- หน้าแรก
- วิถีอมตะ ข้าก้าวมาจากหลอมโอสถ
- บทที่ 5 ขอเทพเจ้ากวนอูโปรดคุ้มครอง ให้ข้าหลอมโอสถสำเร็จด้วยเถิด
บทที่ 5 ขอเทพเจ้ากวนอูโปรดคุ้มครอง ให้ข้าหลอมโอสถสำเร็จด้วยเถิด
บทที่ 5 ขอเทพเจ้ากวนอูโปรดคุ้มครอง ให้ข้าหลอมโอสถสำเร็จด้วยเถิด
บทที่ 5 ขอเทพเจ้ากวนอูโปรดคุ้มครอง ให้ข้าหลอมโอสถสำเร็จด้วยเถิด
วันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสว่าง หลัวเฉินก็ลุกจากเตียงแล้ว
ข้างนอกหมอกลงจัด กระทั่งหากตั้งใจฟังดีๆ บางครั้งยังได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรจากเทือกเขานับล้านแว่วมาหนึ่งหรือสองครั้ง
ทว่าเรื่องเหล่านี้ย่อมไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
วันนี้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เขาจะยุ่งมาก
อย่างแรกคือการคัดแยกและจัดการกับวัตถุดิบต่างๆ
สมุนไพรที่ซื้อมาจากแผงลอยของผู้ฝึกตนอิสระ ส่วนใหญ่ถูกจัดการมาอย่างหยาบๆ บางอย่างกระทั่งยังตากไม่แห้งด้วยซ้ำ
เขาจึงนำของเหล่านี้ไปวางบนกระด้ง รอให้แดดออกแล้วค่อยนำออกไปตาก
จากนั้นก็คือเมล็ดบัวหยกเขียว
ต้องแกะเปลือกออก เอาเฉพาะเนื้อในของเมล็ดบัว เปลือกนั้นใช้ไม่ได้เด็ดขาด
อาศัยแสงจากตะเกียงน้ำมัน หลัวเฉินค่อยๆ แกะทีละเม็ด จนกระทั่งตาเริ่มแห้งผาก จึงหยุดพัก
“ไม่รู้ว่าทำแบบนี้แล้ว สายตาข้าจะสั้นหรือไม่นะ?”
“แต่ข้าเองก็ฝึกเซียนนี่ คงไม่เป็นโรคสายตาสั้นหรอกกระมัง?!”
รอจนจัดการกับกองเมล็ดบัวจนเสร็จ ฟ้าก็สว่างจ้า
เขานำเมล็ดบัวไปแช่ในเลือดไก่สุริยันแดงที่เจือจางแล้ว หลัวเฉินก็นำกระด้งหลายใบออกไปตากแดด
การอาศัยอยู่ชายขอบเขตเมืองชั้นนอก แม้จะไม่ค่อยปลอดภัยนัก แต่ก็มีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
ปกติเวลาหลอมผงก้อนเลี่ยงธัญพืช จะมีขั้นตอนหนึ่งที่ส่งกลิ่นฉุนรุนแรง หากหลอมในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น มีโอกาสสูงมากที่จะถูกร้องเรียน
ผู้เฒ่าเฉินตอนฟอกหนังทำยันต์ที่บ้าน ก็เคยถูกร้องเรียนมาแล้วไม่ต่ำกว่าครั้งหนึ่ง สุดท้ายต้องยัดยันต์ดีๆ ให้ผู้ดูแลสองสามแผ่นจึงจะรอดตัวไปได้
แต่หลัวเฉินไม่มีความกังวลในเรื่องนี้
มันเทศหยกต้องหั่นเต๋า และต้องเหลือส่วนหนึ่งไว้หั่นเป็นแผ่น ส่วนนี้เก็บไว้ใช้หลอมผงก้อนเลี่ยงธัญพืช
หลัวเฉินไม่ใช่คนประเภทที่จะวางไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว
การหลอมยาเม็ดจ้งเมี่ยวในช่วงแรก คาดการณ์ได้ว่าจะต้องมีความล้มเหลวไม่น้อย
กระทั่งล้มเหลวทั้งหมด ขาดทุนย่อยยับก็มีความเป็นไปได้!
เพราะอย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเพียงระดับความชำนาญระดับเริ่มต้นเท่านั้น
ในสถานการณ์เช่นนี้ แหล่งรายได้เดิมของเขา จะต้องไม่ขาดตอนเด็ดขาด
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ขาดทุนย่อยยับ อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถอาศัยรายได้จากผงก้อนเลี่ยงธัญพืชเพื่อประทังชีวิต แล้วค่อยกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้
รอจนจัดการกับมันเทศหยกเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนเที่ยงวัน
เวลานี้ ควรจะกินข้าวแล้ว!
เมื่อรู้สึกถึงความหิวในท้อง หลัวเฉินเบ้ปาก
ใครๆ ก็ว่าผู้ฝึกตนไม่กินธัญพืชของโลกมนุษย์ แต่ความจริงแล้ว หิวก็คือหิว!
ล้างมือเสร็จ หลัวเฉินก็เดินเข้าครัว
ตักข้าวสารที่ใสแวววาวราวคริสตัลออกมาจากโอ่งหนึ่งถ้วยเล็กๆ ไม่ต้องล้าง เทลงในหม้อใบเล็กโดยตรง
นี่คือข้าววิญญาณ หนึ่งก้อนหินวิญญาณซื้อได้แค่สิบจิน!
เขาเสียดาย ไม่กล้าล้าง กลัวว่าปราณวิญญาณบางส่วนจะถูกล้างออกไป
จากนั้นเดินไปยังช่องลับข้างๆ ครัว กดลงไปครั้งหนึ่ง พื้นพลันปรากฏหลุมขนาดใหญ่ ห้องเก็บของใต้ดินขนาดเล็กกว้างยาวสามฉื่อปรากฏแก่สายตา
ข้างในแขวนเนื้อวัวอยู่ครึ่งซีก!
วัวเหลือง สัตว์อสูรระดับหนึ่ง!
ของสิ่งนี้ก็แพงเช่นกัน ราวๆ หนึ่งก้อนหินวิญญาณระดับต่ำต่อสิบจิน
การที่หลัวเฉินมีเนื้อเป็นร้อยจินนี้ ไม่ใช่เพราะเขาตะกละ แต่เป็นเพราะเนื้อวัวเหลืองคือหนึ่งในวัตถุดิบหลักของผงก้อนเลี่ยงธัญพืช
เนื้อหนึ่งจิน บวกกับโสม ตังกุย และสมุนไพรต่างๆ ในปริมาณที่เหมาะสม สามารถทำผงก้อนเลี่ยงธัญพืชได้ห้าขวด แล้วขายได้หนึ่งก้อนหินวิญญาณ!
ทุกครั้งเขาจะพยายามซื้อให้มากหน่อย ปริมาณมากราคาก็ถูกลง จากนั้นจึงเก็บรักษาไว้ด้วยก้อนน้ำแข็ง
มองดูเนื้อวัวครึ่งซีกนี้ หลัวเฉินอดกลืนน้ำลายมิได้
จากนั้นใช้มีดทำครัว แล่เนื้อออกมาประมาณสองตำลึงเล็กๆ แล้วหยิบผักธรรมดาๆ ออกมาจากห้องน้ำแข็ง
ล้างเนื้อและผักให้สะอาดหมดจด ผักหั่นเต๋า เนื้อแล่เป็นแผ่นบางมากๆ สุดท้ายใส่ทั้งหมดลงในหม้อใบเล็ก
เติมฟืน!
จุดไฟ!
สองมือประสานมุทรา พึมพำคาถาในลำคอ ประมาณสองลมหายใจต่อมา ลูกไฟเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นในมือ
ไป!
พรึ่บ!
ฟืนในเตาพลันลุกไหม้ขึ้นมาทันที
“คราวนี้ราบรื่นดี เหตุการณ์ไฟลุกท่วมเตาเหมือนตอนที่เพิ่งข้ามมิติมา คงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว!”
หลัวเฉินยิ้มเล็กน้อย ค่อนข้างภาคภูมิใจ
เหลือบมองหน้าต่างสถานะ คาถาบอลเพลิงระดับเชี่ยวชาญ ค่าความชำนาญจาก 268/300 พลันกระโดดขึ้นเป็น 269/300!
ตอนนี้เขามีคาถาอาคมที่ฝึกฝนอยู่ทั้งหมดสามอย่าง
คาถาชำระล้างธาตุน้ำ, คาถาพันธนาการธาตุไม้, คาถาบอลเพลิงธาตุไฟ
และในบรรดาสามคาถานี้ คาถาบอลเพลิงมีความชำนาญสูงสุด
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ตอนแรกเพียงแค่รู้สึกว่าการฝึกเซียนนั้นลึกลับน่าสนุก ยามว่างก็ปล่อยบอลเพลิงเล่น
เขาเคยทดลองอานุภาพของคาถานี้แล้ว ความเร็วช้า สิ้นเปลืองพลังงานสูง แต่พลังทำลายล้าง รุนแรงมาก!
ขอเพียงแค่โจมตีถูกเป้าหมาย ก็สามารถหลอมทองละลายเหล็ก เผากระดูกเป็นเถ้าถ่านได้
แต่เงื่อนไขคือต้องโจมตีให้โดน!
ผู้ฝึกตนทั่วไปเวลาใช้คาถาบอลเพลิง ตั้งแต่ประสานมุทราร่ายคาถา อย่างน้อยต้องใช้เวลาสามลมหายใจ
สามลมหายใจ ศัตรูก็ฆ่าเขาได้เป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว
ตอนแรกหลัวเฉินก็ประมาณนี้เช่นกัน อีกทั้งทุกครั้งที่ใช้ จะต้องสิ้นเปลืองพลังวิญญาณทั้งหมดของเขาถึงหนึ่งในสิบส่วน
ตอนนั้นเขาถึงได้เข้าใจว่า เหตุใดผู้ฝึกตนระดับต่ำจึงไม่ค่อยใช้คาถาอาคมในการต่อสู้
ส่วนใหญ่จะใช้อาวุธวิเศษ หรือไม่ก็ใช้ยันต์ สองอย่างนี้ล้วนมีความเร็วสูง สิ้นเปลืองพลังงานน้อย อีกทั้งพลังทำลายล้างก็ไม่ด้อยไปกว่าคาถาอาคม
หลังจากรู้สถานการณ์เช่นนี้ เขาก็หมดความสนใจในคาถาอาคมระดับต่ำอย่างบอลเพลิงไป
ทว่าเมื่อทุกครั้งที่หลอมโอสถ ใช้คาถาบอลเพลิงจุดไฟ ค่าความชำนาญของเขาก็เพิ่มขึ้น เขาจึงรู้สึกว่าคาถาอาคมก็อาจจะมีประโยชน์อยู่บ้าง
อย่างเช่นตอนนี้ การสิ้นเปลืองพลังงานยังคงเท่าเดิม หนึ่งในสิบส่วน แต่ความเร็วในการร่ายลดลงเหลือภายในสองลมหายใจแล้ว
นี่เป็นเพียงระดับเชี่ยวชาญเท่านั้น
หากถึงระดับความชำนาญสมบูรณ์แบบเล่า?
หากเป็นระดับความชำนาญปรมาจารย์เล่า?
ดังนั้น ในทุกครั้งที่ต้องการใช้ไฟ เขามักจะใช้มันหนึ่งหรือสองครั้งเสมอ
เก็บเล็กผสมน้อย!
ท่ามกลางความคิดฟุ้งซ่าน ข้าวในหม้อก็ใกล้จะสุกเต็มที
ได้กลิ่นหอมของข้าว หลัวเฉินก็ไปหยิบหัวไชเท้าดองออกมาจากไห
ข้าวอบเนื้อวัวชามใหญ่ เปี่ยมไปด้วยพลังปราณ สีสันแดง เขียว เหลือง ขาว น่ารับประทาน เสริมด้วยหัวไชเท้าดองรสเปรี้ยวหวานกรุบกรอบสองสามชิ้น
นั่งอยู่ใต้ชายคา รับลมเย็นริมลำธารและแสงแดด กินอย่างเอร็ดอร่อย
นี่คือช่วงเวลาที่หลัวเฉินมีความสุขที่สุดในแต่ละวัน!
หากไม่มีแรงกดดันในการเอาชีวิตรอด ไม่มีการแสวงหาชีวิตอมตะ การได้กินอาหารมื้อนี้ทุกวัน ย่อมนับเป็นความสุขอย่างแท้จริงแล้ว
น่าเสียดาย หลัวเฉินไม่มีทางเลือก เขาคือบุรุษผู้มีระบบ แม้จะอยู่ในค่ำคืนอันมืดมิด ก็ย่อมต้องส่องแสงเจิดจรัสในที่สุด!
“บ้าเอ๊ย! ของสิ่งนี้ทำไมมันเหม็นขนาดนี้!”
บุรุษผู้ถูกกำหนดให้เจิดจรัส กุมหน้าอก โก่งคออาเจียนอยู่ริมลำธารไม่หยุด
เขาคาดไม่ถึงว่า องคชาตสุนัขเพลิงที่ซื้อมาจากโถงร้อยสมุนไพร ตอนที่นำมาจัดการด้วยวิธีพิเศษ จะเหม็นได้ถึงขนาดนั้น
เขาหาหน้ากากมาใส่ หลัวเฉินรวบรวมความกล้า เริ่มจัดการกับองคชาตสุนัขเพลิงอีกครั้ง
พลางใช้มือพลิกผิวหนังด้านนอกทาด้วยน้ำยาพิเศษ พลางท่องในใจ
“ของนี่ไม่เหม็น ของนี่ไม่เหม็น”
“นี่คือหินวิญญาณ ทั้งหมดคือหินวิญญาณ คือหินวิญญาณที่หอมหวน!”
รอจนจัดการกับองคชาตสุนัขเพลิงเสร็จไปหนึ่งเส้น เขาก็รีบวิ่งไปที่ริมลำธารทันที
“อ้วก!”
การจัดการกับวัตถุดิบ ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ใช้เวลาอย่างมาก แต่จะลดขั้นตอนลงแม้แต่น้อยไม่ได้!
กระทั่งกล่าวได้ว่า มันสำคัญยิ่งกว่าเทคนิคในขั้นตอนการหลอมเสียอีก
เป็นเหตุผลง่ายๆ ต่อให้ตำราโอสถของเจ้าสมบูรณ์แบบเพียงใด เทคนิคของเจ้าล้ำเลิศเพียงใด อุปกรณ์หลอมโอสถของเจ้าสุดยอดเพียงใด แต่หากวัตถุดิบมีปัญหาตั้งแต่แรก
ผลลัพธ์สุดท้าย ย่อมถูกกำหนดไว้แล้ว
เหมือนกับการสร้างตึกสูง หากฐานรากมีปัญหา จะพูดถึงสิ่งอื่นได้อย่างไร ใช่ไหม?
ใช้เวลาไปเจ็ดวัน วัตถุดิบต่างๆ ทั้งที่ผ่านการแปรรูปเบื้องต้นและแปรรูปลึกๆ ได้รับการจัดการจนถึงขั้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
หลัวเฉินยังหาเวลาว่างหลอมผงก้อนเลี่ยงธัญพืชสองสามหม้อ ปั้นเป็นเม็ดกลมเก็บใส่ขวดไว้
แต่ยังไม่คิดจะนำออกไปขายในครั้งนี้
เขาตั้งใจจะรอให้ยาเม็ดจ้งเมี่ยวหลอมสำเร็จก่อน แล้วค่อยนำออกไปขายพร้อมกัน
ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป หม้อเหล็กใบนี้ที่ผสมแร่วิญญาณอยู่เล็กน้อย จะต้องถูกล้างให้สะอาดเพื่อใช้หลอมยาเม็ดจ้งเมี่ยว
ยืนอยู่หน้าเตา หลัวเฉินสวมผ้ากันเปื้อนให้ตนเองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
โค้งคำนับให้กับเพดานครัวที่ดำคล้ำ “ขอเทพเจ้ากวนอูแห่งบ้านเกิดข้า, ท่านไท่ซ่างเหล่าจวิน (ปรมาจารย์สูงสุดแห่งเต๋า), ท่านปรมาจารย์โอสถประจำถิ่น โปรดคุ้มครองให้ข้าหลอมสำเร็จในหม้อแรกด้วยเถิด!”
เปิดหม้อ!
จุดไฟ!