เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ฮ่องเต้ทรราชกับภรรยาผู้อ่อนแอ 4

บทที่ 5 ฮ่องเต้ทรราชกับภรรยาผู้อ่อนแอ 4

บทที่ 5 ฮ่องเต้ทรราชกับภรรยาผู้อ่อนแอ 4


บทที่ 5 ฮ่องเต้ทรราชกับภรรยาผู้อ่อนแอ 4

ผมสีดำขลับของเธอรวบไว้ด้วยปิ่นปักผมไม้เพียงอันเดียว และเรือนร่างของเธอก็ถูกเน้นสัดส่วนให้เด่นชัดด้วยชุดที่ค่อนข้างบาง

ลำคอระหงที่เปิดเผยออกมาดูบอบบางน่าทะนุถนอม

มองต่ำลงมาอีกนิด ก็จะเห็นผิวขาวเนียนนุ่มดุจหิมะ... เอวคอดกิ่วที่โอบรอบได้ด้วยมือเดียว ถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าคาดเอวสีเขียว ผูกเป็นปมหลวมๆ ราวกับว่าแค่กระตุกเบาๆ ปมนั้นก็จะคลายออก เผยให้เห็นผิวพรรณอันละเอียดอ่อนภายใต้ร่มผ้า...

ฮ่องเต้รู้สึกร้อนรุ่มยิ่งขึ้น มือที่จับถ้วยชาเกร็งแน่นโดยไม่รู้ตัว

เขาหลุบตาลง ดื่มชาในถ้วยรวดเดียวหมด หวังจะปกปิดอาการผิดปกติของตน

ซ่งถิงเหอเห็นเขาหลบตา ก็เริ่มร้อนใจ คิดว่าชุดที่เปลี่ยนมายังหนาเกินไป

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เยื้องย่างเข้าไปยืนข้างฮ่องเต้ และถือวิสาสะหยิบกาน้ำชาใกล้มือมารินชาให้เขา

ขณะรินชา สมองของเธอก็แล่นเร็วปรู๊ด พยายามหาวิธีเข้าใกล้ฮ่องเต้ให้มากกว่านี้

กลิ่นหอมเย้ายวนลอยมาเตะจมูกอีกครั้ง

ฮ่องเต้มองดูหญิงสาวที่กำลังก้มตัวรินชาให้เขา

เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ขณะที่ก้มตัวลง คอเสื้อของเธอก็หย่อนลงตาม เผยให้เห็นทิวทัศน์งดงามวับๆ แวมๆ

ลำพังแค่ฤทธิ์ยาก็ทรมานพออยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีสาวงามมาอวดโฉมยั่วยวนอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัวอีก

ฮ่องเต้รู้สึกว่าความอดทนอดกลั้นอันเป็นเลิศของเขากำลังจะพังทลายลง

เขาขยับตัวเล็กน้อย พยายามปกปิดความผิดปกติของตัวเอง

แต่การขยับตัวนี้เองที่ทำให้ซ่งถิงเหอ ซึ่งแอบสังเกตเขาอย่างรู้สึกผิด ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

กาน้ำชาในมือสั่นระริก น้ำชาอุ่นๆ หกเลอะเทอะเต็มโต๊ะ

ซ่งถิงเหอสูดหายใจเฮือก รีบวางกาน้ำชาไว้ด้านข้าง แล้วควานหาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ด แต่ด้วยความลนลาน เธอกลับปัดโดนกาน้ำชาจนร่วงลงพื้น

เสียงกาน้ำชาแตกกระจาย น้ำอุ่นภายในกระเด็นใส่ตัวเธอจนเปียกโชกไปทั้งหน้าอกและหน้าท้อง

"ว้าย!"

ซ่งถิงเหอมองดูความยุ่งเหยิงตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก

เธอไม่คิดว่าแผนการยั่วยวนจะจบลงด้วยสภาพทุลักทุเลเช่นนี้

เธอรีบหันหลังกลับเพื่อไปหาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดตัว แต่ไม่รู้ทำไม ทันทีที่ก้าวขา เธอกลับสะดุดอะไรบางอย่างจนล้มคว่ำหน้าลง

ซ่งถิงเหอหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ แต่ในขณะที่คิดว่าคงไม่รอดแน่...

เธอก็รู้สึกถึงแรงรัดที่เอว มือร้อนผ่าวและแข็งแกร่งคว้าตัวเธอไว้

ท่ามกลางความมึนงง ซ่งถิงเหอก็ล้มลงสู่อ้อมกอดอันร้อนระอุที่แฝงกลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์

เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ อยากจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทันทีที่ลืมตา...

ซ่งถิงเหอก็สบเข้ากับดวงตาเรียวรีดุจพญาหงส์สีดำสนิท ซึ่งแฝงไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรงและล้ำลึกดุจนักล่า

เธอรู้สึกหวาดกลัวสายตานั้น จึงพยายามดิ้นรนจะออกจากอ้อมกอดของฮ่องเต้

แต่ผิดคาด มือใหญ่ของชายหนุ่มกลับเริ่มลูบไล้เอวของเธออย่างแผ่วเบา

ทุกสัมผัสราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ความรู้สึกวูบวาบทำให้ซ่งถิงเหอตัวสั่นสะท้าน

เขาจ้องมองเธอเขม็ง ความปรารถนาที่ถูกกระตุ้นด้วยฤทธิ์ยาทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป

ราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังคำรามอย่างบ้าคลั่งอยู่ในอก ฮ่องเต้ไม่อยากอดทนอีกต่อไปแล้ว

เขาไม่เปิดโอกาสให้ซ่งถิงเหอหนีอีกต่อไป เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น

"แม่นางซ่ง เจ้าเป็นคนเริ่มเองนะ ข้าจะไม่เกรงใจล่ะ"

เขาก้มลงจูบความหอมหวานที่ปรารถนามาเนิ่นนาน

จนกระทั่งแก้มของหญิงสาวแดงระเรื่ออย่างผิดธรรมชาติ และมือเล็กๆ ที่อ่อนแรงเริ่มทุบหน้าอกเขา ฮ่องเต้ถึงยอมผละออกอย่างเสียดาย

จากนั้นเขาก็อุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอก แล้วเดินตรงไปยังห้องชั้นใน

ชุดคลุมผ้าไหมร่วงหล่นลงพื้น เผยให้เห็นทิวทัศน์งดงามน่าหลงใหล

เขาจ้องมองความงามตรงหน้า แววตาลุกโชนดั่งเปลวเพลิง และปราศจากความลังเลใดๆ...

———

ค่ำคืนนี้หนาวเหน็บเป็นพิเศษ

ไทเฮาคุกเข่าอยู่ในหอพระเล็ก นิ้วมือนับลูกประคำ หลับตาภาวนาอย่างเคร่งขรึมบนเบาะรองนั่ง

แม่นมคนสนิทยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกาย

ลมพายุนอกหน้าต่างเริ่มรุนแรงขึ้น เสียงหวีดหวิวโหยหวน พัดพาหิมะปกคลุมดอกเหมยแดงริมหน้าต่าง

ไทเฮาสะดุ้งตกใจกับเสียงลม ขมวดคิ้วมองออกไปข้างนอก

"นี่มันกี่ยามแล้ว? ทำไมจิ่งเหยียนยังมาไม่ถึงอีก? หิมะตกหนักขนาดนี้ คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ?"

แม่นมชราเดินไปดูที่หน้าต่าง แล้วกลับมาโค้งคำนับปลอบใจ

"ไทเฮาโปรดวางพระทัย

บางทีลมและหิมะอาจจะหนักไปหน่อย ฝ่าบาทเลยเสด็จช้าลงเพคะ"

เห็นไทเฮายังคงเงียบงัน มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความกังวล แม่นมชราจึงเอ่ยต่อ

"ฝ่าบาทกรำศึกในสนามรบมาหลายปี แม้แต่แม่ทัพผู้เกรียงไกรในราชสำนักยังไม่ใช่คู่ต่อกรของพระองค์

ไทเฮาอย่าทรงกังวลจนเสียพระพลานามัยเลยเพคะ"

ไทเฮาค่อยๆ ละสายตากลับมา พึมพำว่า "อมิตาพุทธ"

"อัยเจียไม่ได้ห่วงว่าฮ่องเต้จะเป็นอันตราย เพียงแต่... เฮ้อ ผู้ชายอายุขนาดฮ่องเต้คนไหนบ้างที่ยังไม่มีลูก? อย่าว่าแต่ลูกเลย แม้แต่เมียสักคนก็ยังไม่มี..."

"ส่งหมอหลวงไปตรวจตั้งมากมาย ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร

เจ้าว่า... หรือฮ่องเต้จะเป็นเหมือนข่าวลือจริงๆ ว่ามีรสนิยมชอบขันที...?"

ได้ยินข้อสันนิษฐานอันน่าตกใจ แม่นมชราก็ขนลุกซู่

นางไม่กล้าวิจารณ์เรื่องเจ้านายมากนัก

"ไทเฮาเพคะ นั่นเป็นแค่ข่าวลือ อย่าไปเชื่อเลยเพคะ

อีกอย่าง พระองค์ก็เห็นฝ่าบาทมาตั้งแต่เล็กจนโต

บางที... ฝ่าบาทอาจจะแค่ยุ่งกับราชกิจจนไม่มีเวลาสนใจเรื่องความรักใคร่

วันหนึ่งพระองค์อาจจะคิดได้เอง ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จะลงตัวเองเพคะ"

"เฮ้อ หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

ช่วงนี้ต้วนโหรวเป็นยังไงบ้าง? ยังปักใจกับทั่นฮวาคนนั้นอยู่อีกรึ?"

