- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 04 ล่าสัตว์
04 ล่าสัตว์
04 ล่าสัตว์
แต่ถึงแม้จะมาถึงริมแม่น้ำแล้ว หยางอีหน่วนกลับไม่ได้เข้าไปใกล้มากนัก
คนที่เคยดูสารคดีสัตว์โลกต่างรู้ดีว่า ริมแม่น้ำเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก
ไม่เพียงแต่มีฝูงวัวดื่มน้ำอยู่ที่นี่ บริเวณริมแม่น้ำยังมีสัตว์ร้ายจำนวนไม่น้อยซุ่มซ่อนอยู่
ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือการสังเกตพฤติกรรมของวัวเหล่านี้จากระยะที่ไกลออกมาหน่อย
วัวเหล่านี้แต่ละตัวมีขนาดร่างกายที่ค่อนข้างใหญ่โต อีกทั้งรูปร่างหน้าตายังแตกต่างกันไป
บางตัวคล้ายกับวัวพันธุ์เนื้ออย่างซิมเมนทอลบนโลกมาก บางตัวกลับคล้ายกับวัวป่าในทุ่งหญ้าแอฟริกามากกว่า
ขนาดตัวของวัวเหล่านี้ล้วนใหญ่กว่าวัวบนโลกเล็กน้อย โดยพื้นฐานแล้วใหญ่เป็นหนึ่งเท่าหรือหนึ่งเท่าครึ่งของสายพันธุ์เดียวกันบนโลก
ยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งตัวใหญ่ที่สุด ขนาดตัวของมันใหญ่เป็นสองเท่าของวัวบนโลกเลยทีเดียว
แถมวัวสายพันธุ์นี้ บริเวณลำคอและแผ่นหลังยังมีขนยาวปกคลุมเต็มไปหมด ดูท่าทางคล้ายกับกระทิงไบซันอเมริกาเหนือที่สูญพันธุ์ไปแล้วมาก
และระหว่างฝูงวัวป่าเหล่านี้ ยังมีหมูป่าขนาดเท่าลูกวัว กับกระต่ายป่าขนาดเท่าสุนัขวิ่งไปมาสลับกันเป็นครั้งคราว
กระทั่งยังมองเห็นนกตัวใหญ่ขนาดเทียบเคียงกับหมูบ้าน พากันมาดื่มน้ำที่ริมสระน้ำด้วย
แต่นกใหญ่พวกนี้ดูรูปร่างอุ้ยอ้ายมาก บินไม่เป็น คล้ายกับไก่งวงบนโลก แต่ขนาดตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย
ส่วนหยางอีหน่วนที่เห็นสัตว์ป่าเหล่านี้ ดวงตาทั้งสองข้างกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ $$ ไปแล้ว
นี่มันสัตว์ป่าที่ไหนกัน? นี่มัน 'เจ้าตัวน้อยน่ารัก' ที่เดินได้ชัด ๆ!
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดว่าจะจับเจ้าตัวน้อยน่ารักเหล่านี้ได้อย่างไร
ทันใดนั้นริมแม่น้ำพลันเกิดความโกลาหลขึ้น เขารีบหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดู
ที่แท้ในน้ำ จู่ ๆ มีเงาดำสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมา กัดเข้าที่ลำคอของวัวป่าตัวหนึ่งอย่างแรง
นั่นคือจระเข้ตัวหนึ่งอย่างชัดเจน เป็นจระเข้ขนาดใหญ่ที่ยาวถึงสามเมตรกว่า
ส่วนตัวที่ถูกมันกัดคือวัวป่าสีดำทมึนตัวหนึ่ง วัวป่าตัวนี้กำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต
ส่วนจระเข้ตัวนั้นดูท่าทางเตรียมจะใช้งัดท่าไม้ตายออกมา นั่นคือการม้วนตัวมรณะ
แต่ในจังหวะนี้เอง จากด้านข้างของมัน มีวัวป่าสีดำอีกตัวหนึ่งพุ่งเข้ามา
มันใช้หัวโขกเข้าที่ช่วงเอวของจระเข้ตัวนี้อย่างแรง เขาที่แหลมคมสะท้อนแสงเย็นเยียบ เสียบทะลุเข้าไปในช่องท้องของจระเข้โดยตรง
จากนั้นสะบัดหัวอย่างแรง ขวิดจระเข้ตัวนั้นลอยขึ้น แล้วฟาดมันลงกับพื้นอย่างเหี้ยมโหด
ตามด้วยท่าไม้ตาย กระทืบสังหาร...
จระเข้ที่ลอบโจมตีไม่สำเร็จ ถูกฝูงวัวป่ารุมกระทืบจนกลายเป็นกองเนื้อบดไปแบบนี้...
ภาพนี้ ทำเอาหยางอีหน่วนที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าไกลออกไปรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา
นี่มันยังเป็นวัวอยู่ไหม? ไม่ใช่ว่ากันว่าวัวนิสัยอ่อนโยนมากเหรอ? ฉันต้องมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่าอ่อนโยนสองคำนี้แน่ ๆ?
เหล่าสัตว์ป่าที่เดิมทียืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ ตอนนี้พากันมารุมล้อมซากจระเข้ที่เละเป็นเนื้อบด เตรียมพร้อมที่จะเพลิดเพลินกับอาหารมื้อใหญ่แล้ว
ไก่งวงกับหมูป่ามีความเร็วที่สุด สัตว์สองชนิดนี้ล้วนเป็นสัตว์ที่กินไม่เลือก
เฮ้อ! ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เปลี่ยนเป้าหมาย ไปจับไก่ป่าแทนดีกว่า
แต่ในชั่วพริบตาที่ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา
ทันใดนั้นไก่ป่าตัวหนึ่งที่อยู่ข้างฝูงวัว พลันจู่โจมอย่างดุเดือด ใช้จะงอยปากจิกทีเดียวทะลุกะโหลกหมูป่าขนาดเท่าลูกวัวที่อยู่ข้าง ๆ...
หมูป่าล้มลงเสียงดังโครม จากนั้นหมูป่าตัวอื่น ๆ แตกฮือกระเจิงไป
ส่วนฝูงไก่งวงนั้น เข้าไปล้อมซากหมูป่าอย่างวางอำนาจ แล้วเริ่มลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย
ห๊ะ? นี่มัน...
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ หยางอีหน่วนรู้สึกว่าที่นี่ไม่ควรอยู่นาน
แต่ในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น ไกลออกไปในพงหญ้ามีเงาดำอีกสายหนึ่งพุ่งออกมา ความเร็วของมันสูงจนเขามองไม่ชัดเลยว่าเป็นตัวอะไร
แต่สัญชาตญาณในการรับรู้อันตรายของสัตว์ที่อยู่ไกลออกไปนั้น เฉียบคมกว่ามนุษย์อย่างเขามาก
ยังไม่ทันที่เงาดำนั้นจะเข้ามาใกล้ พวกมันแตกฮือกระเจิงไปหมดแล้ว
แต่มีนกยักษ์ตัวหนึ่ง โชคร้ายหน่อย ถูกเงาดำนั้นตะครุบจนล้มกลิ้งลงกับพื้น
ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องสักสองแอะ เงาดำนั้นอ้าปากงับเข้าที่คอของมัน แล้วสะบัดซ้ายขวา
อยู่ห่างออกไปตั้งไกล หยางอีหน่วนยังได้ยินเสียง 'กร็อบ' ดังชัดเจนของคอที่หักดังมาจากทางนั้น
จากนั้นไก่งวงตัวนั้นเดี้ยงไปเรียบร้อย ส่วนเงาดำสายนั้น กลับไม่ได้รีบร้อนที่จะกิน
แต่มันยืนนิ่งอยู่กับที่ เชิดหน้าอกผาย มองกวาดไปรอบทิศทางอย่างผึ่งผาย!
สิ่งมีชีวิตที่แผ่ออร่าความน่าเกรงขามนี้ คือเสือตัวที่โดนเขาเล่นงานจนเสียท่าในวันนั้นนั่นเอง!!!
สัตว์ตัวอื่น ๆ ในตอนนี้หลบไปอยู่ไกลลิบ อย่าว่าแต่จะเข้ามาช่วยเลย แม้แต่จะมองมาทางนี้ยังไม่กล้า
หยางอีหน่วนคิดในใจว่าพอเถอะ เผ่นดีกว่า เผ่น...
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับมาถึงห้องนอนของตัวเองแล้ว
เขาถอดอุปกรณ์หนักอึ้งบนตัวออก นอนแผ่บนเตียง มองเพดานห้อง
โลกต่างมิติที่ดูเหมือนจะป่าเถื่อนแห่งนี้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน!
แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงสัตว์ป่าที่สติปัญญาไม่สูงนัก แต่การจะจับพวกมัน ไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น
ดูท่าแล้ว ยังคงต้องหาวิธีการสักอย่างถึงจะไหว
คิดได้ทำทันที เขาลุกขึ้นนั่ง เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มค้นหาข้อมูล...
บ่ายวันต่อมา หยางอีหน่วนนำอุปกรณ์ที่เตรียมมา บุกเข้าไปในต่างโลกอีกครั้ง
ครั้งนี้เครื่องมือหลักของเขาคือเคียวขนาดใหญ่ที่ยาวสองเมตรกว่า ส่วนหัวเคียวไปจ้างคนในตลาดฮาร์ดแวร์ตีขึ้นมา
ด้ามจับเป็นไม้สน แม้จะไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ข้อดีคือมีน้ำหนักเบา พอใช้งานได้
ครั้งนี้เขายังคงค่อย ๆ เข้าใกล้ฝูงวัว เป้าหมายที่เขาเลือกคือวัวพันธุ์เนื้อที่คล้ายกับซิมเมนทอลบนโลก
ฝูงวัวเองสังเกตเห็นการเข้ามาใกล้ของเขา เริ่มแสดงอาการกระสับกระส่ายเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ที่แต่งกายแบบนี้ สำหรับพวกมันแล้ว ถือเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยาก
ส่วนหยางอีหน่วนไม่ได้เข้าไปใกล้มากนัก แต่อยู่ห่างออกมาหน่อย เริ่มหยิบกากถั่วเหลืองอัดแผ่นชิ้นเล็ก ๆ ออกมา โยนไปทางฝูงวัว
แน่นอนว่าไม่นานนักมีวัวสองสามตัว ถูกเขาล่อออกมาจากฝูง เดินมุ่งหน้าไปยังแนวป่าที่อยู่ไกลออกไป
เดินไปได้ไม่ไกล หยางอีหน่วนเริ่มลงมือ เขาแอบย่องเข้าไปใกล้วัวป่า
จากนั้น 'เคียว' ในมือเหวี่ยงออกไป โจมตีไปที่ข้อเข่าขาหน้าของวัว
ท่านี้เขาเรียนรู้มาจากพวกเกาโชในทุ่งหญ้าปัมปัส สมัยนั้นพวกเกาโชที่ล่ากระทิงไบซันในอาร์เจนตินาชอบใช้วิธีนี้ที่สุด
ทีมล่าวัวสิบเจ็ดสิบแปดคน ในเวลาแค่ช่วงเช้าสามารถล้มวัวป่าได้เจ็ดแปดร้อยตัว
แน่นอนว่าไม่ใช่การฆ่า เพียงแค่ทำให้บริเวณหัวเข่าของวัวป่าบาดเจ็บ ทำให้พวกมันไม่สามารถลุกขึ้นยืนหนีไปได้
หลังจากล้มวัวทั้งฝูงได้แล้ว พวกเขาค่อย ๆ ทยอยชำแหละ
ในยุคนั้นทุ่งหญ้าปัมปัสที่อุดมสมบูรณ์เลี้ยงดูวัวป่านับสิบล้านตัว ส่วนพวกเกาโชกินเนื้อวัวจนเบื่อไปหมดแล้ว
ตอนนั้นพวกเขาฆ่าวัว กระทั่งเนื้อวัวและหนังวัวยังไม่เอาไปเลย เพียงแค่ตัดเอาส่วนที่นุ่มที่สุดบนตัววัวไป เช่น ลิ้น...
ส่วนหยางอีหน่วนย่อมไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนพวกเขา...
เพียงแต่ฝีมือของเขา เมื่อเทียบกับพวกเกาโช เห็นได้ชัดว่าหยาบกว่าไม่ใช่แค่เล็กน้อย
เขาฟาดไปสิบกว่าครั้งติดต่อกัน ถึงจะล้มวัวได้หนึ่งตัว โชคดีที่วัวตัวอื่น ๆ อีกสองสามตัวขี้ขลาด
แม้ว่าพวกมันมีความคิดที่จะเข้ามาช่วย แต่พอเขาเหวี่ยงเคียวที่เปื้อนเลือดขึ้น วัวป่าเหล่านั้นถูกขู่จนถอยหนีไปหมด
วัวป่าตัวที่เขาเลือก เข่าหน้าขวาได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้คุกเข่าลงตรงหน้าเขาห่างออกไปสามเมตรพอดี
หยางอีหน่วนโยนเคียวขนาดใหญ่ในมือทิ้ง เตรียมเข้าไปเก็บเกี่ยวผลงาน
แต่ในจังหวะนี้เอง ความรู้สึกถึงอันตรายร้ายแรงพลันแล่นเข้ามาในใจ
“ระวัง!”
ด้านหลังพลันมีเสียงตะโกนดังลั่นขึ้นมา...
เฮ้ย! โลกนี้มีคนอยู่ด้วย!?