เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

บทที่ 6 โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

บทที่ 6 โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง


บทที่ 6 โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

"ที่นี่เหรอ?"

"ห้องใต้หลังคานี้แบ่งซอยเป็นสี่ห้อง หนึ่งห้อง หนึ่งเดือน หนึ่งเหรียญทองกับอีกสองเหรียญเงิน"

"รูหนูแค่นี้เดือนละตั้งเหรียญทองกว่าๆ ปล้นกันชัดๆ"

"ตกลงจะอยู่ไหมล่ะ?"

"พาข้าไปดูที่อื่นหน่อยแล้วกัน"

"ห้องนี้ถ้าเจ้าไม่เช่า คนอื่นก็รอเสียบเพียบ ดีกว่านี้เจ้าก็จ่ายไม่ไหวหรอก"

คอลินที่นอนอยู่บนเตียงยกแขนขึ้นขยี้หน้า

เขาอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย แต่เสียงทะเลาะกันนอกหน้าต่างดูท่าจะไม่ยอมรามือให้เขาได้พักผ่อนง่ายๆ

คอลินจำใจลุกขึ้นเปิดประตูชะโงกหน้าออกไปดู

ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยสวมเสื้อคลุมยาวกำลังยืนอยู่ข้างล่าง ข้างๆ มีชายชาวเหนือแต่งตัวซอมซ่อคนหนึ่ง

"มิสเตอร์โมล มีธุระอะไรเหรอครับ?"

คอลินตะโกนถาม

เขารู้สึกประหม่านิดหน่อย เพราะเจ้าอ้วนเสื้อคลุมยาวนั่นคือเจ้าของบ้านเช่าของเขา

"อ้อ คอลิน" ชายที่ชื่อมิสเตอร์โมลถูมือไปมา "เดือนหน้าค่าเช่าขึ้นอีกสองเหรียญเงินนะ เตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ อ้อ อย่าลืมค่าเช่าเดือนนี้ด้วย"

ค่าเช่าขึ้นอีกแล้ว

หัวใจของคอลินหล่นวูบ

แต่เขาก็พอจะเดาทางได้อยู่แล้ว

ผู้ลี้ภัยที่หนีตายมาคงไม่ได้มีแต่ยาจกเสมอไป คนที่ไปเป็นนักผจญภัยจนตั้งตัวได้ก็คงมี ที่พักแถวเมืองเธาซันด์มาสต์มีจำกัด ค่าเช่าก็ต้องถีบตัวสูงขึ้นเป็นธรรมดา

เอาจริงๆ ค่าเช่าเพิ่งมาขึ้นตอนนี้ถือว่าช้าไปด้วยซ้ำ

ขึ้นราคาก็ขึ้นไปสิ ขอแค่มีปัญญาจ่าย ก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่กันออกไป

คอลินคิดพลางปีนลงจากห้องใต้หลังคา

เขาหยิบถุงเงินยื่นให้อีกฝ่าย "ท่านครับ ข้าหามาได้เจ็ดเหรียญเงินแล้ว"

"ข่าวดีนี่นา" มิสเตอร์โมลโบกมือปัด "ครบแล้วค่อยเอามาจ่ายทีเดียว ข้าไม่อยากมีปัญหา"

"ถึงกำหนดจ่ายข้าหามาครบแน่" คอลินเก็บถุงเงิน

"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ คอลิน" มิสเตอร์โมลพูดต่อ "ช่วงนี้แก๊งมือเลือดทวงเงินยิกๆ พวกมันเพิ่งไปตีกับพวกผู้ลี้ภัยจากแดนเหนือมา ถ้าข้าไม่มีเงินจ่ายค่าคุ้มครอง ข้าเองก็คงโดนถีบหัวส่งเหมือนกัน เข้าใจใช่ไหม?"

คอลินพยักหน้ารับรู้

มิสเตอร์โมลพยักหน้าตอบ แล้วพาลูกค้าไปดูห้องอื่นต่อ

คอลินเดินไปตักน้ำจากบ่อน้ำใกล้ๆ กลับมาที่ห้องแล้วใช้กิ่งหลิวขัดฟันล้างหน้า

ที่ตาแก่นั่นพูดมาคือเรื่องจริง

สลัมรอบนอกเมืองเธาซันด์มาสต์เดิมทีก็สร้างขึ้นโดยผู้ลี้ภัยรุ่นก่อนๆ ในทางกฎหมายถือว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง ทหารยามเลยไม่เคยมาเหลียวแล

นานวันเข้า คนคุมกฎตัวจริงก็กลายเป็นพวกแก๊งอันธพาล

กฎหมาย ความปลอดภัย ราคาสินค้า... ทุกอย่างในสลัมอยู่ในกำมือของพวกมันหมด

ตอนนี้ภัยหนาวคงไม่จบลงง่ายๆ คลื่นผู้ลี้ภัยย่อมส่งผลกระทบต่อพวกแก๊งด้วยแน่

พวกผู้ลี้ภัยที่ตั้งหลักได้ในสลัมจะตั้งแก๊งใหม่ขึ้นมางัดข้อไหม? ข้าวของในสลัมจะแพงขึ้นไปอีกหรือเปล่า? งานจ้างวานจะลดน้อยลงไปอีกไหม?

ยิ่งคิดคอลินก็ยิ่งขนลุก สถานการณ์มันเลวร้ายลงเรื่อยๆ

คำตอบของทุกปัญหาคือ "เงิน"

ต้องรีบหาเงินให้ได้เยอะๆ!

ขอแค่มีเงิน ก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น

ซ่า

คอลินวักน้ำลูบหน้า แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดแรงๆ เรียกสติ

พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เขาก็มุ่งหน้าไปยังร้านเหล้าแบล็กฮาร์ต จุดนัดพบประจำของเขากับคีธ

บรรยากาศข้างในเหมือนร้านเหล้ายุคกลางตามสูตร มีโต๊ะยาวเก้าี้ยาววางเรียงราย หลังเคาน์เตอร์มีเจ้าของร้านไว้เคราเฟิ้มกำลังเช็ดแก้วอยู่

เวลานี้ลูกค้าส่วนใหญ่คือนักผจญภัย

คนท้องถิ่นเมืองวอเตอร์ดีปนั่งจับกลุ่มกันมุมหนึ่ง ส่วนพวกหน้าตาแบบชาวเหนือก็นั่งรวมกันอีกมุมหนึ่ง

แบ่งพรรคแบ่งพวกกันชัดเจน

สำหรับนักผจญภัย เพื่อนร่วมทีมต้องไว้ใจได้ เพราะใครจะไปหลับลงถ้าต้องคอยระแวงว่าเพื่อนจะเอามีดปาดคอตอนไหน

ดังนั้นนักผจญภัยระดับล่างส่วนใหญ่เลยมักจับกลุ่มกับคนบ้านเดียวกัน พวกที่มีเพื่อนเป็นฮาล์ฟออร์คอย่างคอลินถือว่าเป็นของแปลก นี่แหละสาเหตุที่พวกเขาหาเพื่อนร่วมทีมเพิ่มไม่ได้สักที

ไม่มีมนุษย์คนไหนไว้ใจฮาล์ฟออร์คที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าหรอก

คอลินกวาดสายตามอง แล้วเดินตรงไปที่มุมเงียบๆ

คีธนั่งซดโจ๊กข้าวโอ๊ตอยู่ที่นั่นจริงๆ

"โจ๊กชามนึง" คอลินสั่งพลางนั่งลงตรงข้ามคีธ "วันนี้คนขับรถม้า... ตาบ็อบน่ะ มาบ้างรึยัง?"

"ต่อให้มา แกก็คงไม่มาเช้าขนาดนี้หรอก" คีธตอบ

เจ้าของร้านเดินเอากระแทกชามโจ๊กวางลงบนโต๊ะ คอลินยื่นเหรียญทองแดงให้หนึ่งเหรียญตามความเคยชิน แต่เจ้าของร้านกลับไม่ยอมชักมือที่มีขนดกหนากลับไป

"สองเหรียญ" เจ้าของร้านพูดห้วนๆ

ค่าอาหารก็ขึ้นราคาเรอะ...

คอลินรีบควักเงินเพิ่มให้อีกฝ่าย แล้วตักโจ๊กเข้าปาก

จืดชืด ไร้น้ำมัน รสชาติเหมือนเคี้ยวทิชชู่เปียกยุ่ยๆ แถมกลืนแล้วยังสากคออีกต่างหาก

คอลินไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะคิดถึงรสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนาดนี้

เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เขาเงยหน้าถามคีธ "ค่าเช่าเจ้าขาดอีกเท่าไหร่?"

"เดือนนี้พอแล้ว แต่เดือนหน้าไม่รู้"

"สรุปคือไฟลนก้นเหมือนกันสินะ" พูดจบ คอลินก็กระดกโจ๊กที่เหลือเข้าปากรวดเดียวหมด

หลังมื้อเช้า ทั้งคู่เดินไปที่บอร์ดประกาศภารกิจ

คอลินไล่สายตาดู

เหมือนเดิมเป๊ะ บอร์ดโล่งเตียน ใบประกาศงานโดนฉีกเกลี้ยง เหลือแต่โซนใบค่าหัวที่ยังแปะอยู่เต็มไปหมด

แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวก "มังกรเขียวเฒ่า 'ฮาร์ตล็อต'", "หัวหน้าเผ่ายักษ์น้ำแข็ง 'บียอร์น'" อะไรเทือกนั้น ดูจากเงินรางวัลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กับกระดาษเหลืองอ๋อย คงไม่มีใครทำสำเร็จมาหลายสิบปีแล้วมั้ง

หาอยู่พักใหญ่ก็คว้าน้ำเหลว

บ็อบบอกว่าจะมาหา แต่ก็ไม่ได้ระบุเวลา คอลินคิดอย่างปลงๆ ว่าถ้าตาแก่มั่นโผล่มาหลังวันจ่ายค่าเช่าล่ะ? เขาไม่โดนไล่ไปนอนข้างถนนก่อนหรือไง?

เขาหันกลับไปมองนักผจญภัยกว่าสามสิบชีวิตในร้านเหล้า

แค่นับคู่แข่งในร้านนี้ร้านเดียว การหางานทำก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

ช่วงนี้ในร้านเหล้ามีมวยแย่งงานกันให้เห็นบ่อยๆ ด้วยสิ

"คอลิน ดูนี่สิ"

เสียงคีธดังขึ้นข้างหู คอลินหันไปมองตามนิ้วเพื่อน

ใบประกาศเขียนว่า มีหมีขาวขนาดยักษ์ฉายา "ไวท์ฟรอสต์" ปรากฏตัวทางเหนือ ใครเอาหนังหรือกรงเล็บมันมาได้ รับไปเลยหกสิบเหรียญทอง

คอลินกระแอมเบาๆ

ชี้ไปที่คีธ แล้วชี้เข้าหาตัวเอง

"ค่าหัวหกสิบเหรียญทอง เจ้าคิดจริงๆ เหรอว่าเราสองคนจะเอามันลง?"

"ฮะฮ่า" คีธยิ้มเจ้าเล่ห์ "เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงได้ฉายา 'นักล่าหมี'?"

"เพราะเจ้าเก่งเรื่องทำกับดักหมี?"

"ไม่ใช่โว้ย! เพราะข้าคือนักล่าที่ฆ่าหมีเก่งที่สุดในเผ่าต่างหาก" คีธบ่นอุบ "สมองอันปราดเปรื่องของเจ้ามันหายไปไหนหมด?"

"เอาความจริงที่จับต้องได้ดีกว่า..."

จู่ๆ คอลินก็นึกถึงเรื่องที่บ็อบเล่าบนรถม้า เรื่องผู้ลี้ภัยเก็บสมุนไพรไปขาย "เราไปลองถามร้านขายสมุนไพรกันไหม เผื่อจะมีงานอะไรให้ทำบ้าง?"

จบบทที่ บทที่ 6 โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว