เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 การเผชิญหน้าโดยบังเอิญ

บทที่ 15 การเผชิญหน้าโดยบังเอิญ

บทที่ 15 การเผชิญหน้าโดยบังเอิญ


บทที่ 15 การเผชิญหน้าโดยบังเอิญ

เช้าวันรุ่งขึ้น คอลินที่เข้าเวรยามกะดึกเสร็จปลุกคีธให้ตื่น

คีธหาวหวอดๆ ลุกขึ้นมาถาม "วันนี้เอาไง?"

"วันนี้อย่าไปไกลมาก เผื่อเวลาให้พรุ่งนี้เดินกลับทันด้วย"

"งั้นคืนนี้กลับมาพักที่นี่อีกรอบแล้วกัน ข้าจะวางกับดักไว้ เครื่องในที่ได้มาเมื่อคืนเอาเป็นเหยื่อล่อได้พอดี" คีธเสนอ "ถ้าดวงดีอาจได้หนังสัตว์สักผืน หนังหมาป่าราคาก็ใช่ย่อยนะ"

คอลินนึกถึงราคาหนังหมาป่าแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากวางกับดักเสร็จ ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าสำรวจเนินเขาหินผากันต่อ

ยิ่งเดินก็ยิ่งหายาก สีของหญ้าหนามทองกลมกลืนกับพื้นดินสีเหลืองๆ มาก แถมวันนี้ปริมาณสมุนไพรลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การค้นหายิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

แต่สำหรับคอลินตอนนี้ เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่า เขาจะพลาดไม่ได้แม้แต่แดงเดียว

หลังจากตากแดดเพ่งสายตาหาของมาหลายชั่วโมง คอลินรู้สึกเหมือนตาจะบอด แต่ก็ยังได้สมุนไพรมาแค่หยิบมือ

ขณะเดินลงจากเนินสูงแห่งหนึ่ง คอลินสะดุดหินล้มก้นจ้ำเบ้า

"เป็นอะไรไหม?" คีธหันขวับมาถาม

"ไม่เป็นไร แค่มึนๆ" คอลินนั่งแหมะอยู่กับพื้น "รู้สึกเหมือนมีใครมาตัดหน้าไปก่อนแล้วเลยแฮะ"

"ก็อาจจะจริง"

"แต่เมื่อวานเรายังเก็บได้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?" คอลินเปิดถุงดู "หรือว่าพวกผู้ลี้ภัยจงใจเว้นช่วงนี้ไว้ แล้วไปเริ่มเก็บต่อจากตรงนี้?"

"ข้าหมายถึงพวกก็อบลิน" คีธโบกมือ "พวกมันก็ใช้สมุนไพรเหมือนกัน"

"งั้นเราต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ" คอลินครุ่นคิด

ถ้ามีรังก็อบลินอยู่แถวนี้แล้วพวกมันออกมาเก็บสมุนไพรจริงๆ สถานการณ์แบบนี้ก็สมเหตุสมผล

ระหว่างคิด คอลินรู้สึกว่าผิวสัมผัสของหินที่มือยันอยู่มันแปลกๆ

พอก้มลงดู หินก้อนนั้นมีมอสชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ สีและรูปร่างเหมือนหินเปี๊ยบ แต่พอลูบดูถึงรู้ว่านุ่มนิ่มเหมือนมอสทั่วไป

"เฮ้ย จริงดิ มอสผิวหิน!" คอลินค่อยๆ ยกมือขึ้นดู "ไอ้นี่ปอนด์ละหนึ่งเหรียญทองเชียวนะ"

"ข้าว่าเราคงเดินผ่านมันมาเพียบแน่ๆ" คีธเกาหัวแกรกๆ

ทั้งสองช่วยกันใช้มีดขูดมอสออกมาอย่างระมัดระวัง แต่มันมีแค่นิดเดียว ขูดจนเกลี้ยงก็ได้มาแค่ครึ่งปอนด์

หลังจากเก็บมอสใส่ถุง คอลินก็นั่งแปะลงกับพื้นอีกรอบ

คีธเห็นเพื่อนไม่ลุก ก็เลยนั่งลงบ้าง "รอบนี้จะได้สักเท่าไหร่?"

"หักต้นทุนแล้ว น่าจะได้กำไรหลายเหรียญทองอยู่"

"คิดเลขเร็วจริงนะ..." คีธว่า "ก็คุ้มค่าเหนื่อย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานข้าคงเก็บเงินครบ"

"ค่าเดินทางกลับบ้านเจ้าเท่าไหร่ล่ะ?" คอลินถาม

"ข้ากะจะนั่งเรือไป น่าจะราวๆ หกสิบเหรียญทอง"

"แพงขนาดนั้นเลย?" คอลินตกใจ

"ตอนขามา ข้าเดินเท้ามาเป็นปีนะ" คีธถอนหายใจ "ภาษากลางข้าก็ฝึกมาระหว่างทางนี่แหละ เจ้าจินตนาการไม่ออกหรอกว่าข้าเจออะไรมาบ้าง"

เขาถามกลับ "แล้วเจ้าล่ะ ย้ายเข้าเมืองชั้นในต้องใช้เท่าไหร่?"

"ค่าเช่าถูกสุดในเมืองชั้นในเดือนละสี่เหรียญทอง แล้วยังต้องรวมค่ากิน ค่าเสื้อผ้า ค่าภาษี... รีบไปกันต่อเถอะ"

พูดจบ คอลินก็ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืน

พอนึกถึงรายจ่ายที่รออยู่ ความเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ทั้งสองเดินต่ออีกสิบกว่านาที

คราวนี้เดินอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะต้องคอยส่องหามอสผิวหินที่กลมกลืนกับหิน หรือสมุนไพรอื่นๆ ที่อาจหลุดรอดสายตา

เดินๆ อยู่ คอลินที่กำลังก้มหน้าก้มตาหาก็รู้สึกเหมือนโดนสะกิดไหล่ ตามด้วยเสียงคีธ

"ดอกไม้สีฟ้านั่นดูแปลกๆ ไหม?"

คอลินเงยหน้ามอง ไกลออกไปตรงซอกหินใหญ่สองก้อน มีดอกไม้สีน้ำเงินประหลาดขึ้นอยู่ เกสรสีขาวบริสุทธิ์แผ่ออกมาเป็นรูปดาวห้าแฉกบนกลีบดอก

หญ้าดาวน้ำค้างแข็ง!

เขากระพริบตาปริบๆ ดอกไม้สีน้ำเงินยังคงพลิ้วไหวตามลมอยู่ตรงนั้น

เหมือนรูปที่ร้านสมุนไพรเปี๊ยบ หญ้าดาวน้ำค้างแข็งต้นละห้าเหรียญทอง!

"ลาภลอยแล้วพวก ต้นนี้ห้าเหรียญทอง!"

คอลินรีบวิ่งไปหาสมุนไพรล้ำค่านั้น

ได้ห้าเหรียญทองนี้ แบ่งกันแล้วน่าจะพอซื้อเกราะนวมมือสองสักตัว มีเกราะแล้วจะได้สู้เต็มที่ ไม่ต้องพะวงเรื่องบาดเจ็บ

ที่สำคัญ มีอุปกรณ์ดีๆ ก็รับงานง่ายขึ้น

สมุนไพรตรงหน้ากลายเป็นแสงแห่งความหวังสำหรับอนาคตของคอลินไปแล้ว

พอไปถึง เขาเอื้อมมือสั่นเทาไปจะเด็ดก้านดอก

ทันใดนั้น มือสีน้ำตาลที่มีเล็บดำปี๋ก็ยื่นมาจากอีกฝั่ง คว้าหมับเข้าที่นิ้วของคอลิน

"ข้าเจอก่อน ของข้า" คอลินพูดโพล่งออกไปโดยไม่ทันคิด

เสียงแหลมเล็กตอบกลับมาเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง

พอมองดูดีๆ

คอลินเห็นสิ่งมีชีวิตหน้าตาเหมือนลิงเขียวไร้ขนกำลังจ้องตาเขาอยู่

สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว

หูแหลม หัวมีผมรุงรังสีดำ ใส่เศษหนังสัตว์เหม็นเน่า ในมือซ้ายกำถุงหนังสัตว์ตุงๆ ไว้แน่น

ก็อบลิน? นี่มันก็อบลินชัดๆ

คอลินมองเลยหลังมันไป

ข้างหลังเจ้าตัวนี้ มีก็อบลินอีกกว่าสามสิบตัวยืนเรียงหน้ากระดาน อาวุธครบมือทั้งหอกสั้น ธนูสั้น บางตัวก็ถือกระสอบใส่ของ

ก็อบลินทุกตัวทำหน้าเหวอรับประทาน

สมุนไพรต้นนี้ขึ้นอยู่บนสันเขา หินก้อนใหญ่บังสายตาทำให้ทั้งสองฝ่ายมองไม่เห็นกัน จนกระทั่งมาจ๊ะเอ๋กันตอนจะหยิบสมุนไพรนี่แหละ

ไวเท่าความคิด

เสียงลมวูบผ่านหน้า ขวานของคีธจามเข้ากลางกบาลก็อบลินตัวนั้นดังผลัวะ

เลือดและมันสมองกระจายว่อน

คอลินไม่รอช้า ชักมีดออกมาตัดหญ้าดาวน้ำค้างแข็งฉับเดียว พร้อมกับมือไวคว้าถุงหนังสัตว์ของก็อบลินตัวนั้นติดมือมาด้วย

ทั้งสองหันหลังวิ่งแน่บพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ข้างหลังมีเสียงโวยวายดังลั่น ฝูงก็อบลินของขึ้นแล้ว

"มือไวจริงนะ ข้ายังแย่งไม่ทันเลย" คีธวิ่งไปพูดไป

"รีบกินยาเร็ว โดนยิงทีเดียวจบเห่แน่" คอลินโยนขวดยาให้เพื่อน มือข้างหนึ่งกำหญ้าดาวน้ำค้างแข็งและถุงที่ขโมยมา อีกข้างกัดจุกขวดน้ำยาต้านพิษแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียว

รสชาติเหมือนน้ำคาวดินผสมรากไม้ปั่น คอลินแทบสำรอกออกมา

"นี่มันห้าสิบเหรียญทองเลยนะ!"

"ชีวิตเจ้ามีค่าไม่ถึงห้าสิบเหรียญทองรึไง?"

"ก็พูดยากแฮะ"

จังหวะนั้น ลูกธนูสองดอกพุ่งมาตกที่เท้าพวกเขาดังเคร้ง แล้วกระดอนไปโดนหิน

หัวธนูสีดำสนิท อาบยาพิษชัวร์ๆ

คีธสบถเป็นภาษาออร์ค แล้วรีบกระดกยาตาม

ทั้งสองวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนบนพื้นที่ขรุขระ

พอออกแรงวิ่ง แผลจากการต่อสู้กับหมาป่าขาวก็เริ่มประท้วงความเจ็บปวดขึ้นมาตุบๆ แต่อะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านทำให้คอลินไม่มีเวลามาโอดโอย

เขาต้องคอยระวังฝีเท้า

พื้นหินแหลมคมเหมือนเขี้ยวสัตว์ร้ายที่รอขย้ำ หากสะดุดล้มแม้แต่ครั้งเดียว นั่นหมายถึงความตายที่รออยู่ก้นเหว

จบบทที่ บทที่ 15 การเผชิญหน้าโดยบังเอิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว