- หน้าแรก
- จ้าวโลก เริ่มต้นจากการ์ดเด็กเต๋า
- บทที่ 1 ถูกลอบโจมตี
บทที่ 1 ถูกลอบโจมตี
บทที่ 1 ถูกลอบโจมตี
บทที่ 1 ถูกลอบโจมตี
โรงเรียนประถมศึกษาสร้างโลกอันดับหนึ่งแห่งเมืองอี๋
"วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนรู้เรื่องการสร้างโลกขั้นต้น"
"พวกเจ้ามีเวลาอย่างมากที่สุดสิบวันในการเปิดโลกใบเล็ก"
"ในระยะเวลาสิบวันนี้ เพื่อนนักเรียนที่เปิดโลกสำเร็จจำเป็นต้องกลับมารายงานตัวที่โรงเรียนเพื่อตรวจสอบโลกของพวกเจ้า"
"ความอ่อนด้อยหรือเข้มแข็งของโลกที่เปิดออกมา จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของโรงเรียนมัธยมศึกษาสร้างโลกที่พวกเจ้าจะได้เข้าศึกษาต่อ"
"ข้าจะขอย้ำเรื่องเดิมตรงนี้อีกครั้ง ความแข็งแกร่งของโลกใบเล็กที่เปิดออกมานั้นสำคัญก็จริง แต่การมีโลกใบเล็กนั้นสำคัญยิ่งกว่า"
"ในขณะที่ทำการเปิดโลกใบเล็ก จงระวังการใช้พลังจิตของพวกเจ้าให้ดี"
"ถูกต้อง ยิ่งหลอมรวมการ์ดเข้าไปมากเท่าไหร่ในตอนเปิดโลก จุดเริ่มต้นของโลกพวกเจ้าก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น"
"ทว่า การคงสภาพการเปิดโลกจำเป็นต้องใช้พลังจิตมหาศาล พวกเจ้าต้องจับจุดสมดุลระหว่างพลังจิตที่ใช้เปิดโลกกับพลังจิตที่ต้องใช้หลอมรวมการ์ดให้ดี หากรู้สึกว่าพลังเริ่มไม่พอ ให้หยุดหลอมรวมการ์ดทันที แล้วทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่การเปิดโลก"
"ยิ่งโลกต้นกำเนิดหลอมรวมการ์ดได้มาก กฎเกณฑ์ก็จะยิ่งสมบูรณ์ ความเร็วในการเติบโตในภายภาคหน้าก็จะยิ่งเร็ว นี่ก็ไม่ผิด"
"แต่เงื่อนไขของทั้งหมดทั้งมวลนั้น คือพวกเจ้าต้องเปิดโลกออกมาให้ได้เสียก่อน!"
"ถ้าเปิดโลกใบเล็กไม่สำเร็จ ทุกอย่างก็จบเห่"
"เอาล่ะ ข้าคงไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว"
"สุดท้าย ขอให้ทุกคนได้ขึ้นเป็นผู้ปกครองหมื่นโลก!"
"เลิกคลาส!"
. . .
เมื่อเดินพ้นประตูโรงเรียน จางจื้อก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ข้ามภพมายังโลกนี้เกือบจะสิบสี่ปีแล้ว ในที่สุดก็มาถึงก้าวสุดท้ายเสียที!
อ้อ จริงสิ เขาอาจจะข้ามภพมาทั้งร่างกาย เพราะตั้งแต่จำความได้เขาก็อยู่ที่สถานเด็กกำพร้าแล้ว แถมหน้าตาในโลกนี้กับตอนอยู่บนโลกมนุษย์ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างกัน
โลกที่เขาข้ามภพมานี้ เป็นจักรวาลที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง คนส่วนใหญ่ล้วนมีโอกาสเปิดโลกใบเล็กที่เป็นของตัวเองได้
ทุกคนจะปลุกพลังจิตขึ้นมาก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะ
หลังปลุกพลังจิตแล้ว จะสามารถรับสิ่งที่เรียกว่าเมล็ดพันธุ์แห่งโลกซึ่งเป็นตัวตนพิเศษ และใช้พลังจิตกระตุ้นเมล็ดพันธุ์แห่งโลกเพื่อเปิดโลกใบเล็กของตนเอง
คนที่เปิดโลกใบเล็กของตัวเองได้ จะถูกขนานนามว่าจ้าวโลก
เมื่อกลับมาถึงห้องเช่าเล็กๆ ที่เช่าอยู่มาตลอดนับตั้งแต่ออกมาจากสถานเด็กกำพร้า จางจื้อก็ถูมือด้วยความตื่นเต้น
เขาเฝ้ารอเวลานี้มานานเหลือเกินแล้ว
แต่ทว่าเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องนอน และเห็นสภาพห้องที่ถูกรื้อค้นจนกระจุยกระจาย หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ ยังไม่ทันที่จะได้ตอบสนองใดๆ ก็รู้สึกเหมือนมีของแข็งกระแทกเข้าที่ท้ายทอยอย่างจัง จากนั้นร่างทั้งร่างก็ร่วงลงไปกองกับพื้น หมดสติไปทันที
ความคิดสุดท้ายก่อนจะหมดสติคือ "ข้าไปถูกคนหมายหัวเอาตอนไหนวะเนี่ย?"
