เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 การเปิดตัวสุดอลังการ

บทที่ 7 การเปิดตัวสุดอลังการ

บทที่ 7 การเปิดตัวสุดอลังการ


บทที่ 7 การเปิดตัวสุดอลังการ

ฉินเซิงมองฉู่ยวี่โหรวด้วยความปวดใจ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนถึงขีดสุด

"เด็กโง่ นางทำกับเจ้าขนาดนั้นแล้ว เจ้ายังเป็นห่วงนางอีก จิตใจดีเกินไปแล้ว"

เสียงของฉู่ยวี่โหรวเจือสะอื้นเล็กน้อย "นางเป็นพี่สาวข้านี่นา อีกอย่าง ถ้าวันหนึ่งพี่เซิงทำผิดต่อข้าบ้าง ข้าก็จะยกโทษให้ท่านเหมือนที่ยกโทษให้นางนั่นแหละ"

"เจ้านี่นะ... เอาล่ะ หยุดร้องได้แล้ว เดี๋ยวพี่เช็ดน้ำตาให้"

เสียงฝีเท้าดังก้องขึ้น

ห้องส่วนตัวข้างๆ เงียบกริบไปชั่วขณะ

จากนั้นก็มีเสียงเขินอายและขลาดกลัวของฉู่ยวี่โหรวดังขึ้น "ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่เซิง"

[จุ๊ๆๆ สองคนนี้หวานกันจนเลี่ยน ใครไม่รู้คงนึกว่าเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามัน]

เจียงหลินหยวนและผู้เฒ่าเจียงขมวดคิ้ว

ฉู่ยวี่โหรวอายุน้อยกว่าลูกสาวสุดที่รักของพวกเขาตั้งหนึ่งปี แต่อายุแค่นี้กลับทำตัว "พี่จ๋า น้องจ๋า" พรอดรักกับผู้ชาย

ไร้ยางอายสิ้นดี!

แถมฉู่ยวี่โหรวยังจงใจพูดจาให้คนเข้าใจผิดลูกสาวของพวกเขาอีก

ต่อให้นางตาบอด ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมองไม่เห็นหรอก เพราะใจนางพรุนไปหมดด้วยเล่ห์เหลี่ยม แค่หยิบมาใช้สักแผนก็เหลือเฟือแล้ว

[เสี่ยวหยวนหยวน ห้องข้างๆ กอดกันกลมแล้วนะ]

[รีบให้องครักษ์หามพี่รองพังประตูเข้าไปเร็วเข้า]

[ใช่แล้ว นี่คือช่วงเวลาสำคัญของการเผือกเลยนะ]

เจียงหยวนยังคงคิดหาข้ออ้างอยู่

แต่ผู้เฒ่าเจียงพูดขึ้นก่อนแล้ว "เสียงห้องข้างๆ ฟังดูเหมือนฉินเซิง พี่ชายของไอ้เด็กเหลือขอนี่ รีบหามไอ้เด็กเหลือขอไปทางนั้นเร็วเข้า"

เจียงหยวนยกนิ้วโป้งให้ผู้เฒ่า

[ท่านปู่รู้ใจข้าที่สุดเลย]

[แต่ว่า...]

เจียงหยวนมองไปทางเจียงอวิ๋นโจว

[เวรเอ๊ย ไอ้โง่นี่หลับไปได้ไงเนี่ย?]

เจียงอวิ๋นโจวปวดเอวมาก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขาจึงเริ่มนับแกะจนเผลอหลับไปเพราะจังหวะการแกว่งไกวของเกี้ยว

ทันใดนั้น น้ำชาอุ่นๆ ถ้วยหนึ่งก็สาดใส่หน้าเขา มันร้อนจนเขาอยากจะกระโดดหนีแม้ร่างกายจะเป็นอัมพาตอยู่ก็ตาม

"ใคร... ใครน่ะ..." เขาตะโกนลั่น

เสียงดังสนั่นจนไม่เพียงแค่ห้องข้างๆ แต่คนชั้นล่างก็ได้ยินกันทั่ว

ขากลับ เจียงหยวนเลิกม่านรถม้าขึ้นแล้วจ้องมองเจียงอวิ๋นโจวที่ปากสั่นระริกเพราะความหนาวข้างนอก

[สมน้ำหน้า หนาวตายไปเลยยิ่งดี]

[ทำเอาพวกเราเสียเที่ยวเปล่าๆ]

ที่โรงน้ำชา เสียงตะโกนของเขาทำให้คนห้องข้างๆ ไหวตัวทัน พอพวกนางไปถึงก็ไม่เหลือใครแล้ว

เจียงอวิ๋นโจวที่ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้างจ้องกลับเจียงหยวน

กะแล้วเชียวว่ายัยนี่เป็นคนขี้โกหก บอกว่าจะพามาดูยวี่โหรวกอดจูบกับผู้ชาย แต่กลับไม่มีอะไรเลย...

ณ จวนโหวฉางเล่อ

ฉู่ยวี่โหรวกระโดดลงจากรถม้าของฉินเซิง

ทันทีที่เข้ามา นางก็ตรงดิ่งไปยังเรือนของฮูหยินโหวฉางเล่อ

ฮูหยินโหวฉางเล่อเจ็บเอวในวันนั้นและยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียง

ฉู่ยวี่โหรวนั่งลงข้างเตียง "ท่านแม่ อาการดีขึ้นบ้างไหมเจ้าคะ?"

ฮูหยินโหวฉางเล่อทำหน้าบึ้งตึง "อย่าพูดถึงมันเลย ฉู่หยวนมันเป็นพวกเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ เราเลี้ยงมันมาตั้งกี่ปี แต่มันกลับทำร้ายพวกเราได้ลงคอ ถ้ารู้แบบนี้ ข้าคงปล่อยให้หมาป่าบนเขาคาบไปกินซะก็ดี"

"สิ่งที่แม่เสียใจที่สุดในชีวิตคือการรับมันมาเลี้ยง"

นางไม่เชื่อหรอกว่าลูกทั้งสามคนของนางเป็นเพราะฉู่หยวนนำมาให้จริงๆ

ต่อให้ไม่มีฉู่หยวน ถึงเวลาจะมีลูก นางก็ต้องมีจนได้นั่นแหละ

ฉู่ยวี่โหรวเริ่มรำคาญ นางฟังคำพูดทำนองนี้มาหลายปีแล้ว

นางขัดจังหวะฮูหยินโหวฉางเล่อ "ท่านแม่ มีข่าวคราวของพี่หญิงบ้างไหมเจ้าคะ?"

ตั้งแต่กลับมาจากโรงน้ำชาหงเหยียน นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

นางเหมือนจะเห็นฉู่หยวนแวบๆ ที่โรงน้ำชาหงเหยียน

จากการมองเพียงแวบเดียว ดูเหมือนฉู่หยวนจะมีความสุขดี ไม่ได้ตกระกำลำบากอย่างที่พวกนางคาดไว้เลย

หลังจากฮูหยินโหวฉางเล่อบ่นจนพอใจ นางก็รู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่มีหรอก บางทีมันอาจจะตายอยู่ข้างถนนไปแล้วก็ได้ ตายๆ ไปซะได้ก็ดี"

"ท่านแม่ ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ"

เมื่อไม่ได้ข่าวคราวอะไรที่เป็นประโยชน์ ฉู่ยวี่โหรวก็หันหลังเดินกลับเรือนของตนพร้อมสาวใช้

"คุณหนู ท่านต้องตาฝาดแน่ๆ เจ้าค่ะ"

"ฉู่หยวนไม่มีเงิน แถมไม่รู้จักใครในเมืองหลวง ป่านนี้คงแอบร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่ง นางจะเอาเงินที่ไหนไปเข้าโรงน้ำชาหงเหยียนได้เจ้าคะ?"

แค่ค่าโต๊ะที่โรงน้ำชาหงเหยียนก็ปาเข้าไปหนึ่งตำลึงเงินแล้ว

สั่งชาสักกาและขนมกินเล่น รวมๆ แล้วต้องใช้เงินอย่างต่ำสิบห้าตำลึง ฉู่หยวนไม่มีปัญญาจ่ายไหวหรอก

ฉู่ยวี่โหรวคิดว่าคำพูดของสาวใช้มีเหตุผล จึงเลิกคิดเรื่องนี้ไปในที่สุด

ณ จวนอัครเสนาบดี

เว่ยเหลียงมาถึงแล้ว

เขาดูซูบผอมลงมาก ราวกับไม่ได้นอนมาหลายวัน

เขามองเจียงหลินหยวนอย่างหมดอาลัยตายอยาก

"เจ้าไม่ได้โกหกข้าจริงๆ ใช่ไหม? ข้ามีลูกชายแท้ๆ จริงๆ หรือ?"

ถึงตอนนี้ เขาไม่สนแล้วว่าเรื่องฉาวโฉ่ในตระกูลจะแพร่งพรายออกไป หรือจะถูกเจียงหลินหยวนเยาะเย้ย อย่างไรเสีย เรื่องที่ควรจะรู้กันทั่วก็คงรู้กันไปเกือบหมดแล้ว

เทียบกับเรื่องพวกนั้น การตามหาลูกชายแท้ๆ สำคัญกว่ามาก

"หลังจากวันที่เจ้ามาบอกข้าด้วยตัวเอง ข้าก็ไปคาดคั้นนาง แต่นางยอมตายดีกว่ายอมบอก"

"ข้าไม่เคยคิดเลยว่านางจะเกลียดข้าขนาดนี้"

"ถ้านางพูดกับข้าให้ชัดเจนแต่แรก ข้าคงหาทางยกเลิกงานแต่งให้แน่ ทำไมนางถึงโง่เขลาเพียงนี้?"

ฮูหยินเว่ยไร้ใจต่อเว่ยเหลียง แต่เว่ยเหลียงนั้นมีใจให้ฮูหยินเว่ยอย่างแท้จริง

หลังจากรู้ความจริงว่าถูกสวมเขามาตั้งแต่แต่งงาน เว่ยเหลียงรู้สึกทั้งเกลียดทั้งโกรธ จนอยากจะบีบคอนางและชายชู้ให้ตายคามือ แต่สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนทำไม่ลง

แต่เขาคาดไม่ถึงว่า เพื่อให้เขาไม่มีวันได้รับคำตอบและตามหาลูกชายกับหญิงคนนั้นไม่เจอ ฮูหยินเว่ยจะชิงฆ่าตัวตายด้วยการวิ่งชนกำแพงต่อหน้าต่อตาเขา

เจียงหลินหยวนพอจะได้ยินข่าวมาบ้าง ในฐานะลูกผู้ชาย เขาปลอบคนไม่เก่ง

ในขณะเดียวกัน เขาก็ให้คำตอบไม่ได้

เขาทำได้เพียงส่งคนไปเชิญเจียงหยวนมา

แต่ก่อนที่เจียงหยวนจะมาถึง แขกที่ไม่ได้รับเชิญและอยู่เหนือความคาดหมายของทั้งเจียงหลินหยวนและเว่ยเหลียงก็มาถึงเสียก่อน

"องค์รัช..."

ผู้มาใหม่โบกมือ ห้ามไม่ให้เจียงหลินหยวนและเว่ยเหลียงพูดต่อ

เขาได้ยินเรื่องราวในจวนเว่ยเหลียงมาตลอดสองวัน และส่งคนไปสืบเรื่องนี้มาโดยเฉพาะ

หลังจากได้ข้อมูลที่น่าสนใจบางอย่าง วันนี้เขาจึงมาเพื่อพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

"ทำตัวตามสบายเหมือนข้าเป็นแขกธรรมดาคนหนึ่งเถอะ"

เจียงหลินหยวนและเว่ยเหลียง: ...ทำไม่ได้หรอกพะยะค่ะ

เจียงหยวนตั้งชื่อหมูของนางว่า 'เสี่ยวเฟิ่น' (เจ้าชมพูน้อย) นางขี่เสี่ยวเฟิ่นควบทะยานมาด้วยความเร็วแสง

ใช่แล้ว ด้วยความเร็วแสงจริงๆ

บ่าวไพร่ในจวนอัครเสนาบดีที่เห็นภาพนี้ต่างขยี้ตาโดยสัญชาตญาณ

"นั่นคุณหนูกำลังขี่หมูอยู่หรือเปล่า?"

"ใช่ นั่นท่านเสี่ยวเฟิ่น"

"ท่านเสี่ยวเฟิ่นวิ่งเร็วกว่าเมื่อวานอีกหรือเปล่า?"

"ดู... ดูเหมือน... จะใช่..."

ตระกูลผู้ดีที่ไหนเขาเลี้ยงหมูให้วิ่งเร็วเหมือนม้าเหงื่อโลหิตกันบ้างเนี่ย?

หมูเหงื่อโลหิต 'เสี่ยวเฟิ่น' ปรากฏตัวที่หน้าประตูเรือนรองในสวนหน้า

เจียงหยวนกระโดดลงจากหลังหมู ตีลังกาสามรอบครึ่งกลางอากาศ แล้วแลนดิ้งลงพื้นในเรือนรองอย่างมั่นคง เป็นการเปิดตัวที่อลังการงานสร้างสุดๆ

"ไฮ ท่านพ่อสุดที่รัก ข้ามาแล้ว ขอเสียงปรบมือหน่อยค่า"

มุมปากของเจียงหลินหยวนกระตุก

เว่ยเหลียงหลุดขำ "พรืด"

ชายหนุ่มที่มาถึงทีหลังยกยิ้มมุมปาก

"แปะ แปะ แปะ"

จบบทที่ บทที่ 7 การเปิดตัวสุดอลังการ

คัดลอกลิงก์แล้ว