- หน้าแรก
- ข้ามีสมุดบันทึกภารกิจ
- บทที่ 31 ทางระบายน้ำอันแสนเหม็น
บทที่ 31 ทางระบายน้ำอันแสนเหม็น
บทที่ 31 ทางระบายน้ำอันแสนเหม็น
บทที่ 31 ทางระบายน้ำอันแสนเหม็น
หลังจากนั้น ทั้งคณะก็เริ่มงาน เดินมุ่งหน้าเข้าไปในท่อระบายน้ำ
คีธผู้ไม่ชอบอยู่นิ่งเอ่ยถาม "เที่ยวนี้เราไม่ต้องลงไม้ลงมืออะไรเลยใช่ไหม"
"นอกจากพวกแก๊งแล้ว ถ้าเจอมอนสเตอร์ก็คงต้องรบกวนพวกท่านช่วยจัดการด้วย" คีแรนยิ้มตอบ
คอลินถามต่อทันที "แล้วปกติมีตัวอะไรโผล่มาบ้าง? พวกมันมีจุดอ่อนตรงไหน?"
ตั้งแต่ได้ลองใช้ไฟเผาพวกปีศาจกิ่งไม้คราวนั้น เขาก็เริ่มเห็นความสำคัญของการศึกษามอนสเตอร์
ใครจะไปรู้ ข้อมูลพวกนี้อาจช่วยชีวิตได้ในนาทีวิกฤต
"ส่วนใหญ่ก็หนูยักษ์กับพวกสไลม์ อย่างแรกรับมือไม่ยาก ฆ่าไปสักสองสามตัวเดี๋ยวพวกมันก็หนีไปเอง ถ้าเจออย่างหลังก็โกยเถอะ
นอกนั้นก็มีพวกก็อบลิน แต่ส่วนใหญ่พวกนี้รับใช้แก๊งอันธพาล แค่โชว์แหวนซิตี้วอทช์ให้ดู พวกมันก็ไม่กล้าหือแล้ว"
คีแรนอธิบายขณะเดินนำหน้า
ฟังดูแล้ว ภารกิจนี้สบายจริงอย่างที่คิด
พวกตัวปัญหาอย่างก็อบลินกับแก๊งอันธพาลแค่โชว์แหวนก็จบ ส่วนพวกหนูยักษ์ต่อให้ดุร้ายแค่ไหน จะสู้ฝูงหมาป่าได้เชียวหรือ?
"อ้อ แล้วก็ตัวที่น่ารำคาญที่สุดคือหนอนกินซาก"
"หนอนกินซาก?" คอลินทวนคำ
"ใช่ หนอนยักษ์ที่ชอบกินเนื้อเน่า หน้าตาเหมือนทากไม่มีเปลือก ตัวใหญ่สุดเขาว่าเท่าม้าเลยนะ
บนหน้ามันมีหนวดเต็มไปหมด แถมทั้งตัวเคลือบด้วยเมือกที่ทำให้เป็นอัมพาต ใครโดนเข้าไปก็เสร็จทุกราย"
คีแรนเสริม "แต่ตัวนี้หาเจอยากมาก"
"ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก" คอลินพึมพำ
พนักงานทำความสะอาดรุ่นลายครามอีกคนพูดแทรก "ข้าทำงานนี้มาสิบกว่าปีไม่เคยเจอสักตัว หมอนี่มันแค่โม้ไปเรื่อย"
"ช่วงนี้แก๊งตีกันดุเดือด ท่านคิดว่าพวกมันจะเอาศพไปทิ้งที่ไหนล่ะ ถ้ามีหนอนกินซากจริง โอกาสเจอมันคงไม่น้อยหรอก"
คีธตบไหล่คอลินปุ ๆ "ข้าว่าเชื่อหมอนี่ไว้ดีกว่า ความขี้ระแวงของมันช่วยพวกเรามาหลายรอบแล้ว"
พอพูดแบบนี้ บรรยากาศในกลุ่มก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที
แต่ถึงจะเครียด งานก็ต้องดำเนินต่อไป
งานของพนักงานทำความสะอาดหลัก ๆ คือการขุดลอกขยะที่อุดตันและจดบันทึกจุดที่ต้องซ่อมแซม
เห็นเป็นงานเล็กน้อยแบบนี้ แต่ระบบท่อระบายน้ำของเธาซันด์มาสต์ยังใช้งานได้ดีอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพวกเขานี่แหละ
เดินไปได้ไม่ไกล ก็เจอจุดที่อุดตันเล็กน้อย ทั้งสี่คนหยิบคราดออกมาเริ่มโกยขยะ
คอลินกับคีธช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ
ถึงจะน่าเบื่อ แต่ก็ดีกว่าเอาชีวิตมาทิ้งเยอะ
ขณะที่พวกพนักงานทำความสะอาดกำลังง่วนอยู่กับงาน คอลินก็ได้ยินเสียงสวบสาบ
คีธที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชักหอกซัดจากด้านหลังออกมา "มีตัวอะไรมาแล้ว เตรียมรับมือตรงนี้แหละ"
ทั้งสองยืนรอกันครู่หนึ่ง เงาดำหลายสายก็ปรากฏขึ้นจากอีกฝั่งของทางเดิน ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในระยะแสงไฟ
คอลินเพ่งมอง พบว่าผู้มาเยือนคือฝูงหนูยักษ์
พวกมันตัวใหญ่เท่าหมาตัวโต ๆ แต่รูปร่างอ้วนฉุจนน่าเกลียด
ขนสีดำเปียกเยิ้มจับตัวเป็นก้อน มีฝีหนองผุดขึ้นตามตัวยุบยับ ชวนสะอิดสะเอียน ฟันหน้าสีเหลืองอ๋อยซี่โตเท่าหัวแม่โป้งโผล่ออกมาจากปาก
ไม่ต้องบอกก็รู้ โดนกัดทีไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แน่
"หนูเมืองใต้นี่ตัวใหญ่กันทุกตัวเลยหรือไง" คีธบ่นอุบ หยิบสลิงยิงหินออกมาจากเอว พร้อมควักกระสุนหินออกมาเตรียมพร้อม
คอลินชักอาวุธออกมาทันที
ถ้าฝูงหนูพุ่งเข้ามา คงต้องพึ่งรองเท้าหนังบู๊ตหนา ๆ คู่นี้ช่วยกันกัดแล้วล่ะ
พวกพนักงานทำความสะอาดหยุดมือหันมามอง
คีแรนถาม "ให้ช่วยไหม โดนหนูกัดเดี๋ยวติดโรค ต้องเสียเงินรักษาที่วิหารอีกบานเลยนะ"
"หนูไม่ใช่หมาป่า พวกมันไม่ใช่นักล่าโดยสัญชาตญาณ"
คีธตอบพลางเหวี่ยงสลิงจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว
เปลวไฟสว่างวาบขึ้นในความมืด คอลินเริ่มร่ายคาถา
พนักงานทำความสะอาดส่งเสียงฮือฮา
ในสายตาพวกเขา เวทมนตร์เป็นอาวุธของคนรวย
เริ่มมีการกระซิบกระซาบกันว่าคอลินอาจเป็นลูกเศรษฐีหนีออกจากบ้านมาผจญภัยหรือเปล่า
สิ้นเสียงลมหวีดหวิว หนูยักษ์ตัวหน้าสุดโดนหินกระแทกหัวแตกเลือดสาด มันชักกระตุกอย่างรุนแรงบนพื้น
[ศรเพลิง] พุ่งตามไปติด ๆ ปะทะเข้ากลางกบาลหนูยักษ์อีกตัว เปลวไฟลุกโชนบนหัว มันดิ้นพล่านอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป
แสงไฟจากเปลวเพลิงทำให้ฝูงหนูที่เบียดเสียดกันเริ่มแตกตื่น
เห็นได้ชัดว่าสัตว์ที่หากินในความมืดพวกนี้ไม่ชอบแสงไฟ
หินอีกก้อนพุ่งเข้าใส่ ระเบิดหัวหนูยักษ์อีกตัวกระจุย
เมื่อเห็นเพื่อนบาดเจ็บ แทนที่พวกหนูที่เหลือจะพุ่งเข้าใส่ศัตรู กลับหันไปรุมทึ้งซากเพื่อนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เสียงจี๊ดจ๊าดโหยหวนดังระงมไปทั่วท่อระบายน้ำ
คอลินถอนหายใจโล่งอก แล้วร่ายคาถาต่อ
ฝูงหนูพวกนี้เทียบชั้นกับหมาป่าที่ทำงานเป็นทีมไม่ได้เลย
เจอการโจมตีประสานจากหินและ [ศรเพลิง] เข้าไป ฝูงหนูก็เริ่มถอดใจ
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของศัตรูไม่หยุดหย่อน หนูส่วนใหญ่เลือกที่จะกัดเนื้อเพื่อนกินคำสองคำแล้วถอยหนีกลับเข้าความมืดไป โดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีก
ระหว่างนั้น พวกพนักงานทำความสะอาดก็จัดการขยะเสร็จพอดี
"พวกท่านเก่งจริง ๆ ฝีมือพอ ๆ กับปาร์ตี้สี่คนเลยนะเนี่ย" คีแรนยิ้ม "อย่าลืมว่าหางหนูยักษ์เอาไปแลกเงินกับหัวหน้ายามได้หางละหนึ่งเหรียญเงินนะ"
"ก็ไม่เลว"
คีธยิ้มร่าเดินเข้าไปดูผลงาน แต่แล้วหน้าก็ถอดสี สบถคำหยาบภาษาออร์คออกมาชุดใหญ่
คอลินเดินเข้าไปดู พบว่าหางหนูยักษ์หลายตัวถูกกัดกินจนกุด ไม่รู้ว่าเพราะหางอร่อยกว่าส่วนอื่นหรือยังไง
สรุปแล้วทั้งคู่ได้หางหนูยักษ์ด้วน ๆ มาแค่สองหาง
ส่วนหนังและเนื้อหนู
อย่างแรกขายไม่ออก อย่างหลังกินแล้วติดโรค สรุปคือขยะดี ๆ นี่เอง
หลังจากนั้นก็ไม่เจอมอนสเตอร์อะไรอีก อุปสรรคเดียวที่เหลือคือขยะที่อุดตันท่อ
พวกเขาทำงานกันอย่างอดทนไปค่อนวัน
พริบตาเดียวก็ถึงเวลาพักเที่ยง
ทุกคนปีนขึ้นจากท่อระบายน้ำทางฝาท่อแห่งหนึ่ง
"พักเที่ยงหนึ่งชั่วโมง พวกเราว่าจะไปกินข้าวร้านเหล้าแถวบ้านข้า ไปด้วยกันไหม" คีแรนชวน
"เอาสิ" คอลินปีนขึ้นมาจากท่อ
เดินผ่านไปสองบล็อก ร้านเหล้าที่คีแรนพูดถึงก็ปรากฏแก่สายตา
ร้านนี้ชื่อ "ฝันคืนถิ่น" เทียบกับร้านเหล้าแถวท่าเรือเมื่อเช้า ร้านนี้อยู่ห่างออกมาหน่อย ลูกค้าเลยน้อยกว่า บรรยากาศเงียบสงบกว่า
พวกเขานั่งลงที่โต๊ะว่างหน้าร้าน สั่งอาหารมื้อเที่ยงมากินง่าย ๆ
กลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำยังติดจมูกไม่จาง
คอลินกัดขนมปังไป พลางรู้สึกเหมือนมีกลิ่นตุ ๆ แทรกอยู่ในเนื้อขนมปัง ไม่รู้ว่าพวกพนักงานทำความสะอาดทนสภาพแบบนี้กันได้ยังไง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง
คอลินเอามือแตะด้ามดาบสัญชาตญาณ หันขวับไปมอง เห็นเด็กน้อยอายุราวห้าหกขวบวิ่งเข้ามาโผกอดคีแรนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
ตามมาด้วยหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวเรียบง่าย เดินยิ้มเข้ามา
เธอถือตะกร้าสาน ดูสดใสราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
"วันนี้งานราบรื่นไหมจ๊ะ คีแรน"