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จางจื้อที่รู้สึกเย็นวาบที่ใบหน้าก็ค่อยๆ ได้สติฟื้นขึ้นมา เมื่อเงยหน้ามอง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ปิดทึบ รอบด้านมีกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังจ้องมองเขาตาเป็นมัน
เมื่อเห็นชุดเกราะที่โผล่ออกมาจากใต้ชุดคลุมสีดำของชายฉกรรจ์พวกนั้น ใจเขาก็เต้นระรัว คนพวกนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นร่างเงาที่ถูกอัญเชิญออกมาจากโลกใบเล็ก ในกลุ่มคนพวกนี้มีจ้าวโลกรวมอยู่ด้วย
ความคิดนับร้อยพันแล่นผ่านสมอง เขาปั้นหน้าหวาดกลัวแบบเด็กๆ แล้วเอ่ยปากว่า "พวกพี่ชายจำคนผิดหรือเปล่าครับ ข้าเป็นนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาสร้างโลกเมืองอี๋ ไม่ใช่คนที่พวกท่านตามหาแน่นอน"
"เลิกตอแหลได้แล้ว ถึงขั้นนี้ยังคิดจะมั่วถูไถไปอีกเรอะ ไม่ลองคิดดูบ้างล่ะว่าพวกข้าจับตาดูเจ้ามานานแค่ไหนแล้ว" คนท่าทางเหมือนหัวหน้าแสยะยิ้มเย็นชาใส่เขา
พอได้ยินแบบนั้น หัวใจของจางจื้อก็ดิ่งวูบ แต่ปากยังคงแข็งใจพูดต่อ "พี่ชาย พวกท่านต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ ข้าก็แค่เด็กนักเรียนธรรมดาๆ ที่กำลังเตรียมตัวเปิดโลกใบเล็กคนหนึ่งเท่านั้นเอง"
"ท่านจับตัวข้ามา นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว..."
"ข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาสร้างโลกเมืองอี๋ที่กำลังจะเปิดโลกใบเล็ก ทางโรงเรียนจะให้ความสำคัญกับพวกข้าเป็นพิเศษ ถ้าข้าหายตัวไปดื้อๆ โรงเรียนต้องส่งคนมาตามหาแน่ ถึงต้องพลิกแผ่นดินหา ผู้อำนวยการโรงเรียนก็จะขุดพวกท่านออกมาจนเจอ!!"
คนผู้นั้นแค่นเสียงหัวเราะอีกครั้ง "ตื้นลึกหนาบางของเจ้าข้ารู้หมด ไม่ต้องมาหลอกข้า แล้วก็ไม่ต้องมาขู่ข้าด้วย"
"ข้ารู้ว่าสองสามปีมานี้ เจ้ากว้านซื้อการ์ดสีเทาไปอย่างน้อยร้อยสามสิบใบ และการ์ดสีขาวอีกสองใบผ่านช่องทางต่างๆ!"
"ลองคิดดูสิ ปลาตัวใหญ่ขนาดเจ้า ข้าจะจำผิดตัวได้ยังไง!"
"อีกอย่าง ไอ้ที่ว่าโรงเรียนจะพลิกแผ่นดินหาเจ้าน่ะ อย่างน้อยเจ้าก็ต้องเปิดโลกใบเล็กแล้วกลายเป็นจ้าวโลกให้ได้เสียก่อน แล้วก็ต้องมีคนรู้ด้วยว่าเจ้าหายตัวไป ถึงจะมีความเป็นไปได้"
"เด็กกำพร้าอย่างเจ้าที่ย้ายออกจากสถานเด็กกำพร้ามาอยู่คนเดียวเมื่อสามปีก่อน แค่ภายในสิบวันนี้ไม่มีใครไปแจ้งความ และไม่มีใครไปตามหาที่โรงเรียน ใครมันจะไปรู้ว่าเจ้าหายหัวไปไหน"
"เพราะงั้น เจ้าเลิกเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระ แล้วคายความลับมาดีกว่าว่าเจ้าเอาการ์ดที่กว้านซื้อมาไปซ่อนไว้ที่ไหน"
สิ่งที่เรียกว่าการ์ด แท้จริงแล้วก็คือเสบียงสำหรับเลี้ยงดูโลกใบเล็กให้เติบโต
ในยุคบรรพกาล โลกใบเล็กที่เหล่าจ้าวโลกเปิดออกมานั้น เป็นโลกที่ว่างเปล่า ไม่มีสสารใดๆ ดำรงอยู่เลย
โลกแบบนั้นต้องใช้เวลานานเกินไปกว่าจะเติบโต ดังนั้นจึงมีผู้ยิ่งใหญ่คิดค้นวิธีเร่งการพัฒนาของโลกใบเล็กขึ้นมา:
นั่นคือการลอกเอากฎเกณฑ์ วัตถุสิ่งของ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ จากโลกอื่น แล้วหลอมรวมเข้าไปในโลกใบเล็กที่เพิ่งเปิดออกมา
วิธีการนี้ช่วยเร่งความเร็วในการพัฒนาโลกใบเล็กได้อย่างมหาศาล และยังช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของจ้าวโลกในระยะเริ่มต้นได้อย่างมาก
กฎเกณฑ์ วัตถุ และสิ่งมีชีวิตที่ถูกลอกออกมาจากโลกอื่นเหล่านี้แหละ คือที่มาของการ์ดสีสันต่างๆ
สำหรับจ้าวโลกแล้ว การ์ดอาจจะไม่ใช่ของหายากอะไรนัก แต่ในโลกนี้มีมนุษย์จำนวนมากที่ล้มเหลวในการเปิดโลก สำหรับคนพวกนี้ การ์ดคือของมีค่าราคาสูง
เช่นเดียวกัน สำหรับจ้าวโลกทั่วไป การ์ดไม่กี่ใบอาจจะไม่มีความหมาย แต่การ์ดนับร้อยใบ ถือเป็นทรัพย์สินก้อนโตที่ไม่ว่าจ้าวโลกคนไหนก็ต้องตาลุกวาว
เมื่อได้ฟังคำพูดของคนผู้นั้น จางจื้อก็ใจหายวาบ แต่สีหน้ากลับแสร้งทำเป็นตกตะลึง:
"การ์ดสีเทาร้อยสามสิบใบ การ์ดสีขาวสองใบ เป็นไปได้ยังไง พวกท่านต้องเข้าใจผิดแน่ๆ ข้าเป็นแค่เด็กกำพร้า โตมาในสถานเด็กกำพร้า จะไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาซื้อการ์ดเยอะแยะได้ยังไง!"
คนผู้นั้นถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ "เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าเงินมากมายของตัวเองมาจากไหน?"
จางจื้อยังคงทำหน้าตื่นตระหนก "นักเรียนธรรมดาอย่างข้า จะไปรวยขนาดนั้นได้ยังไง!"
"พวกท่านเข้าใจผิดจริงๆ ข้ามีการ์ดสีเทาแค่เจ็ดใบเท่านั้น ทั้งหมดนั่นข้าเก็บหอมรอมริบจากเงินทุนการศึกษาซื้อมา ข้ายกการ์ดทั้งเจ็ดใบให้ท่านหมดเลย ท่านปล่อยข้าไปเถอะนะ ได้โปรด?"
แปะ แปะ แปะ คนผู้นั้นตบมือเบาๆ "แสดงได้สมบทบาทจริงๆ"
จางจื้อมีสีหน้ากระวนกระวาย "ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ข้ามีการ์ดสีเทาแค่เจ็ดใบจริงๆ!"
"การ์ดสีเทาของข้าซ่อนอยู่ในร่องใต้เขียงในห้องครัว ทั้งหมดอยู่ที่นั่น มีแค่เจ็ดใบจริงๆ!"
คนผู้นั้นลุกขึ้นยืนแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จางจื้อ "เจ้าตอแหลได้เนียนจริงๆ! ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเจ้าคงโดนหลอกไปแล้ว"
"ข้าไม่ได้โกหกจริงๆ นะ!"
"ข้ามีการ์ดสีเทาแค่เจ็ดใบจริงๆ!"
"จริงสิ พวกท่านต้องรื้อค้นบ้านข้าแล้วแน่ๆ ถ้าข้ามีการ์ดมากกว่านั้น พวกท่านก็ต้องหาเจอไปแล้วสิ!"
เงาร่างนั้นดูเหมือนจะหมดความอดทน "เลิกเล่นละครสักที! ถ้าข้าหาการ์ดพวกนั้นเจอ ข้าจะลากตัวเจ้ามาที่นี่ทำซากอะไร?"
"ทางที่ดีเจ้ารีบบอกที่ซ่อนการ์ดมาตรงๆ ดีกว่า!"
เมื่อเห็นจางจื้อที่ทำหน้าตื่นกลัวจนตัวสั่นงันงก เงาร่างนั้นก็ดูเหมือนไม่อยากจะเสียเวลากับเขาอีก หันหลังกลับไปแล้วกวักมือเรียก ร่างหนึ่งจึงเบียดตัวผ่านกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นออกมาจากด้านหลัง
เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นตานั้น จางจื้อก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก!
(จบบท)