- หน้าแรก
- ยอดสิงขราปัทมามรกต
- บทที่ 34 ความตายของหวังเย่าเหลียง
บทที่ 34 ความตายของหวังเย่าเหลียง
บทที่ 34 ความตายของหวังเย่าเหลียง
หมอกสีขาวหนาทึบบดบังร่างของพวกหวังเย่าเหลียงทั้งสี่คนไว้ ทำให้กลุ่มคนชุดดำมองเห็นตำแหน่งของพวกเขาไม่ชัดเจน
อาวุธวิญญาณสิบกว่าชิ้นพุ่งจมหายเข้าไปในหมอกสีขาว แต่กลับรู้สึกเหมือนฟาดลงบนปุยสำลีที่อ่อนนุ่มจนไร้เรี่ยวแรง
"ยันต์ค่ายกล! บ้าเอ๊ย ใช้คาถาอาคมโจมตีซะ!" คนชุดดำสบถออกมาพร้อมกับเริ่มร่ายคาถาในปาก
คนชุดดำทั้งสิบห้าคนแบ่งออกเป็นสามกลุ่มเล็กๆ บนร่างของพวกเขาปรากฏแสงวิญญาณสามสีคือ แดง น้ำเงิน และเหลือง โดยแต่ละสีมีคนคุมอยู่ห้าคน แสงไฟ แสงสีน้ำเงิน และแสงสีเหลืองจำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นลูกไฟยักษ์ขนาดใหญ่ หอกวารีโปร่งใสยาว 5-6 เมตร และหินยักษ์สีเหลืองขนาดใหญ่ พวกเขาประสานงานกันได้อย่างเชี่ยวชาญ เห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
"ไป!"
ลูกไฟยักษ์ หอกวารี และหินยักษ์พุ่งเข้าใส่หมอกสีขาวทีละอย่างจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ทำให้หมอกสีขาวจางลงไปบ้าง "อย่าออมมือ มีวิชาอะไรก็งัดออกมาให้หมด!" พวกเขาโหมโจมตีหนักขึ้น ลูกไฟ หอกวารี และหินยักษ์ปรากฏออกมาไม่ขาดสายพุ่งเข้าใส่หมอกสีขาวพร้อมเสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่อง
ภายในหมอกสีขาว หวังเย่าเหลียงขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ค่ายกลหมอกวารีเจ็ดดาวนี้เป็นยันต์ค่ายกลระดับ 1 ขั้นสูง ซึ่งหวังหมิงหย่วนนำออกมาจากคลังสมบัติของตระกูลหวังเพื่อมอบให้เขาไว้ป้องกันตัว โดยปกติยันต์ค่ายกลที่เป็นการรวมกันระหว่างค่ายกลและยันต์ จะแสดงอานุภาพได้เพียง 70% ของค่ายกลต้นฉบับก็ถือเป็นขีดจำกัดแล้ว
ความจริงแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่หวังเย่าเหลียงใช้ยันต์ค่ายกล เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันจะต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณสิบห้าคนได้นานแค่ไหน เพราะราคามันแพงมหาศาล และปกติเขาเฝ้าอยู่แต่ในตระกูลจึงไม่มีโอกาสได้ใช้ เขาเตรียมใจสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว ต่อให้ต้องตายเขาก็จะไม่ยอมให้พวกโจรแย่งชิงแร่โลหะลึกลับไปเด็ดขาด
"หวังหมิงเหว่ย เจ้าเชี่ยวชาญวิชาแทรกปฐพี หากค่ายกลแตก ให้เจ้าพกแร่โลหะลึกลับหนีกลับเขาปัทมามรกตทันที" หวังเย่าเหลียงสั่งการชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง พร้อมยื่นถุงเก็บของสีเหลืองสามใบให้
"ท่านอาเก้า วางใจเถอะครับ ของอยู่คนอยู่ ของหายคนตาย" หวังหมิงเหว่ยตบหน้าอกรับรองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะลังเลเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "ท่านอาเก้า ให้ท่านนำของกลับเขาปัทมามรกตเถอะครับ พวกเราจะอยู่ต้านพวกโจรเอง"
หวังเย่าเหลียงโบกมือปฏิเสธ "พวกโจรมีตั้งสิบห้าคน พลังฝีมือก็สูงกว่าพวกเจ้ามาก พวกเจ้าอยู่ไปก็มีแต่จะตายเปล่า อาแก่แล้ว อนาคตของตระกูลหวังต้องฝากไว้กับคนรุ่นหลังอย่างพวกเจ้า หวังหมิงเหว่ย... หากข้ากลับไปไม่ได้ ฝากเจ้าช่วยดูแลพวกฉางผิงด้วย ข้ามันคนแก่กระดูกเหล็ก ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น กลัวแค่ว่าตายไปแล้วจะไม่มีใครดูแลพวกเขา"
หวังหมิงเหว่ยสีหน้าเคร่งเครียดปลอบใจว่า "ท่านอาอย่ามองโลกในแง่ร้ายนักเลย ตระกูลหวังได้รับสัญญาณแจ้งเหตุแล้ว คงจะมาถึงในไม่ช้า แต่พวกเราขอสัญญา หากท่านเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจริงๆ พวกเราจะดูแลฉางผิงอย่างดีที่สุดครับ" เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเย่าเหลียงก็หมดห่วง
เสียงระเบิด "ตูมตาม" ดังสนั่น ภายใต้การรุมโจมตีของสิบห้าผู้บำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณ หมอกสีขาวค่อยๆ สลายไป พื้นที่เล็กลงเรื่อยๆ หลังจากผ่านไปไม่ถึงสิยห้านาที หมอกขาวก็สลายไปจนหมด เผยให้เห็นร่างของพวกหวังเย่าเหลียงและทั้งสามคน
ในมือของหวังเย่าเหลียงและสมาชิกตระกูลหวังอีกสองคนกำยันต์ไว้แน่น พวกเขาไม่พูดพร่ำ ขว้างยันต์ในมือเข้าใส่ศัตรูทันที ยันต์สิบกว่าใบระเบิดออก กลายเป็นลูกไฟ ศรวารี ลิ่มปฐพี และก้อนหินพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนชุดดำ คนชุดดำต่างกางเกราะป้องกันและควบคุมอาวุธวิญญาณเข้าปะทะกับเวทมนตร์เหล่านั้น
อาศัยจังหวะนั้น หวังหมิงเหว่ยพึมพำคาถา ร่างสว่างวาบด้วยแสงสีเหลืองก่อนจะมุดหายลงไปใต้ดิน แต่ไม่นานนัก เสียงร้องอย่างโหยหวนก็ดังมาจากใต้ดิน "แย่แล้ว หวังหมิงเหว่ยเกิดเรื่อง!" หวังเย่าเหลียงหน้าเสีย
พื้นดินพลันสว่างไสวด้วยแสงสีเหลือง แมงป่องยักษ์สีเหลืองขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ก้ามใหญ่ของมันหนีบร่างที่ไร้วิญญาณของหวังหมิงเหว่ยไว้ หน้าอกของเขาถูกก้ามยักษ์แทงทะลุ และบนหัวมีรูเลือดโชกอยู่หลายจุด
"หึ ป้องกันไว้แล้วว่าพวกเจ้าต้องหนีทางดิน" ชายชุดดำแค่นหัวเราะด้วยสายตาลำพองใจ
"เลิกพูดจาไร้สาระ กำลังเสริมของตระกูลหวังใกล้จะมาถึงแล้ว รีบจัดการให้จบ" สิ้นคำสั่ง หญิงชุดดำควบคุมกรรไกรยักษ์สีแดง พุ่งเข้าโจมตีพวกหวังเย่าเหลียงสามคนที่เหลือ พร้อมกับอาวุธวิญญาณอีกสิบกว่าชิ้นที่พุ่งเข้ามาอย่างน่าสะพรึงกลัว
หวังเย่าเหลียงสะกดความเศร้าโศกเสียใจไว้ แล้วหยิบยันต์สีเหลืองที่มีลวดลายรูปชามออกมา เมื่อยันต์หลุดจากมือก็แตกออก กลายเป็นม่านแสงสีเหลืองรูปชามขนาดใหญ่ ครอบพวกเขาสามคนไว้ข้างใน นี่คือ "ยันต์เกราะดิน" ยันต์ป้องกันระดับ 2 แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างฐาน ก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อยในการทำลาย
เวลาผ่านไป ม่านแสงสีเหลืองเริ่มหม่นแสงลงและสั่นคลอนเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"แตกซะ!" อาวุธวิญญาณสิบกว่าชิ้นเปล่งแสงเจิดจ้าพุ่งเข้าใสม่านแสงที่ริบหรี่
หวังเย่าเหลียงตัดสินใจเด็ดขาด ตบยันต์สีทองเข้าที่ร่าง แสงสีทองสว่างวาบกลายเป็นชุดเกราะสีทองอร่ามคลุมกาย เขาก้าวไปข้างหน้า กางแขนออกปกป้องคนในตระกูลหวังอีกสองคนไว้เบื้องหลัง พร้อมตะโกนสั่งให้ "หนีไป!"
แต่เกราะทองที่เกิดจากยันต์ระดับ 1 ขั้นสูง ไม่สามารถต้านทานการระดมโจมตีจากอาวุธวิญญาณนับสิบชิ้นได้ เพียงชั่วพริบตา ร่างของเขาก็ถูกอาวุธเหล่านั้นทิ่มแทงทะลุ หวังเย่าเหลียงร้องลั่นก่อนจะล้มฟุบลง เลือดไหลนองย้อมชุดเกราะสีทองจนแดงฉาน
เขายังไม่สิ้นใจทันที ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตผุดขึ้นมาในหัวราวกับตะเกียงส่องทาง ตั้งแต่ตอนเยาว์วัยที่เรียนรู้การบำเพ็ญเพียรในศาลาเทศนา ความฮึกเหิมเมื่อถูกเลือกเป็นผู้มีพรสวรรค์ ความตื้นตันตอนรับยันต์สร้างฐานจากมือหวังเย้าจง ความยินดีเมื่อหวังเย้าจงบรรลุ ขั้นสร้างฐาน ความโศกเศร้าเมื่อลูกชายตาย และความดีใจเมื่อหลานชายหวังฉางผิงเลื่อนระดับ รวมถึงความตื่นเต้นสุดขีดเมื่อรู้ว่าตระกูลพบเหมืองแร่โลหะลึกลับ
สิ่งที่เขากังวลที่สุดในตอนนี้คือ ตระกูลหวังจะรักษาเหมืองแร่โลหะลึกลับไว้ได้หรือไม่ เพราะมันคือหลักประกันในการผ่านพ้นวิกฤตและสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตระกูล
เขาไม่ยินยอมพร้อมใจ เขาอยากลุกขึ้นมาสู้กับพวกโจร แต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่งเสียแล้ว
เพราะหวังเย่าเหลียงใช้ร่างรับการโจมตีส่วนใหญ่ไว้ สมาชิกตระกูลอีกสองคนจึงรอดชีวิตมาได้ แต่ในสายตาของคนชุดดำ พวกเขาก็เป็นแค่ศพที่ยังมีลมหายใจเท่านั้น อาวุธวิญญาณสิบกว่าชิ้นหมุนวนเตรียมพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนอีกครั้ง
"น้องชาย ระวัง!" ชายวัยกลางคนผู้เป็นพี่ชายรีบแปะยันต์สองใบใส่ร่างของชายหนุ่มชุดขาวผู้เป็นน้องชาย แสงวิญญาณสว่างขึ้นกลายเป็นม่านแสงสีเขียวและแดงคุ้มครองร่างไว้
สิ้นเสียงร้องโหยหวน อาวุธวิญญาณสิบกว่าชิ้นก็พุ่งทะลุร่างของคนพี่จนล้มฟุบลงกับพื้น