- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 09 การค้นพบครั้งสำคัญ
09 การค้นพบครั้งสำคัญ
09 การค้นพบครั้งสำคัญ
หยางอีหน่วนยิ้มมองเด็ก ๆ ที่หลบอยู่ตรงมุมกำแพง ใบหน้าของพวกเขาเปรอะเปื้อน และเสื้อผ้าบนตัวก็สามารถอธิบายได้ว่าขาดรุ่งริ่ง
ที่เท้าของพวกเขาก็ไม่ได้สวมรองเท้าอะไรเลย เมื่อเห็นภาพนี้เขาก็รู้สึกใจไม่ดี
เขาหยิบลูกอมสองสามเม็ดออกมา แล้วเรียกเด็ก ๆ เหล่านั้นให้เข้ามาใกล้
ในบรรดาเด็กเหล่านั้น มีเด็กคนหนึ่งที่โตกว่าแอบเดินเข้ามา หยางอีหน่วนแกะลูกอมเม็ดหนึ่งแล้วใส่เข้าไปในปากของเขา
ดวงตาของเด็กน้อยสว่างวาบขึ้นทันที เด็กคนอื่น ๆ ก็รีบเข้ามาใกล้ด้วย
หยางอีหน่วนแบ่งลูกอมให้พวกเขา เด็ก ๆ กินอย่างมีความสุขจนยิ้มร่า ต่างก็คลายความระแวงลง
หยางอีหน่วนจู่ ๆ ก็ดึงเด็กคนหนึ่งไว้แล้วถามว่า "ให้ฉันดูของเล่นของนายหน่อยได้ไหม?"
เด็กคนนี้ชื่อโก่วเอ๋อร์ พอได้ยินเขาก็อึ้งไป "ของเล่น? ของเล่นอะไรหรือ?"
"ก็อันนั้นไง!"
หยางอีหน่วนชี้ไปที่ของในมือเขา เด็กน้อยก้มหัวลงมอง "ท่านหมายถึงหอกดินหรือ! ให้ท่าน!"
ที่แท้ของในมือเด็กน้อยคือหอกสั้นที่ทำเอง ซึ่งเขาตั้งชื่อให้ว่าหอกดิน
หอกสั้นเล่มนี้ยาวสามฉื่อ* ใช้กิ่งไม้ที่บางมากทำเป็นด้ามหอก
แต่หัวหอกต่างหากที่เป็นสิ่งที่หยางอีหน่วนสนใจมากที่สุด
ก็เพราะว่าเขาถูกแสงสะท้อนจากหัวหอกในมือเด็กคนนี้ดึงดูดเข้ามา
เขาหยิบหอกสั้นมาถือไว้ แล้วนำหัวหอกมาดูใกล้ ๆ ปรากฏว่าหัวหอกนี้ทำมาจากชิ้นส่วนของแก้ว
เขายื่นมือไปสัมผัสดู แล้วก็ดูขอบของแก้ว มันถูกขัดมาแล้ว แต่ยืนยันได้ว่ามันคือแก้ว
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าเป็นคริสตัลธรรมชาติใส ๆ เลยยืมหอกสั้นมาดู
ถ้ามันเป็นคริสตัลธรรมชาติคุณภาพสูงจริง ๆ เขาก็คงจะรวยแล้ว
ใครจะไปคิดว่ามันไม่ใช่เลย ทำให้เขาดีใจเก้อไปยกใหญ่
เป็นแค่เศษแก้วแตก ๆ เท่านั้น...
เดี๋ยวก่อน ที่นี่มีแก้วได้อย่างไร?
ลองดูเครื่องอุปโภคบริโภคของคนรอบข้างนี้ และเครื่องมือที่พวกเขาใช้
คนทั้งหมู่บ้านมีเครื่องเหล็กรวมกันแล้วไม่เกินสิบจิน แล้วพวกเขาหลอมแก้วได้อย่างไรกัน?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หยางอีหน่วนก็รู้สึกตกใจอย่างมาก
เขาจับข้อมือเด็กน้อยคนนั้นอย่างรวดเร็ว "มา บอกฉันมาซิ ว่าแก้วนี้... ไม่สิ ของสิ่งนี้ นายไปเอามาจากไหน?"
เด็กน้อยตกใจกับการกระทำของเขา แต่ก็ชี้ไปทางทิศเหนือของหมู่บ้านแล้วบอกว่า
"อยู่ในป่าแถวเชิงเขาซางเมี่ยวนั่น"
หยางอีหน่วนหยิบลูกอมออกมาอีกสองเม็ด แล้วพูดกับเด็กน้อยคนนั้นว่า "พาฉันไปดูหน่อยได้ไหม?"
พอเห็นลูกอมสองเม็ด โก่วเอ๋อร์ก็ตาเป็นประกาย "ไม่มีปัญหา!"
หยางอีหน่วนมองเด็กคนอื่น ๆ ที่กำลังมองเขาตาปริบ ๆ ก็ยิ้มแล้วหยิบลูกอมออกมาอีกสองสามเม็ด
พวกนายก็มีส่วนแบ่งด้วยนะ เด็ก ๆ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวดีใจ แล้วก็พากันวิ่งไปข้างหน้า
อย่าได้มองว่าเด็กเหล่านี้อายุไม่มาก แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในป่า พวกเขาก็มีมากกว่าหยางอีหน่วนเสียอีก
และเวลาเข้าป่า ก็ไม่ได้ไปมือเปล่า ต่างก็กลับบ้านไปเอาเครื่องมือบางอย่างมา
ล้วนเป็นท่อนไม้ที่เหลาปลายให้แหลมแล้วนำไปเผาให้ดำ จนกลายเป็นถ่าน ซึ่งสามารถใช้เป็นหอกสั้นได้
แถมยังมีเด็กบางคนไปตามสุนัขล่าเนื้อที่บ้านมาด้วย การปรากฏตัวของสุนัขล่าเนื้อเหล่านั้นทำให้หยางอีหน่วนตกใจมาก
เพราะสุนัขล่าเนื้อเหล่านี้ตัวใหญ่เกินไป โดยพื้นฐานแล้วก็มีขนาดพอ ๆ กับสุนัขคอเคเชียนในโลกของเขา
เพียงแต่ขนไม่ยาวเท่าสุนัขคอเคเชียน
เด็ก ๆ วิ่งในป่าด้วยความเร็วสูง ถ้าหยางอีหน่วนไม่ได้ส่งอาหารในช่วงนี้ และวิ่งขึ้นลงบันไดเพื่อฝึกฝนร่างกายเป็นประจำ
เขาคงตามเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่ทัน ออกจากหมู่บ้านวิ่งไปประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงเชิงเขาแล้ว
จากนั้นโก่วเอ๋อร์ก็พาหยางอีหน่วนไป แล้วชี้ไปที่พุ่มไม้ข้างหน้า "นั่นไง ตรงนี้แหละ!"
หยางอีหน่วนมองพุ่มไม้บริเวณนั้น แล้วรู้สึกประหลาดใจมาก
เพราะพุ่มไม้บริเวณนี้ดูมีรูปร่างที่ได้รูปทรง ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นมาก่อน แต่ก็คิดไม่ออกว่าเป็นอะไร
ดังนั้นเขาจึงลองเดินเข้าไปข้างใน โดยมีโก่วเอ๋อร์นำทาง เขาก็เดินผ่านซุ้มประตูไปได้อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นก็เหมือนกับมุดเข้าไปในพื้นที่ปิด พืชพรรณและเถาวัลย์ก็พันคดเคี้ยวกันไปมาอยู่เหนือศีรษะ
มีเพียงช่องไม่กี่ช่องที่แสงแดดสามารถส่องลงมาได้ พอเดินไปข้างหน้าอีก หยางอีหน่วนก็ตกตะลึงทันที
เพราะด้านหน้าสุดกลับเป็นห้องโดยสารเล็ก ๆ และภายในห้องโดยสารนั้นก็มีที่นั่งสองตัวที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่และเถาวัลย์
เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ สมองของหยางอีหน่วนก็เหมือนกับมีเสียงดัง 'ปิ๊ง' เขาก็เข้าใจในที่สุด
ไม่น่าล่ะ ที่พุ่มไม้เมื่อกี้นี้มีรูปร่างประหลาด ที่แท้มันคือซากเครื่องบินที่ตก
เพียงแต่ว่าเวลาผ่านไปนานเกินไป จนถูกพืชในป่าเถาวัลย์ปกคลุมและกัดกินไปแล้ว
เขายื่นมือไปสัมผัสกำแพงพุ่มไม้ข้าง ๆ ก็พบว่าด้านหลังตะไคร่และเถาวัลย์นั้น เป็นวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้นจริง ๆ
เขาหยิบมีดเล็ก ๆ ออกมาขูดเอาพืชเหล่านั้นออก และภายใต้พืชเหล่านั้น ก็เห็นร่องรอยของวัสดุผสมที่มนุษย์สร้างขึ้นจริง ๆ
เมื่อมุดเข้าไปในห้องโดยสารเล็ก ๆ ด้านหน้า แล้วใช้มีดขูดไปรอบ ๆ
ถูกต้องแล้ว นี่คือห้องนักบิน ด้านหน้าสุดคือแผงหน้าปัดและคันบังคับ
เพียงแต่นักบินทั้งสองคนที่อยู่บนเบาะนั่งเครื่องบินนั้น เน่าเปื่อยจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากแล้ว
จากเบาะนั่งที่พวกเขาเคยนั่ง ยังสามารถมองเห็นร่องรอยที่เหลือจากการเน่าเปื่อยของร่างกายมนุษย์...
ซากเครื่องบินลำนี้ทำให้หยางอีหน่วนสนใจเป็นอย่างมาก
เขาก็ยังคงค้นหาภายในเครื่องบินลำนี้ต่อไป เครื่องบินลำนี้ใหญ่มาก แต่ตอนนี้มองเห็นแค่ครึ่งหน้าเท่านั้น
ส่วนครึ่งหลังนั้น ไม่รู้ว่าปลิวหายไปไหนแล้ว
และนี่น่าจะเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด เพราะจากห้องโดยสารด้านหลังของเครื่องบินก็ไม่เห็นที่นั่งอะไรเลย
หัวหอกของหอกสั้นของโก่วเอ๋อร์ น่าจะเป็นเศษกระจกจากหน้าต่างห้องโดยสารของเครื่องบินลำนี้
เขาเริ่มค้นหาอย่างละเอียดในซากเครื่องบินลำนี้ ขณะเดียวกันก็ตกใจมาก
นี่มันคือโลกแบบไหนกันเนี่ย? รอบตัวเขาคือชาวพื้นเมืองอย่างโก่วเอ๋อร์ที่เพิ่งเริ่มมีอารยธรรมมาไม่กี่ปี
แต่ข้างหมู่บ้านกลับมีซากเครื่องบิน...
หรือว่านี่คือโลกที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่หลังสงครามโลกครั้งใหญ่?
นั่นน่าสนใจมาก!
'ครืน' เสียงดัง ที่แท้เป็นกล่องเก็บของที่อยู่บนเพดานเครื่องบินถูกเขากระชากออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
มี 'ของ' จริง ๆ ด้วย!
สีหน้าของหยางอีหน่วนดีใจมาก เขาเพียงแค่ค้นหาตามการจัดวางห้องเก็บของของเครื่องบินในโลกเดิม ก็ไม่คิดว่าจะเจอกล่องนี้จริง ๆ
กล่องนี้ถูกปิดผนึกด้วยแผ่นเหล็ก รอบ ๆ มีร่องรอยการผนึกด้วยจาระบี
แต่หลายปีที่ผ่านมาถูกกัดกร่อนด้วยลมและฝน ขอบก็เริ่มมีสนิม เขาจึงงัดแม่กุญแจออกได้อย่างง่ายดาย
ข้างในพบถุงซีลหนึ่งใบ ซึ่งภายในนั้นเป็นปืนพกหนึ่งกระบอก ซองกระสุนสองอัน และกระสุนสี่กล่องใหญ่
เมื่อเห็นของจริงแบบนี้ ดวงตาของหยางอีหน่วนก็เป็นประกาย
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้สัมผัสของจริง แต่ในฐานะแฟนตัวยงของเกม COD และเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งต่าง ๆ
เขาก็คุ้นเคยกับสิ่งนี้มาก เพราะเคยใช้มันในเกมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ดึงปืนพกออกมา ยังมีกลิ่นจาระบีที่เข้มข้น เห็นได้ชัดว่าเป็นปืนใหม่ ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของถึงเก็บมันไว้อย่างแน่นหนาขนาดนี้
ซองกระสุนยังใหม่อยู่ โชคดีที่ไม่มีการบรรจุกระสุนไว้ในนั้น ไม่อย่างนั้นสปริงคงจะเสียไปนานแล้ว
เขาพยายามบรรจุกระสุนสองสามนัดเข้าไปในซองกระสุน แล้วดึงสไลด์ปืนเพื่อลองยิงดู
ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ไม่ทันได้คิดอะไร เขาก็ยกมือขึ้นยิงออกไปหนึ่งนัด...
*มาตรวัดของจีน 1 ฉื่อ ประมาณ 30.6 เซนติเมตร