เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 มารดามันเถอะ... สมัยนี้โจรป่ามันก็บำเพ็ญเพียรกับเขาด้วยเรอะ?!

บทที่ 21 มารดามันเถอะ... สมัยนี้โจรป่ามันก็บำเพ็ญเพียรกับเขาด้วยเรอะ?!

บทที่ 21 มารดามันเถอะ... สมัยนี้โจรป่ามันก็บำเพ็ญเพียรกับเขาด้วยเรอะ?!


บทที่ 21 มารดามันเถอะ... สมัยนี้โจรป่ามันก็บำเพ็ญเพียรกับเขาด้วยเรอะ?!

อย่างไรก็ตาม เฉินสวินไม่ได้เข้าไปในค่ายกลทันที เขาพา เหล่าหนิว หลบฉากไปยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ อีกหลายวันกว่างานชุมนุมเซียนจะเปิดอย่างเป็นทางการ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรอิสระทยอยกันเดินทางมาถึง

เฉินสวินลอบสังเกตคนเหล่านั้นเงียบๆ การแต่งกายของแต่ละคนช่างหลากหลาย บ้างสวมหมวกปีกกว้างปิดหน้า บ้างสวมหน้ากากอำพรางโฉม ดูลึกลับน่าค้นหา

เมื่อเห็นพวกเขาเดินหายเข้าไปในม่านหมอกทีละคนๆ เฉินสวินก็บรรลุสัจธรรมบางอย่าง

"มอ~ มอ!"

เหล่าหนิว เริ่มกระสับกระส่าย ทำไมยังไม่เข้าไปอีกวะ

"ลุย!"

เฉินสวินตะโกนก้อง ควักผ้าโพกหัวโจรคู่ใจออกมาสวม จูง เหล่าหนิว เดินดุ่มๆ เข้าไปในม่านหมอก

วูบ—

เสียงหึ่งๆ ดังขึ้นในหู ม่านหมอกค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นโลกใบใหม่ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

หุบเขาเก้าดารากว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมหาศาลเดินขวักไขว่ เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดังระงมไปทั่ว

สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงลอยวางขายของ แต่กลับไม่มีเสียงตะโกนเรียกลูกค้าเหมือนตลาดสด ข้าวของที่วางขายนั้นเฉินสวินไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แม้แต่ชื่อก็ยังเรียกไม่ถูก

ไกลออกไปมีหอเก๋งตั้งเรียงราย เป็นที่พำนักชั่วคราวของสำนักเล็กๆ ที่มาเปิดจุดรับซื้อของจากผู้บำเพ็ญเพียรอิสระเป็นประจำทุกปี

"โคตรเจ๋ง..."

"มอ~~"

เฉินสวินจูง เหล่าหนิว เดินทอดน่องในหุบเขา พยายามรักษาระยะห่างจากแผงลอย แล้วยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ

สิ่งที่พวกเขาใช้แลกเปลี่ยนกันไม่ใช่เงินหรือทอง แต่เป็นผลึกใสรูปทรงหกเหลี่ยมที่เรียกว่า 'หินวิญญาณ'

นอกจากนี้ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนนำยาเม็ดมาแลกเปลี่ยนกัน เฉินสวินคอแห้งผาก ตาโตเท่าไข่ห่าน

เหล่าหนิว ยืนงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันของบ้าอะไรกันเนี่ย เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น

"เหล่าหนิว พวกเรากลายเป็นบ้านนอกเข้ากรุงไปซะแล้ว"

เฉินสวินกลืนน้ำลายเอื้อก หัวใจเต้นแรงระรัว ไม่ต่างอะไรกับยายแก่หลิวเข้าสวนต้ากวน* ปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม

(ผู้แปล: 'ยายแก่หลิวเข้าสวนต้ากวน' เป็นสำนวนจีนจากวรรณกรรมเรื่องความฝันในหอแดง หมายถึงคนบ้านนอกที่ตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราในเมืองกรุง)

เหล่าหนิว พยักหน้าหงึกๆ ตาโตเท่าระฆังทองแดงเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ มันเอาหัวดุนเฉินสวิน แล้วพยักพเยิดหน้าไปทางหนึ่ง

"โฮ่... นั่นมันสมุนไพรวิเศษใช่ไหมนั่น"

เฉินสวินมองตามไป เห็นแผงลอยของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง วางขายสมุนไพรวิเศษสามต้น เขียวชอุ่มเปล่งปลั่ง แผ่กลิ่นอายพลังปราณจางๆ ออกมา

มันแตกต่างจากสมุนไพรทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งลวดลายบนใบและกลิ่นหอม เหมือนเป็นคนละสปีชีส์กันเลย

หญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาจัดของ จู่ๆ ก็เห็นขาคนสองขาและกีบเท้าวัวสี่ข้างมายืนอยู่ตรงหน้า

"สหายเต๋าต้องการ..."

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นยิ้มหวาน แต่แล้วรอยยิ้มก็แข็งค้าง เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก... ไอ้บ้าที่ไหนแต่งตัวแบบนี้!

"เจ้าจะทำอะไร!"

"แม่นางอย่าเข้าใจผิด พวกข้าเป็นคนดี" เฉินสวินฉีกยิ้ม (ที่คิดว่า) เป็นมิตร "แค่ขอดูหน่อยเฉยๆ"

หญิงสาวเหงื่อแตกพลั่ก รอยยิ้มใต้ผ้าโพกหัวนั่นทำไมมันดูสยองขวัญพิลึก เจ้าหมอนี่ต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ เผลอๆ อาจจะเป็นโจรป่ากลับใจมาบำเพ็ญเพียร

"ดะ... ได้... ดูสิ"

หญิงสาวขยับถอยหลังกรูด ท่าทางหวาดระแวง รังสีอำมหิตจากผ้าโพกหัวมันรุนแรงเหลือเกิน

"แม่นาง สมุนไพรวิเศษพวกนี้ดูอายุยังไงหรือ พอดีข้าเคย..."

"เจ้าจะซื้อไหม?"

"ตอนนี้ยังไม่มีหินวิญญาณ"

"มียาเพิ่มพลังฝึกปรือไหม แลกกันก็ได้"

"ตอนนี้ยังไม่มี"

"แล้วเจ้าจะถามทำซากอะไร!"

หญิงสาวแว้ดใส่ด้วยความโมโห ตกใจแทบตาย สุดท้ายมาถามเล่นๆ เสียเวลาทำมาหากิน

"ขออภัยที่รบกวน"

เฉินสวินยิ้มแหยๆ รีบจูง เหล่าหนิว เดินหนี การค้าขายของผู้บำเพ็ญเพียรนี่มันต่างจากคนธรรมดาจริงๆ ต้องปรับทัศนคติใหม่ซะแล้ว

พวกเขาเปลี่ยนแผน ใช้วิธี 'ครูพักลักจำ' พอเห็นใครมุงดูแผงไหน ก็จะเข้าไปยืนเนียนๆ แอบฟังเขาคุยกันว่าของชิ้นนั้นชื่ออะไร มีสรรพคุณยังไง

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ได้ความรู้ไม่น้อย รู้จักทั้งยันต์ พู่กันเขียนยันต์ แร่ชาด ยาเม็ด เริ่มมีความรู้พื้นฐานบ้างแล้ว

"เหล่าหนิว ข้าจำได้หมดแล้ว วันหลังเอาไปคุยโม้ได้สบาย"

เฉินสวินอารมณ์ดี ได้ความรู้ใหม่เพียบ "ไป... ไปดูตรงโน้นกัน"

"มอ~ มอ~" เหล่าหนิว ร้องอย่างร่าเริง มันก็จำได้เหมือนกัน

ที่แผงลอยแห่งหนึ่ง ชายชราเคราขาวท่าทางภูมิฐานยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน กำลังสาธยายสรรพคุณสินค้า

"นี่คือ 'ยาอี้ชี่' (ยาเสริมปราณ) กินต่อเนื่องช่วยเพิ่มพลังฝึกปรือได้หนึ่งขั้น! ข้าใช้เวลาเคี่ยวกรำถึงสี่สิบเก้าวัน แม้แต่ผู้ที่มีพลังปราณขั้น 5 กินแล้วก็ยังเห็นผล ราคาแค่ 3 หินวิญญาณระดับต่ำ ไม่โกงแน่นอน!"

พูดจบเขาก็เปิดขวดโชว์ กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนตาลุกวาว เตรียมควักหินวิญญาณจ่ายเงิน

"ไอ้แก่ต้มตุ๋นนั่น! มาหลอกคนในงานชุมนุมเซียนอีกแล้ว!" เสียงตะโกนด่าดังลั่นมาจากไกลๆ กลุ่มคนท่าทางดุดันวิ่งตรงเข้ามา

"ทุกท่าน... ข้าสัมผัสได้ว่าพลังกำลังจะเลื่อนขั้น ขอตัวไปบำเพ็ญเพียรก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่!"

ชายชราหน้าถอดสี กวาดของลงย่ามในพริบตา แล้วใส่ตีนหมาหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วปานวอก ท่าทางชำนาญแบบนี้คงทำมาบ่อย

"สหายเต๋าอย่าไปหลงเชื่อมัน! ยานั่นของปลอมทั้งเพ กินไปก็เหมือนกินแป้งเปียก!"

กลุ่มคนที่ตามมาทันรีบตะโกนบอก หอบแฮกๆ หน้าตาเจ็บแค้น คงโดนหลอกไปไม่น้อย

ผู้คนรอบข้างต่างรีบเก็บหินวิญญาณ ประสานมือขอบคุณยกใหญ่ เกือบเสียค่าโง่แล้วไหมล่ะ ดูไม่ออกเลยว่ายาปลอม

พอคนเริ่มซา เฉินสวินก็เดาะลิ้น "เห็นไหม เหล่าหนิว วงการเซียนก็มีพวกต้มตุ๋นเหมือนกัน ไม่ต่างจากโลกมนุษย์หรอก"

"มอ มอ!"

เหล่าหนิว พยักหน้าหงึกๆ ตะกี้มันก็เกือบเชื่อไอ้แก่นั่นเหมือนกัน

เฉินสวินจูง เหล่าหนิว เดินร่อนเร่ แอบฟังชาวบ้านคุยกันไปทั่ว ทำตัวลับๆ ล่อๆ โดยไม่รู้ตัว

"อีกสามวันงานชุมนุมเซียนก็จะเริ่มแล้ว สิบสำนักเซียนแห่งแคว้นเฉียนมารวมตัวกัน ถ้าได้เข้าสักสำนัก ก็เหมือนปลาข้ามประตูมังกรเลยนะ"

"ฮ่าๆ อย่าหวังสูงไปเลย ได้เข้าสำนักธรรมดาก็บุญหัวแล้ว สิบสำนักใหญ่นั่นมาตรฐานสูงลิบลิ่ว คนธรรมดาอย่างเราหมดสิทธิ์"

"ก็จริง แต่อย่างน้อยก็ขอไปลองดูสักตั้ง จะได้ไม่เสียใจทีหลัง"

"ได้ข่าวว่าสิบสำนักใหญ่ตั้งด่านทดสอบไว้ห้าด่านกลางหุบเขา ใครไม่มีปัญญาและความอดทนเป็นเลิศ อย่าหวังจะผ่านไปได้"

"เห็นว่าตายกันเกลื่อนทุกปี ถ้าพลังปราณไม่ถึงขั้น 7 อย่าเสี่ยงดีกว่า"

"เฮ้อ..."

...

เสียงถอนหายใจดังระงม เฉินสวินเดินผ่านไปเงียบๆ เส้นทางสู่เซียนช่างโหดร้าย เปรียบเสมือนทหารนับหมื่นเดินข้ามสะพานไม้ซุง ใครพลาดก็ร่วง ใครเก่งก็รอด ต่างจากพวกอัจฉริยะที่เกิดมาก็มีคนมารับไปปูพรมแดงเข้าสำนัก

"กลางหุบเขา... สิบสำนักใหญ่... ห้าด่านทดสอบ"

เฉินสวินและ เหล่าหนิว ท่องจำคีย์เวิร์ดสำคัญไว้ สบตากันปิ๊งๆ... ข้อมูลแน่นปึ้ก!

"เหล่าหนิว ไปทางโน้น เหมือนจะมีขายอาวุธ!"

เฉินสวินตาโต เรื่องตีเหล็กนี่งานถนัด รีบจูง เหล่าหนิว พุ่งเข้าไปทันที

แต่พอไปถึงก็ต้องผิดหวัง เพราะมันไม่ใช่อาวุธธรรมดา แต่เป็น 'อุปกรณ์เวท' หรือศาสตราวุธวิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการตีเหล็กทั่วไป

บนแผงมีกระบี่บินวางเรียงราย และวัตถุหน้าตาประหลาดอีกเพียบ ล้วนต้องใช้พลังปราณในการควบคุม

"เจ๋งเป้ง"

เฉินสวินน้ำลายสอ ถ้าเอาขวานเบิกภูผาไปหลอมเป็นศาสตราวุธวิเศษได้ วันหน้าคงผ่าภูเขาได้จริงสมชื่อแน่ๆ

"มอ~"

เหล่าหนิว น้ำลายยืด ถ้าเอาเขาไปอัปเกรดเป็นเขาศาสตราวุธ ท่าพุ่งชนของมันคงไร้ผู้ต่อกร

หนึ่งคนหนึ่งวัวยืนฝันกลางวัน น้ำลายยืดเป็นทาง ทำเอาผู้บำเพ็ญเพียรแถวนั้นขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ... 'ไอ้บ้านนอกพวกนี้มาจากไหนวะ ขนาดวัวยังทำหน้าหื่นกาม'

เฉินสวินไม่สนใจสายตาชาวบ้าน เดินไปดูอีกแผงหนึ่ง

"เหล่าหนิว... สกิล... เอ้ย! วิชาคาถาอาคมเพียบเลย!"

เฉินสวินพูดลิ้นพันกัน จูง เหล่าหนิว เข้าไปใกล้ ทำเอาพ่อค้ากล้ามโตเจ้าของแผงสะดุ้งโหยง... 'มารดามันเถอะ... สมัยนี้โจรป่ามันก็บำเพ็ญเพียรกับเขาด้วยเรอะ?!'

《วิชาควบคุมวัตถุ》 《วิชาลูกไฟ》 《เคล็ดวิชาซ่อนปราณ》 《วิชาตรึงร่าง》 และอื่นๆ อีกมากมายวางเรียงรายล่อตาล่อใจ

เฉินสวินและ เหล่าหนิว กลืนน้ำลายเอื้อก อยากได้ไปหมดทุกอย่าง แต่ติดอยู่อย่างเดียว... ไม่มีหินวิญญาณ! ความจนมันน่ากลัวจริงๆ

"สหายเต๋า... สนใจชิ้นไหนรึ?"

"พี่ชาย... วิชาพวกนี้ไปเอามาจากไหน เยอะแยะขนาดนี้..."

"หมายความว่าไง?"

พ่อค้ากล้ามโตขมวดคิ้ว หรือไอ้หมอนี่จะมาปล้น? เขาแอบล้วงยันต์ออกมาเตรียมพร้อมเรียกพวก

"พี่ชายอย่าเข้าใจผิด! ข้าหมายถึง... ไว้ข้ามีหินวิญญาณเมื่อไหร่จะมาอุดหนุนแน่นอน!"

เฉินสวินรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน หัวใจเต้นตูมตาม ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ รีบจูง เหล่าหนิว เดินหนีไป

"ตัวประหลาดชัดๆ"

พ่อค้าเก็บยันต์เข้าอกเสื้อ มองตามหลังเฉินสวินไปด้วยสายตาระแวง


จบตอนที่ 21

จบบทที่ บทที่ 21 มารดามันเถอะ... สมัยนี้โจรป่ามันก็บำเพ็ญเพียรกับเขาด้วยเรอะ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว