- หน้าแรก
- จ้าวโลก เริ่มต้นจากการ์ดเด็กเต๋า
- บทที่ 2 นิ้วทองคำ
บทที่ 2 นิ้วทองคำ
บทที่ 2 นิ้วทองคำ
บทที่ 2 นิ้วทองคำ
คนคนนั้นชื่อเหลยอ้ายโก่ว เป็นเด็กที่โตมาในสถานเด็กกำพร้าเดียวกับจางจื้อ และเขาสองคนก็เป็นเพียงสองคนจากสถานเด็กกำพร้าแห่งนั้นที่สอบเข้าโรงเรียนประถมศึกษาระดับหัวกะทิได้
เหลยอ้ายโก่วเป็นรุ่นพี่จางจื้อหนึ่งปี โรงเรียนที่เขาเรียนด้อยกว่าโรงเรียนของจางจื้ออยู่มากโข ตอนอยู่ที่สถานเด็กกำพร้า จางจื้อก็รู้สึกแล้วว่าคนคนนี้ไม่น่าคบหา
แต่ถึงอย่างไรก็โตมาด้วยกันในสถานเด็กกำพร้า
เขาที่ข้ามภพมาจากโลกมนุษย์ อาจเพราะชาติก่อนใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่สงบสุขมานาน ภายในใจจึงยังคงมีความเมตตาอยู่บ้าง
ประกอบกับเขาคิดว่าถ้าสถานเด็กกำพร้ามีจ้าวโลกเพิ่มขึ้นอีกสักคน ความเป็นอยู่ของน้องๆ ในนั้นคงดีขึ้นไม่น้อย ดังนั้นเมื่อสองปีก่อนตอนที่เหลยอ้ายโก่วมาขอยืมเงิน เขาจึงทยอย 'ให้ยืม' การ์ดสีเทาไปสามใบ รวมถึงเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อปีก่อนตอนได้ข่าวว่าคนผู้นี้ล้มเหลวในการเปิดโลก จางจื้อยังรู้สึกเสียดายแทนเขาอยู่เลย
ใครจะไปคิดว่าเหลยอ้ายโก่วกลับพาคนอื่นมาลักพาตัวเขา!
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เงยหน้ามองเหลยอ้ายโก่ว "ไอ้คนเนรคุณ มิน่าล่ะแม่เอ็งถึงโยนเอ็งลงบ่อขี้ทันทีที่คลอดออกมา ที่แท้ก็รู้แต่แรกแล้วว่าเอ็งมันเกิดมาเพื่ออกตัญญู"
"ทำไมตอนนั้นถึงไม่จมขี้ตายไปซะล่ะ?"
"เอ็งมาขอยืมเงิน ข้าก็เจียดเงินที่ประหยัดได้ให้ยืม เอ็งบอกว่าจะเปิดโลกใบเล็ก ข้าก็เอาการ์ดที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาให้ยืมตั้งสามใบ ไม่สำนึกบุญคุณก็ช่างเถอะ แต่กลับแอบพาคนมาทำร้ายข้าเนี่ยนะ?"
"สันดานดิบ หมาลอบกัดอย่างเอ็ง มิน่าพ่อแม่เอ็งถึงโยนทิ้งบ่อขี้ตั้งแต่เกิด!"
"..."
ดูเหมือนหัวหน้าคนนั้นจะรำคาญเสียงจางจื้อ จึงสั่งให้ลูกน้องเอาอะไรอุดปากเขาไว้
คำด่าทอของจางจื้อทำเอาเหลยอ้ายโก่วหน้าซีดเผือด แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความอำมหิต
เมื่อเห็นหัวหน้าคนนั้นพยักหน้าอนุญาต เหลยอ้ายโก่วก็หันมาพูดใส่จางจื้อ "ถุย! คิดว่าตัวเองเป็นคนดีนักรึไง?"
"เงินที่เอาไปซื้อการ์ดมาจากไหน?"
"มีเงินซื้อการ์ดตั้งเยอะแยะ เคยแบ่งให้ทางสถานเด็กกำพร้าบ้างไหม?"
"เอ็งมันก็ไอ้คนเนรคุณเหมือนกันนั่นแหละ?"
