- หน้าแรก
- ข้ามีสมุดบันทึกภารกิจ
- บทที่ 28 การสัมภาษณ์ที่น่าอึดอัด
บทที่ 28 การสัมภาษณ์ที่น่าอึดอัด
บทที่ 28 การสัมภาษณ์ที่น่าอึดอัด
บทที่ 28 การสัมภาษณ์ที่น่าอึดอัด
หลังจากเดินผ่านถนนหินที่สะอาดสะอ้าน คอลินก็ก้าวเข้าสู่เขตปราสาท แล้วเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยมุ่งหน้าสู่ป้อมฮอร์น
ต้องบอกก่อนว่าเมืองเธาซันด์มาสต์แบ่งออกเป็นหลายเขต
เขตปราสาทได้ชื่อตามป้อมฮอร์นที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางเขต ที่นี่เป็นศูนย์รวมของสถานที่สำคัญ ทั้งค่ายทหารชั้นนำ ศาล ที่ทำการรัฐบาล และตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นทหาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และครอบครัวของพวกเขา รวมถึงผู้เช่าที่มีฐานะร่ำรวยหรือมีชื่อเสียง
นอกจากย่านคนรวยอีกสองแห่งแล้ว เขตนี้ถือว่าร่ำรวยที่สุดในเมือง
คอลินมองดูบ้านเรือนสามชั้นที่ประดับประดาด้วยไม้ประดับเขียวขจี อดคิดไม่ได้ว่าถ้าสักวันได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ก็คงดี
เขาเร่งฝีเท้าเดินขึ้นเนินเขา จนมาถึงหน้าประตูใหญ่ของป้อมฮอร์น
เวลานี้ ภายในลานป้อมหลังประตูมีนักผจญภัยยืนกระจายกันอยู่หลายสิบคน ดูท่าทางน่าจะมารอสัมภาษณ์เหมือนกัน
คอลินยังเดินไปไม่ถึง ทหารยามในชุดเกราะเต็มยศที่แบกง้าวอยู่หน้าประตูก็ตะโกนถาม "ชื่ออะไร มาทำอะไร!"
"คอลินครับ มาสัมภาษณ์"
ทหารยามอีกคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะจดชื่อลงในกระดาษ ทหารยามหน้าประตูจึงยอมหลีกทางให้
คอลินเดินเข้าไปในลานป้อมอย่างระมัดระวัง
เขาสอบถามนักผจญภัยแถวนั้นอยู่พักหนึ่งกว่าจะเจอจุดเข้าแถว แต่สีหน้าของนักผจญภัยเหล่านี้ดูไม่ค่อยดีนัก ดูเหมือนทุกคนจะมีความกังวลใจอยู่บ้าง
แถวข้างหน้าค่อย ๆ สั้นลง คอลินที่อยู่ท้ายแถวก็ค่อย ๆ ขยับตามไปทีละก้าว
เผลอแป๊บเดียว ข้างหน้าก็เหลือคนรอคิวแค่อีกสองสามคน
คอลินขยับเข้าไปใกล้ ๆ พอจะได้ยินเสียงบทสนทนาแว่วออกมาจากข้างในประตูบ้าง
ขณะที่เขากำลังจะขยับเข้าไปใกล้กว่านี้เพื่อแอบฟัง ประตูไม้โอ๊กก็เปิดผัวะ นักผจญภัยสวมเกราะหนังสองสามคนเดินคอตกออกมา ดูจากสีหน้าแล้ว ผลการสัมภาษณ์คงไม่น่าประทับใจเท่าไหร่
คอลินที่แต่งตัวคล้าย ๆ กันเริ่มใจคอไม่ดี
ประเด็นคือตอนนี้คีธไม่อยู่ด้วย พอขาดฮาล์ฟออร์คกล้ามโตคอยคุมเชิง ตัวเขาเองก็ดูจะไม่มีจุดเด่นอะไรไปสู้กับนักผจญภัยคนอื่นได้เลย
"คนต่อไป"
เสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากในห้อง
คอลินหันไปมองกลุ่มนักผจญภัยข้างหน้าที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง แล้วหันไปมองกลุ่มคนที่ยืนตาปริบ ๆ อยู่ข้างหลัง
"ไม่มีคนแล้วหรือไง"
เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง
ยังไงก็ต้องโดนเรียกอยู่ดี จะตื่นเต้นไปทำไมกัน? คอลินคิดพลางขานรับ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูตามหลัง
หลังประตูเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่พอสมควร
มีโต๊ะทำงานวางอยู่สี่ตัว แต่มีคนนั่งอยู่แค่โต๊ะเดียว
ชายผู้นั้นเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมยาวสีเทา ไว้หนวดทรงแปรงสีฟันเรียบร้อย ผมตัดสั้นดูทะมัดทะแมง ท่าทางเหมือนคนทำงานคล่องแคล่ว
"ชื่อ?"
"คอลินครับคุณ..."
"ที่นี่ไม่มีคำว่า 'คุณ' คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเจ้าคือร้อยโทแห่งหน่วยซิตี้วอทช์" ชายวัยกลางคนพูดแทรก "ข้าหวังว่าการสนทนาของเราจะเป็นไปอย่างจริงจัง"
"ครับ ผู้หมวด"
คอลินเลื่อนเก้าอี้ออกนั่งตรงหน้าโต๊ะ
เขาสังเกตเห็นชายวัยกลางคนกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาฉายแววดูถูกและรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
"ทีมของเจ้ามีเจ้าคนเดียว?"
"ยังมีฮาล์ฟออร์คอีกคนครับ"
"ฮาล์ฟ... ออร์ค?" อีกฝ่ายเน้นคำว่า "ออร์ค" เสียงหนัก
แย่แล้ว คอลินรู้สึกใจแป้วไปกว่าครึ่ง
"แล้วพวกเจ้ามีผลงานอะไรบ้างไหม หรือมีอะไรมายืนยันผลงานของตัวเองได้บ้าง"
"พวกเราเคยจัดการวินเทอร์วูล์ฟได้ตัวหนึ่ง แต่ขนเอาไว้ที่หมู่บ้านฟลินต์ ส่วนกรงเล็บส่งไปแปรรูปแล้วครับ"
สิ้นเสียง ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง
ผ่านไปพักใหญ่
ร้อยโทจึงเอ่ยขึ้น "งั้นหรือ เมื่อวานข้าก็เพิ่งฆ่ามังกรแดงตัวเท่าปราสาทหลังนี้ไป ข้าใช้เวทมนตร์สอยมันร่วงจากฟ้า แล้วมองดูมันตกลงไปในอ่าวเธาซันด์มาสต์ ศพมันยังจมอยู่ก้นทะเลอยู่เลย"
คอลินแย้ง "ข้าไม่ได้โกหกนะครับ"
"ข้ามองเห็นแสงออร่าเวทมนตร์ในตัวเจ้า และพอมองออกว่าเจ้ามีฝีมือแค่ไหน ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำอย่างที่พูดได้จริง ต่อให้มีฮาล์ฟออร์คช่วยก็เถอะ ข้าเคยสู้กับออร์คมาเยอะ ข้ารู้ดีว่าไอ้พวกพันธุ์ทางนั่นมันเป็นยังไง"
คอลินขมวดคิ้ว
นักรบโทเท็มที่เก่งที่สุดในเผ่ากับฮาล์ฟออร์คธรรมดาคนละเรื่องกันเลย คีธแข็งแกร่งกว่าออร์คที่หมอนี่เคยเจอแน่ ๆ และไอ้หมอนี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์คีธเสียๆ หายๆ แบบนี้
"เพราะฉะนั้น ขอแสดงความเสียใจด้วย คอลิน"
ร้อยโทบิดขี้เกียจ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "แน่นอน นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ข้าเองก็คัดค้านตั้งแตแรกแล้วที่จะใช้วิธีรับสมัครทหารแบบนี้ เพราะพอเปิดประตูรับสมัครเสร็จ ก็มักจะมีพวกไม่รู้จักประมาณตนแห่กันเข้ามา..."
"ทราบแล้วครับ ผู้หมวด"
คอลินที่ทนฟังต่อไม่ไหวตัดบท แล้วหันหลังเดินไปที่ประตู
แอ๊ด... ประตูไม้ถูกผลักเปิดออก
ชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมเก่าซอมซ่อเดินสวนเข้ามา
ขณะที่คอลินกำลังจะเดินเลี่ยงออกไป ผู้มาใหม่ก็ทักขึ้น "คอลิน? บังเอิญจังนะ"
คอลินหันกลับไปมองชัด ๆ
ผ้าคลุมเรียบง่ายกับเกราะอกแผ่นเหล็กนั่น... นี่มันชายวัยกลางคนที่มอบยาแก้พิษให้เขากับคีธวันนั้นนี่นา
"เจ้าชื่อนี้ใช่ไหม ข้าเดาว่ามนุษย์คงไม่มีใครชื่อ 'คีธ' หรอกนะ"
อีกฝ่ายยิ้มพลางพิจารณาคอลิน "ดูเหมือนการเดินทางไปเก็บสมุนไพรของพวกเจ้าจะราบรื่นดีนะ แถมยังได้ของรางวัลติดไม้ติดมือกลับมาด้วย หวังว่าความช่วยเหลือของข้าคงไม่ทำให้พวกเจ้าลำบากใจนะ"
"ไม่เลยครับ ยาของท่านช่วยชีวิตพวกเราไว้ ท่าน..."
คอลินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คิดไปคิดมาเลยตัดสินใจขอบคุณก่อน
พูดจบ เขาก็ล้วงมือไปที่ถุงเงินข้างเอว
"สหาย" ชายวัยกลางคนยิ้ม "ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าชื่อเอ็ดวิน เฮิร์ด เป็นพาลาดิน เงินทองไม่ใช่เหตุผลที่ข้ายื่นมือเข้าช่วย และตอนนี้เจ้าจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าข้า"
เอ็ดวินเสริมต่อ "แน่นอน ความกตัญญูของเจ้าเป็นคุณสมบัติที่น่ายกย่องมาก ข้าซาบซึ้งใจจริง ๆ"
คอลินยิ้มตอบ
แม้แต่ร่างเดิมที่อาศัยอยู่ในสลัมยังเคยได้ยินชื่อเสียงอันดีงามของเหล่าพาลาดิน
แม้ชาวสลัมหลายคนจะมองว่าพาลาดินเป็นแค่สุนัขรับใช้พวกขุนนาง แต่ประสบการณ์เมื่อหลายวันก่อนทำให้คอลินรู้สึกว่าคนตรงหน้านิสัยดีใช้ได้ อย่างน้อยก็พูดจาไพเราะ
เอ็ดวินพยักหน้าเล็กน้อย "เข้าเรื่องกันดีกว่า เจ้ามาที่นี่เพื่อหางานใช่ไหม"
คอลินยิ้มเจื่อน "ข้าคงหมดหวังแล้วล่ะ ขอให้ท่านโชคดีกับการสัมภาษณ์นะครับ"
"ข้าคิดว่าวันนี้ข้าโชคดีพอแล้วล่ะ มาเถอะ ข้าว่าผลงานของเจ้าเพียงพอที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามของซิตี้วอทช์ได้" เอ็ดวินยิ้มพลางเดินไปที่โต๊ะทำงานอีกตัวแล้วเริ่มจัดเอกสาร
ผ่านไปหลายวินาที คอลินถึงได้สติ
สรุปว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้สัมภาษณ์ด้วยหรือ? หรือว่างานของเขายังพอมีหวัง?
ทันใดนั้น ร้อยโทคนนั้นก็กระแอมไอสองสามที
คอลินเห็นหมอนั่นเหลือบมองมาทางนี้ด้วยท่าทีระแวดระวัง ก่อนจะพูดเสียงดังว่า "ข้ายังพูดไม่จบนะ คอลิน"
"ท่านยังมีอะไรจะพูดอีกหรือครับ ผู้หมวด"
คอลินหันกลับไปจ้องหน้าอีกฝ่าย