บทที่ 47 สถานีตำรวจ
บทที่ 47 สถานีตำรวจ
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 47 สถานีตำรวจ
.
พวกเขามีคนที่มีความสามารถในการระบุตำแหน่งของผู้คน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมการค้นหาตำแหน่งของศพเซิงหลินจึงง่ายมาก
นี่เป็นอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุด
“ฉันยังคงประมาทไป”
ซูฉางซิงสูดหายใจเข้าลึก เขาคิดไม่ถึงมาก่อนว่าจะมีใครมาตรวจสอบศพของเซิงหลิน
กองไฟยังคงลุกไหม้ และอุณหภูมิภายในห้องก็ค่อยๆอุ่นขึ้น
ซูฉางซิงกลับมานั่งลงกินอาหารต่อไป นี่เป็นข้าวหุงเองกล่องที่สองแล้ว การบริโภคอาหารของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนการเสริมคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วมันก็อยู่ในจำนวนที่เหมาะสม
เขาเรียกดูฟอรัมและพบว่ามีโพสต์กลุ่มมากมายในฟอรัม ทุกคนเริ่มรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มย่อยๆ
“เกมวันโลกาวินาศได้เข้าสู่ขั้นตอนที่สองแล้วหรือเนี่ย? มนุษย์เริ่มต้นต่อต้าน และริเริ่มทำการสำรวจอย่างกระตือรือร้นแล้ว”
ซูฉางซิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาไม่เคยคิดว่าซอมบี้เป็นภัยคุกคามที่แท้จริง เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงคือการติดเชื้อรังสีที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ
เขาสงสัยว่าองค์กรทางการอย่างสำนักงานรักษาความปลอดภัยจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจนหรือไม่
ซูฉางซิงเก็บของและออกไปจากห้อง เพื่อค้นหาแผนที่ตามร้านหนังสือและแผงขายหนังสือพิมพ์บนถนนต่อไป อย่างไรก็ตาม เพียงเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากสัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยม
สัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยม: น้องชาย คุณยังพอมีอาวุธเหลืออยู่ไหม ผมกำลังจะลองเข้าไปสำรวจในสถานีตำรวจดู ผมต้องการอาวุธ และจะให้ปืนคุณหลังจากทำสำเร็จแล้ว
[รูปภาพ]
มันเป็นภาพของสถานีตำรวจ ด้านหน้าของสถานีตำรวจเป็นผนังกระจกที่แตกไปแล้ว ภายในนั้นมีทั้งซากศพมนุษย์และซากศพซอมบี้ อยู่มากมาย
เด็กโชคดี: สถานีตำรวจยังไม่โดนบุกรุกอีกเหรอ?
สัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยม: ยัง ข้างในมีสัตว์ประหลาดอยู่ แต่ไม่ใช่ซอมบี้ คนที่เข้าไปข้างในยังไม่มีใครเคยได้ออกมา แต่ผมกับพี่น้องสองสามคนตัดสินใจที่จะลองเข้าไปดู เฮ้อ ตราบใดที่เรามีปืน เราก็จะพัฒนา
เด็กโชคดี: ผมเชื่อคุณ ดาบยาวห้าเล่มเป็นไง ถ้าคุณได้ปืนมาก็เอามาให้ผมหนึ่งกระบอก ถ้าไม่ได้ก็เอาคะแนนมาให้ผม
สัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยม: น้องชายโชคดี ด้วยดาบยาวเหล่านี้ เรามั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ
สัตว์ประหลาด?
ซูฉางซิงไม่แปลกใจเลยที่มีสัตว์ประหลาดตัวอื่นปรากฏตัวขึ้น เพราะเขาเคยเห็นพวกมันมาแล้ว สำหรับสัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยมนั้น เขาไม่สามารถพูดได้ว่าเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจ ดาบยาวห้าเล่มนั้นควรถือว่าเป็นเงินร่วมลงทุน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาไม่ได้ขาดคะแนน หากสัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยมวางแผนหลอกเขา มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และยังถือได้ว่าเป็นการเห็นคนผู้นี้ได้ชัดขึ้นว่าควรร่วมมือด้วยในอนาคตหรือไม่
ซูฉางซิงเดินไปตามถนน 4-5 ร้อยเมตร ก็พบป้ายสีน้ำเงินที่มีตราตำรวจอยู่บนนั้น ซึ่งหมายความว่าข้างหน้ามีสถานีตำรวจอยู่ไม่ไกล
“ไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้นมั๊ง ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานีตำรวจเดียวกันก็ได้”
ซูฉางซิงพึมพำ ไม่อยากเชื่อว่ามันจะบังเอิญขนาดนั้น เขาเชื่อในวิทยาศาสตร์เท่านั้น
เป็นเพราะเมื่อคืนฝนตก อากาศข้างนอกจึงปลอดโปร่ง และดูเหมือนทั้งเมืองจะดูสะอาดขึ้นมาก
หลังจากเดินหลบหลีกซอมบี้มาตลอดทางเป็นระยะทางหลายพันเมตร ซูฉางซิงก็มองเห็นสถานีตำรวจที่มีผนังกระจกใสด้านนอกจากระยะไกล
มีคน 7-8 คน กำลังเดินเข้าไปในสถานีตำรวจแห่งนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า ในบรรดาพวกเขามีสามคนที่ถือดาบยาว
“ตกลงว่าเป็นพวกเขาจริงๆ”
ซูฉางซิงเดินไปยังสถานีตำรวจ แต่ไม่ได้เข้าไป ถ้าสัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยมทำสำเร็จและมอบปืนให้กับเขา มันจะดีที่สุด
จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นสิ่งแปลกๆ เกี่ยวกับเศษกระจกบนพื้น ร่องรอยการแตกเหมือนไม่ได้เกิดจากการกระแทก เพราะเศษกระจกมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน ราวกับถูกคลื่นเสียงทำให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”
ซูฉางซิงถอยหลังไปสองก้าวอย่างระมัดระวัง เมื่อตระหนักว่ามีสัตว์ประหลาดบางชนิดอยู่ในสถานีตำรวจ และสัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยมไม่ได้โกหก
“พลังทำลายล้างระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรับมือได้อย่างแน่นอน”
เขารีบส่งข้อความถึงสัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยมทันที
เด็กโชคดี: พี่ชาย ผมขอแนะนำให้คุณรีบออกมาโดยด่วน
สัตว์น้อยผู้โหดเหี้ยม: เหอ เหอ อีกเดี๋ยวเราจะถึงห้องเก็บปืนแล้ว ด้วยปืนเหล่านี้ การจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที เสียงความถี่สูงเหมือนเด็กร้องไห้ก็ดังมาจากสถานีตำรวจ กระจกที่ยังติดอยู่บนผนังเริ่มสั่นสะเทือน
จู่ๆ ซูฉางซิงก็รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย จนต้องรีบถอยหลังออกมาอีก 2-3 ก้าวทันที
เสียงมาเร็ว ไปเร็ว แต่เขาก็สังเกตเห็นว่าแถบสถานะของตัวเองได้เปลี่ยนไปเป็นจิตวิญญาณช็อกเล็กน้อย
ทำร้ายจิตวิญญาณ?
จากนั้นก็มีเสียงร้องดังขึ้น ชายสามคนที่มีเลือดออกเต็มใบหน้า วิ่งโซเซออกมาจากข้างใน ชายที่วิ่งนำหน้ามองเห็นซูฉางซิงและได้ร้องตะโกนขึ้น “น้องชาย ช่วยด้วย มีผี”
อีกสองคนที่วิ่งตามมา หมดแรงและล้มลงกับพื้น เพราะพวกเขาได้ใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อหลบหนีออกมาหมดแล้ว มีเพียงชายไว้หนวดเคราเท่านั้นที่ยังคงสามารถยืนหอบหายใจอยู่ได้
ซอมบี้ผิวคล้ำสองตัววิ่งตามพวกเขาออกมาจากข้างใน ความเร็วของพวกมันเร็วกว่าซอมบี้ทั่วไปมาก
ซูฉางซิงยกมีดเหล็กขึ้น เตรียมฟันซอมบี้ แต่ก็พบว่าพวกมันวิ่งออกมานอกสถานีตำรวจเพียงไม่กี่ก้าวก็หันหลังวิ่งกลับไป
ซอมบี้พวกนี้ฉลาดขึ้น?
“ว้าว น้องชายพวกมันกลัวคุณจนหนีกลับไปแล้ว”
ชายไว้หนวดเคราที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นด้วยความตกใจ
ซูฉางซิงมองไปยังสถานีตำรวจที่ว่างเปล่า หลังจากคิดอยู่ชั่วครู่ก็พูดขึ้นว่า “หืม พวกมันควรวิ่งกลับไปเองมากกว่า ว่าแต่มีอะไรอยู่ข้างในเหรอ?”
ชายไว้หนวดเครายังคงงุนงงและพูดว่า “มีผีเด็กอยู่ในนั้น พอไปหามัน มันก็ร้องออกมาจนพวกเราไม่รู้เหนือรู้ใต้ และเกือบหนีออกมาไม่ได้”
“ใครจะคิดว่ามีของแบบนี้อยู่ในนั้น ผมเคยคิดว่ามันเป็นแค่สัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งกว่าซอมบี้เท่านั้น”
ซูฉางซิงมองไปที่ชายร่างใหญ่ด้วยความประหลาดใจ แม้ว่าใบหน้าของชายคนนี้จะมีเลือดออก แต่ก็ดูเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป เขาจึงถามขึ้นว่า “พวกคุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดด้านในเลยเหรอ?”
ชายไว้หนวดเคราตรวจสอบอาการบาดเจ็บของสหายทั้งสองของเขา จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มๆว่า “ไม่รู้เลย ทั้งหมดที่รู้คือไม่มีใครที่เข้าไปในนั้นเคยได้ออกมา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไม่มีใครออกมา พอสัตว์ประหลาดตัวนั้นกรีดร้อง พวกเราห้าคนก็ทรุดลงนอนไปเกิดใหม่อยู่ตรงนั้นเลย”
บุ่มบ่ามจริงๆ
ซูฉางซิงให้การประเมินอยู่ในใจ ทั้งๆที่รู้ว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างใน แต่ก็ยังพุ่งเข้าไปหาพร้อมอาวุธ
ชายไว้หนวดเคราเห็นว่าบนร่างของซูฉางซิงเปื้อนไปด้วยเลือด และมีอุปกรณ์ครบครัน เขาจึงกล่าวด้วยความระมัดระวังว่า “ผมชื่อหวงเปียว ไม่รู้ว่าน้องชายชื่ออะไร”
“ซูฉางซิง”
จู่ๆ ซูฉางซิงก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากโทรศัพท์มือถือของเขา
[ภารกิจย่อย (พิเศษ): คุณพบสัตว์ประหลาดที่ต้องสงสัยว่าสามารถโจมตีจิตวิญญาณในสถานีตำรวจ จงหาวิธีฆ่ามัน เพราะมันอาจมีเงื่อนงำเกี่ยวกับความจริงของวันโลกาวินาศ
ฆ่าสัตว์ประหลาด ค้นหาเบาะแส
รางวัล: คนสองหน้า]
ซูฉางซิงมองไปยังโทรศัพท์และถามว่า “คุณได้รับภารกิจเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนี้เหรอ?”
หวงเปียวหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาดูและบอกว่า “อืม มันเป็นภารกิจให้ฆ่าสัตว์ประหลาด และการฆ่าครั้งแรกดูเหมือนจะมีคะแนนพิเศษ”
จากสิ่งนี้ ภารกิจของหวงเปียวแตกต่างจากของเขา และน่าจะเป็นเหตุผลของการกระทำก่อนหน้านี้ของพวกเขา
“มันเป็นภารกิจลูกโซ่งั้นเหรอ?”
ซูฉางซิงพึมพำ
เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าไปข้างใน แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้เกี่ยวข้องกับความจริงของวันโลกาวินาศ และสิ่งนี้ก็สำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับการที่เขาจะรอดจากเกมวันโลกาวินาศนี้ได้หรือไม่
หวงเปียวมองไปที่ซูฉางซิงและพูดว่า “น้องชาย คุณก็อยากเข้าไปเอาปืนเหมือนกันเหรอ? ผมขอแนะนำว่าอย่าเข้าไป ก่อนหน้านี้ก็มีคนแนะนำให้ผมออกมา น่าเสียดายที่ผมไม่ฟัง พี่น้องห้าคนเลยต้องตายอย่างไร้ประโยชน์”
ซูฉางซิงมองเขาแปลกๆ แล้วพูดว่า “ผมแค่อยากฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนั้น คุณที่เสียพี่น้องไปในนั้น ไม่ต้องการแก้แค้นเลยเหรอ?”
หวงเปียวคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดว่า “ผมไม่ใช่คนโง่”