บทที่ 46 ตรวจสอบมาตรวัดน้ำ
บทที่ 46 ตรวจสอบมาตรวัดน้ำ
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 46 ตรวจสอบมาตรวัดน้ำ
.
ระหว่างกระบวนการเผาไหม้มีเสียงระเบิดดังออกมาอย่างต่อเนื่องจากความชื้นที่มีอยู่ในเนื้อไม้ ตามมาด้วยกลิ่นหอมและเสียงฉี่ฉ่าจากการล้นออกมาจากกระป๋องของเนื้อมะเขือเทศ
ซูฉางซิงนั่งขัดสมาธิอยู่หน้ากองไฟ ใบหน้าสว่างด้วยแสงจากกองไฟ และมีกล่องข้าวหุงเองวางอยู่ตรงหน้า เขาประสานมือเข้าหากันและกระซิบว่า “ขอบคุณสำหรับอาหารครับ”
คนเราจะเข้าใจคุณค่าของอาหารก็ต่อเมื่อขาดแคลนอาหารจริงๆเท่านั้น ถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีพิธีขอบคุณก่อนรับประทานอาหาร
[หัวหน้า เราพบเป้าหมายอยู่ใกล้กับศพของเซิงหลิน เขากำลังกินอาหาร มีเนื้อมะเขือเทศกระป๋อง…แล้วก็ข้าวหุงเองกับเนื้อผักดอง]
ไฉ่จิงยืนอยู่บนดาดฟ้า ถือกล้องส่องทางไกล มองไปยังห้องที่ซูฉางซิงอยู่
“ข้าวหุงเองบ้าอะไร เขามาที่นี่เพื่อปิคนิคงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ เอามือล้วงกระเป๋าและบ่นอุบอิบ
อีกด้าน ในละแวกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ ชายวัยกลางคนที่มีผมยาวสีเงินครึ่งศีรษะกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศ ขณะมองดูโทรศัพท์และขมวดคิ้ว “ข้าวหุงเอง? ร้านค้าลึกลับไม่น่าจะมีสิ่งนี้”
จากนั้นเขาก็ตอบกลับด้วยโทรศัพท์มือถือว่า: อย่าสร้างปัญหา หลังจากเอาของกลับมาแล้วให้ออกมาทันที พยายามอย่าเข้าใกล้เขา ตอนนี้เราขาดแคลนคน ตายมากไปเราจะลำบาก
ไฉ่จิงเก็บกล้องส่องทางไกลใส่กระเป๋า และถามว่า “คุณสามารถรับรู้ได้ไหมว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มส่ายหน้าและพูดว่า “ไม่รู้ มันห่างเกินไป เว้นแต่จะเข้าไปใกล้กว่านี้”
“ไปกันไหม? ไปให้ใกล้พอ”
“ฉันไม่ใช่นักสู้”
“แล้วจะไปไหม?”
“ไป ไป”
.
.
.
ซูฉางซิงที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ มองเห็นคนสองคนเดินมาจากอีกฝั่งของถนนไปหาศพของเซิงหลิน จากทางหน้าต่าง
ชายหนุ่มในหมู่พวกเขายืนอยู่ข้างศพ โบกมือทักทายซูฉางซิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
คนของสำนักงานรักษาความปลอดภัย?
พอเห็นชุดต่อสู้สีดำรัดรูปบนตัวฝ่ายหญิง เขาก็สรุปทันที เพราะคนธรรมดาไม่ใส่ชุดแบบนี้ แน่นอนว่าไม่สามารถตัดพวกเขาออกจากความน่าจะเป็นของการเป็นตำรวจพิเศษหรืออะไรที่คล้ายกัน
“ดูเหมือนพวกเขากำลังตรวจสอบศพ หาสาเหตุการตายของเซิงหลินงั้นเหรอ? ถ้าพบว่าถูกฆาตกรรม ฉันจะถูกตามล่าไหมเนี่ย?”
ใบหน้าของซูฉางซิงเริ่มเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย แม้แต่การเคลื่อนไหวของการกินก็เริ่มช้าลง จากมุมมองนี้ เขามองไม่เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังนั่งทำอะไรกับศพ
มันจะลำบากมาก หากต่อไปสำนักงานรักษาความปลอดภัยจะตามสืบสวนการฆาตกรรมของเขาจริงๆ เมื่อพิจารณาถึงพลังเหนือธรรมชาติ เขาไม่สงสัยเลยว่าสำนักงานรักษาความปลอดภัยจะสามารถพบว่าเขาคือฆาตกร
ชายหนุ่มหันหน้าไปกระซิบบอกหญิงสาว “เขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ”
“อืม เขาควรเป็นผู้รอดชีวิตหรืออะไรซักอย่าง บุคคลที่สามารถมีชีวิตได้อย่างอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ บางทีเขาอาจเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เพียงแต่ฉันไม่ค่อยได้สนใจรายการเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดในป่ามากนัก”
ไฉ่จิงมองไปที่คริสตัลสีน้ำเงินที่ตกตะกอนจากร่างของเซิงหลินและพูดอย่างใจเย็น
ชายหนุ่มจ้องมองซูฉางซิงที่เฝ้าดูพวกเขาจากทางหน้าต่างและกระซิบว่า “น่าเสียดายที่ฉันก็ไม่สนใจเหมือนกัน ถ้าเป็นพวกสตรีมเมอร์เกม ฉันยังพอรู้บ้าง”
“คุณจะกระซิบทำไม เขาไม่ได้ยินหรอก” ไฉ่จิงเก็บคริสตัสสีน้ำเงินที่ก่อตัวขึ้นบนหน้าอกของเซิงหลินใส่กระเป๋า
“จริงด้วย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ของหัวขโมย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่เรา แค่นายเท่านั้น”
“เฮ้ เขาไปแล้ว ไม่นะ ไปกันเถอะ”
จู่ๆ ชายหนุ่มก็พบว่าศีรษะที่โผล่ออกมาจากขอบหน้าต่างได้หายไปแล้ว
……
ซูฉางซิงกินช้าๆ เหมือนกำลังเพลิดเพลินกับอาหาร แต่ปากของเขากลับไม่รู้รสชาติของมันเลย
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก~”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ซูฉางซิงร้องตะโกนถามในขณะที่ยังมีอาหารอยู่ในปาก “ใคร มีเรื่องอะไร?”
ที่นี่ ผู้คนควรมีการระมัดระวังตัวขั้นพื้นฐานที่สุด ดังนั้นการไม่เปิดประตูจึงเป็นเรื่องที่ปกติที่สุด
“ผมชื่อหลินซิ่วหยู จากสำนักงานรักษาความปลอดภัย”
“สำนักงานรักษาความปลอดภัย?”
“พวกเราเป็นหน่วยงานพิเศษ คล้ายกับ…”
“ตำรวจ พวกคุณเป็นตำรวจ พวกคุณมาที่นี่เพื่อส่งเสบียง และพาผมไปยังที่ปลอดภัยใช่ไหม?”
ซูฉางซิงถือมีดเหล็กพิงกำแพงข้างประตูกล่าว
มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่มีคนมาตรวจสอบมาตรวัดน้ำในวันสิ้นโลก แต่สิ่งที่ซูฉางซิงกำลังคิดอยู่ตอนนี้ก็คือ ถ้าสองคนนี้ยืนกรานที่จะเข้ามาล่ะ เขาควรทำอย่างไร
หนีหรือสู้?
ถ้าสู้ก็หมายถึงเขาต้องฆ่าอีกครั้ง และเขาก็มีลางสังหรณ์ว่า ถ้าสองคนนี้ถูกเขาฆ่าตาย เขาจะกลายเป็นศัตรูของสำนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
เมื่อถูกหมายหัว เขาจะกลายเป็นบุคคลที่มีคนต้องการตัว
นี่ไม่ใช่เรื่องตลกแน่นอน!
ดังนั้นถ้าคนเหล่านี้ต้องการเข้ามาจริงๆ การหนีจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา
“เอ่อ ใช่ครับ เราค่อนข้างจะคล้ายตำรวจ”
“ค่อนข้าง?”
“ครับ ครับ”
“สองวันก่อน เราได้ตั้งจุดรวมพลในบริเวณใกล้เคียง ตำแหน่งที่แน่นอนถูกโพสต์บนฟอรัมแล้ว นี่คือบัตรประจำตัวของผม คุณสามารถดูผ่านตาแมวได้”
“ตาแมวมีแต่ฝุ่นมองไม่เห็น”
ซูฉางซิงพูด แต่ไม่ได้ชะโงกหน้าไปดู
เพราะถ้าอีกฝ่ายพังประตูเข้ามาในขณะที่เขากำลังมองตาแมวอยู่ มันคงดูไม่จืด
“ไม่เป็นไร ผมแค่จะมาบอกว่าจุดรวมพลต้องการคนที่มีพลังต่อสู้แบบคุณ ผมจะไม่ส่งเสบียงให้คุณ เพราะผมรู้สึกว่าคุณใช้ชีวิตได้อย่างอุดมสมบูรณ์มากอยู่แล้ว”
ซูฉางซิงตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายเห็นเขากินอาหารอย่างแน่นอน เมื่อมองดูรอบๆ ก็พบว่ามีเพียงดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้ามเท่านั้นที่สามารถมองเห็นเขากินอาหารได้จากมุมสูง
แสดงว่าคนทั้งคู่เฝ้ามองและคอยระวังเขามาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เขาไม่รู้ว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้ลดการระวังที่มีต่อเขา แล้วมาทักทายเขาที่นี่
“โอเค”
“อืม พวกเราไปล่ะ หวังว่าจะได้พบกันใหม่”
คนทั้งคู่ หนึ่งชาย หนึ่งหญิงก็เดินจากไป แม้แต่ซอมบี้ที่อยู่บนถนนก็ไม่สนใจพวกเขาเลย
หลินซิ่วหยู เอามือล้วงกระเป๋าและพูดว่า “ปฏิกิริยาของเขาค่อนข้างปกติ แต่สงบนิ่งเกินไปหน่อย แสดงว่าเขาไม่กลัวว่าเราจะเข้าไปแย่งข้าวหุงเองของเขา”
ไฉ่จิงคิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดว่า “ในเมื่อคุณเอาแต่คิดถึงข้าวหุงเอง แล้วทำไมคุณไม่ลองถามเขาดูล่ะ”
หลินซิ่วหยูพูดอย่างหมดหนทาง “ก็ไม่ใช่เพราะลูกพี่สั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้เราไปแย่งชิงของๆคนอื่น เพื่อจะได้ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็นหรอกเหรอ”
เขากระพริบตาเล็กน้อย
“และคนๆนั้นก็อาจถูกเขาฆ่าก็ได้ ดังนั้นไม่ต้องไปกระตุ้นประสาทของเขาดีกว่า ตอนนี้เป็นยุคบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีความไว้วางใจระหว่างผู้คน”
“ฮ่าฮ่า แน่นอนว่าฉันยังคงเชื่อใจคุณอยู่”
ไฉ่จิงพูดอย่างไร้อารมณ์ “ฉันเชื่อ”
“ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะเชื่อ”
.
.
.
เมื่อเห็นทั้งคู่จากไป ซูฉางซิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และเดาว่าพวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาตัวฆาตกร แต่มาเพื่อเอาบางอย่างไปจากร่างของเซิงหลิน
แต่การเก็บกวาดร่างของเซิงหลินเมื่อวานนี้ เขายืนยันได้ว่าไม่ควรมีอะไรเหลืออยู่บนร่างของเซิงหลินแล้ว
“ยังมีอีกหนึ่งคำถาม พวกเขาระบุตำแหน่งของเซิงหลินได้อย่างไร”
“ความสามารถพิเศษ?”