"ซื้อการ์ดมาตั้งมากมาย พอเห็นข้าเข้าโรงเรียนประถมฯ ได้ ก็แกล้งทำเป็นใจดีเจียดเศษทานให้สามใบ คิดว่าข้าต้องซาบซึ้งในบุญคุณงั้นสิ?"
"มึงคู่ควรเหรอวะ?"
จางจื้อฟังคำแก้ตัวของเหลยอ้ายโก่วแล้วแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตา หลายปีมานี้เขานำเงินที่อ้างว่าเป็นทุนการศึกษาไปซื้อข้าวของกลับไปให้ที่สถานเด็กกำพร้าทุกเดือน ส่วนเหลยอ้ายโก่วหลังจากเข้าโรงเรียนประถมฯ ไปแล้วก็ไม่เคยกลับไปเหยียบที่นั่นอีกเลย ตอนนี้กลับมาด่าว่าเขาเนรคุณ
มันมาขอยืมการ์ด เขาเห็นแก่ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน เห็นแก่ผู้อำนวยการสถานเด็กกำพร้าคนเก่า เลยให้ยืมการ์ดสีเทาไปสามใบ มันไม่สำนึกบุญคุณไม่ว่า ดันใช้คำว่า 'เจียดเศษทาน' เนี่ยนะ!
นี่มันคิดว่าการที่เขาให้การ์ดสีเทาเป็นการดูถูกมันงั้นสิ? แถมยังทึกทักเอาเองว่าเขาต้องการให้มันมาซาบซึ้งบุญคุณ
ถ้าคิดแบบนั้น แล้วตอนแรกจะหน้าด้านมาขอยืมทำซากอะไร!
คนคนนี้มัน... ช่างอกตัญญูและหน้าด้านจนถึงที่สุดจริงๆ!
หัวหน้าคนนั้นเอ่ยปากขัดขึ้น "เลิกพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้ว เข้าเรื่องซะที!"
เหลยอ้ายโก่วได้ยินดังนั้นก็ชะงัก หันไปยิ้มประจบหัวหน้าคนนั้น ก่อนจะหันกลับมาพูดกับจางจื้อ
"คนธรรมดาต้องประหยัดกินประหยัดใช้อย่างน้อยสามเดือนถึงจะซื้อการ์ดสีเทาได้สักใบ"
"ตอนที่เอ็งโยนการ์ดให้ข้ารวดเดียวสามใบ ข้าก็รู้สึกทะแม่งๆ แล้ว ในโลกนี้จะมีใครที่ไหนเอาทรัพยากรที่ตัวเองอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาให้คนอื่นง่ายๆ?"
"และแหล่งที่หาการ์ดได้ง่ายที่สุดในเมืองอี๋โจวก็คือตลาดมืด ข้าเลยไปซุ่มดูที่นั่น แล้วก็เจอเอ็งจริงๆ ตั้งหลายครั้ง"
"ข้าถึงกับเคยเห็นเอ็งซื้อการ์ดมนุษย์สีขาวด้วยซ้ำ! วันนั้นน่าจะเป็นวันที่สามพฤศจิกายนปีที่แล้ว"
"ข้าจำไม่ผิดใช่ไหม?"
"ถึงเอ็งจะปลอมตัว คนอื่นอาจจำไม่ได้ แต่ข้า... ต่อให้เอ็งกลายเป็นเถ้าถ่านข้าก็จำได้"
จางจื้อที่ถูกปิดปากอยู่หลับตาลง ไม่อยากเห็นไม่อยากรับรู้
หัวหน้าคนนั้นเห็นท่าทางปฏิเสธการสื่อสารของจางจื้อ "ข้าจะให้เวลาเจ้าสองสามวัน ลองกลับไปทบทวนให้ดี ถ้าครั้งหน้าข้ามาแล้วเจ้ายังทำตัวแบบนี้อีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน"
หลังแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา คนผู้นั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
พอคนผู้นั้นไปแล้ว เหลยอ้ายโก่วก็พุ่งเข้ามาถีบเข้าที่ท้องจางจื้ออย่างแรง จางจื้อที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะล้มหงายหลังไปทั้งคนทั้งเก้าอี้
หลังจากกระทืบซ้ำอีกหลายที มันก็สบถออกมา "ไอ้เหี้ย ไอ้โง่ กล้าด่ากู ตัวมึงเองก็มีพ่อแม่ให้กำเนิดแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงเหมือนกันนั่นแหละ!"
"ไอ้คนเห็นแก่เงิน พอเห็นข้าเปิดโลกไม่สำเร็จ ก็ไม่สนใจข้าอีกเลยงั้นสิ?"
"คงคิดล่ะสิว่าตัวเองจะได้เป็นจ้าวโลก ส่วนข้าที่ไม่ได้เป็นก็ไม่คู่ควรจะคบค้าสมาคมกับเอ็งแล้ว?"
มันเตะจางจื้ออีกทีแล้วด่าต่อ:
"มึงฝันกลางวันไปเถอะ ถ้ากูเป็นจ้าวโลกไม่ได้ มึงก็อย่าหวังเลย!"
พอได้ระบายอารมณ์ใส่จางจื้อจนหนำใจ เหลยอ้ายโก่วดูเหมือนจะใจเย็นลงบ้าง แล้วเดินสบถด่ากราดออกจากห้องตามไป
จางจื้อที่เจ็บตัวกลับไม่ได้รู้สึกเคียดแค้น แต่ในใจกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด
จิตใจของเหลยอ้ายโก่วบิดเบี้ยวไปแล้ว ความอิจฉาริษยาจนบิดเบี้ยวแบบนี้ ชาติก่อนจางจื้อก็เคยเจอมาเหมือนกัน
ตอนอยู่บนโลกมนุษย์ เขาเคยฟังเรื่องเล่าจากเพื่อนร่วมงานที่เสิ่นเจิ้น:
เพื่อนร่วมงานคนนั้นเมื่อหลายปีก่อนวางแผนจะกลับบ้านเกิด หลังจากสำรวจตลาดก็พบว่ากุ้งก้ามแดงกำลังเป็นที่นิยม เลยไปศึกษาหาความรู้ แล้วขุดบ่อเลี้ยงในที่นาของตัวเองหลายไร่
พอกุ้งก้ามแดงกำลังจะจับขายได้ บ่อเลี้ยงกุ้งของเขาก็โดนวางยา กุ้งส่วนใหญ่ตายเกลี้ยง แรงกายแรงใจที่ทุ่มเทไป รวมถึงเงินเก็บกว่าแสนหยวนมลายหายไปกับตา
และคนที่วางยาก็คือคนที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด... ลุงแท้ๆ ของเขาเอง!
ใช่ พี่ชายแท้ๆ ของพ่อ ลุงแท้ๆ ของเขา และก่อนหน้านี้ สองครอบครัวก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน ตอนขุดบ่อ ลุงแกยังมาช่วยงานอยู่เลย
ภายหลังลุงสารภาพว่า ครอบครัวลุงฐานะดีกว่ามาตลอด พอเห็นว่าธุรกิจกุ้งก้ามแดงน่าจะไปได้สวย กลัวว่าบ้านน้องจะรวยกว่า ก็เลยเทยากำจัดศัตรูพืชลงบ่อไปหลายขวด
ตอนนั้นจางจื้อยังแปลกใจที่เพื่อนเล่าเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยมาก
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
สภาพจิตใจของเหลยอ้ายโก่วก็คล้ายๆ กัน เด็กกำพร้าอย่างมันเดิมทีก็จิตใจเปราะบางและมีปมด้อยอยู่แล้ว การสอบเข้าโรงเรียนประถมฯ ได้ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของเด็กกำพร้า แต่พอเปิดโลกไม่สำเร็จ ก็เหมือนร่วงจากสวรรค์ลงนรก ทุกอย่างพังทลาย
พอเห็นว่าเขาที่เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน แต่กลับมีการ์ดมากมายมหาศาล และกำลังจะเปิดโลกใบเล็กได้สำเร็จ กลายเป็นคนละชั้นกับมัน
ถ้ามันไม่รู้ว่าเขาสะสมการ์ดไว้เยอะขนาดนี้ หรือถ้ามันเปิดโลกสำเร็จ จิตใจมันคงไม่บิดเบี้ยวรุนแรงขนาดนี้
ความริษยาทำให้คนกลายเป็นปีศาจ
ในโลกใบนี้ เด็กกำพร้าจัดเป็นชนชั้นล่างสุดของสังคม ส่วนเหลยอ้ายโก่วอย่างน้อยก็จบจากโรงเรียนประถมฯ ย่อมเข้าถึงด้านมืดของโลกนี้ได้ง่ายกว่า
ถึงได้เกิดเรื่องในวันนี้ขึ้น
ฟังจากคำพูดของหัวหน้าคนนั้น พวกมันคงจับตาดูเขามาสักพักแล้ว?
เพราะหาที่ซ่อนการ์ดไม่เจอ และไม่รู้ว่าเขาเอาเงินมาจากไหน ถึงได้อดทนรอมาตลอดสินะ?
จนกระทั่งเขาใกล้จะเปิดโลกใบเล็ก ถึงได้ทนไม่ไหวต้องลงมือ?
ก็จริง ถึงแม้โรงเรียนประถมศึกษาสร้างโลกเมืองอี๋โจวจะมีชื่อเสียงโด่งดังในเขตถนนชิงซาน และผู้อำนวยการจะเป็นผู้ทรงอิทธิพล แต่โรงเรียนสนใจแค่ศิษย์ที่เปิดโลกสำเร็จเท่านั้น
นักเรียนที่เปิดโลกไม่ได้ ทันทีที่ก้าวออกจากโรงเรียน ก็ถือว่าขาดกัน
ตราบใดที่ภายในเวลาที่กำหนด เขาไม่กลับไปรายงานตัวที่โรงเรียนว่าเปิดโลกใบเล็กสำเร็จ โรงเรียนก็จะไม่สนใจความเป็นความตายของเขา
สาเหตุที่พวกมันเลือกวันนี้ ก็เพราะวันนี้เป็นวันรับเมล็ดพันธุ์แห่งโลกและเริ่มเปิดโลกใบเล็ก
พวกมันคิดว่าวันนี้เขาต้องเตรียมการ์ดทั้งหมดออกมาเพื่อเปิดโลก
แค่จับตัวเขาไว้ไม่ให้หลอมรวมการ์ด เขาก็ไม่มีทางเปิดโลกได้สำเร็จ
นั่นคือสิ่งที่เหลยอ้ายโก่วต้องการ
และเขาที่เป็นแค่เด็กกำพร้า ต่อให้หายตัวไปก็ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรู้
เขาไม่เหมือนคนอื่น ถ้าเป็นคนอื่นหายตัวไปในช่วงสำคัญแบบนี้ ครอบครัวคงแทบบ้า อย่างน้อยก็ต้องไปตามหาที่โรงเรียน พอโรงเรียนรู้ว่านักเรียนที่กำลังจะเปิดโลกใบเล็กหายตัวไป มีหรือจะนิ่งดูดาย?
คนพวกนี้แค่ถ่วงเวลาให้ครบสิบวัน พอเขาไม่กลับไปรายงานตัว โรงเรียนก็จะเหมาว่าเขาเปิดโลกใบเล็กไม่สำเร็จ และตัดหางปล่อยวัด
หลังจากนั้น พวกมันจะจัดการกับเขาอย่างไรก็ได้
มิน่าเหลยอ้ายโก่วถึงได้วางก้ามขนาดนั้น มันมั่นใจว่าเขาไม่มีทางหนีรอดเงื้อมมือพวกมันไปได้
แผนการของพวกมันเรียกได้ว่าไร้ที่ติจริงๆ
พอมองแผนการของพวกเหลยอ้ายโก่วออก ความตื่นตระหนกในใจของจางจื้อก็สงบลง
แผนของพวกมันดีมาก แต่พวกมันคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง
ข้า... คือผู้ข้ามภพนะโว้ย
ในฐานะผู้ข้ามภพ จะไม่มี 'นิ้วทองคำ' ติดตัวมาได้ยังไงกันล่ะ?
(จบบท)