บทที่ 48 เข้าไป
บทที่ 48 เข้าไป
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 48 เข้าไป
.
“ดูเหมือนชายคนนั้นจะพยายามเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น” ไฉ่จิงเห็นร่างที่คุ้นเคยถือคันธนูยาวสีดำ แบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ถือมีดเหล็ก อยู่หน้าสถานีตำรวจผ่านกล้องส่องทางไกล
คันธนูยาว?
เธอแสดงท่าทางครุ่นคิดและพูดว่า “เซิงหลินดูเหมือนจะถูกยิงทะลุสมองด้วยลูกธนู”
“ศพที่คุณตรวจสอบนั่นน่ะเหรอ?”
“อืม ศพนั้นนั่นแหล่ะ”
หลินซิ่วหยูคิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดว่า “พวกเราเคยได้รับความเสียหายในสถานีตำรวจแห่งนี้มาก่อน ว่ากันว่าในบรรดาสถานีตำรวจทั้งหมด ที่นี่มีสัตว์ประหลาดที่สร้างปัญหามากที่สุด มันสามารถโจมตีจิตวิญญาณซึ่งยากที่จะป้องกัน ทำให้จำนวนคนไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง”
ไฉ่จิงตอบ “แต่ยิ่งสัตว์ประหลาดแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ รางวัลก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น ฉันยิ่งสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆว่า ที่นี่คือโลกแห่งเกมที่ดูเหมือนโลกความจริง และสัตว์ประหลาดแต่ละตัวในสถานีตำรวจเหล่านั้นก็คือบอส”
หลิวซิ่วหยูยิ้มและพูดว่า “บางทีมันอาจเป็นเพียงโลกความจริงที่ถูกดัดแปลง เพราะนี่เป็นเกมที่ถึงตาย แล้ว…ตอนนี้เราเอาไงดี?”
“เราจะลงไปหลังจากพวกเขาไปแล้ว”
……
เดิมทีซูฉางซิงไม่ได้ให้ความสนใจนัก แต่ต่อมา เขาค่อยๆสังเกตเห็นกลิ่นอายทรงพลังและอันตรายบนร่างของหวงเปียว
นี่คือสัญชาตญาณที่เขามี มาโดยตลอด
สิ่งนี้ช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงอันตรายและปัญหามากมาย ขณะที่อยู่บนถนน
ซูฉางซิงมองไปที่หวงเปียวแล้วถามขึ้นว่า “คุณเคยเสริมความแข็งแกร่งมาแล้วใช่ไหม?”
สมรรถภาพร่างกายของหวงเปียวดูเหมือนจะแข็งแกร่งมาก เพราะหลังจากพักอยู่เพียงชั่วครู่ เขาก็ดูเหมือนจะไม่เป็นไรแล้ว มันควรเป็นความสามารถในการฟื้นตัวที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้เขามีสภาพร่างกายที่ทนต่อการโจมตีค่อนข้างสูง
หวงเปียวแสดงรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาเล็กน้อย และกล่าวว่า: “ผมเคยเสริมคุณสมบัติให้ร่างกายครั้งหนึ่ง แต่ผมมีสุขภาพที่ดีมาโดยตลอด จึงไม่ได้รู้สึกว่าดีขึ้นมากนัก ดังนั้นผมเลยให้พี่น้องที่ด้อยกว่าเสริมความแข็งแกร่งแทน”
ร่างกายของหวงเปียวดูค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่มันก็แค่ค่อนข้าง ในขณะที่ซูฉางซิงดูเหมือนจะอ่อนแอกว่า แต่ก็แค่ดูเหมือนเท่านั้น
ซูฉางซิงยืนยันได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าหวงเปียว ตราบเท่าที่หวงเปียวไม่มีความสามารถแปลกๆอ่ะนะ…
ซูฉางซิงพยักหน้าและพูดว่า “ตอนนี้พวกคุณมีมากน้อยแค่ไหน?”
หวงเปียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ชายคนนี้ดูเหมือนจะรู้บางอย่างเกี่ยวกับเขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก บางทีซูฉางซิงอาจเห็นว่าเขาเหมือนกับคนที่เคยรู้จัก เขาจึงตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มๆว่า “ประมาณ 30 คน แต่บางคนเป็นผู้หญิงและเด็ก ตอนนี้ตายไป 4 เราจะลำบากมาก”
ซูฉางซิงถอนหายใจหลังจากได้ยิน “พี่ชายเก่งมาก ภายในระยะเวลาสั้นๆ ก็ดึงผู้คนมากมายมารวมกันได้”
“ที่ไหนกัน แค่รวมตัวกันให้อุ่นใจขึ้นเท่านั้น”
หวงเปียวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะถามขึ้นอย่างลังเลว่า “น้องชาย ผมเห็นว่าคุณก็ไม่เลว คุณสนใจเข้าร่วมกับเราไหม เราจะดูแลคุณอย่างเฟิร์สคลาสเลย”
“ไว้ค่อยว่ากัน เราหาวิธีจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนี้ก่อนดีไหม?” ซูฉางซิงกล่าว พลางมองไปยังสถานีตำรวจที่ว่างเปล่าและพูดต่อไปว่า “คุณน่าจะเข้าใจความสำคัญของอาวุธปืนดีกว่าผม”
หวงเปียวระงับรอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้า เขาพยักหน้าและพูดว่า “เป็นเช่นนั้นจริงๆ กลุ่มที่ไม่มีปืนไม่มีทางตั้งหลักได้ ได้แต่ถูกกองกำลังอื่นยึดครองเท่านั้น”
“ความจริง ถ้าทุกคนไม่มีปืน มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
ซูฉางซิงฟังคำอธิบายและพูดขึ้นเบาๆ “แต่สถานีตำรวจไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว คุณอาจต้องการปืนมากกว่าผม”
ซูฉางซิงพยายามเกลี้ยกล่อมให้หวงเปียวไปกับเขา เพื่อแก้ปัญหาสัตว์ประหลาดตัวนี้ ถ้าเขาไปคนเดียว มันจะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง
เขาค่อนข้างแน่ใจว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าความสามารถในการโจมตีทางจิตวิญญาณ และดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งมากพอที่จะต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณนี้
ตอนที่เขาได้ยินเสียงกรีดร้องจากด้านในสถานีตำรวจเมื่อครู่ ซูฉางซิงสังเกตเห็นแล้วว่า เขามีความสามารถต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณได้
เขาไม่ค่อยชัดเจนนักเกี่ยวกับที่มาของความสามารถนี้ อาจเป็นเพราะเขามีจิตวิญญาณที่สูงกว่าคนปกติมาก หรือไม่ก็อาจเป็นอย่างอื่น
และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ดูเหมือนว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้จะไม่รีบออกจากสถานีตำรวจ ตราบใดที่เขาสามารถต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณของมันได้ ถึงไม่สามารถเอาชนะแต่ก็สามารถหนีได้
จากข้อสันนิษฐานว่าเขาสามารถต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณได้ ดังนั้นความเสี่ยงจึงไม่สูงอย่างที่คิด อย่างน้อยก็คงไม่ถึงขั้นแพ้ราบคาบ
หวงเปียวลูบเคราที่คาง ขณะครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ว่าผมกลัว เพียงแต่เรามีโอกาสไม่มากนักที่จะเอาชนะมัน ไม่ว่าเข้าไปสักกี่คนก็ตาม พอมันกรีดร้องทุกคนก็ล้มลงหมด”
“เว้นแต่เราจะรีบเข้าไปด้านในสุดเพื่อเอาปืนออกมา แล้วเอาปืนไปยิงมันให้ตาย แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้เฝ้าอยู่ตรงทางเดิน เราไม่สามารถผ่านมันเข้าไปได้”
ซูฉางซิงหยิบแท่งสัญญาณออกจากกระเป๋าและพูดว่า “ผมมีวิธี แต่เราต้องร่วมมือกัน มันถึงจะไม่อันตรายเกินไป”
หวงเปียวจ้องไปที่ตาของซูฉางซิง และครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ตกลง น้องชาย ถ้างั้น ผมจะลองเชื่อคุณสักครั้ง”
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชายหนุ่มหลายคนมาช่วยพาผู้บาดเจ็บบนพื้นออกไป
เด็กหนุ่มชื่อเฟิงเจิ้ง ผู้มีผิวคล้ำและผอมเล็กน้อย ที่มาพร้อมกับกลุ่มคนเหล่านั้น พูดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ “ลูกพี่หวง พวกพี่เฉินตายหมดเลยเหรอ?”
หวงเปียวหรี่ตาลงและพยักหน้า “ใช่ เราโชคร้ายมาก แต่สัตว์ประหลาดในสถานีตำรวจตัวนี้มีพลังไม่มากนัก ดังนั้นฉันจะเข้าไปใหม่พร้อมกับน้องชายคนนี้”
เฟิงเจิ้งกระชับไม้พลองในมือและตะโกนเสียงดังว่า “ลูกพี่หวงเปียว ผมอยากเข้าไปต่อสู้ด้วย!”
หวงเปียวตบเด็กหนุ่มจนคว่ำและพูดว่า “นายอ่อนแอเกินไป แม้แต่จะฆ่าซอมบี้ยังยากเลย นายจะส่งตัวเองไปเป็นอาหารพวกมันเรอะ”
เฟิงเจิ้งนั่งกับพื้นมองดูซูฉางซิงด้วยสายตาดุร้าย จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินจากไป
ซูฉางซิงอึ้ง “มันเกี่ยวอะไรกับผม? แต่เขาอายุเท่าไหร่ ดูๆไปเหมือนจะเป็นนักเรียนมอปลาย”
หวงเปียวพยักหน้า “ก็ประมาณนั้น”
.
.
.
“ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าไปอีกแล้ว ผู้นำคือข้าวหุงเอง”
ไฉ่จิงสังเกตและรายงานสถานการณ์
“เข้าไป? พวกเขาบ้าไปแล้วเหรอ คนธรรมดาไม่สามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้” หลินซิ่วหยูบ่น “ถ้าผมรู้ว่าเขากำลังจะไปหาที่ตาย เมื่อกี้น่าจะแย่งข้าวหุงเองมา”
ไฉ่จิงพูดขึ้นทันที “คุณเลิกคิดเรื่องข้าวหุงเองได้ไหม?”
หลินซิ่วหยูเหลือบมองเธอ “คุณเริ่มก่อนไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันแค่ใช้มันเป็นชื่อรหัส”
.
.
.
ภายในสถานีตำรวจเย็นอย่างน่าประหลาด และมีกลิ่นเลือดจางๆ ในอากาศ
ซูฉางซิงเดินนำหน้าและพูดว่า “จากที่บอกมา สัตว์ประหลาดตัวนี้จะอยู่ที่ชั้นใต้ดินเท่านั้น และมันมีความสามารถในการควบคุมซอมบี้ด้วย”
“เท่าที่ว่ากัน มันเป็นเช่นนั้น”
หวงเปียวเดินตามหลังมาอย่างระมัดระวัง และคอยมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังเช่นกัน เห็นได้ชัดที่นี่ได้สร้างเงาขึ้นในจิตใจของเขาแล้ว
ซูฉางซิงขมวดคิ้วและพูดว่า “มันได้สื่อสารกับคุณหรือเปล่า?”
หวงเปียวส่ายหน้าและพูดว่า “ไม่ มันแค่พูดกับตัวเอง แต่ผมยังไม่ทันได้ยินชัด มันก็พบเราก่อน จากนั้นมันก็อย่างที่คุณรู้”
ไม่มีซอมบี้ในทางเดิน และไม่มีซากศพ มีเพียงฝุ่นละอองหนาทึบ และรอยเท้าบนฝุ่นเหล่านั้น มีผู้คนจำนวนมากมาที่นี่เมื่อไม่นานนี้
ซูฉางซิงหยุดชะงักยืนนิ่งค้างในท่านั้น และรู้สึกหนังศีรษะชาเล็กน้อย
หวงเปียวก็หยุดตามและถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“ถ้าไปต่อ เป็นไปได้ว่ามันจะพบเรา”
ซูฉางซิงสังเกตสถานการณ์โดยรอบ บันไดอยู่ข้างหน้าห่างออกไปมากกว่า 10 เมตร ห้องเก็บปืนอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ชั้นที่หนึ่ง คุกอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ชั้นที่สอง ส่วนชั้นบนเป็นเพียงสำนักงานเท่านั้น
หวงเปียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และเข้าใจว่าซูฉางซิงควรมีความสามารถพิเศษบางอย่าง ก่อนที่จะมาโลกนี้ เขารู้ว่ามีกลุ่มคนที่มีความสามารถพิเศษ ดูเหมือนว่าจะปรากฏตัวขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ซูฉางซิงกระชับแท่งสัญญาณและพูดว่า “เดี๋ยวผมจะโยนแท่งสัญญาณไปที่บันได ถ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นโผล่มาก็รีบหนีทันที แต่ถ้าเป็นซอมบี้ เราก็เคลียร์มัน นี่น่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด”
หวงเปียวชำเลืองมองมีดเหล็กในมือของซูฉางซิง แล้วทำสีหน้าแปลกๆ และพูดขึ้นทันทีว่า
“คุณคือเด็กโชคดีที่ส่งข้อความมาบอกผมก่อนหน้านี้ ผมน่าจะคิดได้ว่าคุณอยู่ใกล้ๆ”