เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 จุดประกาย

บทที่ 14 จุดประกาย

บทที่ 14 จุดประกาย


ยามเย็น ลานด้านนอกเกิดความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ลีออนอุ้มมูนไว้ในอ้อมแขน ขณะยืนอยู่บนระเบียงและมองลงไปด้านล่าง

ราชินีมังกรแดงออกจากวิหาร ภายใต้การอารักขาของเหล่าองครักษ์

การมาเยือนในวันนี้ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว

“นั่นป้าอิซาเบลล่านี่~” มูนตัวน้อยชี้ไปยังราชินีในชุดสีแดง

“มูนสนิทกับป้าอิซาเบลล่าเหรอ?” ลีออนถาม

มูนส่ายหน้า “เปล่า มูนเคยเห็นป้าอิซาเบลล่าแค่ในรูปครอบครัว ที่อยู่ในห้องท่านแม่ แต่ป้าใส่ชุดสีแดงทั้งตัว เลยจำได้ง่าย~”

“รูปครอบครัว?”

“พวกมังกรก็มีรูปครอบครัวด้วยเหรอ?”

“มีสิ เป็นรูปที่ถ่ายกับท่านแม่ ป้าอิซาเบลล่า แล้วก็ยายทวด~”

ก่อนที่ลีออนจะทำความเข้าใจกับแนวคิดเรื่อง “รูปครอบครัวของมังกร” ได้ถ่องแท้ มูนก็พูดอะไรที่ทำให้เขาประหลาดใจอีกครั้ง

ในรูปครอบครัวของรอสไวส์ มีแค่พี่สาวกับคุณยายของเธอเท่านั้นเหรอ?

แล้วมังกรตนอื่นล่ะ?

หรือว่าจากไปหมดแล้ว?

ขณะที่ลีออนกำลังครุ่นคิด มูนก็ออดอ้อนขึ้นมา

“พ่อ~ ไว้พวกเราหาเวลาถ่ายรูปครอบครัวกันบ้างนะ!”

“อ้อ เอ่อ… ได้สิ ไม่มีปัญหา”

“เย้~ รักพ่อที่สุดเลย~ จุ๊บ~”

มังกรน้อยจุ๊บแก้มลีออนอย่างแรง หางเล็ก ๆ ของเธอแทบจะชี้ขึ้นฟ้า หัวใจของลีออนเองก็พองโตอย่างบอกไม่ถูก

ในวันข้างหน้า หากต้องถูกทรมานโดยรอสไวส์ ลูกสาวมนุษย์ครึ่งมังกรคนนี้ คงเป็นที่พึ่งพิงเดียวของเขา

พ่อกับลูกพูดคุยกันต่อ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ลีออนวางมูนลง จับมือเธอ แล้วเดินไปเปิดประตู

ด้านนอกคือหัวหน้าสาวใช้ แอนนา

“ฝ่าบาท อาหารเย็นขององค์หญิงถูกเตรียมไว้แล้วค่ะ” แอนนากล่าว

“อ้อ งั้นก็ไปกันเถอะ”

ลีออนกำลังจะพามูนเดินออกไป แต่แอนนายกมือขึ้นขวางไว้

“ขออภัยค่ะ ราชินีรับสั่งไม่ให้ท่านออกจากห้องนี้ พวกเราได้นำอาหารของท่านมาส่งแล้ว”

แอนนาโบกมือ สาวใช้อีกคนยกกล่องอาหารแบบพกพามาให้ลีออน

“แต่มูนอยากกินมื้อเย็นกับพ่อนี่นา” มังกรตัวน้อยพูดเสียงหวาน

“ฝ่าบาท นี่เป็นคำสั่งจากมารดาขององค์หญิง โปรดอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยค่ะ” แอนนาพูดอย่างสุภาพ

“อืม… ก็ได้ งั้นพ่อ มูนไปกินข้าวก่อนนะ กินเสร็จแล้วจะรีบกลับมา~” มูนพยักหน้า

ลีออนพยักหน้า “โอเค”

เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า มูนเป็นเด็กที่รู้ความมาก

แม้จะยังเล็ก เธอก็มีความคิดและคำขอแปลก ๆ ตามประสาเด็ก

แต่ทันทีที่ได้ยินเหตุผลดี ๆ แล้วเริ่มเจรจา เธอก็ยอมลดความต้องการของตัวเองลงทันที ราวกับไม่อยากสร้างความลำบากให้ใคร

อืม— เรื่องนี้เหมือนพ่อเธอไม่มีผิด ลีออนคิดอย่างภาคภูมิใจ

เหล่าสาวใช้พามูนออกไป

ลีออนเองก็ถือกล่องอาหารกลับเข้าไปในห้อง เขาไม่ได้ไปนั่งที่โต๊ะ เพียงนั่งลงกับพื้นข้างเตียงอย่างสบาย ๆ เปิดกล่องอาหาร กลิ่นหอมลอยฟุ้งขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าต้องมีใครสักคนศึกษาเมนูอาหารของมนุษย์มาโดยเฉพาะ

