- หน้าแรก
- หุบปากซะ ยัยมังกรร้าย ฉันไม่อยากเลี้ยงลูกกับเธออีกแล้ว
- บทที่ 20 เชื่อฟังและทำตัวดี ๆ นะ ที่รักของฉัน
บทที่ 20 เชื่อฟังและทำตัวดี ๆ นะ ที่รักของฉัน
บทที่ 20 เชื่อฟังและทำตัวดี ๆ นะ ที่รักของฉัน
ถ้ามื้อค่ำแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ลีออนประเมินว่าตัวเองคงอายุสั้นลงอย่างน้อยสามสิบปี มื้อเย็นควรเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่สมาชิกในครอบครัวจะได้นั่งคุยและสื่อสารกัน แต่ที่นี่ มันกลับกลายเป็นเครื่องมือทรมานของรอสไวส์ไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีโนอา ปีศาจตัวน้อยที่มีท่าทางเย็นชาดุจมังกรน้ำแข็งเข้าร่วมด้วย ตอนนี้ลีออนจึงตกอยู่ในสถานการณ์หนึ่งต่อสอง แบบนี้จะไปสู้ได้ยังไงกัน! ตอนนี้เขากำลังคิดหาวิธีทำให้มูนเลือกยืนฝั่งเขา
ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินโนอาพูดว่า
“ไม่ได้หรอก มูน”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของมูนหม่นหมองลงทันที เธอมองพี่สาว “ทำไมล่ะ?”
“พี่อยากเข้าเรียนหลักสูตรมังกรน้อยของสถาบันเซนต์ไฮส์” โนอาพูด พร้อมหันไปมองรอสไวส์ เหมือนกำลังขอความเห็นจากเธอ
รอสไวส์ค่อนข้างประหลาดใจกับความคิดของลูกสาวคนโต เธอรู้ว่าโนอาโตเกินวัยและมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วพวกมังกรมักจะเข้าเรียนหลักสูตรมังกรน้อยกันตอนอายุประมาณสี่หรือห้าขวบ
ปีนี้โนอาเพิ่งอายุได้หนึ่งขวบสองเดือนเท่านั้น และถ้าวัดจากส่วนสูง เธอก็ยังตัวเล็กกว่ามังกรวัยสี่ห้าขวบทั่วไปมาก
รอสไวส์วางมีดกับส้อมลง มองลูกสาวคนโตแล้วถามอย่างจริงจัง
“ทำไมลูกรีบร้อนจะสมัครเข้าเรียนขนาดนั้น?”
“เพราะหนูอยากเก่งขึ้นกว่านี้ จะได้โค่นคนพวกนั้นได้—”
“คนพวกนั้น?”
“นักล่ามังกร”
“พรวด—แค่ก แค่ก… แค่ก—”
ลีออนตั้งใจจะยกน้ำขึ้นจิบเพื่อคลายความอึดอัดของตัวเอง แต่พอจรดปากดื่มเท่านั้น ก็ได้ยินลูกสาวคนโตพูดว่าอยากโค่นล้มเขา
ช่างเป็นลูกที่กตัญญูจริง ๆ
โนอามองลีออนด้วยสายตาดูแคลน “ช่วยมีมารยาทบนโต๊ะอาหารด้วย”
โอ้ ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ตัวจิ๋วจริง ๆ ลีออนเช็ดปากด้วยผ้า “นักล่ามังกรพวกนั้นกล้าหาญกันมากนะ พ่อกลัวว่าลูกจะบาดเจ็บ”
“ถ้าไม่เจ็บตัว ก็ไม่มีวันเติบโต”
เอาล่ะ คราวนี้เขาได้เจ้าตัวดื้อของจริงแล้ว ลีออนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่รอสไวส์แทรกขึ้นมาก่อน
“ฉันคิดว่าความคิดของโนอาก็ดีนะ ยิ่งเรียนรู้ทักษะเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสต่อกรกับนักล่ามังกรได้เร็วเท่านั้น อีกอย่าง ฉันก็คิดว่านักล่ามังกรพวกนั้นเป็นแค่กลุ่มคนไร้สมองกลุ่มหนึ่ง ไม่มีอะไรน่าทึ่งเลย บางครั้งก็กลัวพวกเราจนถึงขั้นสำลักน้ำลายตัวเอง นายว่าไง ลีออน?”
“ดูเหมือนว่าพ่อของลูกก็ไม่มีข้อคัดค้านเหมือนกัน”
รอสไวส์ยิ้ม “สถาบันเซนต์ไฮส์มีการสอบเข้าอยู่ปีละสองครั้ง รอบถัดไปคืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า งั้นเดือนนี้เราต้องเตรียมตัวเรื่องสมัครเข้าเรียนกันแล้ว”
“ค่ะ ท่านแม่”
“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยรายละเอียดกัน ตอนนี้กินข้าวก่อนเถอะ”
เจ้าตัวเล็กทั้งสองก้มหน้ากินต่อ รอสไวส์เหลือบมองลีออนที่ดูหมดอาลัยตายอยาก แล้วถามด้วยความห่วงใย
“ทำไมไม่กินล่ะ ลีออน? อาหารที่ฉันทำไม่อร่อยเหรอ?”
“อร่อย… อร่อย…”
“ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ หน่อยสิ นายยังต้องใช้พลังงานอีก… สำหรับทำอย่างอื่น”
คำว่า “ทำอย่างอื่น” นี้แฝงความหมายลึกซึ้ง ลีออนก้มหน้ามองสเต๊กในจาน มือกำมีดกับส้อมแน่นโดยไม่รู้ตัว
เขารู้สึกได้ถึงความดูแคลนและเหยียดหยามที่รอสไวส์มีต่อเขา บางทีในสายตาของเธอ ตอนนี้ลีออนอาจเป็นแค่เครื่องมือเลี้ยงลูก ของเล่นที่เธอจะหยิบมาใช้ระบายอารมณ์เมื่อไหร่ก็ได้ เธออยากมอบความรักแบบพ่อที่แท้จริงให้กับลูก ๆ เพราะอย่างนั้นจึงไว้ชีวิตเขา
เขาเคยลั่นวาจาว่า ถึงแม้เธอจะปลดเปลื้องความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีของเขาได้ แต่ก็ไม่อาจดับความศรัทธาของเขา คำพูดนั้นเป็นเพียงคำคุยโวของนักล่ามังกรที่ถูกพรากตัวตนไปแล้วเหรอ? ไม่…
ไม่ใช่แบบนั้น เขาจะไม่มีวันยอมให้รอสไวส์พรากสิ่งอื่นไปจากเขาอีก โดยไม่พูดอะไร เขาค่อย ๆ หั่นสเต๊กในจานเป็นชิ้นเล็ก ๆ
เปลวไฟที่ริบหรี่ในใจเขา ซึ่งเกือบจะมอดดับ ดูเหมือนจะลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา มื้อค่ำของครอบครัวก็สิ้นสุดลง
โนอาพามูนกลับห้อง ส่วนลีออนอาสาอยู่ล้างจานต่อ
รอสไวส์เสนอให้ปล่อยพวกคนรับใช้รับหน้าที่นี้ไป แต่ลีออนยืนกรานว่าการช่วยกันล้างจานหลังมื้ออาหารในฐานะคู่สามีภรรยา จะทำให้รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวมากขึ้น รอสไวส์ไม่เถียง เธอสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเข้าครัว เตรียมล้างจาน
ในห้องเหลือเพียงเธอกับลีออน น้ำใสไหลจากก๊อก รอสไวส์ยืนอยู่หน้าอ่างล้างจาน ค่อย ๆ เช็ดจานแต่ละใบอย่างตั้งใจ
“เฮ้ เมื่อไหร่นายจะมาช่วยกันสักที? ไหนบอกว่าจะทำด้วยกันไง นาย—อื้อ…”
ก่อนจะพูดจบ รอสไวส์ก็รู้สึกร้อนวาบขึ้นที่อก เส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกในร่างกายถูกกระตุ้นขึ้นทันที เธอแง้มคอเสื้อเล็กน้อย แล้วพบว่าลวดลายตรามังกรบนหน้าอกกำลังกะพริบแสงสีม่วงเข้ม
“ลีออน… นายกำลังจะทำอะไร—”
เธออยากเดินออกไปถามว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ทันทีที่หันตัวกลับ ปฏิกิริยาของตรามังกรก็รุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน
ขาของรอสไวส์อ่อนแรง เธอล้มพุ่งไปข้างหน้า โชคดีที่คว้ากรอบประตูไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงล้มลงตรงนั้นไปแล้ว ถึงอย่างนั้น ปฏิกิริยาของตรามังกรก็ยังคงกัดกร่อนร่างกายและสติของเธออย่างต่อเนื่อง สายตาพร่าเลือน ลำคอแห้งผาก ความปรารถนาในการ “สืบพันธุ์” ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานแรงสั่นพ้องของตรามังกรที่ยิ่งทวีความรุนแรงได้อีก เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หายใจหอบถี่ไม่หยุด
ตึก… ตึก—
เสียงฝีเท้าดังสะท้อนอยู่ตรงหน้า รอสไวส์เงยหน้าขึ้น เขาคือลีออน
แสงจันทร์เย็นเยียบสาดเข้ามาจากหน้าต่างด้านข้าง ทาบทอลงบนเสี้ยวหน้าของเขา สีหน้าไร้อารมณ์ สายตามองลงมาจากเบื้องสูง แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นเหงื่อเม็ดเล็กเกาะอยู่บนหน้าผาก เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็กำลังพยายามฝืนทนแรงสั่นพ้องของตรามังกรเช่นกัน
“นาย… นายต้องการอะไร…” รอสไวส์เอ่ยเป็นช่วง ๆ
ในห้วงสำนึกของเธอตอนนี้ มีแรงกระตุ้นสองอย่างกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด
ด้านหนึ่งคือความระแวดระวังต่อผู้ชายตรงหน้า อีกด้านคือแรงปรารถนาโดยสัญชาตญาณที่จะใกล้ชิดกับเขา เธอรู้ดีว่าลีออนเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน
“รอสไวส์ สองปีก่อนในคุกใต้ดิน ฉันเคยพูดอะไรบางอย่างกับเธอ ไม่รู้ว่าเธอยังจำได้ไหม”
ลีออนค่อย ๆ ย่อตัวลง ให้ระดับสายตาเสมอกับรอสไวส์
เขายื่นมือออกไป เชยคางเธอขึ้นเบา ๆ มองแก้มที่แดงระเรื่อและเสน่ห์กำกวมในดวงตาของเธอ
“อย่าอยู่ตามลำพังกับนักล่ามังกรที่ผ่านการฝึกอย่างเข้มงวด..และแข็งแกร่งที่สุด” เขาเตือน
รอสไวส์ยิ้มรับสายตาเย็นชาของเขา “หึ… เลิกเสแสร้งได้แล้ว ลีออน ความคิดที่จะใช้ปฏิกิริยาของตรามังกรทำให้ฉันอ่อนแอแล้วหนีไปก็ไม่เลวหรอกนะ แต่ฉันบอกเลยว่า เป็นไปไม่ได้”
“พวกเราทั้งสองได้รับอิทธิพลของตรามังกรเท่ากัน อีกอย่าง นายเพิ่งฟื้นจากการหมดสติสองปี พละกำลังยังฟื้นไม่เต็มที่ ต่อให้ฉันอ่อนแรง นายก็หนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้—”
ลีออนขัดจังหวะ “ใครบอกว่าฉันจะหนี?”
“อะไรนะ…”
เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วอุ้มรอสไวส์ที่อ่อนแรงขึ้นมาในท่าอุ้มแนวนอน
หางสีเงินของราชินีห้อยลง เธอพิงอยู่กับอกของคนสารเลว มองเขาด้วยความตกตะลึง
“ลีออน นายจะทำอะไร? นายจะทำอะไรน่ะ?!”
“ฉันเพิ่งฟื้นก็จริง เรี่ยวแรงและสภาพร่างกายยังไม่กลับมาเต็มที่ แต่… ช่วงนี้ก็ดีขึ้นมานิดหน่อย เพียงพอแล้ว”
พูดไป เขาก็อุ้มราชินีเดินไปตามทางเดิน
“เพียงพอ… สำหรับอะไร? ลีออน พูดให้ชัดสิ เพียงพอสำหรับอะไร?”
