- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตวัยกลางคน ด้วยระบบข่าวกรองรายวัน!
- บทที่ 4 อุ่นไอรักในลมหนาว
บทที่ 4 อุ่นไอรักในลมหนาว
บทที่ 4 อุ่นไอรักในลมหนาว
บทที่ 4 อุ่นไอรักในลมหนาว
“โอ้โห แขกหายากนี่นาเฒ่าฉี ไม่เจอกันนานเลยนะ”
ภายในร้าน 'จั๋วเยว่โฆษณา' เถ้าแก่หลี่จั๋วเยว่ทักทายฉีอวิ๋นอย่างกระตือรือร้น
สมัยที่ยังเปิดบริษัท ฉีอวิ๋นมาใช้บริการออกแบบป้ายโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์ที่นี่บ่อยๆ จนสนิทสนมกันดี
ตอนลูกสาวฉีอวิ๋นครบเดือน หลี่จั๋วเยว่ยังไปร่วมงานเลี้ยงฉลองด้วย
แม้บริษัทจะเจ๊งไปแล้ว แต่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งสองก็ยังส่งข้อความทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่บ้าง
“ก็พักใหญ่แล้วล่ะ นายงานยุ่งนี่หว่า ไม่มีธุระฉันก็ไม่อยากรบกวน”
หลี่จั๋วเยว่หัวเราะด่า “ไอ้บ้า คนกันเองจะมาเกรงใจทำไม ยุ่งแค่ไหนถ้านายมาฉันก็ต้องมีเวลาเลี้ยงชาอยู่แล้วป่ะ?”
ทั้งสองนั่งลงที่โซฟารับแขก จิบชาคุยสัพเพเหระ ต่างคนต่างรู้กันดีว่าไม่ควรพูดถึงเรื่องอดีตอันขมขื่นของฉีอวิ๋น คุยแต่เรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
พอเห็นลูกค้าคนอื่นเดินเข้ามา ฉีอวิ๋นก็ไม่อยากถ่วงเวลาเพื่อน รีบเข้าเรื่องทันที “วันนี้มาขอให้ช่วยหน่อย ฉันต้องการกล่องของขวัญใส่แอปเปิ้ล นายช่วยให้คนทำตัวอย่างให้ดูหน่อยสิ”
“ได้ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวสั่งลูกน้องทำให้เดี๋ยวนี้แหละ” หลี่จั๋วเยว่รับปากทันที หันไปตะโกนเรียกไปทางหลังร้าน “เสี่ยวฟาง มานี่หน่อย”
สักพัก หญิงสาวผมหางม้าเดินออกมาจากห้องทำงาน สวมชุดทำงานเรียบง่าย ใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาดูเฉลียวฉลาด
“เถ้าแก่ เรียกหนูเหรอคะ?” เสียงของเสี่ยวฟางใสแจ๋ว
หลี่จั๋วเยว่ผายมือมาทางฉีอวิ๋น “นี่พี่ฉี เพื่อนเก่าฉันเอง เขาอยากได้กล่องใส่แอปเปิ้ล เธอช่วยออกแบบตัวอย่างให้พี่เขาหน่อย เอาตามที่พี่เขาต้องการเลยนะ”
“เฒ่าฉี อยากได้แบบไหนบอกเสี่ยวฟางได้เลย ฉันขอตัวไปดูลูกค้าก่อน”
ฉีอวิ๋นพยักหน้า “เชิญตามสบาย”
เสี่ยวฟางนั่งลง ยิ้มให้ฉีอวิ๋นอย่างสุภาพ “พี่ฉีคะ มีความต้องการแบบไหนเป็นพิเศษไหมคะ เช่น ขนาด หรือสไตล์ที่ชอบ”
เรื่องพวกนี้ฉีอวิ๋นคิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว จึงร่ายยาวความต้องการทั้งหมดให้เธอฟัง
เสี่ยวฟางตั้งใจฟัง มือก็จดบันทึกยิกๆ
พอฉีอวิ๋นพูดจบ ทั้งสองก็ปรึกษารายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
“คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ครับ คิดว่าตัวอย่างจะเสร็จเมื่อไหร่?”
เสี่ยวฟางนิ่งคิดนิดนึง ก่อนตอบยิ้มๆ “พี่เป็นเพื่อนเถ้าแก่ ถ้าด่วน หนูแทรกคิวให้ได้ค่ะ อย่างเร็วน่าจะสักสองชั่วโมงเสร็จ”
“โอเค งั้นรบกวนด้วยนะครับ อีกสองชั่วโมงผมมาเอา”
ฉีอวิ๋นลุกขึ้นขอตัว ไม่เข้าไปกวนหลี่จั๋วเยว่ที่กำลังคุยกับลูกค้า
ออกจากร้าน เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
ยี่สิบนาทีต่อมา รถจอดลงที่หน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง
ตั้งแต่หย่ากับภรรยา เขาจะหาเวลามาเยี่ยมลูกสาวทุกเดือน ปกติจะมาวันหยุดสุดสัปดาห์ จะได้พาลูกไปเที่ยวได้ทั้งวัน
ไม่นานนัก คุณครูสาวคนหนึ่งก็จูงเด็กหญิงตัวจ้ำม่ำเดินออกมา
พอเห็นหน้าฉีอวิ๋น เด็กน้อยก็ยิ้มกว้าง สะบัดมือครู วิ่งถลาเข้ามาหาทันที
“พ่อจ๋า! พ่อจ๋า!”
ฉีอวิ๋นนั่งยองๆ อ้าแขนรับ รวบร่างกลมป้อมเข้ามากอดไว้แน่น
“หน่วนหน่วน พ่อมาหาแล้วครับ คิดถึงพ่อไหมเอ่ย?”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ หัวทุยๆ ถูไถไปกับอกพ่อ เสียงอ้อนๆ ดังขึ้น “พ่อจ๋า หน่วนหน่วนคิดถึงพ่อที่ซู้ดดด รอพ่อมาหาทุกวันเลย”
ได้ยินคำพูดลูกสาว ขอบตาฉีอวิ๋นร้อนผ่าว ความรู้สึกจุกแน่นในอกแล่นขึ้นมา
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ใครจะไปอยากพรากจากลูก
“ไหนขอพ่อดูหน่อยสิ สูงขึ้นรึเปล่า” เขาจับไหล่ลูกสาว ดันตัวออกห่างนิดนึงเพื่อพินิจดูด้วยสายตารักใคร่
เด็กน้อยยิ้มตาหยี ภูมิใจนำเสนอ “หน่วนหน่วนสูงขึ้นแน่นอนค่ะ! ข้าวที่โรงเรียนอร่อยมาก หนูฟาดเรียบทุกมื้อเลย”
“พ่อจ๋า วันนี้ทำไมพ่อว่างมาหาหน่วนหน่วนล่ะคะ?”
ฉีอวิ๋นยิ้ม บีบจมูกน้อยๆ ของลูกสาวอย่างหมั่นเขี้ยว “ก็พ่อคิดถึงหนูไง พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาหา แถมมีของขวัญมาฝากหน่วนหน่วนด้วยนะ”
พูดจบ เขาก็หยิบกล่องสวยงามออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ
เด็กน้อยมองกล่องตาแป๋ว แววตาเป็นประกาย “ว้าว! พ่อเอาอะไรมาฝากหนูคะ? เปิดดูได้ไหม?”
ฉีอวิ๋นยัดกล่องใส่มือลูก “ได้สิลูก เปิดเลย”
หน่วนหน่วนรีบแกะกล่องอย่างตื่นเต้น ข้างในเป็นชุดสีน้ำกับสมุดวาดภาพลายแมวการ์ตูนที่เธอชอบ
“โห! หนูชอบมากเลย ขอบคุณค่ะพ่อ!” หน่วนหน่วนดีใจจนกระโดดโลดเต้น หยิบสีน้ำขึ้นมาหอมแก้มฉีอวิ๋นฟอดใหญ่
ฉีอวิ๋นดึงลูกเข้ามากอดอีกครั้ง ไม่อยากปล่อยมือ ราวกับจะถ่ายทอดความรักและความรู้สึกผิดทั้งหมดผ่านอ้อมกอดนี้
“หน่วนหน่วน อยู่บ้านมีใครแกล้งหนูไหมลูก?”
ความจริงหลังหย่า สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือลูกสาวจะโดนรังแก
เด็กน้อยเอียงคอคิดจริงจัง แล้วส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ พ่อไม่ต้องห่วง แม่กับคุณลุงใจดีกับหนูมาก”
ฉีอวิ๋นโล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่ก็อดกำชับไม่ได้ “ถ้าใครแกล้งหนู ต้องบอกพ่อนะ หรือบอกครูจ้าวนะลูก ครูเขาจะบอกพ่อเอง เข้าใจไหม?”
หน่วนหน่วนพยักหน้าอย่างว่าง่าย “รับทราบค่ะพ่อ ถ้าใครแกล้งหนู หนูจะฟ้องครูจ้าว แล้วก็จะฟ้องพ่อด้วย”
“ดีมาก นี่สิลูกพ่อ”
“เอาล่ะ ข้างนอกมันหนาว หน่วนหน่วนกลับเข้าไปกับคุณครูเถอะลูก ไว้คราวหน้าพ่อจะพาไปเที่ยวสวนสนุกนะ”
ได้ยินแบบนั้น แววตาเด็กน้อยหม่นลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นเด็กดี “ค่ะ พ่อรอเดี๋ยวนะคะ หน่วนหน่วนก็มีของขวัญจะให้พ่อเหมือนกัน”
พูดจบ เธอก็หันหลังวิ่งกลับไปหาครูจ้าว เอาชุดสีน้ำฝากครูไว้ แล้ววิ่งตื๋อเข้าไปในห้องเรียน
สักพัก เด็กน้อยก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา ในมือกำเศษเงินไว้แน่น มีทั้งแบงค์สิบ แบงค์ยี่สิบ ยันเหรียญบาท
“พ่อจ๋า นี่เงินเก็บหนู หนูให้พ่อ”
ฉีอวิ๋นกุมมือเล็กๆ ของลูกสาวไว้ “ทำไมหนูถึงให้เงินพ่อล่ะลูก?”
เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆ ตอบอย่างใสซื่อ “พ่อทำงานเหนื่อย ผมขาวขึ้นตั้งเยอะ หน่วนหน่วนให้เงินพ่อ พ่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไงคะ”
คำพูดของลูกสาวทำลายกำแพงความเข้มแข็งของเขาจนพังทลาย ฉีอวิ๋นดึงลูกมากอดแน่น น้ำตาไหลพรากอย่างกลั้นไม่อยู่
หน่วนหน่วนยื่นมือน้อยๆ มาเช็ดน้ำตาให้พ่อ “พ่อไม่ร้องนะ โอ๋ๆ”
ผ่านไปพักใหญ่ ฉีอวิ๋นตั้งสติได้ ผละออกจากลูก จ้องตาเธอแล้วพูดว่า “พ่อมีเงินครับ เงินพวกนี้หนูเก็บไว้ซื้อขนมกินนะ”
“หนาวแล้ว รีบเข้าข้างในเถอะลูก อีกไม่กี่วันพ่อจะมาหาใหม่”
ครูจ้าวที่ยืนมองอยู่ห่างๆ เดินเข้ามาหา เช็ดน้ำตาที่ซึมตรงหางตา จูงมือหน่วนหน่วน “หน่วนหน่วน กลับกันเถอะลูก พ่อต้องไปทำงานแล้ว”
เด็กน้อยปล่อยชายเสื้อพ่ออย่างอ้อยอิ่ง เสียงสั่นเครือ “พ่อจ๋า... รีบมาหาหนูนะ”
ฉีอวิ๋นกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอีกระลอก พยักหน้าแรงๆ “หน่วนหน่วน พ่อจะรีบมานะลูก เป็นเด็กดี เชื่อฟังคุณครูนะครับ”
หน่วนหน่วนรับคำเสียงเบา เดินตามครูจ้าวกลับเข้าโรงเรียน แต่ก็ยังหันมามองพ่อเป็นระยะ
ทุกครั้งที่ลูกหันมา สายตาอาลัยอาวรณ์คู่นั้นเหมือนลูกธนูที่พุ่งปักกลางหัวใจของฉีอวิ๋นจนเจ็บร้าวไปทั้งทรวง