- หน้าแรก
- ข้ามีสมุดบันทึกภารกิจ
- บทที่ 29 สัญญาที่น่าเหลือเชื่อ
บทที่ 29 สัญญาที่น่าเหลือเชื่อ
บทที่ 29 สัญญาที่น่าเหลือเชื่อ
บทที่ 29 สัญญาที่น่าเหลือเชื่อ
ร้อยโทกระแอมไอแก้เก้อ ก้มหน้าหลบสายตา
"ไม่มีอะไรแล้ว"
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่บอกกล่าวว่าไปไหน
เอ็ดวินเดินไปหลังโต๊ะทำงาน หยิบกระดาษขาวออกมาแผ่นหนึ่ง จุ่มปากกาขนนกในขวดหมึกเตรียมเขียน
"เมื่อกี้เจ้าคงปะทะคารมกับผู้หมวดมาสินะ เขาเป็นคนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพมาก ถึงบางครั้งจะเลือกวิธีผิดไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็เป็นคนดีคนหนึ่ง"
"ถ้าเขาไม่ดูถูกเพื่อนข้า ข้าก็ไม่โกรธหรอกครับ"
เอ็ดวินยิ้มอย่างจนใจ คำตอบของคอลินไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขาเท่าไหร่
เขาพูดไปพลางเขียนข้อความลงบนกระดาษ
"ตอนนี้เรารับสมัครเจ้าหน้าที่ภาคสนามของซิตี้วอทช์
เมืองเธาซันด์มาสต์ไม่คิดจะจำกัดอิสรภาพของพวกเจ้า หลังจากเข้าร่วมแล้ว พวกเจ้ายังรับงานจากร้านเหล้าหรือภารกิจอื่น ๆ ได้ตามปกติ แต่ต้องแจ้งให้เราทราบก่อนเวลาจะออกจากเมือง
เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เราจะติดต่อพวกเจ้าผ่านเวทมนตร์ให้ไปสมทบ นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน ปฏิเสธไม่ได้ แต่แน่นอนว่ามีค่าตอบแทนให้
ทีมของเจ้าจะได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละสี่เหรียญทอง ส่วนของที่ได้จากการทำภารกิจเป็นของเจ้า จัดการได้ตามใจชอบ
และถ้าภารกิจสำเร็จ เราอาจพิจารณาเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้ตามความเหมาะสม"
เอ็ดวินกลับหัวกระดาษเลื่อนไปตรงหน้าคอลิน
แล้วพูดต่อ "ถ้าตกลง เจ้าเซ็นชื่อก่อนได้เลย หรือต้องกลับไปปรึกษาคุณคีธก่อนไหม"
เซ็นชื่อ?
คอลินที่คิดว่าอีกฝ่ายจะอธิบายรายละเอียดงานเพิ่มเติมนิ่งอึ้งไป
พอลองคิดดูดี ๆ งานนี้ก็เหมือนได้ช่องทางรับงานเพิ่ม แถมยังมีเงินเดือนกินเปล่าอีกเดือนละหลายเหรียญทองไม่ใช่หรือไง
ต้องรู้ก่อนว่า สมัยร่างเดิมทำงานแบกหามที่ท่าเรือ ทั้งเดือนหาได้เต็มที่ก็แค่หกเหรียญทอง หักค่าเช่า ค่ากินอยู่ ค่าคุ้มครองแล้ว เหลือเก็บเป็นเหรียญเงินไม่กี่เหรียญก็หรูแล้ว
แถมยังต้องทำงานหนักวันละเป็นสิบชั่วโมงอีกต่างหาก
แต่นี่แค่เซ็นสัญญาปุ๊บก็ได้เงินกินเปล่าปั๊บ แลกกับการต้องไปจัดการมอนสเตอร์ตามคำสั่งบ้างเป็นครั้งคราว
มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ด้วยหรือ?
คอลินกระพริบตาปริบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ารู้เรื่องนี้เข้า คีธจะทำหน้ายังไง
จะว่าไป ในเมืองเธาซันด์มาสต์ดูเหมือนจะมีองค์กรชื่อ "เกรย์แฮนด์" อยู่
องค์กรนี้รับสมัครแต่นักผจญภัยระดับสูง เกรย์แฮนด์มีความลึกลับซับซ้อน บ้างก็ว่าเป็นสายลับของเมือง บ้างก็ว่าเป็นหน่วยปราบมอนสเตอร์โดยเฉพาะ เอาเข้าจริงไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าพวกเขาทำอะไรกันแน่
งานนี้อาจจะคล้าย ๆ กับพวกเกรย์แฮนด์ก็ได้มั้ง
คอลินถาม "สรุปคือข้าไม่ต้องแสดงฝีมือ หรือพิสูจน์อะไรเลยใช่ไหมครับ? ให้ผ่านง่าย ๆ แบบนี้ แถมยังให้เงินเดือนละตั้งสี่เหรียญทองเนี่ยนะ?"
"ในเมื่อพวกเจ้าจัดการวินเทอร์วูล์ฟได้ ก็แสดงว่าต้องมีดีพอตัว"
คอลินพยักหน้า ก้มลงอ่านสัญญาอย่างละเอียด
ร่างเดิมเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เคยเรียนอ่านเขียนมาบ้าง เขาพอจับใจความในสัญญาได้คร่าว ๆ ซึ่งเนื้อหาก็ตรงตามที่เอ็ดวินพูด
แค่เซ็นชื่อ เขากับคีธก็จะมีรายได้เพิ่มคนละสองเหรียญทองต่อเดือนทันที
แก๊งอันธพาลในสลัมปกติไม่ค่อยยุ่งกับนักผจญภัยอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเซ็นสัญญาเป็นคนของซิตี้วอทช์ด้วย ยิ่งไม่มีใครกล้าแตะ สองเหรียญทองนี้จะตกถึงมือพวกเขาเต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน
หักค่าเช่าหนึ่งเหรียญทองสองเหรียญเงิน ที่เหลือก็พอกินอยู่ไปได้ทั้งเดือน
ข้อเสนอหอมหวานขนาดนี้ มนุษย์เงินเดือนหน้าไหนจะปฏิเสธลง?
คิดได้ดังนั้น คอลินก็จรดปากกาเซ็นชื่อลงไปทันที
"มีอีกเรื่องหนึ่ง" เอ็ดวินเก็บสัญญาเข้าที่แล้วเอ่ยถาม "ตอนที่พวกเจ้าฆ่าหมาป่าขาวตัวนั้น มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นบ้างไหม? อย่างเช่น เจอใครที่ดูน่าสงสัยบ้างหรือเปล่า?"
ตอนนั้นเขาคงปฏิบัติภารกิจอยู่แถวหมู่บ้านฟลินต์เหมือนกันสินะ
คิดได้ดังนั้น คอลินจึงตอบไปว่า "ก่อนตาย หมาป่าตัวนั้นหนีเข้าไปในถ้ำที่มีศพอยู่ศพหนึ่ง เพื่อนฮาล์ฟออร์คของข้ามาจากทางเหนือ เขาจำได้ว่าเจ้าของถ้ำน่าจะเป็นดรูอิดน้ำแข็งจากแดนเหนือครับ"
"อืม... ข้อมูลของเจ้าเป็นประโยชน์มาก คอลิน"
พูดจบ เอ็ดวินก็หยิบกระดาษอีกแผ่นออกมาจดบันทึกขยุกขยิก
"อ้อ เกือบลืม" เขาหยิบแหวนเหล็กวงหนึ่งวางบนโต๊ะ "นี่คือแหวนยืนยันตัวตน คราวหน้าถ้ามาที่นี่ก็สวมมันไว้ ทหารยามจะให้เจ้าผ่านเข้ามาได้"
"ครับผม แล้วเจอกันครับ"
คอลินกล่าวลาแล้วเดินออกจากห้อง
ผู้รอสัมภาษณ์ด้านนอกมองแหวนบนนิ้วเขาด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งอิจฉาริษยาและไม่อยากจะเชื่อ
ในสายตาพวกเขา การที่ไอ้หนุ่มสวมเกราะหนังกระจอก ๆ อย่างเขาผ่านการคัดเลือก คงเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ชัด ๆ
ขณะที่คอลินกำลังคิดเพลิน ๆ นักผจญภัยสองกลุ่มก็เดินตรงเข้ามาถาม "เฮ้ยพวก จ่ายไปเท่าไหร่ถึงผ่านวะ"
"อะไรนะ? ข้าไม่ได้จ่ายสักแดง"
คอลินตอบกลับไปอย่างเอือมระอา
แล้วรีบจ้ำอ้าวออกจากป้อมฮอร์น มุ่งหน้ากลับร้านเหล้าแบล็กฮาร์ตทันที
ตลอดทางเขาต้องนึกถึงเรื่องเศร้าสารพัดเรื่องเพื่อกลั้นยิ้ม ไม่อย่างนั้นคนคงหาว่าเป็นบ้าเดินยิ้มคนเดียว
เมื่อเดินเข้ามาในร้านเหล้าแบล็กฮาร์ต
เวลานี้คนในร้านเริ่มหนาตาขึ้น สิ่งที่สังเกตได้คือลูกค้าหน้าเดิมลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน และหลายคนมีผ้าพันแผลพันตามเนื้อตัว
คอลินเดินตรงไปยังมุมร้านที่คนน้อยที่สุด
คีธนั่งรออยู่ตรงนั้นจริง ๆ
ในมือถือแก้วเบียร์ บนโต๊ะมีจานเปล่าวางซ้อนกันหลายใบ
"ขนมปังกับเนยแข็ง แล้วก็โจ๊กอีกที่" คอลินตะโกนสั่งสาวเสิร์ฟที่เดินผ่าน แล้วนั่งลงตรงข้ามฮาล์ฟออร์คด้วยสีหน้าเรียบเฉย "หาภารกิจได้ไหม"
"อย่าให้พูดเลย" คีธกระดกเบียร์อย่างหงุดหงิด "ข้าลองไปดูที่จุดรับสมัครงานในเมืองมา ข้ายังไม่ทันอ้าปากก็โดนไล่ออกมาแล้ว"
คอลินกลั้นยิ้มไม่อยู่แล้ว
เขาหัวเราะร่า "น้องคีธ ลองทายซิว่าพี่ชายเจ้าไปได้งานอะไรมา"
"งานขนเงินสิบล้านเหรียญทองเข้ากระเป๋าตัวเองรึไง" คีธตอบกวน ๆ
"ไม่ใช่"
"งั้นคืองานที่มีหน้าที่กินกับดื่มทุกวัน?" คีธฉีกยิ้ม "ข้ากำลังอยากกินเนื้อหมีจากทางเหนืออยู่พอดี เนื้อดิบ ๆ ไขมันติดเลือด เคี้ยวหนุบหนับในปาก โอ๊ย ฟิน!"
"พอเถอะ พูดซะข้าจะอ้วก" คอลินขมวดคิ้ว แล้วเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเจอมาเมื่อบ่ายให้ฟังอย่างละเอียด
คีธฟังจบก็ระเบิดหัวเราะลั่น
"เรื่องที่เจ้าแต่งมานี่โม้พอ ๆ กับเรื่องของข้าเลยนะ เพิ่มเข้าไปอีกหน่อยไหมว่าพวกซิตี้วอทช์จะแถมม้าให้เราอีกสองตัว แล้วหลังจากนี้เวลาเราเดินทางไปไหนก็..."
เสียงของฮาล์ฟออร์คขาดห้วงไป เมื่อเห็นคอลินวางแหวนลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย
คีธหุบปากฉับ กลืนน้ำลายดังเอือก
"เจ้า... พูดจริงเหรอเนี่ย?"
"ข้าจะลงทุนซื้อแหวนมาหลอกเจ้าทำไมล่ะ"
"ก็จริง คนขี้งกอย่างเจ้าไม่มีทางทำแบบนั้นแน่" คีธทำหน้าเหมือนกลืนยาขม "ก็ได้ วันนี้เจ้าเรียกข้าว่าน้องคีธได้ ยอมให้วันนึง"
สาวเสิร์ฟนำอาหารมาเสิร์ฟ คอลินกินไปคุยไป "ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกตัวเมื่อไหร่ ช่วงนี้คงต้องหาอะไรทำไปพลาง ๆ ก่อน แต่ก็ไม่ต้องรีบร้อนแล้วล่ะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็เป็นมนุษย์เงินเดือนแล้ว"
"เดี๋ยวข้าจะลองไปดูลาดเลาหาภารกิจ หรือไม่ก็ลองหางานทำดูบ้าง"
"จำไว้ว่าอย่าไปยุ่งกับพวกแก๊งล่ะ" คอลินเตือน
หลังกินข้าวเสร็จ ทั้งสองก็ออกไปฝึกซ้อมนอกเมือง
กว่าคอลินจะลากสังขารกลับถึงห้องใต้หลังคาก็ปาเข้าไปช่วงเย็น จบสิ้นวันอันแสนวุ่นวายไปอีกหนึ่งวัน