจ้ามั่นหน้ามากว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวของฉู่ยวี่โหรว】
【หารู้ไม่ว่าเขาเป็นแค่ปลาตัวหนึ่งในบ่อของนาง ถ้าเขาไปโรงน้ำชาหงเหยียนตอนนี้ คงได้เห็นฉู่ยวี่โหรวนั่งพลอดรักกับพี่ชายคนสนิทของเขาในห้องส่วนตัวแน่ๆ】
【หือ? ข่าวฉาวเรื่องสวมเขาเหรอ? ของโปรดข้าเลย】
"ฉู่หยวน!"
ดวงตาของจียงอวิ๋นโจวลุกเป็นไฟ
ใส่ร้ายว่ายวี่โหรวโกหกเขายังพอทน แต่นี่ถึงขั้นเอาคำโกหกมาแปดเปื้อนความบริสุทธิ์ของยวี่โหรว เขาจะทนไม่ไหวแล้วนะ
จียงหยวนมองไปทางเขา: 【เขาป่วยหนักหรือเปล่าเนี่ย? ขตายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เดี๋ยวก็จ้อง เดี๋ยวก็ตะคอกใส่】
นางหันไปมองจียงหลินหยวน:
"ท่านพ่อ พี่รองดูท่าจะเสียสติไปแล้ว ข้ามีเข็มอยู่เล่มหนึ่ง พอจะฝังเข็มรักษาเขาได้ไหมเจ้าคะ?"
จียงหลินหยวนก็รู้สึกว่าจียงอวิ๋นโจวป่วยเหมือนกัน
เขาพยักหน้า
"ได้สิ"
ในใจเขาก็อดชื่นชมไม่ได้ สมเป็นลูกสาวของจียงหลินหยวน อายุแค่นี้ก็รู้จักวิชาฝังเข็มแล้ว
วินาทีต่อมา เขาก็เห็นจียงหยวนกำตะปูเหล็กแล้วแทงจึกเข้าใส่จียงอวิ๋นโจว
เอ่อ... นั่นเรียกว่าเข็มรึ?
เขาขอถอนคำพูดเมื่อกี้แล้วกัน
ท่านผู้เฒ่าจียงหรี่ตายิ้มอย่างมีความสุข 'เข็ม' เล่มนี้ดี จะได้ช่วยรักษาโรคโง่ของเจ้าเด็กเหลือขอนั่นสักที
"จับเขาไว้แน่นๆ อย่าให้เจ้าเด็กนี่ดิ้นได้"
ทหารองครักษ์ที่คุมตัวจียงอวิ๋นโจวออกแรงกดแขนเขาไว้แน่น
"อ๊ากกกก—"
"อ๊ากกกก—"
เสียงร้องโหยหวนดังสะเทือนเลือนลั่นจนนกบนต้นไม้แตกตื่นบินหนีไปหมด
【พี่รองเกลียดข้าจะตาย แถมเมื่อกี้ข้ายังเผลอจิ้มตะปูเข้าเอวเขาจนเขายืนไม่อยู่ แล้วจะกล่อมให้เขาไปโรงน้ำชาหงเหยียนด้วยกันยังไงดีนะ?】
เพราะ 'เข็ม' ใหญ่เกินไปแถมแทงผิดตำแหน่ง เลยทำให้จียงอวิ๋นโจวเป็นอัมพาตชั่วคราว ด้วยเหตุนี้ท่านผู้เฒ่าจียงและจียงหลินหยวนจึงยังไม่รีบร้อนโยนเขาออกไป
แต่โยนกลับไปที่เรือนของเขาแทน
ตอนที่จียงหยวนเดินผ่าน นาง 'บังเอิญ' เหยียบเท้าข้างที่ชาจนไร้ความรู้สึกของเขาเข้าพอดี
นางเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความเศร้าสร้อย
【ถ้าไม่ได้กิน 'แตง' (เผือกเรื่องชาวบ้าน) พร้อมกับคู่กรณี มันเหมือนชีวิตขาดอะไรไปสักอย่างจริงๆ】
ท่านผู้เฒ่าจียงและจียงหลินหยวนต่างรู้สึกว่าคำพูดนี้มีเหตุผลมาก
ท่านผู้เฒ่าจียง: "ใครก็ได้ เตรียมเกี้ยว หามคุณชายรองตามเราไปที่โรงน้ำชาหงเหยียน"
"กินข้าวอิ่มพอดี เป็นเวลาเหมาะที่จะไปจิบชาช่วยย่อยที่โรงน้ำชาสักหน่อย"
จียงหยวนมองท่านผู้เฒ่าจียงอย่างตื่นเต้น
"ท่านปู่พูดถูกเผงเลยเจ้าค่ะ ข้ากำลังแน่นท้อง อยากดื่มชาอยู่พอดี"
ท่านผู้เฒ่าจียงกำลังจะยิ้มรับ
【อา ท่านปู่เป็นพยาธิในท้องข้าชัดๆ รู้ใจกันจริงๆ】
รอยยิ้มของท่านผู้เฒ่าจียงค้างกลางอากาศ... รู้ใจน่ะดีแล้ว แต่ไม่ต้องถึงขั้นเป็นพยาธิก็ได้มั้ง
เมื่อจียงอวิ๋นโจวถูกหามขึ้นเกี้ยว ความเจ็บปวดทำเอาน้ำตาเขาเล็ด
คนพวกนี้ป่วยกันหมดแล้วหรือไง?
อยากไปจิบชาที่โรงน้ำชาก็ไปสิ ทำไมต้องหิ้วเขาไปด้วย?
ส่วนเรื่องที่ว่าพวกนั้นจะได้ยินความคิดของฉู่หยวนเหมือนเขา?
จะเป็นไปได้ยังไง?
ในนิยายบอกไว้ว่า ผู้ถูกเลือกอย่างเขาต้องเป็นหนึ่งเดียวสิ...
ณ ห้องส่วนตัวชั้นสามของโรงน้ำชาหงเหยียน
ฉินเซิง คุณชายสามแห่งจวนรองเสนาบดีกรมกลาโหม นั่งอยู่ตรงข้ามกับฉู่ยวี่โหรว
"พี่เซิง ข้าไม่โทษพี่หญิงเลยจริงๆ เจ้าค่ะ จริงๆ นะ พี่หญิงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านพ่อท่านแม่ ปกตินางก็ขาดความอบอุ่นในจวนอยู่แล้ว นางถึงได้ทำเรื่องมากมายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น"
"หลังจากผลักข้าตกน้ำ นางคงรู้ตัวว่าทำผิด ถึงได้รีบขี่หมูหนีไป แถมยังชนท่านพ่อกับคนอื่นๆ บาดเจ็บอีก"
"หลายวันมานี้นางคงไม่กล้ากลับบ้าน แต่นางตัวคนเดียวข้างนอกนั่น แถมยังหน้าตาสะสวย ข้าไม่รู้เลยว่าจะมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นกับนางบ้างไหม"
ฉู่ยวี่โหรวหลุบตาลง ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหางตาที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเป็นระยะ
นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ฉู่หยวนไม่มีที่พึ่งอื่นในเมืองหลวง แถมชื่อเสียงก็ย่ำแย่
นางสะสวยขนาดนั้นแถมต้องระหกระเหินตัวคนเดียว คงเจอเรื่องร้ายมากกว่าดีแน่ๆ
ต่อให้สุดท้ายนางจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่คนแทบทั้งเมืองก็รู้แล้วว่านางหนีออกจากจวนโหวไปอยู่ข้างนอกคนเดียว
คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่านางจะบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่ยวี่โหรวก็แอบยกมุมปากขึ้นอย่างสะใจ
ด้วยความช่วยเหลือของถงจื่อ จียงหยวนก็นำท่านผู้เฒ่าจียงและคณะมาถึงห้องส่วนตัวที่อยู่ติดกับห้องของฉู่ยวี่โหรวพอดี