ไทเฮาไม่อยากพูดถึงลูกชายตัวปัญหา จึงเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงองค์หญิงบุญธรรม

แม่นมชราส่ายหน้า สีหน้าลำบากใจ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่พูดได้ยาก

แม่นมชราเป็นสาวใช้ที่ติดตามไทเฮามาตั้งแต่ยังเป็นสาวแรกรุ่น อยู่ด้วยกันมากว่าสามสิบสี่สิบปี

เห็นนางทำท่าแบบนี้ ไทเฮาจะไม่เข้าใจความหมายได้อย่างไร?

นางถอนหายใจอย่างจนใจ ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดออกมา

แม่นมชราจึงก้มหน้าเล่าเหตุการณ์

"องค์หญิง... ยืนกรานจะแต่งงานกับใต้เท้าสวีให้ได้ ถึงขั้นอาละวาดบังคับให้ใต้เท้าสวีหย่าภรรยา

ฮูหยินผู้เฒ่าสวีไม่ชอบภรรยาของใต้เท้าสวี จึงส่งนางไปอยู่ที่วัดชิงซาน... สายสืบรายงานมาเมื่อเช้านี้ว่า ฮูหยินสวีซ่งน่าจะเซ็นใบหย่าภายในวันสองวันนี้แหละเพคะ"

มือที่นับลูกประคำของไทเฮาชะงักไปเล็กน้อย นางถามด้วยความสงสัย "วัดชิงซาน?"

"เพคะ น่าจะพักอยู่ที่เรือนรับรองด้านหน้าเพคะ"

นางถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้าอย่างจนใจ

"ช่างเถอะ

ต้วนโหรวอารมณ์ร้ายไปหน่อย แต่เกียรติยศของราชวงศ์จะมัวหมองไม่ได้

ข้าเห็นว่าทั่นฮวาสวีคนนั้นก็หน่วยก้านใช้ได้

ถ้าต้วนโหรวอยากได้จริงๆ ก็ปล่อยให้นางเล่นสนุกไปสักสองสามปีเถอะ

ส่วนฮูหยินสวีซ่ง เด็กคนนี้ช่างอาภัพนัก

หลังจากหย่าแล้ว ก็ส่งข้าวของไปปลอบใจนางหน่อยก็แล้วกัน"

แม่นมชรารู้ดีว่าไทเฮาทรงโปรดปรานองค์หญิงต้วนโหรวมาก ประกอบกับฮ่องเต้ไม่มีทายาท นางจึงเดาว่าไทเฮาคงฝากความหวังเรื่องหลานไว้กับองค์หญิงต้วนโหรว

นางก้มหน้าตอบรับอย่างนอบน้อม "เพคะ"

ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูด้านนอก

นางกำนัลที่เปิดประตูให้คนเข้ามา

คนผู้นั้นคำนับแม่นมชรา แล้วเข้าไปกระซิบข้างหูไทเฮาสองสามประโยค

หลังจากฟังจบ ไทเฮาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ จนลูกประคำในมือร่วงหล่นลงพื้น

นางลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น แม่นมชรารีบเข้าไปประคอง

มองดูนางกำนัลตรงหน้า น้ำเสียงของไทเฮาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

"เจ้าพูดจริงรึ? ฮ่องเต้... เขาหลับนอนกับสตรี?!"

คนผู้นั้นก้มหน้าอย่างนอบน้อม แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นผิดปกติ

"เพคะ ตอนที่องครักษ์ลับของฝ่าบาทไปพบ ฝ่าบาทอยู่กับสตรีผู้หนึ่งเพคะ

หลังจากพวกเขาทั้งสองเข้าไปในห้อง ฝ่าบาทก็สั่งให้องครักษ์ลับเฝ้าอยู่หน้าประตูเพคะ"

น้ำตาคลอเบ้าตาไทเฮา นางพนมมือไหว้ด้วยความตื้นตันใจ

"ขอเจ้าแม่กวนอิมคุ้มครอง ขอเจ้าแม่กวนอิมคุ้มครอง!

สวรรค์คุ้มครองแคว้นเฉิงเซี่ยของเรา!!!

ข้าว่าแล้ว ลูกชายข้าเก่งกาจขนาดนี้ จะไร้น้ำยาได้ยังไง? ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? ปูนบำเหน็จ! ปูนบำเหน็จอย่างงาม! รับนางเข้าวัง แต่งตั้งเป็นสนมเดี๋ยวนี้!"

"ทูลไทเฮา ผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงคนนั้นคือบุตรสาวของซ่งฉวินซาน คฤหบดีผู้มั่งคั่งแห่งเจียงหนาน... และ... นางยังเป็นภรรยาของสวีซวน บัณฑิตใหม่แห่งสำนักฮั่นหลิน ใต้เท้าสวีด้วยเพคะ"

จบบทที่ บทที่ 5 ฮ่องเต้ทรราชกับภรรยาผู้อ่อนแอ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว