บทที่ 5 การไถ่ตัว 1
บทที่ 5 การไถ่ตัว 1
บทที่ 5 การไถ่ตัว 1
บ่าวไพร่และแม่นมจากจวนโหวต่างถูกคุมตัวออกจากคุก เจ้านายของพวกนางซึ่งเอาตัวเองยังแทบไม่รอด ทำได้เพียงมองดูพวกนางจากไป บ่าวไพร่และแม่นมบางคนที่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากเจ้านายต่างร้องไห้บอกลา แต่ส่วนใหญ่อย่างตู้รั่ว กลับเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง
ขณะที่ตู้รั่วเดินจากมา นางชำเลืองมองเหล่าฮูหยินและคุณหนูผู้เคยสูงศักดิ์และได้รับการประคบประหงมอย่างดีเป็นครั้งสุดท้าย ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย บางทีชาตินี้คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว
นางรู้ว่าชะตากรรมในภายภาคหน้าของพวกนางอาจจะน่าเวทนายิ่งกว่าตัวนางเองเสียอีก
โดยเฉพาะคุณหนูสามกู้ ผู้เป็นต้นเหตุให้เจ้าของร่างเดิมต้องตาย แม้ภัยพิบัติจะคืบคลานเข้ามาใกล้จวนโหว แต่นางก็ยังนอนหลับอุตุราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตู้รั่วอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะในใจ คิดว่า "เอาเลย ฝันหวานต่อไปเถอะ ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ เจ้าคงพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว"
ผู้คุมที่อยู่ด้านหน้าเร่งเร้าพวกนาง "เร็วเข้า เร็วเข้า! นี่พวกเจ้าไม่ได้กินข้าวกันมารึไง?"
ได้ยินคำพูดของผู้คุม ตู้รั่วและคนอื่นๆ ก็เร่งฝีเท้า รีบออกจากสถานที่อันน่าอึดอัดแห่งนี้
เมื่อออกจากคุก ทุกคนต้องขานชื่อรายงานตัว
พอถึงตาของตู้รั่ว นางก็เอ่ยชื่อของตัวเองออกไปเบาๆ
จากนั้น นางก็ถูกแม่นมคนหนึ่งผลักไปข้างหน้า
บ่าวไพร่และแม่นมทุกคนถูกมัดติดกับเชือกเส้นเดียวกันเหมือนหุ่นเชิด เดินตามแม่นมคนหน้าต้อยๆ ขบวนมุ่งหน้าไปยังตลาด
ตู้รั่วฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสนใจ รีบหยิบตลับอายแชโดว์ออกมาจากมิติ
นางใช้นิ้วป้ายอายแชโดว์สีเข้มออกมาเล็กน้อย แล้วทาลงบนใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
ในพริบตา เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก็กลายสภาพเป็นคนป่วยหนัก ขอบตาลึกโหล ริมฝีปากซีดเผือด ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด ราวกับกำลังป่วยหนักจริงๆ
นางแกล้งไอสองสามทีเป็นระยะ เสียงไอสมจริงเสียจนดูไม่ออกว่าแกล้งทำ
ไม่นาน ขบวนของพวกนางก็มาถึงตลาด
แท่นยกพื้นถูกตั้งไว้กลางตลาด บ่าวไพร่ชายหญิงจากจวนโหวทั้งหมดถูกนำตัวมารวมกันที่นี่ จัดเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ รอให้ลูกค้าผู้มีเกียรติมาเลือกซื้อ
ตลาดแห่งนี้สกปรกและวุ่นวาย ไม่ได้มีแค่พ่อค้ามนุษย์มาขายทาส แต่ยังมีพ่อค้าขายลา ม้า วัว แพะ และแม้แต่ชาวนาแก่ๆ จากชนบทที่นำผักมาวางขายแลกเงิน
ทั้งถนนอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นไส้
เหล่าบ่าวไพร่และแม่นมที่คุ้นชินกับความสะอาดสะอ้านในจวนโหว ต่างถูกทรมานด้วยกลิ่นเหม็นจนแทบทนไม่ไหว
ข่าวการบุกค้นจวนโหวแพร่สะพัดไปทั่วตั้งแต่เช้าตรู่ ดังนั้นพอผู้คนได้ยินว่าบ่าวไพร่จากจวนโหวถูกนำมาขายที่นี่ หลายคนจึงรีบรุดมาดูความครึกครื้น
สาวใช้รุ่นๆ ต่างหวาดกลัวสายตาที่ไม่เป็นมิตรจากด้านล่างเวที จึงพากันไปหลบหลังพวกแม่นม ตู้รั่วเองก็ก้มหน้าและถอยร่นเข้าไปในฝูงชน
พ่อค้ามนุษย์รีบเริ่มตะโกนเรียกลูกค้า "เร่เข้ามา เร่เข้ามาดู! สาวใช้รุ่นๆ สดใหม่ แข็งแรง ซื้อไปใช้งานได้ทันที!"
พวกผู้ชายต่างชะเง้อคอมองสาวใช้รุ่นๆ ที่ผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียน ทำเอาพวกสาวใช้หน้าแดงและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
หลังจากสำนักคุ้มภัยฟู่ซุ่นส่งสินค้าถึงเมืองหลวง หัวหน้าสำนักก็พาลูกน้องสองคนไปเจรจาธุรกิจ ปล่อยให้พี่น้องที่เหลือได้ไปเดินเที่ยวชมเมือง
ฉู่อวิ๋นโจวและพี่น้องตระกูลจ้าวไม่คุ้นเคยกับเมืองหลวง จึงปรึกษากันว่าจะไปหาตลาดขายลาและม้า
รองเท้าผ้าใบของพวกเขาขาดไปสองคู่ระหว่างเดินทางมาเมืองหลวง การเดินทางครั้งนี้ช่างยากลำบากจริงๆ และหนทางกลับบ้านก็ยังอีกยาวไกล
ดังนั้น หลังจากปรึกษากัน ฉู่อวิ๋นโจวและพี่น้องตระกูลจ้าวจึงตัดสินใจลงขันซื้อลากับเกวียนสักคัน ขากลับจะได้ขนของฝากจากเมืองหลวงไปฝากครอบครัวด้วย
เมื่อมาถึงตลาด พวกเขาได้ยินคนพูดกันว่ามีการขายบ่าวไพร่จากจวนโหว ผู้คนมากมายมุ่งหน้าไปทางนั้นด้วยความสนใจ ทำให้พวกเขาเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาบ้าง
เหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้หาดูได้ยากมากในบ้านเกิดอันยากจนข้นแค้นของพวกเขา ทั้งสามจึงอยากไปร่วมมุงดูบ้าง เผื่อจะได้มีเรื่องกลับไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง เป็นการเปิดหูเปิดตาไปในตัว
ไม่นาน ฉู่อวิ๋นโจวและพวกก็เบียดเสียดเข้าไปในฝูงชน จ้าวอู่มองดูสาวใช้แรกรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มบนเวทีด้วยความหลงใหล ยิ้มกว้างอย่างคนโง่
"พี่สาม สาวใช้พวกนี้สวยจริงๆ ผิวพรรณดีกันทั้งนั้นเลย"
เขากระซิบข้างหูฉู่อวิ๋นโจว "พี่สาม พวกนางสวยกว่าลูกสาวสองคนของหัวหน้าสำนักตั้งเยอะแน่ะ"
ฉู่อวิ๋นโจวก็คิดเช่นนั้น แต่เขารู้สถานะของตัวเองดี ต่อให้ซื้อสาวใช้จากจวนโหวได้ เขาก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงดู เขาจึงไม่ได้เพ่งพินิจอะไรมาก แค่ยืนดูความครึกครื้นเฉยๆ
บ่าวชายจากจวนโหวราคาคนละยี่สิบห้าตำลึง เพราะผู้ชายมีแรงงาน สามารถซื้อไปใช้แรงงานหนักหรือเฝ้าบ้านได้
พวกผู้ชายถูกขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อเชื่อว่าคนที่มาจากจวนโหวต้องคุณภาพดีแน่นอน
สาวใช้และแม่นมราคาเท่ากันคือคนละยี่สิบตำลึง ไม่นาน พวกสาวๆ สวยๆ ก็ถูกเลือกไปจนเกือบหมด เหลือเพียงคนแก่และคนอ่อนแอ รวมถึงตู้รั่ว สาวใช้รุ่นๆ ที่เหลือตกค้าง
นางยืนอยู่หลังพวกแม่นม ไม่ได้กินน้ำกินข้าวมาทั้งคืน ริมฝีปากแห้งแตก ประกอบกับการแต่งหน้า และการไอเป็นระยะ ทำให้ไม่มีลูกค้าคนไหนชายตาแล
คนเหล่านี้ซื้อบ่าวไพร่ไปเพื่อรับใช้เจ้านาย ย่อมไม่อยากได้คนขี้โรคไปเป็นภาระ
พ่อค้ามนุษย์เห็นว่ายังเหลือคนแก่และคนอ่อนแออยู่ไม่กี่คน ดูท่าคงขายยี่สิบตำลึงไม่ได้แน่ เขาจึงจำใจลดราคาและเริ่มโฆษณาอย่างหนักหน่วง
"ทุกท่าน เชิญเข้ามาดู! คนพวกนี้ได้รับการฝึกฝนมาจากจวนโหว ซื้อไปช่วยงานบ้านสบายหายห่วง! ตอนนี้ลดราคากระหน่ำ!"
เขาคว้าตัวแม่นมคนหนึ่งมาแล้วถามเสียงห้วน "บอกซิ ยายแก่ เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง?"
แม่นมคนนี้เคยทำงานในครัวของจวนโหว นางดูอายุราวห้าสิบหกสิบปี รูปร่างท้วมและหน้าตาใจดี มองปราดเดียวก็รู้ว่าอยู่ดีกินดีมาตลอด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครซื้อนางไป
"ยายแก่คนนี้เคยทำอาหารให้เจ้านายในจวนโหวเจ้าค่ะ ทำเป็นทั้งอาหารเหนือและอาหารใต้"
ทันทีที่พูดจบ ใครบางคนก็รีบยกมือขึ้นส่งสัญญาณ "ข้าเอาคนนี้"
พูดจบ เขาก็ก้าวออกมา จ่ายเงิน แล้วพาแม่นมคนนั้นจากไป
ปรากฏว่าคนผู้นี้เป็นเจ้าของร้านอาหารในเมือง เดิมทีเขาตั้งใจจะมาซื้อเด็กหนุ่มสักคนสองคนไปช่วยเสิร์ฟอาหาร แต่พอเห็นแม่นมที่มีฝีมือการทำอาหารยอดเยี่ยมประกาศขาย เขาจึงคิดว่าซื้อคนทำอาหารเป็นไปก็น่าจะไม่เลว
ยังไงซะ คนที่สามารถยืนหยัดอยู่ในจวนโหวได้ ฝีมือการทำอาหารต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
เห็นดังนั้น แม่นมคนอื่นๆ ก็รีบเสนอความสามารถพิเศษของตน และไม่นานก็ถูกลูกค้าซื้อตัวไปจนหมด
สุดท้าย เหลือเพียงเด็กสาวรูปร่างผอมบางคนเดียวที่ไวจนตัวโยน ยืนหลังตรงแทบไม่ไหว
พ่อค้ามนุษย์กลัวว่านางอาจเป็นโรคติดต่ออย่างวัณโรค จึงไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่ยืนห่างๆ แล้วพูดว่า "เอ่อ... แม่นางคนนี้แค่ป่วยเล็กน้อย จ่ายค่ายาสักไม่กี่อีแปะก็หายแล้ว"
ทุกคนด้านล่างเวทีเห็นชัดเจนว่าเด็กสาวป่วยหนัก ได้ยินว่าต้องเสียเงินค่ารักษาเพิ่ม บางคนก็เดินหนี หมดความสนใจทันที
ตู้รั่วยืนโดดเดี่ยวอยู่บนเวที สายตาจ้องมองฝูงชนด้านล่างพร้อมกับไอโขลกๆ หวังว่าจะเจอใครสักคนที่ถูกชะตา เพื่อขอร้องให้เขาซื้อตัวนางไป แล้วนางจะจ่ายเงินคืนให้เป็นสองเท่าเพื่อแลกกับอิสรภาพ