เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ก่อกองไฟ

บทที่ 45 ก่อกองไฟ

บทที่ 45 ก่อกองไฟ


โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ

บทที่ 45 ก่อกองไฟ

.

[ไม่มีตำแหน่งเส้นทางที่ตรงกัน]

“อืม ฉันไม่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด หรือไม่มีคุณสมบัติเลยกันล่ะ”

ซูฉางซิงทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย และคิดว่าเขาได้ค้นพบความลับบางอย่างเข้าแล้ว จึงได้ถามต่อไป “มีหน้าที่อย่างอื่นอีกไหม?”

[หากไม่มีสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง จะไม่สามารถเปิดได้]

โอเค

ไม่มีช่องโหว่ให้ผู้คนหาประโยชน์ แต่ก็คาดเดาได้ว่ามีฟังก์ชั่นอื่นๆ บนหน้าจอแสงสีฟ้าอย่างแน่นอน

สิบนาทีต่อมา ซูฉางซิงก็ปรากฏตัวขึ้นบนถนน และเห็นเซิงหลินยืนอยู่ข้างหน้า โดยมีซากศพซอมบี้จำนวนมากนอนตายอยู่เกลื่อนพื้น

“หือ? ดูเหมือนแกจะโชคดีที่ไม่มีทรัพยากรการปรับปรุงคุณสมบัติอยู่ข้างในนั้น”

เซิงหลินมองมายังซูฉางซิงอย่างเสียดาย และพูดชักชวนอีกครั้ง “ไอ้หนู แกจะไม่ลองมาทำงานให้ฉันจริงๆเหรอ”

พอได้ยินคำพูดของเซิงหลิน ซูฉางซิงก็มั่นใจมากขึ้นว่า มันต้องมีปัญหากับการเสริมคุณสมบัติหลายครั้งแน่ๆ เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่าปัญหามันคืออะไรเท่านั้น เขาตอบกลับเซิงหลินด้วยรอยยิ้มจางๆว่า:

“ทำไมฉันต้องทำงานให้แกด้วย ฉันทำงานกับคะแนนของแกไม่ดีกว่าเหรอ”

กล้ามเนื้อบนร่างกายของเซิงหลินพองตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับถือขวานเข้ามาสับซูฉางซิง

ซูฉางซิงมองเซิงหลินที่พุ่งเข้ามา ขณะถือมีดเหล็กตั้งท่ารอรับ อย่างไม่มีเจตนาถอย พร้อมกับสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เซิงหลินดูเหมือนจะรีบร้อนและมุ่งมั่นมาก:

“ควรมีราคาในการใช้ความสามารถสินะ แกคงใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว”

เซิงหลินแสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียม “แค่ฆ่าแกก็เกินพอแล้ว”

“แน่เหรอ?”

อาวุธทั้งสองปะทะกันอย่างแรงจนเกิดเสียงดังที่คมชัด

มือของซูฉางซิงถือมีดเหล็กไว้อย่างมั่นคง แม้ว่าจะถูกแรงปะทะ แต่ก็มีแรงฮึดสู้

เซิงหลินมีสีหน้าประหลาดใจ “แกแข็งแกร่งขึ้น!”

“มีปัญหา?”

ซูฉางซิงถอยห่างเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเซิงหลิน และพูดขึ้นอย่างใจเย็น

แววตาของเซิงหลินเปลี่ยนไป นี่แตกต่างจากข่าวที่เขาได้รับอย่างสิ้นเชิง เป็นไปได้ไหมว่าองค์กรกำลังโกหกเขาอยู่?

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้นี้น้อยมาก องค์กรไม่มีเหตุผลที่จะส่งข่าวปลอม มันน่าจะเป็นเพราะความแปลกของเจ้าเด็กนี่มากกว่า

ทั้งคู่เข้าต่อสู้กัน และเซิงหลินก็ต้องการที่จะยุติการต่อสู้โดยเร็ว

แต่ซูฉางซิงเลือกที่จะสู้แบบลากถ่วง ศัตรูบุก เราถอย ศัตรูถอย เรารุก ศัตรูอ่อนล้าก็เข้าตะลุมบอน ชะลอเวลาจนกว่าความสามารถของเซิงหลินจะสิ้นสุดลง

“ในสายตาของแกฉันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา งั้นก็เข้ามาฆ่าฉันสิ!”

ซูฉางซิงเชิดหน้าขึ้นมองผู้คนด้วยปลายจมูก ความเย่อหยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ เขายืมคำพูดก่อนหน้านี้ของเซิงหลินมาเย้ยหยันตัวเซิงหลินเอง

พอได้ยินเซิงหลินก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก เจ้าเด็กนี่มีรูปแบบการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมที่สุดและใช้คำพูดได้หยาบคายที่สุดด้วย

ใบหน้าของเซิงหลินไม่มีความเย่อหยิ่งอย่างที่เห็นก่อนหน้าอีกต่อไป เห็นได้ว่าเขาได้ถือว่าซูฉางซิงเป็นบุคคลที่มีสถานะเท่าเทียมกันแล้ว

จู่ๆ เซิงหลินก็เลิกโจมตีอย่างดุดันและถอยหลังไปสองก้าว แล้วพูดว่า “บางทีเราอาจตกลงกันได้”

“ไม่ล่ะ”

ซูฉางซิงลากมีดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

“แกไม่อยากรู้หรือว่าสำนักงานรักษาความปลอดภัยของเรากำลังทำอะไร?”

“ไม่มีอารมณ์”

“ฉันสามารถบอกแกได้ว่าทำไมสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติถึงได้ปรากฏขึ้น”

“ไม่อยากรู้”

“ฉัน…”

“หุบปาก”

ซูฉางซิงไม่สนใจ เดินหน้าบุกต่อไป ทั้งหมดที่เขารู้ก็คือตอนนี้เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้ว และรู้ด้วยว่าความโปรดปรานบางอย่างในโลกนี้ไม่สามารถหาซื้อได้เพียงเพราะว่าอีกฝ่ายต้องการ

เซิงหลินกระอักเลือดอีกครั้ง เจ้าเด็กบ้านี่ไม่กลัวว่าเขาจะยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่หรือไง? นี่มันไม่กลัวเลยเหรอ?

หลังจากปะทะกันอีกสองสามครั้ง ในที่สุดเซิงหลินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารีบหันหลังและวิ่งหนีไปทันที

“ถ้าแกวิ่งหนี แกก็ไม่มีโอกาสรอดแน่ๆ”

เมื่อเห็นเซิงหลินหลบหนี ซูฉางซิงก็หยิบคันธนูเงาออกมา แล้วยิงลูกศรตามหลังไป

เส้นสีดำพาดผ่านความมืด ลูกศรมาถึงด้านหลังของเซิงหลินแล้ว เขาสัมผัสได้แต่ก็สายเกินไป และเป็นเพราะซูฉางซิงเล็งไปที่กลางหลัง ทำให้เขาไม่มีที่ว่างให้หลบ

เซิงหลินพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหลบเลี่ยง แต่ก็ยังถูกลูกธนูแทงทะลุไหล่ อย่างไรก็ตามด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ทำให้เขายังวิ่งต่อไปไม่ยอมหยุด

ใบหน้าของซูฉางซิงเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า แล้วลูกศรสีดำอีกดอกก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

แม้เขาจะไม่ต้องการฆ่าใคร แต่เขาก็ทนไม่ได้ที่จะมีใครมาตามคุกคามเอาชีวิต หากเขาปล่อยให้เซิงหลินรอดไปได้ คนๆนี้จะต้องอาศัยพลังของสำนักงานรักษาความปลอดภัยมาจัดการเขาแน่

เซิงหลินวิ่งอย่างดุเดือด เลือดไหลออกมาจากบาดแผลจนชุ่มหลัง แต่เขาก็ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับการเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านหลัง เมื่อรู้สึกว่าลูกธนูถูกยิงออกมา เขาก็กลิ้งหลบไปทางด้านข้างทันที

แต่ในวินาทีต่อมา เซิงหลินก็รู้สึกเหมือนถูกตีเข้าที่ด้านหลังศีรษะอย่างแรง ในขณะที่กำลังสงสัยว่าทำไมถึงไม่สามารถสัมผัสถึงร่องรอยของลูกศรดอกนี้ได้ ราวกับมันจู่ๆก็โผล่ออกมาเหมือนผี เขาก็ล้มลงกับพื้นเสียแล้ว

หลังจากกำจัดซอมบี้ไปมากกว่าโหล ซูฉางซิงก็มาถึงร่างของเซิงหลิน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และพบน้ำ 5 ขวดกับขนมปังกรอบ 5 ถุง ในกระเป๋าเป้ของคนผู้นี้

[ปล้นผู้ถูกกำจัด รับ 2,300 คะแนน]

เซิงหลินนั้นแข็งแกร่งมาก ซูฉางซิงไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย และทำได้เพียงจัดการสังหารอย่างเด็ดขาดเท่านั้น เพราะถ้าเขาผ่อนคลายเพียงเล็กน้อยก็จะเปิดโอกาสให้เซิงหลินสู้กลับได้

.

.

.

ชายหนุ่มมองไปที่โทรศัพท์ ขมวดคิ้วและพูดว่า “หัวหน้า เซิงหลินตายแล้ว”

เขาได้เพิ่มเพื่อนให้กับทุกคนในสำนักงาน เมื่อมีคนตาย รูปโปรไฟล์ของคนผู้นั้นจะกลายเป็นสีเทา

ชายวัยกลางคนงุนงงเล็กน้อย “แม้ว่าเซิงหลินจะไม่ได้อยู่ในทีมของเรา แต่เขาควรจะแข็งแกร่งมาก ไม่น่าจะถูกซอมบี้ฆ่าได้ เป็นไปได้ไหมว่าเขาไปเจอกับอมนุษย์พันธุ์สังหาร?”

ชายหนุ่มยักไหล่และพูดว่า “ผมคิดว่าเขาคงถูกคนอื่นฆ่าตายมากกว่า อมนุษย์พันธุ์สังหารมีเสียงกรีดร้องที่ดังมาก ตราบใดที่ได้ยินเสียงของมัน แล้วรีบหนีไปก็จะไม่ตายง่ายๆ”

.

.

.

“นี่เป็นการสังหารเจ้าหน้าที่ของทางการ ไม่ควรให้ใครเห็น”

ซูฉางซิงพูดกับตัวเอง ขณะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสามของอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ใกล้เคียง ทันทีที่เดินขึ้นไปเขาก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างแผ่วเบาดังขึ้น

การได้ยินเสียงคำรามของซอมบี้อยู่ตลอดเวลา มันทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ ซูฉางซิงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการกวาดล้างซอมบี้บนพื้นที่นี้

ทุกห้องมีกลิ่นแปลกๆ มากบ้างน้อยบ้าง ซูฉางซิงมองหาห้องที่มีกลิ่นค่อนข้างน้อย แล้วทำความสะอาดห้องนั่งเล่น ปูถุงนอนลงบนพื้น ดื่มน้ำ กินขนมปังกรอบสองถุง จากนั้นก็แปรงฟันล้างปาก

เมื่อผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาก็เข้าถุงนอนและหลับไปด้วยความง่วงและอ่อนเพลีย

ใกล้รุ่ง ราวกับได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นนอกห้อง จู่ๆ ซูฉางซิงก็ลืมตาขึ้น แล้วลากมีดเหล็กออกไปเปิดประตู และพบว่ามันเป็นเพียงซอมบี้สองตัว

“บ้าเอ๊ย คนกำลังหลับสบาย พวกแกไม่ต้องนอน แต่ฉันยังต้องนอนนะเฟ้ย”

ซูฉางซิงแยกหัวพวกมันด้วยมีดพร้อมกับสบถ จากนั้นเขาก็เข้าห้องปิดประตู กลับไปนอนในถุงนอนอีกครั้ง อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเขาเหนื่อยเกินไป แม้จะหลับไปหนึ่งตื่นแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยอยู่

ซูฉางซิงนอนจนเกือบใกล้เที่ยง และตื่นขึ้นเองตามธรรมชาติ พร้อมกับรู้สึกว่ามีพลังเต็มเปี่ยมเป็นพิเศษ

“หิวแล้ว ทำอะไรกินดีกว่า”

ซูฉางซิงสับเฟอร์นิเจอร์ไม้ด้วยมีดเหล็กเป็นชิ้นๆ และฉีกหนังสือบางเล่มที่พบในห้อง ก่อเป็นกองบนพื้น จากนั้นหยิบไม้ขีดไฟออกมาจากกระเป๋าเป้ แล้วขีดไม้ขีดไฟไปบนกางเกงยีนส์ โยนลงบนกระดาษ เพื่อให้มันเป็นเชื้อไฟสำหรับก่อกองไฟ

แม้รู้ว่าการก่อกองไฟต้องทำโครงก่อน แต่ก็ยังต้องใช้ความพยายาม 4-5 ครั้งกว่าจะสำเร็จ จากนั้นเขาก็เขย่งเท้าเข้าไปในครัวหยิบกระทะเหล็กออกมาสองใบ เขาเปิดกระเป๋ามะเขือเทศด้วยมีดสั้น แล้วเอาไปปรุงบนกองไฟ…

จบบทที่ บทที่ 45 ก่อกองไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว