- หน้าแรก
- ข้ามีสมุดบันทึกภารกิจ
- บทที่ 34 พลังแห่งชุดเกราะ
บทที่ 34 พลังแห่งชุดเกราะ
บทที่ 34 พลังแห่งชุดเกราะ
บทที่ 34 พลังแห่งชุดเกราะ
คอลินไม่รอช้า ระดมยิงเวทมนตร์ออกไปไม่ยั้ง
ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ร่างศัตรูระลอกแล้วระลอกเล่า
แม้เจ้าหนอนกินซากจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่มันกลับไม่ชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับรถบดถนนที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาบดขยี้ทุกอย่าง
เสียงหนวดฟาดโล่ดังปัง ๆ ดังมาจากด้านหลัง
ขณะร่ายคาถา แสงไฟวูบวาบส่องสว่างเบื้องหน้า
ในสมองของคอลินหมุนติ้ว ขบคิดอยู่เพียงปัญหาเดียว... จะทำอย่างไรดี?
ไม่รู้ว่าทหารยามอาวุโสข้างหลังจะต้านได้นานแค่ไหน
ถึงจะมีประสบการณ์โชกโชน แต่อายุก็มากโข การต่อสู้ยืดเยื้อที่ต้องใช้แรงกายมากขนาดนี้คงไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด
มองดูหนอนกินซากที่คืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ คอลินสัมผัสได้เพียงความสิ้นหวัง
ประเด็นคือทหารยามนั่นยังมีโล่ แต่เขามีแค่ดาบเล่มเดียว
ถ้าโดนหนวดพวกนี้ฟาดเข้าจัง ๆ สักทีคงเป็นอัมพาตแน่ ถึงตอนนั้นก็ทำได้แค่รอความตาย
เคยได้ยินว่าคนที่โดนหมีเล่นงาน จะต้องทนดูตัวเองถูกกินทั้งเป็น ไม่รู้ว่าถ้าตกอยู่ในมือไอ้ตัวประหลาดพวกนี้ จุดจบจะเป็นยังไง...
ฟุ่บ!
[ศรเพลิง] อีกลูกพุ่งออกไป
เสียงโหยหวนของมอนสเตอร์ดังอยู่ใกล้แค่เอื้อม คอลินได้กลิ่นเหม็นไหม้ของเมือกที่โดนไฟเผา
เขาจ้องเขม็งไปที่มอนสเตอร์ตรงหน้า
แม้ก่อนหน้านี้ความคิดจะสับสนวุ่นวาย แต่ในวินาทีเป็นตายแบบนี้ คอลินกลับใจเย็นลงอย่างน่าประหลาด
ข้ามีโอกาสแค่ครั้งเดียว เขาคิด
จะใช้ดาบปัดป้องคงไม่ได้ผล หนวดของมันก็เหมือนแส้ อาวุธประเภทนี้ไม่กลัวการปัดป้องด้วยดาบ แถมตอนนี้เขาก็ไม่มีวิธีโจมตีอื่นนอกจากดาบในมือ
แล้วจะป้องกันยังไงดี?
จะแลกชีวิตก็ไม่ได้ ถ้าข้างหลังเจ้าหนอนนี่มีพวกมันอีกตัว ต่อให้ฟันตัวนี้ตาย แต่ถ้าตัวเองโดนพิษจนขยับไม่ได้ ก็ต้องเป็นเหยื่อให้ตัวต่อไปอยู่ดี
คิดมาถึงตรงนี้ คำตอบก็ชัดเจน
ใช้ชุดเกราะหนังที่สวมอยู่ต่างโล่ รับการโจมตีแล้วสวนกลับในดาบเดียว!
หนอนกินซากชะลอความเร็วลง หนวดเปื้อนเมือกง้างเตรียมโจมตี
ผลลัพธ์ โอกาสสำเร็จ แผนสำรอง...
ทุกอย่างถูกโยนทิ้งไป
ในหัวของคอลินตอนนี้ นอกจากความทรงจำตอนฝึกซ้อมกับลางกรินแล้ว เหลือเพียงจิตสังหารที่มุ่งจะปลิดชีพศัตรู
คาถาสั้น ๆ ถูกร่ายออกมา
ประสบการณ์การร่ายเวทนับพันครั้ง ทำให้คอลินรีดเร้นพลังของ [ดาบเพลิงมรกต] ออกมาได้ถึงขีดสุดในชั่วพริบตา เปลวไฟร้อนแรงจนเป็นสีขาวนวล
คอลินพุ่งตัวออกไป
เมื่อกี้ทั้งคีธและทหารยามหนุ่มโดนเล่นงานที่คอ ทำไมต้องเจาะจงที่หลังคอด้วย?
พิษของมันทำให้เป็นอัมพาตทั้งตัว... บางทีพิษอาจส่งผลต่อสมอง ยิ่งโจมตีใกล้สมอง พิษก็ยิ่งออกฤทธิ์เร็ว?
ด้วยความรู้การแพทย์สมัยใหม่ที่พอจะนึกออกลาง ๆ คอลินชูดาบขึ้นสูง
ยกแขนที่สวมปลอกแขนขึ้นป้องหน้า พร้อมกับกระโดดพุ่งเข้าหาหนอนกินซากเต็มแรง
ตุบ ตุบ ตุบ
เสียงทึบ ๆ ดังขึ้นที่หน้าอกสามครั้ง
คอลินไม่สนใจ ฟาดดาบลงไปสุดแรงเกิด
[ดาบเพลิงมรกต] เสริมพลัง!
ดาบอาบเปลวเพลิงฟันฉับลงกลางกบาลดำเมี่ยมของหนอนกินซาก
เปลวไฟลุกโชนรุนแรง เจ้าสัตว์ประหลาดดิ้นพล่านเหมือนทากโดนเกลือ ร่างมหึมาฟาดงวงฟาดงากระแทกกำแพงดังปัง ๆ ก่อนจะแน่นิ่งไปในเวลาไม่นาน
เปลวไฟจากคมดาบพุ่งออกไปรวมตัวกันเป็นคลื่นพลังรูปโค้ง
วินาทีต่อมา คลื่นพลังนั้นก็พุ่งไปฟันใส่อะไรบางอย่างด้านหลังซากหนอน
เสียงกรีดร้องที่คุ้นเคยดังขึ้น
ที่แท้มันโดนพวกเดียวกันดันมานี่เอง คอลินคิด มิน่าล่ะถึงได้พุ่งเข้ามาอย่างกับรถเบรกแตก
จากนั้น เสียงสวบสาบก็ดังขึ้นหลังซากหนอนกินซาก
ขณะที่คอลินกำลังระวังตัว กลัวว่าจะมีหนอนตัวที่สองโผล่มา เสียงตะโกนก็ดังมาจากไกล ๆ "ผู้เฒ่าแบรน! ผู้เฒ่าแบรน! พวกท่านอยู่แถวนี้หรือเปล่า?!"
"รีบมาเร็วเข้า! พวกข้าจะต้านไม่ไหวแล้ว!"
เสียงทหารยามอาวุโสดังตอบกลับไปจากด้านหลัง
คอลินหันไปมองแวบหนึ่ง หนอนกินซากฝั่งนั้นก็เริ่มถอยร่นเหมือนกัน ดูท่าพวกมันก็เหมือนสัตว์กินซากทั่วไปที่ไม่ชอบปะทะกับศัตรูที่เคี้ยวยาก
คอลินถอนหายใจโล่งอก
"ทางนั้นปลอดภัยไหม ซากมอนสเตอร์มันขวางทางอยู่"
กำลังเสริมตะโกนถามมาจากอีกฝั่ง ทหารยามอาวุโสตะโกนตอบ "พวกเราอ้อมไปได้ รออยู่ตรงนั้นแหละ!"
ตอนนี้ สองคนที่นอนกองอยู่กับพื้นเริ่มขยับตัวได้บ้างแล้ว
ดูเหมือนพิษหนอนกินซากจะออกฤทธิ์แค่ประมาณนาทีเดียว ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก
"ฤทธิ์ยาแรงชะมัด นึกว่าจะตายซะแล้ว" คีธสะบัดหัวไล่ความมึน "ข้าอยากเก็บเมือกมันไปขาย พวกเจ้ามีขวดเปล่าไหม"
ทหารยามอาวุโสหยิบหลอดแก้วพร้อมจุกปิดและถุงมือหนังออกมาสามชุดจากกระเป๋าคาดเอว
"นี่เป็นอุปกรณ์เก็บหลักฐาน ช่วยข้าเก็บสักหลอด ที่เหลืออีกสองหลอดพวกเจ้าเอาไปได้เลย"
"เมือกพวกนี้เอาไปใช้ได้เลยหรือ" คอลินถาม
"ข้าจำได้ว่าในตลาดมืดมีคนรับซื้อพิษหนอนกินซากอยู่ น่าจะพอมีราคาบ้างแหละ" พูดจบ ทหารยามอาวุโสก็ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจ "ขอข้าพักหน่อยเถอะ ให้ตายสิ"
คอลินมองดูโล่ในมืออีกฝ่าย
บนโล่เคลือบไปด้วยเมือกใสจนเยิ้ม บ่งบอกว่าเจ้าหนอนนั่นระดมโจมตีใส่เขาไปกี่ครั้ง
ทหารยามคนนี้รอดมาได้ถือเป็นปาฏิหาริย์จริง ๆ
สำหรับคีธที่ใช้ชีวิตกลางป่าเขามาตลอด การใส่ถุงมือเก็บพิษเป็นเรื่องกล้วย ๆ ไม่กี่นาทีก็ได้พิษหนอนกินซากมาสามหลอดเต็ม ๆ
จากนั้นพวกเขาก็เดินเลาะไปตามทางเดิน อ้อมไปสมทบกับอีกกลุ่มที่ห้องเก็บศพ
รอบข้างเงียบสงัดจนน่ากลัว เสียงคลานอันเป็นเอกลักษณ์ของหนอนกินซากเงียบหายไปแล้ว
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย คอลินก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[ภารกิจ: คุ้มกันพนักงานทำความสะอาด]
[ระดับ: 4 (ปุถุชน)]
[รางวัล: ความชำนาญ 150 แต้ม, พละกำลัง +1]
เอาชีวิตไปเสี่ยง แลกมาได้แค่สเตตัสหนึ่งแต้ม
ไม่รู้ว่าคุ้มหรือเปล่า...
นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ คอลินยังขนลุกไม่หาย
เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนใจกล้าบ้าบิ่นอะไร แต่หลังจากผ่านภารกิจคุ้มกันรถม้ามาสองรอบ เขาก็คิดว่าตัวเองพอจะมีดีอยู่บ้าง
แต่คราวนี้ ภาพทากยักษ์สูงกว่าเมตรพุ่งเข้าใส่ ทำเอาคอลินเข็ดขยาดไม่อยากลงท่อระบายน้ำอีกตลอดชีวิต ต่อให้รางวัลจะล่อตาล่อใจแค่ไหนก็คงต้องขอคิดดูก่อน
ความรู้สึกขยะแขยงปนสยองขวัญแบบนี้มันเกินจะรับไหวจริง ๆ
เดินอ้อมมาไม่ไกล พวกเขาก็กลับมาที่เดิม
ตรงจุดที่เคยเต็มไปด้วยซากศพ ตอนนี้มีทหารยามเมืองยืนอยู่หกนาย
บนพื้นมีรอยอาเจียนเพิ่มขึ้นมาอีกหลายกอง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกเขาเห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกยังไง
เนื่องจากไม่พบรอยเท้าของคีแรนเดินออกไปจากบริเวณนี้
ทุกคนจึงกลั้นใจค้นหาในกองซากศพอยู่นาน ในที่สุดก็เจอคีแรนที่นอนแข็งทื่อเพราะโดนพิษต่อเนื่องจนขยับไม่ได้
นอกจากลูกตาที่กลอกไปมา ร่างกายส่วนอื่นของเขาขยับไม่ได้เลย
เมื่อเจอเป้าหมาย ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรั้งอยู่ที่นี่อีก
ทหารยามจดบันทึกตำแหน่งกองศพ แล้วช่วยกันหามคีแรนกลับขึ้นสู่พื้นดิน
เหล่าทหารยามต่างลงความเห็นว่าคีแรนโชคดีมาก เพราะในสถานการณ์แบบนี้ นอกจากโดนพิษกับขวัญเสียจนแทบช็อก เขาก็แทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
ในมุมมองของคอลิน การรอดชีวิตของคีแรนมีเหตุผล
พวกหนอนกินซากชอบกินของเน่า
พวกมันคงกะจะรอให้ศพพวกนี้เน่าเปื่อยก่อนค่อยจัดการ ส่วนคีแรนก็ถูกเก็บไว้เป็นเสบียงสำรอง รอให้ตายและเน่าเปื่อยกลายเป็นอาหารอันโอชะมื้อต่อไป
พอคิดถึงแผนการของพวกมอนสเตอร์ คอลินก็อดคลื่นไส้ไม่ได้
แต่ก็ยังดีที่ทุกอย่างจบลงแล้ว