ลีออนเคยได้ยินมาว่า อาหารของเผ่ามังกรส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ป่าและสัตว์อันตรายแทบทั้งสิ้น แทบไม่มีผักเลย

แต่ในมื้อของเขามีทั้งเนื้อและผัก แถมการจัดสรรก็ค่อนข้างดี

ลีออนถอนหายใจอย่างโล่งอก หยิบส้อมขึ้นมา แล้วเริ่มกินอาหารเย็น

ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูก็เปิดออก

ลีออนเอนตัวมองจากข้างเตียง คิดว่ามูนกลับมาแล้ว

แต่สิ่งที่เขาเห็นคือรองเท้าส้นสูงสีเงินคู่หนึ่ง

ทันใดนั้น รอยยิ้มอบอุ่นของชายผู้เป็นพ่อก็เลือนหายไป เขาชักศีรษะกลับ แล้วใช้ส้อมเขี่ยอาหารที่เหลืออยู่ในกล่องต่อไป

รอสไวส์ถอดมงกุฎสีเงินบนศีรษะ วางไว้ด้านข้างอย่างลวก ๆ จากนั้นก็ถอดสร้อยคอ ต่างหู และเครื่องประดับอื่น ๆ ออกทีละชิ้น

เมื่อเห็นลีออนนั่งกินข้าวอยู่กับพื้นข้างเตียง รอสไวส์ชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

เธอลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขา ไขว่ห้างยกขาเรียวยาวขึ้น พิงพนักเก้าอี้ แล้วก้มมองเขาจากเบื้องบน

ทันทีที่เธอยกขา รองเท้าส้นสูงบนเท้าเรียวก็โยกเยกเล็กน้อย ก่อนจะร่วงกระทบพื้นดังตึบตามคาด

ลีออนถือกล่องอาหารไว้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทนสายตาดูแคลนและเหยียดหยามของรอสไวส์ไม่ไหว จึงยอมกินคำสุดท้ายให้หมด แล้ววางกล่องอาหารไว้ข้าง ๆ

“จะทำอะไร?” ลีออนถาม

“อร่อยไหม?”

“ก็ใช้ได้”

“ฉันถามว่าอร่อยไหม ตอบว่าอร่อยหรือไม่อร่อย อย่ามาตอบว่า ‘ก็ใช้ได้’”

ดีจริง ๆ อารมณ์ของยัยแม่มังกรนี่เปลี่ยนไวพอ ๆ กับอากาศเดือนหก

ลีออนเม้มปาก ไม่อยากเสแสร้งเกินไป แต่ก็ไม่อยากมีปัญหา จึงตอบว่า “อร่อย”

“เนื้ออร่อยไหม?”

ลีออนขมวดคิ้ว ไม่ตอบ

รอสไวส์หัวเราะเบา ๆ ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง เอียงตัวเล็กน้อยอย่างเกียจคร้าน แล้วถามว่า

“รู้ไหมว่าเป็นเนื้ออะไร?”

หัวใจของลีออนกระตุก ราวกับนึกบางอย่างออก อาการคลื่นไส้แล่นขึ้นมาถึงลำคอ ในเมื่อลูกสาวไม่อยู่ เธอก็มีวิธีทรมานเขาอยู่มากมาย

รอสไวส์มองสีหน้าเขา กลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ “เนื้อวัวน่ะ อะไรกัน นายดูไม่ออกเหรอ?”

“น่าเบื่อ” ลีออนก้มหน้า ไม่อยากมองเธอ

แต่รอสไวส์ไม่คิดจะปล่อยเขาง่าย ๆ

เธอออกแรงเล็กน้อย ใช้ฝ่าเท้าดันลำคอเขาจนเอนตัวพิงเตียง จากนั้นปลายเท้าขาวก็ไล้จากลำคอลงมาที่อก แล้วเลื่อนลงสู่หน้าท้อง…

ลีออนยกมือขึ้นคว้าข้อเท้าเรียวของเธอไว้

“ทำอะไร?” เธอถาม

“นี่ไม่ใช่แค่โกรธเล่น ๆ นะ แต่ฉันจะเผาทุกอย่างให้วอดวาย เอามือออกไป”

ลีออนกัดฟันแน่น แต่ไม่ตอบอะไร

เสียงของรอสไวส์แข็งขึ้น หางที่วางพาดไว้ด้านหลังยกขึ้นเล็กน้อย

“ฉันบอกให้ปล่อย ลีออน”

คนฉลาดย่อมหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่ไม่จำเป็น ลีออนคิดในใจ

เขาค่อย ๆ ปล่อยมือ

รอสไวส์จึงเลื่อนเท้าลงต่ออย่างที่เขาคาดไว้ตั้งแต่แรก

ถ้าเขารู้แต่แรก เขาจะกินข้าวไปทำไม?

เขาควรจะกัดเท้าตรงหน้านี้โดยตรง เขาเคยกินตีนหมู ตีนวัว ตีนแกะมาแล้ว แต่ยังไม่เคยลองตีนมังกร…

ตอนนี้สายไปแล้ว..

ลีออนยกแขนขึ้น กำผ้าปูเตียงแน่น เงยหน้าพยายามเมินเฉยต่อความรู้สึกแปลกประหลาดนั้น

แต่เมินไม่ได้

ฝ่าเท้าของรอสไวส์ทั้งอุ่นและนุ่มนวล นิ้วเท้าเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ราวกับเธอสนุกกับการเล่นวิธีประหลาดเช่นนี้

“ก่อนหน้านี้นายเคยเหยียบซากศพมังกรไปกี่ตน เพื่อโอ้อวดผลงานอันรุ่งโรจน์ของตัวเอง?” ราชินีถามพลางหัวเราะ

ลีออนไม่ตอบ

“ไม่เคยคิดใช่ไหมล่ะว่าวันหนึ่งจะถูกมังกรเหยียบซะเอง?”

“ตอนนี้รู้สึกยังไง?” เธอถามเสียงเข้ม

ลีออนยังคงเงียบ

“พูดสิ ลีออน รู้สึกยังไง?”

เธอเพิ่มแรงกดอีกเล็กน้อย ลีออนครางเบา ๆ แต่ยังไม่ยอมพูด

“ไม่พูดก็ทนไป”

เขาขยับมือโดยสัญชาตญาณ แต่รอสไวส์ใช้หางฟาดมือเขาออก

“เก็บมือไว้ ฉันอนุญาตให้แตะฉันได้เหรอ?”

ลีออนหันหน้าไปอีกทาง แล้วปิดปากเงียบ

ประมาณสิบนาทีต่อมา ลีออนก็อดทนอดกลั้นอีกไม่ไหว แล้ว...

รอสไวส์พ่นลมหายใจเย็นชา ก้มมองฝ่าเท้าที่เปรอะเปื้อนของตัวเอง

“สกปรกจริง ๆ ลีออน เห็นไหม? ของนายทั้งนั้น”

“ทำไมถึงได้สกปรกแบบนี้ล่ะ? หืม?”

ลีออนไม่มีคำจะพูด รู้สึกทั้งอับอายและเสียศักดิ์ศรี

“รีบไปห้องน้ำ แล้วเอาน้ำร้อนมาให้ฉันล้าง”

สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นเงียบ ๆ ไปตักน้ำร้อนใส่อ่างจากห้องน้ำ แล้วยกกลับมา

“ร้อนเกินไป” รอสไวส์พูด

“ยังไม่ได้จุ่มเท้าเลย รู้ได้ยังไงว่าร้อน?”

“ฉันบอกว่าร้อนก็คือร้อน ไปเอามาใหม่”

“ช่วยมีเหตุผลบ้างได้ไหม คุณผู้หญิง?”

“กล้าเถียงผู้หญิงหรือ? อีกอย่าง ฉันไม่ใช่ผู้หญิง ฉันเป็นมังกร”

ลีออนพูดไม่ออก นี่มันเวรกรรมแท้ ๆ

เขาไปตักน้ำมาใหม่

“เย็นเกินไป”

“ยัยแม่มังกร เธอจะพอได้ยัง?”

รอสไวส์กลั้นยิ้ม “ประพฤติตัวไม่ดีเหรอ? อยากลองดีอีกครั้งเหรอ?”

ลีออนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบไปตักน้ำมาอีกอ่าง

“อืม คราวนี้พอดี ล้างได้”

ลีออนใช้มือหนึ่งประคองฝ่าเท้าเธอ อีกมือราดน้ำอุ่นลงบนหลังเท้า

รอบแรกเขาล้างสิ่ง “สกปรก” บนหลังเท้าออก

รอบที่สอง เขาตักน้ำมาอีกอ่าง ล้างสองเท้าพร้อมกัน

ไม่ใช่ว่าเขาชำนาญเรื่องล้างเท้า แต่เพราะทั้งหมดเป็นคำสั่งของรอสไวส์

ยิ่งคิด ลีออนยิ่งโกรธ และยิ่งโกรธก็ยิ่งคิด

เขายกเท้าของรอสไวส์ขึ้น มองเท้าเล็กขาวนั้น แล้วค่อย ๆ เลื่อนเข้าใกล้ปาก

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

รอสไวส์ตื่นตกใจ รีบชักเท้ากลับโดยสัญชาตญาณ

“จะ—จะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าจะทำอะไรน่าขยะแขยง?”

“กินตีนมังกรสด ๆ”

“หา?”

“โอ๊ยยยย!”

ราชินีมังกรเงินทนความเจ็บที่ข้อเท้า กัดฟันร้องออกมา

“ลีออน คอสโมด ฉันขอสาปแช่งนาย!”

เช้าวันถัดมา มูนจ้องมองคู่สามีภรรยาผู้เคราะห์ร้ายด้วยดวงตาใสแจ๋ว

“ท่านแม่ ทำไมเดินกะเผลกล่ะคะ?”

รอสไวส์: …

“พ่อ ทำไมหน้าฟกช้ำหมดเลย?”

ลีออน: …

มูนกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเข้าใจขึ้นมาทันที

“อ๋อ~ ทั้งสองต้องแอบเล่นเกมสนุก ๆ กันโดยไม่บอกมูนแน่เลย!”

.

.

.

จบบทที่ บทที่ 14 จุดประกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว