เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 เจ้าจะเอาหรือไม่เอา!

บทที่ 3 เจ้าจะเอาหรือไม่เอา!

บทที่ 3 เจ้าจะเอาหรือไม่เอา!


บทที่ 3 เจ้าจะเอาหรือไม่เอา!

ชายผู้ฝึกตนสามคนในชุดคลุมอาคมรัดรูปเดินเข้ามาล้อม ก้มลงมองดูสินค้าบนแผ่นหินสีเขียว

“อ๊ะ! ยันต์ซ่อนกลิ่นอาย ของดีนี่! ราคาเท่าไหร่หรือ?”

“ห้าก้อนหินวิญญาณต่อแผ่น ของจำเป็นสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว หรือเข้าป่าล่าสัตว์ หากในยามคับขัน กระตุ้นยันต์นี้ แม้แต่จมูกของหมาป่าแดนใต้ก็ยังไม่ได้กลิ่นเจ้า!”

“แพงขนาดนี้ ทำไมไม่ไปปล้นเอาเลยเล่า?”

“เจ้าจะเอาหรือไม่เอา!”

“ลดหน่อยสิ พวกเรากำลังจะเข้าป่า ยังต้องซื้อยันต์อีกหลายชนิด ซื้อจากท่านสักตั้งก็ได้นะ”

“พวกเจ้าไม่ไปสืบดูเล่า? ชื่อเสียงของข้า ผู้เฒ่าเฉิน ในย่านการค้าต้าเหอ ฝีมือการทำยันต์ของข้า! อีกอย่าง ยันต์ลดราคาให้เจ้าได้ แต่ตอนที่สัตว์อสูรพุ่งเข้าใส่ มันจะกัดเจ้าน้อยลงสักคำหรือไม่เล่า?”

“สามก้อนหินวิญญาณสำหรับยันต์ซ่อนกลิ่นอายแผ่นนี้ บวกกับยันต์หนามปฐพีสามแผ่น ยันต์บอลเพลิงหกแผ่น”

“สี่ก้อน! ลดกว่านี้ไม่ได้แล้ว ยันต์ซ่อนกลิ่นอายนี้เป็นสินค้าเฉพาะของข้า เดือนหนึ่งทำได้แค่แผ่นเดียว!”

ชายผู้ฝึกตนทั้งสามปรึกษาหารือกันครู่หนึ่ง ตัดสินใจซื้อยันต์ซ่อนกลิ่นอายแผ่นนี้

หลังจากคำนวณเงินเรียบร้อย พวกเขาก็หันไปสนใจขวดหยกที่วางอยู่มุมข้างๆ

“โอสถเลี่ยงธัญพืช?”

หลัวเฉินกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที “เม็ดเดียวอิ่มท้อง สิบเม็ดสามวันสามคืนไม่หิว เอาสักกี่ขวดดี?”

“ราคาเท่าไหร่?”

“ข้าขอบอกท่านเลยนะ โอสถเลี่ยงธัญพืชของข้านี้ใช้วัตถุดิบหลักเป็นเนื้อวัวเหลืองระดับหนึ่งชั้นดี เสริมด้วยโสมและตังกุย สุดท้ายหลอมด้วยน้ำผึ้งร้อยบุปผาของพิเศษจากนิกายราชันย์โอสถ นับว่าเป็นของดีราคาถูกอย่างแท้จริง!”

“ดีขนาดนั้นเชียวหรือ?”

“มาๆๆ ท่านลองดมกลิ่นหอมนี่สิ หอมฟุ้งใช่หรือไม่! ท่านลองดูสีสันนี่สิ รับรองไม่ผสมแป้งปลอมปน ข้ากล้ารับประกันว่าในย่านนี้ไม่มีใครทำได้สีสวยเท่าข้า!”

“พี่ใหญ่ ดูเหมือนจะหอมกว่าโอสถเลี่ยงธัญพืชที่เราเคยซื้อมาก่อนจริงๆ ด้วย”

“ใช่แล้ว สหายเต๋าท่านนี้ดูออกแต่แรกเลยว่าของดี พวกท่านก่อนหน้านี้คงถูกหลอกแล้วเป็นแน่ โอสถเลี่ยงธัญพืชพวกนั้นกินแล้วรู้สึกเหมือนกินแป้งใช่หรือไม่? นั่นต้องใช้เนื้อวัวปลอมแน่นอน!”

“ราคาเท่าไหร่?”

“สี่ขวดแค่หนึ่งก้อนหินวิญญาณ!”

“ทำไมเจ้าไม่ไปปล้นเอาเลยเล่า!”

“ท่านจะเอาหรือไม่เอา! ผ่านแผงนี้ไปแล้ว ไม่มีของดีแบบนี้อีกนะ ข้าขอบอกท่านเลย ลูกค้าประจำข้าเยอะมาก รออีกสักพัก ข้าก็ขายหมดกลับบ้านแล้ว”

“ลดหน่อยได้หรือไม่?”

“เอาเถอะๆ ข้าเห็นสหายเต๋าทั้งสามท่านตั้งใจจะซื้อจริงๆ เช่นนั้น เอาอย่างนี้แล้วกัน ยังคงเป็นหนึ่งก้อนหินวิญญาณ แต่ให้ห้าขวด! ตกลงหรือไม่? ถือว่าผูกมิตรกันไว้ วันหน้าข้ามีโอสถใหม่ออกมา จะลดราคาให้พวกท่านเป็นพิเศษ!”

“ตกลง เอามาสิบขวด ของเก่าที่เก็บไว้ยังกินไม่หมด คราวนี้ลองของเจ้าดูบ้าง”

จ่ายเงินรับของเรียบร้อย หลัวเฉินและผู้เฒ่าเฉินประสานมืออวยพรหนึ่งประโยค “ขอให้เข้าป่าโดยปลอดภัย เก็บเกี่ยวได้เต็มที่”

รอจนคนกลุ่มนั้นเดินจากไป ทั้งสองก็สบตากันแล้วยิ้มออกมา

ผู้เฒ่าเฉินยิ่งแอบหยิบยันต์ซ่อนกลิ่นอายอีกแผ่นออกมาวางบนแผงเงียบๆ

ไหนบอกว่าเดือนหนึ่งทำได้แค่แผ่นเดียว?

เมื่อดวงตะวันลอยสูงขึ้น เขตผู้ฝึกตนอิสระทางมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็ยิ่งคึกคักขึ้น

แผงขายโอสถ ขายวิชาฝึกตน ขายเนื้อสัตว์อสูร มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

ผู้คนที่มาซื้อของ ค้นหาของดียิ่งมีไม่ขาดสาย กระทั่งบางครั้งยังเห็นศิษย์ที่สวมชุดคลุมตามแบบฉบับของนิกายกระบี่ติ่งหยก (ติ่งคือหม้อสามขามีหูจับ) ปรากฏตัวขึ้นหนึ่งหรือสองคน

และการปรากฏตัวของคนกลุ่มหลังนี้ ยิ่งทำให้เหล่าผู้ฝึกตนอิสระคึกคักขึ้น ราคาที่ตะโกนบอกยิ่งสูงขึ้นหลายส่วน

คนจากสำนักนิกายเหล่านี้ ล้วนเป็นลูกแกะอ้วนพีทั้งสิ้น!

ทว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหลัวเฉินนัก

โอสถเลี่ยงธัญพืชเป็นสินค้าพื้นๆ ที่สุด ทุกสำนักนิกายล้วนมี

อีกทั้งที่เขาหลอมยังเป็นโอสถเลี่ยงธัญพืชระดับต่ำสุด กระทั่งเรียกว่าโอสถยังไม่ได้ เป็นเพียงผงก้อนเลี่ยงธัญพืชที่ปั้นเป็นเม็ดกลมเท่านั้น

ของแบบนี้ ต่อให้เขาหลอมได้ดีเพียงใด ก็ไม่มีความสามารถในการแข่งขันเท่าใดนัก

รอจนถึงตอนเที่ยง สินค้าของหลัวเฉินก็ขายไปเกือบหมดแล้ว

มีทั้งหมดแค่ยี่สิบขวด ไม่ได้มากมายอะไรเลย นี่คือสินค้าที่หลัวเฉินสะสมมาหกเจ็ดวัน

กล่าวได้เพียงว่า นักหลอมโอสถระดับต่ำ ชีวิตช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน!

หากไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักนิกายหรือตระกูล นักหลอมโอสถอิสระระดับต่ำ ยิ่งน่าเวทนาไร้มนุษยธรรม!

ไม่ต้องเก็บของอะไรมากนัก หลัวเฉินมอบเนื้อวัวแห้งที่ทำจากเศษเนื้อให้ท่านผู้เฒ่าเฉินสองสามชิ้น แล้วก็ตั้งใจจะจากไป

ก่อนจากไป ท่านผู้เฒ่าเฉินซึ่งกำลังเคี้ยวเนื้อวัวแห้งกับน้ำเปล่า ร้องตะโกนเรียกเขาไว้

“เจ้าจะทำโอสถใหม่ออกขายหรือ? คงไม่ใช่ตำราโอสถที่เสียหายที่เจ้าได้มาเมื่อปีที่แล้วหรอกนะ?”

“เจ้าหนู อย่าทะเยอทะยานเกินตัวนักเลย ข้าเห็นนักหลอมโอสถอิสระที่ศึกษาตำราโอสถใหม่ๆ จนหมดเนื้อหมดตัว ขาดทุนย่อยยับมนักต่อนักแล้ว”

“เจ้าเก็บหินวิญญาณก้อนนี้มาได้ไม่ง่าย สู้ไปซื้อโอสถบำรุงปราณสักสองขวดที่หอสมุนไพรวิญญาณ เพื่อเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญเพียรไม่ดีกว่าหรือ?”

นี่นับเป็นคำพูดจากใจจริงที่หาได้ยากจากชายชราขี้เหนียวและชอบเอาเปรียบผู้นี้

หลัวเฉินฟังออกถึงความจริงใจของอีกฝ่าย

อันที่จริง ราคาที่เจ้าของร่างเดิมต้องจ่ายไปเพราะตำราโอสถที่เสียหายนั้น หนักหนากว่าที่ผู้เฒ่าเฉินพูดเสียอีก

ทว่าหลัวเฉินมีความคิดของตนเอง ย่อมไม่ทำเรื่องทะเยอทะยานเกินตัวเช่นนั้น

“ท่านผู้เฒ่า ท่านระวังฟันหน่อยเถอะ เนื้อวัวแห้งของข้ามันแข็ง เดี๋ยวฟันจะหักเอาได้นะ”

ผู้เฒ่าเฉินทำหน้าบูดเบี้ยว กัดเนื้อวัวแห้งคำใหญ่ เศษเนื้อติดซอกฟัน รู้สึกไม่สบายอย่างยิ่ง แต่ก็ยังฝืนกลืนลงไป

เขาถลึงตาใส่หลัวเฉิน

“ไปให้พ้น!”

หลัวเฉินหัวเราะเหอะๆ สองสามก้าวก็เบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนหายลับตา

ยังคงเป็นเขตผู้ฝึกตนอิสระทางมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้นี้ แต่เขามาถึงบริเวณที่เป็นแหล่งรวมสมุนไพร

เนื่องจากคลุกคลีอยู่ในบริเวณนี้มานานปี เขาจึงคุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าต่างๆ เป็นอย่างดี

“พี่สาวหวัง นี่สามีท่านเพิ่งเก็บมาจากในป่าหรือ? ดูเหมือนยังตากไม่แห้งเลย เกรงว่าคนที่ดูของเป็นคงไม่สนใจสินะ?”

“น้องชายวันนี้ขอทำความดีสักหน่อย จำใจรับไว้สักสิบจินแล้วกัน!”

“เหอโส่วอู (สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง) ชิ้นนี้ เกรงว่าจะยังไม่ครบสิบปีนะ! ลดราคาหน่อย ข้าเอา”

“มันเทศหยก ใช่แล้ว เอามาห้าสิบจิน ก่อนหน้านี้ข้าซื้อยี่สิบจินหนึ่งก้อนหินวิญญาณ ตอนนี้ราคาขึ้นเป็นเท่าตัว อย่างไรก็ต้องลดให้บ้างสิ!”

“ช่างเถอะๆๆ ข้าไม่ต่อราคาแล้ว ท่านแถมผลหงซาน (ผลไม้ชนิดหนึ่ง) ให้ข้าหน่อยแล้วกัน เอาลูกนี้แหละ ขนาดใหญ่ดี”

ตลอดช่วงบ่าย หลัวเฉินเดินวนเวียนอยู่ในบริเวณสมุนไพรนี้ จัดซื้อสมุนไพรต่างๆ ที่เขาต้องการเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเป็นแผงลอยของผู้ฝึกตนอิสระ คุณภาพสินค้าต้องอาศัยสายตาของตนเอง ราคาต้องอาศัยการต่อรอง

ต่อรองจนปากคอแห้งผาก หลัวเฉินจึงซื้อของได้ครบเจ็ดแปดส่วน

และต่อไป เขายังต้องเดินทางไปยังใจกลางเมืองชั้นในอีกครั้ง

หอสมุนไพรวิญญาณ หนึ่งในหกร้านค้าชั้นนำของย่านการค้าต้าเหอ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เด่นที่สุดใจกลางเมือง

อาคารสูงห้าชั้น ชายคาโค้งงอน ผนังวาดลวดลาย ราวระเบียงแกะสลัก งดงามตระการตาอย่างแท้จริง

เพียงแต่ที่นี่ซื้อขายเฉพาะโอสถสำเร็จรูปเท่านั้น ยังไม่ใช่สถานที่หลัวเฉินจะสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ในตอนนี้

จุดหมายปลายทางของเขาคือ โถงร้อยสมุนไพรที่อยู่ข้างๆ หอสมุนไพรวิญญาณ

ว่ากันว่าหอสมุนไพรวิญญาณและโถงร้อยสมุนไพรล้วนมาจากนิกายราชันย์โอสถ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงแยกเป็นสองร้าน

เมื่อเทียบกับความหรูหราโอ่อ่าของหอสมุนไพรวิญญาณแล้ว โถงร้อยสมุนไพรดูธรรมดากว่ามาก

เป็นอาคารชั้นเดียวทอดยาวไปด้านหลัง ดูเรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น

ทว่าเมื่อเข้าใกล้ กลิ่นสมุนไพรอันเข้มข้นก็โชยปะทะใบหน้าทันที

หลัวเฉินรู้สึกสดชื่นขึ้นมา วางถุงผ้าใบใหญ่บนหลังลงเบาๆ ตรงทางเข้า

เถ้าแก่อ้วนท้วนมองถุงใบใหญ่นั้น ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย จมูกขยับไปมา จากนั้นก็ส่ายหน้า

หลัวเฉินไม่ใส่ใจ เดินเข้าไปหาที่โต๊ะคิดเงิน

“ท่านผู้อาวุโส ที่นี่ท่านยังมีหอยเชลล์แห้งกับองคชาตสุนัขเพลิงหรือไม่?”

เมื่อได้ยินชื่อสมุนไพรสองชนิดนี้ แววตาของเถ้าแก่อ้วนที่มองเขาก็เปลี่ยนเป็นขบขันขึ้นมา

จบบทที่ บทที่ 3 เจ้าจะเอาหรือไม่เอา!

คัดลอกลิงก์แล้ว