- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 05 การโจมตีแบบเหนือชั้น
05 การโจมตีแบบเหนือชั้น
05 การโจมตีแบบเหนือชั้น
หยางอีหน่วนม้วนหน้าทันที กลิ้งไปด้านหน้าสามตลบครึ่ง จากนั้นทิ้งตัวกลิ้งไปด้านข้างอีกที
การเคลื่อนไหวต่อเนื่องชุดนี้ ช่วยชีวิตน้อย ๆ ของเขาไว้
เพราะในชั่วพริบตาที่เขากลิ้งตัวไปด้านหน้า เงาวูบสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง
หากเขาหลบไม่พ้น เพียงชั่วจังหวะนี้คงทำให้เขาเจ็บหนักปางตาย
เมื่อเขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ไกล คือเสือสีทองตัวหนึ่งที่เพิ่งหันตัวกลับมา...
มันคือเสือตัวเดียวกับวันนั้น!
ส่วนเสือตัวนั้นจ้องมาที่เขาพลางย่อตัวโก่ง อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวเต็มปาก!
“โฮก~~”
เจ้าป่าเปิดฉากมาใช้เสียงคำรามข่มขวัญทันที
นี่ถ้าหากเป็นสัตว์ตัวอื่น ด้วยการข่มขวัญทางสายเลือด คาดว่าคงฉี่ราดคาที่ไปแล้ว
แต่หยางอีหน่วน คือมนุษย์ผู้เป็นใหญ่เหนือสรรพสัตว์
เมื่อวานเขาเพิ่งเห็นเสือตัวนี้ล่าเหยื่ออีกครั้ง เขาจะไม่เตรียมแผนรับมือไว้ได้อย่างไร?
ทันใดนั้นเขาล้วงมือออกมา ในมือพลันปรากฏ 'ของชิ้นใหญ่' ที่ยาวเมตรกว่า และหนาราวสามสิบเซนติเมตร!
สาเหตุที่สามารถหยิบของออกมาจากความว่างเปล่าได้ เป็นเพราะช่วงสองสามวันที่ผ่านมาตอนที่เขากำลังศึกษารอยสักกำไลนี้
เขาพบว่ากำไลวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงประตูมิติที่ใช้ข้ามโลกได้ ในขณะเดียวกันมันยังมีคุณสมบัติเป็นมิติเก็บของอีกด้วย
และอาวุธชิ้นนี้ แน่นอนว่าคือสุดยอดอาวุธที่เขาเตรียมไว้จัดการกับเสือตัวนี้โดยเฉพาะ
ในตอนนี้ เพราะประสบการณ์จากวันนั้น ทำให้เสือระแวงมนุษย์ตรงหน้าอยู่บ้าง
เมื่อลอบโจมตีครั้งเดียวไม่สำเร็จ มันไม่ได้รีบร้อนพุ่งเข้ามาอีก เดิมทีมันอยากจะแผ่อำนาจของเจ้าป่าออกมาข่มขวัญเขาสักหน่อย
ปกติแล้วท่านี้ใช้รับมือกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ผลชะงัดทุกครั้ง แต่คราวนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดกลับใช้ไม่ค่อยได้ผล
แถมเจ้านั่นยังหยิบของชิ้นใหญ่สีดำทะมึนออกมาชิ้นหนึ่ง เล็งมาที่ตัวมันด้วย
ยังไม่ทันที่เสือจะไหวตัวทัน เจ้านั่นยิ้มร่าพลางหยิบไฟแช็กออกมา...
“เชิญแกมาลองรสชาติของ 'แกตลิง' หน่อยเป็นไง...”
หยางอีหน่วนแสยะยิ้ม ใช้ไฟแช็ก ZIPPO ของปลอมจุดชนวนดอกไม้ไฟ
สิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ คือ 'แกตลิงดอกไม้ไฟ' ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองเมื่อบ่ายวานนี้
แต่มันไม่เหมือนกับ 'แกตลิงดอกไม้ไฟ' ทั่วไป เพราะแกตลิงดอกไม้ไฟทั่วไปใช้พลุแบบมังกรพ่นจูบร้อยนัด
เจ้าของสิ่งนั้นทำได้แค่พ่นลูกบอลสีเล็ก ๆ ออกมา แต่จะไม่ระเบิด
แต่ที่เขาใช้นั้นคือประทัดยักษ์ยี่สิบนัด เจ้าสิ่งนี้ไม่เพียงพุ่งไปได้ไกล แต่สุดท้ายมันยังระเบิดด้วย
เสือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกถึงความผิดปกติแล้ว ตอนนี้มันจึงไม่รอปรับท่าทีอีกต่อไป
แต่มันใช้สองขาหลังดีดส่งร่าง พุ่งเข้าใส่หยางอีหน่วนทันที
แต่พอมันเพิ่งลอยตัวถึงกลางอากาศ แกตลิงในมือของหยางอีหน่วนเริ่มยิงออกไปแล้ว
‘ปัง ปัง ปัง...’
‘ตูม ตูม ตูม...’
ลูกบอลสีนัดแล้วนัดเล่าลอยออกไป กระทบเข้ากับร่างของเสือที่พุ่งมากลางอากาศ พลันระเบิดเสียงดังตูม
และพยัคฆ์เหินเวหาที่ท่าทางสง่างามเต็มเปี่ยม ในตอนนี้กลับกลายเป็นแมวเปื้อนสีที่กำลังร่วงหล่น
ท่าพุ่งทะยานที่สวยงามในตอนแรก บิดเบี้ยวอยู่กลางอากาศ ร่วงหล่นลงมาอย่างบิดเบี้ยวไร้ทิศทาง
เรื่องการลงพื้นอย่างสง่างามนั้นไม่ต้องพูดถึง มีเพียงการร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงเท่านั้น
จากนั้นมันลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล แต่ครั้งนี้เสือตัวนี้ไม่มีความกล้าที่จะพุ่งเข้าใส่หยางอีหน่วนอีกต่อไปแล้ว
ส่วนหยางอีหน่วน ในตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ประคองแกตลิงในมือ เริ่มกราดยิงใส่เจ้าแมวยักษ์ตัวนั้นอย่างบ้าคลั่ง
เสือที่เดิมทีดุร้ายตัวนั้น ตอนนี้ถูกเขายิงจนมึนงงไปหมดแล้ว
มันบิดตัวไปมาอยู่บนพื้น ชั่วขณะหนึ่งถึงกับลุกขึ้นไม่ไหว
และประทัดดอกไม้ไฟสิบกว่านัดติดต่อกันโจมตีเข้าที่ช่วงเอวและท้องของมัน แม้ว่าจะไม่สามารถเจาะทะลุหนังเสืออันหนาเตอะของมันได้
แต่การระเบิดที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง กลับทำให้มันตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
รวมถึงสะเก็ดไฟจากการระเบิดของประทัดดอกไม้ไฟ ยังจุดขนบริเวณเอวและท้องของมันให้ติดไฟ...
เจ้าแมวยักษ์ดิ้นรนลุกขึ้น ร้องโหยหวนเสียงหนึ่ง หันหัวกลับแล้วหันก้นให้ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทันที
ตอนจากไป ยังทิ้งควันดินปืนไว้เต็มตัว...
เมื่อเห็นตัวปัญหาใหญ่จากไปแล้ว หยางอีหน่วนถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ประทัดยักษ์มัดละสามสิบแท่ง เงินเก้าร้อยหยวนที่เสียไปนับว่าไม่สูญเปล่าจริง ๆ!
‘แกตลิง’ นี้มาพร้อมเอฟเฟกต์การโจมตีแบบเหนือชั้นโดยแท้ แม้ว่าจะไม่สามารถฆ่าเสือคาที่ได้ แต่แค่ขู่ให้มันหนีไปได้ เขาก็พอใจแล้ว
ไม่เพียงแต่ไล่เสือไปได้สำเร็จ แม้แต่ฝูงวัวที่อยู่ไกลลิบซึ่งคิดจะเข้ามาช่วย ก็ถูกขู่จนวิ่งหนีกระเจิงไปไกลแล้วเช่นกัน
แต่ถึงแม้ประทัดดอกไม้ไฟจะยิงจนหมดแล้ว หยางอีหน่วนยังไม่ได้โยนกระบอกยิงในมือทิ้ง
แต่เขาหันปากกระบอก เล็งไปยังพงหญ้าด้านหลังแทน
“ใครอยู่ตรงนั้น รีบออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ!”
“ใต้เท้าโปรดระงับโทสะ ใต้เท้าโปรดระงับโทสะด้วย...”
หลังจากเสียงสวบสาบดังขึ้นครู่หนึ่ง ชายฉกรรจ์ผิวคล้ำสองสามคนสวมเสื้อผ้าทอหยาบ ที่เท้าสวมรองเท้าฟาง ค่อย ๆ มุดออกมาจากพงห้า
คนเหล่านี้ แต่ละคนรูปร่างไม่สูงเลย ความสูงเฉลี่ยประมาณหนึ่งเมตรหกสิบเซนติเมตร
แต่รูปร่างกลับกำยำล่ำสัน พอพุ่งออกมาจากพงหญ้า พากันคุกเข่าลงตรงหน้าหยางอีหน่วนทันที
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากลัว 'ปืนพ่นไฟ' ในมือของเขาจะคร่าชีวิตของพวกเขา!
เมื่อมองดูหอกสั้นที่ทำจากท่อนไม้หยาบ ๆ ข้างมือของคนเหล่านั้น และมีดพร้าขึ้นสนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว
หยางอีหน่วนคาดเดาว่าพวกเขาควรจะเป็นนายพรานแถวนี้
ไม่คาดคิดเลยจริง ๆ เดิมทีคิดว่าเป็นดาวเคราะห์ที่ป่าเถื่อน ไม่นึกว่าที่นี่จะมีมนุษย์อาศัยอยู่ด้วย
แถมดูจากคนกลุ่มนี้ พวกเขารู้จักใช้เครื่องมือ และยังรู้จักสวมเสื้อผ้าสวมรองเท้า
ดูท่าทางแล้ว ที่นี่อย่างน้อยที่สุดน่าจะพัฒนามาถึงยุคอารยธรรมเกษตรกรรมแล้ว!
และสิ่งที่ทำให้หยางอีหน่วนประหลาดใจที่สุดคือ ภาษาของคนเหล่านี้กลับคล้ายกับ 'ภาษาจีนกลาง' ที่เขาเชี่ยวชาญ
“พวกนายเป็นใคร?”
“พวกเราเป็นนายพรานที่อาศัยอยู่แถวนี้ วันนี้ออกมาล่าสัตว์ ไม่นึกว่าจะบังเอิญเจอใต้เท้าออกล่าสัตว์อยู่เช่นกัน...”
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุราว ๆ ยี่สิบต้น ๆ เงยหน้าขึ้น รวบรวมความกล้าตอบคำถาม
เป็นอย่างที่ตัวเองเดาไว้ไม่ผิด แต่สิ่งที่ทำให้หยางอีหน่วนดีใจยิ่งกว่าคือ การสื่อสารระหว่างพวกเขากับเขาไม่มีปัญหาอะไร
“นายชื่ออะไร แล้วที่นี่คือที่ไหน?”
“ผู้น้อยมีนามว่าหวังเป่า ที่นี่คือเขตปกครองของเมืองเหล็กหลอมแห่งแคว้นอี้โจว...”
จากปากของหวังเป่าคนนี้ หยางอีหน่วนได้รู้ว่า ที่นี่เป็นโลกที่คล้ายคลึงกับโลก
แต่ทว่าหวังเป่าคนนี้มีโลกทัศน์ที่จำกัด อายุสิบห้าปี ยังไม่เคยเดินทางออกจากบ้านเกิดเกินรัศมีสิบลี้
ดังนั้นในการรับรู้ของเขา จึงรู้จักเพียงแคว้นอี้โจว เมืองเหล็กหลอม และสถานที่อย่างหมู่บ้านซางเมี่ยวที่เขาอาศัยอยู่เท่านั้น
ส่วนภาพรวมทั้งหมดของโลกใบนี้ แน่นอนว่าหวังเป่าย่อมไม่รู้
แต่โลกนี้มีมนุษย์ ทั้งยังมีอารยธรรม เพียงแค่นี้เพียงพอที่จะทำให้หยางอีหน่วนดีใจแล้ว
“อืม เจ้านี่ พวกนายรู้วิธีฆ่ามันไหม?”
หยางอีหน่วนชี้ไปที่วัวป่าที่บาดเจ็บปางตายอยู่ตรงหน้า
ชาวป่าสองสามคนที่อยู่ตรงข้ามกลืนน้ำลายเอื๊อก: “ย่อมต้องรู้อยู่แล้วขอรับ ใต้เท้า!”
“ดี พวกนายจัดการชำแหละวัวตัวนี้ให้ฉัน...”
เดิมทีเขากำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับวัวตัวนี้อย่างไร พอเห็นนายพรานกลุ่มนี้ หยางอีหน่วนพลันตาเป็นประกาย
ในเมื่อเป็นนายพราน ย่อมต้องรู้วิธีชำแหละวัวอยู่แล้วใช่ไหม?
ถึงแม้เขาจะจับวัวเป็น แต่ถ้าให้เขาไปฆ่าวัว เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน
แต่การให้คนพื้นเมืองเหล่านี้มาจัดการ มันง่ายกว่ามาก