เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 นักรบผู้ท้าทายเทพเจ้า

บทที่ 11 นักรบผู้ท้าทายเทพเจ้า

บทที่ 11 นักรบผู้ท้าทายเทพเจ้า


บทที่ 11 นักรบผู้ท้าทายเทพเจ้า

คอลินกวาดสายตาไปรอบๆ

สนามรบวุ่นวายโกลาหล

พวกหมาป่าเหมือนได้รับสัญญาณ ต่างกระโจนเข้าใส่นักผจญภัยคนอื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง พวกนักผจญภัยที่โดนไอเย็นพ่นใส่จนเสียเปรียบจำต้องหยุดตั้งหลักเพื่อรับมือกับศัตรู

เจ้าหมาป่าพวกนี้ก็รู้ชะตากรรมตัวเองดี ว่าจะอิ่มท้องหรืออดตายก็ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ครั้งนี้ เลยสู้ถวายหัว

คีธที่ไร้อาวุธกำลังดวลหมัดเปล่าๆ กับหมาป่าขาว

ไม่นานร่างยักษ์ของเขาก็โชกไปด้วยเลือด ไม่รู้ว่าบาดเจ็บสาหัสขนาดไหน

ขนาดมองจากระยะไกล คอลินยังเห็นว่ากำปั้นที่เหวี่ยงออกไปกับเขี้ยวที่แยกขู่ต่างสั่นระริก

ทำให้หมัดของฮาล์ฟออร์คดูไร้น้ำหนัก ไม่มีทางสร้างอันตรายให้สัตว์ยักษ์อย่างหมาป่าขาวได้เลย

คอลินกระชับดาบสั้นในมือข้างหนึ่ง อีกข้างกำคบเพลิงสองอันแน่น

หวังว่าความรู้จากรายการเอาตัวรอดในป่าจะใช้ได้ผลนะ มาดูกันว่าสัตว์ร้ายจะกลัวไฟจริงไหม!

เขากัดฟันพุ่งเข้าใส่หมาป่าขาวที่กำลังง่วนอยู่กับฮาล์ฟออร์ค

คบเพลิงชุ่มน้ำมันดินถูกยัดเข้าใส่ท้องน้อยของหมาป่าขาว เปลวไฟปะทะขนสีขาวส่งเสียงฉ่าๆ แสบแก้วหู

หมาป่าขาวร้องโหยหวนอย่างเกินจริง แล้วกระโดดหนีห่างจากคีธ

มันพ่นลมหายใจฟึดฟัด จ้องเขม็งมาที่มนุษย์สองคน เสียงคำรามต่ำในลำคอฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

คอลินส่งคบเพลิงอันหนึ่งให้คีธ

เขามองไปรอบๆ สถานการณ์แบบนี้ ไม่มีใครว่างมาช่วยพวกเขาหรอก

"หนังไอ้นี่ขายได้ราคาดีนะ" คีธรับคบเพลิงไป ถ่มเลือดปนน้ำลายลงพื้น

"มันคงคิดว่าเนื้อเราอร่อยเหมือนกันแหละ" คอลินสวนกลับ

"ข้าจะถ่วงเวลาไว้ เจ้าหนีไปทางอื่นซะ"

"จะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่ฆ่ามัน หมาป่าตัวอื่นก็ไม่ถอย คนทั้งขบวนรถก็ต้องตายกันหมด!"

ยังไม่ทันคุยจบ หมาป่าขาวก็กระโจนเข้ามา ไอเย็นก่อตัวในปาก

ทั้งคู่ที่เคยเห็นฤทธิ์เดชมาแล้วรีบกระโดดแยกตัวไปคนละทาง ลมหายใจเยือกแข็งกวาดผ่านจุดที่พวกเขาเคยยืนและรถม้าด้านหลัง แช่แข็งทุกอย่างในพริบตา

หัวหมาป่าหันขวับ

ชั่วพริบตานั้น คอลินเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีอำพันคู่นั้น

วินาทีต่อมา คีธที่อ้อมไปด้านหลังชักขวานสั้นที่เอวออกมาจามเข้าใส่เอวคู่ต่อสู้ อีกมือเอาคบเพลิงจี้ก้นหมาป่าขาวเต็มแรง

ความร้อนทำให้หมาป่าขาวร้องครางหงิงๆ

สัญชาตญาณสัตว์ป่ากรีดร้องให้หนีไฟ

จังหวะที่มันเสียสมาธิ

คอลินพุ่งเข้าใส่

เขาพยายามรวบรวมสมาธิเรียกใช้ [ดาบเพลิงมรกต] อีกครั้ง แต่สมองเหมือนถูกเทปูนทับ หนักอึ้งจนคิดอะไรไม่ออก

เสี่ยงตายกันไปข้าง!

คอลินตะโกนก้องในใจ แทงดาบสั้นในมือสุดแรงเกิดเข้าใส่สีข้างหมาป่าขาว ขนสีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมเป็นสีแดงฉานทันที

หมาป่าขาวหันขวับมาด้วยความเจ็บปวด

คอลินสวนกลับด้วยการฟาดคบเพลิงใส่หน้ามันเต็มแรง แสงไฟจ้าทำเอามันตาพร่ามัว

คีธง้างขวานฟันซ้ำ

แต่คราวนี้ จังหวะที่คมขวานสัมผัสขน มือของฮาล์ฟออร์คกลับสั่นเทาอย่างรุนแรง ขวานหลุดมือร่วงลงพื้น

หมาป่าขาวฉวยโอกาสกระแทกไหล่ใส่ท้องน้อยคอลินจนกระเด็น

"รับไป!" คอลินที่ล้มกลิ้งตะโกนพลางโยนดาบสั้นในมือออกไป

คีธคำรามเป็นภาษาออร์ค คว้าดาบไว้ได้ แล้วฟันผ่ากลางกบาลหมาป่าขาว

"โฮก!"

หมาป่าขาวกัดฟันพุ่งชนคีธจนล้มคว่ำ พร้อมกับดาบสั้นที่ปักคาไหล่

คอลินที่นอนอยู่พยายามกัดฟันลุกขึ้น

แต่หลังจากการต่อสู้ยืดเยื้อ เรี่ยวแรงเขาก็เหือดแห้งจนหมด

คีธนอนตัวสั่นเทิ้มอยู่บนพื้น

ส่วนเจ้าหมาป่าขาวนอนหอบหายใจรวยริน ร่างกายขนาดยักษ์กระเพื่อมขึ้นลง เลือดจากบาดแผลไหลนองเป็นแอ่งเล็กๆ

สำเร็จเหรอ? มันตายแล้ว?

แต่ความคิดนั้นยังไม่ทันจางหาย

เจ้าหมาป่าที่มีอาวุธปักคาตัวอยู่สองเล่มก็คำรามต่ำแล้วพยุงตัวลุกขึ้น มันใช้ขาหน้าเขี่ยดาบสั้นที่ไหล่ออก แล้วหันมาจ้องคอลินด้วยแววตาอาฆาต

นี่มันยังเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ไหมเนี่ย?!

คอลินจ้องกลับอย่างไม่ลดละ มือควานหาก้อนหินเตรียมสู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย

ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องก็ดังมาจากด้านหน้าถนน

เกิดอะไรขึ้น?

คอลินหันไปมอง

กลุ่มผู้ลี้ภัยที่เดินสวนกันเมื่อกี้เห็นเหตุการณ์ชุลมุน เลยคว้าอาวุธวิ่งเข้ามาช่วย!

พอหันกลับมา คอลินเห็นหมาป่าขาวมองเขาด้วยสายตาที่ดูลึกซึ้งราวกับมนุษย์ ก่อนจะหันหลังวิ่งเตลิดหายไปในดงหินข้างทาง

หมาป่าตัวอื่นเห่าหอนรับ

ตัวที่ยังขยับไหวรีบวิ่งตามจ่าฝูงหายลับไปในกองหิน

"จบแล้วเหรอ?"

เสียงสั่นๆ ของบ็อบดังมาจากใต้ท้องรถ

"จบแล้ว" คอลินถอนหายใจ "ไม่แปลกใจเลยที่ท่านรอดมาได้จนป่านนี้"

"ขอโทษทีนะพ่อหนุ่ม เอาอย่างนี้ ข้าเพิ่มให้คนละหนึ่งเหรียญทอง มากกว่านี้ข้าก็ไม่มีปัญญาจ่ายแล้ว" บ็อบคลานออกมาจากใต้รถอย่างทุลักทุเล แล้วเริ่มสั่งการจัดขบวนรถ

ภายใต้การบัญชาการของเขา

คนในขบวนรถกับพวกผู้ลี้ภัยช่วยกันเคลียร์พื้นที่ หมาป่าที่บาดเจ็บจนหนีไม่ไหวถูกปลิดชีพทีละตัว นักผจญภัยที่มีฝีมือแล่เนื้อเฉือนหนังก็จัดการลอกหนังหมาป่ากันตรงนั้น

คีธถูกหามมาวางข้างๆ คอลิน

พวกนักผจญภัยช่วยทำแผลให้ทั้งคู่แบบลวกๆ แล้วทิ้งถุงน้ำไว้ให้สองใบก่อนจากไป

คอลินไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก

แค่มีรอยช้ำตามตัวตอนโดนหมาป่าขาวชน ตอนนี้เริ่มบวมเป่งและปวดตุบๆ

อีกอย่างคือกางเกงที่โดนฝูงหมาป่ารุมทึ้งจนขาดวิ่น กางเกงผ้าฝ้ายเก่าๆ ตัวนี้ดูเหมือนผ่านศึกมาเป็นสิบปี คบเพลิงสองอันก็พังยับเยิน

มองดูกางเกงขาดๆ แล้วคอลินปวดใจจี๊ด

นี่มันเงินทั้งนั้น!

เงินที่บ็อบเพิ่มให้คงพอชดเชยได้บ้าง เขาปลอบใจตัวเอง

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง คอลินถึงพอจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนพิงรถม้าได้ ตอนนั้นเองคีธที่สลบไปก็ค่อยๆ ฟื้น ตื่นมามองท้องฟ้าสีครามด้วยความงุนงง

"เมื่อกี้เกือบไปแล้วนะ" คอลินยิ้ม "ถ้าเจ้าเอาจริงเหมือนตอนซ้อมกับข้า ป่านนี้ไอ้หมานั่นคงตายไปนานแล้ว"

เงียบไปพักหนึ่ง

คีธก้มหน้าตอบ "ข้าผิดเอง เราเลยพลาดเงินก้อนโตไปเลย"

ท่าทีของเพื่อนทำเอาคอลินแปลกใจ เขาแค่จะแซวเล่นเฉยๆ

"ยังไงซะ คีธ เราก็ยังรอดมาได้นะ"

"ข้าไม่ได้โกหกนะ ข้าคือนักล่าที่เก่งที่สุดในเผ่าจริงๆ เป็นนักรบโทเท็มที่แกร่งที่สุด..."

"ข้าแค่ล้อเล่นน่า" คอลินรีบแก้

เขาคิดแบบนั้นจริงๆ แม้ตอนสู้คีธจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่หมอนั่นก็เป็นคนเดียวที่พอจะฟัดเหวี่ยงกับหมาป่าขาวได้ ถ้าไม่มีคีธ ทั้งขบวนรถคงไม่รอด

คีธเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงพึมพำกับตัวเองต่อไป

"ข้าทำตามคำชี้แนะของหมอผี เข้าถึงวิถีแห่งธรรมชาติ เมื่อหลายปีก่อน ข้ารู้ล่วงหน้าจากจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติว่าภัยหนาวจะมาเยือน ข้าเลยพาคนในเผ่าหนีออกมา

แต่ไม่นึกเลยว่านั่นจะทำให้เลดี้แห่งเหมันต์โกรธแค้นข้า ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ข้าต้องสู้แบบเอาชีวิตเข้าแลก ความหนาวเหน็บที่เข้ากระดูกดำก็จะพรากความโกรธ เทคนิค และ... ทุกอย่างของข้าไป"

คอลินพูดไม่ออก

เขาจำได้ว่าเลดี้แห่งเหมันต์คืออีกชื่อหนึ่งของเทพีแห่งฤดูหนาวในโลกนี้

และในแดนเหนือสุด เลดี้แห่งเหมันต์แทบจะเปรียบเสมือนธรรมชาติ การใช้อำนาจของฤดูหนาวข่มขวัญมนุษย์คืองานหลักของนาง การกระทำของคีธเท่ากับท้าทายอำนาจเทพเจ้าชัดๆ

นี่สินะสาเหตุที่เขาต้องตกระกำลำบากมาถึงที่นี่ คอลินคิด

"จำเป้าหมายเราได้ไหม? เป็นนักผจญภัยที่มีชื่อเสียง หาเงิน ข้าซื้อบ้านในเมือง เจ้าพาคนในเผ่ามาอยู่" คอลินพูด "พอเราดัง เดี๋ยวก็หาทางแก้ได้เองแหละ เช่น จ้างจอมเวทมาล้างคำสาปอะไรพวกนี้"

"นี่คือประสงค์ของเทพเจ้า ไม่มีใครขัดขืนได้หรอก" คีธยิ้มเศร้าๆ แต่ก็ดูมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

"ในฐานะพี่ใหญ่ ข้าไม่ต้องให้เจ้ามาดูแลหรอก แต่ก็ขอบใจนะ"

"ว่าแต่ เจ้าเรียกข้าว่าน้องชายตลอด เจ้าอายุเท่าไหร่กันแน่?"

"สิบแปดปี ฮาล์ฟออร์คที่โตเต็มวัยพร้อมลุยทุกสถานการณ์"

คอลินอึ้ง มองร่างยักษ์กับหน้าตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน

นี่คือสิบแปด?

แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินกวีพเนจรในร้านเหล้าเล่าว่า ฮาล์ฟออร์คในโลกนี้โตเต็มวัยตอนสิบสี่ ดังนั้นสิบแปดหน้าตาแบบนี้ก็คงไม่แปลก

"เจ้าก็น่าจะสักสิบสองสินะ ข้าดูออกนะ น้องชาย" คีธกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม พูดอย่างภูมิใจ

"เสียใจด้วย ข้ายี่สิบแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 11 นักรบผู้ท้าทายเทพเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว