- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นคนดี ไหงกลายเป็นเขยสี่ตระกูล
- บทที่ 14 เจ้าสาวตัวแทน คุณหนูซ่งหว่านชิง
บทที่ 14 เจ้าสาวตัวแทน คุณหนูซ่งหว่านชิง
บทที่ 14 เจ้าสาวตัวแทน คุณหนูซ่งหว่านชิง
บทที่ 14 เจ้าสาวตัวแทน คุณหนูซ่งหว่านชิง
[รูปภาพ]
มีดซ่อนรอยยิ้ม โฉมงามผู้แสนอ่อนโยนซ่งหว่านชิง
ณ ตระกูลซ่ง
"ท่านพ่อ ลูกยินดีแต่งงานแทนพี่หญิงเจ้าค่ะ"
ภายใต้แสงเทียนสลัว ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวดูอ่อนโยนและน่าสงสารจับใจ
ซ่งหว่านชิงหลุบตาลง ขนตายาวงอนชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา เห็นได้ชัดว่านางฝืนใจเพียงใด
ซ่งจินอวี้มองดูเด็กสาวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาเหยียดหยาม ริมฝีปากแดงเอื้อนเอ่ย "คิดจะเล่นละครตบตาอะไรอีก?"
ซ่งหว่านชิงขอบตาแดงระเรื่อ กัดริมฝีปากกระซิบตอบ "ก็พี่หญิงไม่อยากแต่งให้สวีเจ๋ออันไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ในเมื่อฝ่าบาทไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นบุตรสาวคนใด ให้น้องแต่งแทนก็มีค่าเท่ากัน"
ซ่งหลุนนิ่งเงียบ ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด
ฮูหยินซ่งชำเลืองมองสามีที่เงียบงันพลางหยั่งเชิงถาม "ท่านพี่ ท่านคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของหว่านชิง?"
ซ่งหลุนเดินไพล่หลังไปมาในห้องอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดมองซ่งหว่านชิงแล้วเอ่ยถาม "เหตุใดจู่ๆ เจ้าถึงมีความคิดเช่นนี้?"
เด็กสาวตอบอย่างนอบน้อม "ลูกรู้ดีว่าพี่หญิงเป็นบุตรภรรยาเอก ต้องเชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูล หว่านชิงเป็นเพียงลูกอนุ เสียสละลูกไปสักคนก็ไม่เป็นไร อนาคตของตระกูลซ่งสำคัญที่สุดเจ้าค่ะ"
ซ่งหลุนมองบุตรสาวด้วยความชื่นชมแล้วถอนหายใจ "หว่านชิง พ่อคิดมาตลอดว่าเจ้าเป็นเด็กที่รู้ความที่สุดในบ้าน"
เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งหลุน ก็หมายความว่าเขาเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
ซ่งจินอวี้แค่นเสียงเยาะ "เจ้ามันเก่งนักเรื่องแสร้งทำตัวไร้เดียงสาประจบเอาใจท่านพ่อ ถึงขนาดยอมทิ้งความสุขชั่วชีวิตของตัวเอง"
ฮูหยินซ่งรีบดึงมือซ่งจินอวี้ปรามไม่ให้พูดต่อ ในเมื่อซ่งหว่านชิงยอมกระโดดลงกองไฟเอง พวกนางแค่เออออไปด้วยก็พอ จะไปยั่วยุนางทำไม
แต่ซ่งจินอวี้เคยตัวกับความจองหองและไม่เคยเห็นซ่งหว่านชิงน้องสาวลูกอนุผู้นี้อยู่ในสายตา
นางเมินคำเตือนมารดา เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพลางเอ่ยเย้ยหยัน "เจ้ารู้ตัวสินะว่าเป็นลูกอนุคงไม่มีอนาคตที่ดี เลยเลือกที่จะเกาะติดอยู่กับตระกูลใช่ไหม? มิเช่นนั้นด้วยฐานะอย่างเจ้า อย่างมากก็ได้เป็นเมียเอกขุนนางปลายแถวตระกูลต่ำต้อย หรือถ้าจะแต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ก็เป็นได้แค่อนุภรรยา คิดดูแล้วจะมียังที่ไหนสุขสบายเท่าอยู่ตระกูลซ่ง จริงไหมจ๊ะน้องรัก?"
ซ่งหว่านชิงส่ายหน้า "พี่หญิง ที่จริงข้าไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น พี่หญิงมีชาติกำเนิดสูงส่ง ย่อมไม่อาจแต่งกับบุรุษที่แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงได้ อีกอย่างท่านพ่อและฮูหยินก็รักพี่หญิงมากที่สุด ข้าแค่ไม่อยากให้คนในบ้านต้องกลัดกลุ้ม ช่วงนี้ท่านพ่อกังวลเรื่องนี้มาก ข้าทนเห็นท่านพ่อเป็นทุกข์ไม่ได้ ท่านพ่อเลี้ยงดูพวกเรามาอย่างสุขสบาย และในบ้านก็ไม่มีผู้ชายคอยช่วยงานท่านพ่อ ในฐานะลูกสาว ข้าย่อมต้องแบ่งเบาภาระของท่านพ่อและตระกูลซ่ง"
ซ่งหลุนเดินเข้ามาประคองซ่งหว่านชิงให้ลุกขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "พ่อรู้ว่าเจ้าเป็นเด็กดี แต่เรื่องนี้คงลำบากเจ้าแย่"
ซ่งหว่านชิงก้มหน้าตอบอย่างว่าง่าย "ลูกไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเจ้าค่ะ ขอแค่แบ่งเบาภาระท่านพ่อได้ก็พอแล้ว"
ซ่งหลุนพยักหน้า "ดี ดีมาก สมกับเป็นลูกพ่อ พ่อจะไม่ยอมให้เจ้าต้องน้อยหน้า เอาอย่างนี้... ตั้งแต่นี้ไป ให้ลงชื่อเจ้าไว้ใต้ชื่อฮูหยิน บันทึกเข้าทะเบียนบ้านในฐานะบุตรสาวภรรยาเอก งานแต่งนี้ก็จะจัดตามธรรมเนียมของลูกภรรยาเอก อ๋องฉีจะได้หาเรื่องติฉินนินทาไม่ได้"
ซ่งจินอวี้ตาโต "ท่านพ่อ ท่านหมายความว่าจะยกนางขึ้นเป็นลูกเมียเอกรึ!?"
ซ่งหลุนขมวดคิ้ว "แล้วจะทำไม? น้องเจ้าเสียสละขนาดนี้ ให้ฐานะแก่นางหน่อยจะเป็นไรไป"
"ไม่! ข้าไม่ยอม! ลูกอนุสมควรมาเป็นน้องสาวข้าหรือ!?"
แม้ในใจฮูหยินซ่งจะไม่ยินดีอย่างยิ่ง แต่เพื่ออนาคตของซ่งจินอวี้ นางจำต้องกล้ำกลืนฝืนทน นางเอ่ยเตือนสติเสียงเบา "ฟังพ่อเจ้าเถอะ หากอ๋องฉีรู้ว่าเราส่งลูกอนุไปแต่งงานแล้วเอาเรื่องนี้มาเล่นงานพ่อเจ้า ไม่เพียงตระกูลซ่งจะเดือดร้อน อนาคตของเจ้าก็จะพังไปด้วยนะ"
ซ่งจินอวี้ขบกรามแน่นทำได้เพียงอดทน นางแค่นเสียงเย็นชา หันไปมองซ่งหว่านชิงแล้วกล่าวว่า "เป็นลูกอนุวันยังค่ำก็ยังราคาถูกอยู่วันยังค่ำ อย่าคิดว่าแค่มีชื่อเป็นลูกเมียเอกแล้วจะมาเทียบชั้นกับข้าได้ เจ้ามันไม่คู่ควร"
พูดจบซ่งจินอวี้ก็เดินสะบัดก้นจากไป ฮูหยินซ่งเห็นสีหน้าซ่งหลุนก็รู้ว่าเขาต้องโกรธแน่
ซ่งหลุนเม้มปาก สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร อย่างไรเสียก็นางเป็นลูกที่เขาตามใจมาตั้งแต่เล็ก จะเอาแต่ใจบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
ในเมื่อซ่งหว่านชิงยอมเป็นเจ้าสาวตัวแทน เขาก็ไม่ต้องเปลืองแรงไปฆ่าปิดปากสวีเจ๋ออัน
เดิมทีเขาไม่มีทางยอมให้ซ่งจินอวี้แต่งกับสวีเจ๋ออันเด็ดขาด อย่างเลวร้ายที่สุดก็แค่สั่งเก็บมันซะก่อนวันแต่ง คนที่เขาจ้างมาล้วนเป็นมือสังหารเดนตาย ต่อให้ถูกจับได้ก็สาวมาไม่ถึงตัวเขา หากไร้หลักฐานอ๋องฉีก็ทำอะไรไม่ได้
ใครจะนึกว่าซ่งหว่านชิงจะรู้ความเช่นนี้ ช่วยขจัดปัญหาให้เขาได้เปลาะหนึ่ง
ซ่งหลุนรู้ว่าเขาติดค้างลูกสาวคนนี้ การยกนางขึ้นเป็นลูกภรรยาเอกถือเป็นการชดเชย และยังปิดปากอ๋องฉีไม่ให้อีกฝ่ายหาเรื่องจับผิดได้อีกด้วย
หลังจากซ่งหว่านชิงออกจากห้องหนังสือ นางถือโคมไฟเดินกลับเรือนอย่างเชื่องช้า
อิงเอ๋อร์ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจแทนคุณหนูของตนดี
"คุณหนู ตอนนี้ท่านได้เป็นลูกฮูหยินเอกแล้ว แต่กลับต้องแต่งให้คนพรรค์นั้น อิงเอ๋อร์รู้สึกไม่คุ้มแทนท่านเลยเจ้าค่ะ"
เห็นชัดว่าคุณหนูของนางมีความสามารถทั้งดนตรี หมากรุก อักษร และภาพวาด ไม่ด้อยไปกว่าซ่งจินอวี้เลยสักนิด หนำซ้ำยังเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ นิสัยก็ดี รู้ความ แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียงลูกอนุ เลยไม่เคยได้รับความสำคัญจากนายท่านซ่ง แถมยังมักถูกซ่งจินอวี้รังแก
ซ่งหว่านชิงยิ้มบางๆ "ไม่เป็นไรหรอกอิงเอ๋อร์ ที่จริงคุณชายสวีผู้นั้นน่าจะเป็นคนดีทีเดียว แต่งกับเขาก็ไม่เลวร้ายหรอก"
อิงเอ๋อร์ถามอย่างงุนงง "คุณหนู ท่านยังไม่เคยเจอเขาเลย จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคนดีเจ้าคะ?"
"ได้ยินว่าวันนี้ตอนเขาไปส่งของหมั้นที่ตระกูลเซี่ย เขายืนรออยู่ทั้งบ่าย ฝนตกก็ไม่ยอมกลับ ถ้าไม่เป็นลมล้มพับไปเสียก่อนก็คงยืนรอต่อไป เป็นคนหนุ่มที่ความเพียรเป็นเลิศจริงๆ"
คนประเภทนี้ไม่ซื่อสัตย์สุดขั้วก็เจ้าเล่ห์สุดขีด สามารถอดทนต่อความอัปยศที่คนทั่วไปทนไม่ได้
ลองคิดดูสิ คนที่ยอมเสี่ยงทุกอย่าง แม้กระทั่งความตายเพื่อจะได้แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง จะเป็นคนประเภทแรกได้อย่างไร?
นางรู้สึกเหมือนได้กลิ่นอายของพวกเดียวกัน
นางมองไปข้างหน้าด้วยแววตาลึกล้ำแล้วกล่าวต่อ "อิงเอ๋อร์ เจ้าไม่คิดว่าคนแบบนี้เข้าท่าหรือ?"
อิงเอ๋อร์ส่ายหน้า "อิงเอ๋อร์ดูไม่ออกเจ้าค่ะ"
ซ่งหว่านชิงยิ้มแล้วกล่าว "ในจดหมายของคุณหนูเซี่ยวันนี้ ก็บอกว่าสวีเจ๋ออันเป็นเพียงคนน่าสงสารที่ทำไปเพราะความจำเป็นไม่ใช่หรือ?"
"จดหมายของคุณหนูเซี่ย? มีตอนไหนหรือเจ้าคะ?"
"ก่อนข้าจะไปพบท่านพ่อ สาวใช้ของคุณหนูเซี่ยนำมาส่ง แต่น่าเสียดายที่ซ่งจินอวี้ไม่ชอบคุณหนูเซี่ยเลยไม่ยอมออกมาพบสาวใช้ ข้าเห็นว่าเฟยอวิ๋นดูร้อนใจ เลยรับจดหมายไว้แล้วบอกว่าจะเป็นคนส่งต่อให้ซ่งจินอวี้"
"แล้วท่านส่งจดหมายให้คุณหนูใหญ่หรือยังเจ้าคะ?"
"ส่งแล้ว ซ่งจินอวี้แค่กวาดตามองแล้วบอกว่าคุณหนูเซี่ยใจดีเกินไป คนหยิ่งยโสอย่างสวีเจ๋ออันต่อให้ตายก็ไม่น่าเสียดาย เฮ้อ พี่หญิงก็เป็นเสียแบบนี้ คุณหนูเซี่ยเขียนจดหมายมาเสียเปล่าแท้ๆ"
"ไม่เสียเปล่าหรอกเจ้าค่ะ คุณหนูแค่มีจิตใจเมตตากว่า หากท่านไม่แต่งงานแทน ป่านนี้ชีวิตของสวีเจ๋ออันกับคุณหนูใหญ่คงน่าเวทนานัก ได้มาอยู่กับท่าน คุณชายสวีผู้นั้นต่างหากที่โชคดี"
ซ่งหว่านชิงรู้สึกขบขัน หากนางไม่แต่งแทน ก็ไม่รู้ว่าสวีเจ๋ออันจะมีชีวิตรอดจนถึงวันแต่งงานหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อสวีเจ๋ออันตบตาคนตระกูลเซี่ยได้ เขาต้องเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายและอาจมีวิธีรับมือทางอื่น
นางชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าคุณชายสวีผู้นี้เป็นคนเช่นไร
ส่วนเรื่องแต่งงานแทน นางไม่ได้ทำเพื่อตระกูลซ่ง หนึ่งคือเพื่อสลัดคราบลูกอนุ สองคือเพื่อสมบัติของตระกูลซ่ง
เมื่อซ่งจินอวี้แต่งออกไป ตระกูลซ่งจะเหลือใครอีก? ยามซ่งหลุนตายจาก ซ่งจินอวี้กับคนแซ่ข่งผู้ไร้ประโยชน์สองคนนั้นจะทำอะไรได้? ขอเพียงนางคลอดลูกชาย สมบัติเหล่านี้ย่อมต้องตกเป็นของนางอย่างแน่นอน
สิ่งเหล่านี้เดิมทีเป็นของนางและท่านแม่ สมควรต้องทวงคืนกลับมา
ซ่งหว่านชิงยิ้ม "อิงเอ๋อร์ เมื่อคุณชายสวีเข้ามาอยู่ในบ้าน ให้ปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพเหมือนลูกเขยทั่วไป พยายามอย่าพูดคำว่า 'แต่งเข้าบ้าน' ให้ระคายหู"
"เจ้าค่ะคุณหนู อิงเอ๋อร์จำไว้แล้ว"