ลีออนวางรอสไวส์ลงที่หน้าประตู ให้ศีรษะเธอหันเข้าหาประตู หางหันมาทางเขา
จากนั้น เขาย่อตัวลง จับหางของรอสไวส์ไว้
“อย่า ลีออน—”
ในช่วงที่ตรามังกรสั่นพ้อง หางมังกรจะกลายเป็นจุดที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง เพียงบีบเบา ๆ ก็สามารถกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงได้
รอสไวส์ในตอนนี้ เหมือนลูกแมวตัวเล็กที่ต้นคอถูกตะครุบไว้โดยโชคชะตา นอนอ่อนแรงอยู่บนพื้น
“ปล่อยหางฉัน… ลีออน…”
ด้วยสติที่เหลืออยู่ รอสไวส์พูดว่า “ไม่อย่างนั้น หลังคืนนี้ ฉันจะฆ่านายแน่ ฉันสาบาน…”
“เรื่องหลังคืนนี้ค่อยว่ากัน รอสไวส์ อีกอย่าง ฉันไม่เคยกลัวความตาย เธอก็รู้ดี”
พูดจบ ลีออนเพิ่มแรงบีบในมือ ความรู้สึกซ่านวาบแล่นจากปลายหางแผ่กระจายไปทั่วร่างของรอสไวส์ เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย พยายามควบคุมความปั่นป่วนในร่างกายอย่างสุดความสามารถ
“มังกรโหยหาการพิชิต ปรารถนาจะทำลายทุกสิ่ง กระหายจะควบคุมทุกอย่าง”
“เธอก็เหมือนกัน รอสไวส์”
“ตั้งแต่วันที่ฉันตื่นขึ้นมา เธอก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ปฏิบัติกับฉันเหมือนของเล่นไว้สร้างความบันเทิง”
“งั้นคืนนี้ เราลองสลับบทบาทกันดีไหม ว่าไง?”
“เธอเคยถูกพิชิต ถูกควบคุมบ้างไหม รอสไวส์?”
“ฉันคิดว่าไม่ แต่เดี๋ยวเธอก็จะได้รู้ว่าความรู้สึกนั้นเป็นยังไง”
ลีออนใช้เข่ากดหางของรอสไวส์ไว้ แล้วค่อย ๆ โน้มตัวเข้าใกล้ มือข้างหนึ่งบีบลำคอเธอ อีกข้างยกปอยผมข้างใบหูขึ้น เขาแนบใบหน้าเข้าใกล้แก้มที่แดงระเรื่อของเธอ แล้วกระซิบว่า
“อีกอย่าง อย่าส่งเสียงนะ ราชินี”
“อย่าส่งเสียง?”
“ใช่ เพราะว่า—”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
“ฝ่าบาท พวกเรามาเก็บโต๊ะค่ะ สะดวกไหมคะ?”
เสียงสาวใช้ดังมาจากนอกประตู
รูม่านตาของรอสไวส์ขยายออก เธอกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ลีออนกระชากเส้นผมเธอ บังคับให้เธอแหงนหน้า
“ถ้าเธอกรีดร้อง ฉันจะเปิดประตูให้พวกเธอเข้ามาทันที ถึงตอนนั้น พวกเธอจะได้เห็นราชินีในสภาพแบบนี้ ปกติวางอำนาจสูงส่งไม่ใช่เหรอ ยังไงฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้ว แต่เธอล่ะ รอสไวส์? เธอสนใจไหม?”
“ลีออน…เจ้าสารเลว!”
“ชู่ เบา ๆ หน่อย อย่าให้พวกเธอได้ยิน”
“ฝ่าบาท? อยู่ข้างในไหมคะ? ประสบปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?” สาวใช้ถามอีกครั้ง
“บอกพวกเธอไปว่าเธอกำลังยุ่ง ไม่สะดวก ให้พวกเธอมาเก็บพรุ่งนี้เช้า”
รอสไวส์หลับตาครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ ลืมขึ้น ปรับน้ำเสียงก่อนพูดว่า
“ฉันไม่เป็นไร พวกเธอค่อยมาเก็บพรุ่งนี้เช้า”
“ค่ะ ฝ่าบาท”
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป
ลีออนยิ้มอย่างพึงพอใจ
“เอาล่ะ มาเริ่มกันเถอะ… ภรรยาที่รักของฉัน”
.
.
.