- หน้าแรก
- หุบปากซะ ยัยมังกรร้าย ฉันไม่อยากเลี้ยงลูกกับเธออีกแล้ว
- บทที่ 6 นักล่ามังกรผู้ยิ่งใหญ่ตกกระป๋อง
บทที่ 6 นักล่ามังกรผู้ยิ่งใหญ่ตกกระป๋อง
บทที่ 6 นักล่ามังกรผู้ยิ่งใหญ่ตกกระป๋อง
ต้องยอมรับว่า ความเร็วในการบินของร่างมังกรนั้นรวดเร็วเหลือเกิน ลีออนนอนพาดอยู่บนหลังของเธอ ลมแรงพัดหวีดผ่านข้างหู ร่างกายที่ยังอ่อนแอของเขาทนรับความเร็วเช่นนี้ไม่ไหว ไม่นานหลังจากทะยานขึ้นฟ้า เขาก็เริ่มหายใจติดขัด
อย่างไรก็ตาม รอสไวส์เหมือนจะสังเกตเห็น ก่อนที่ลีออนจะหมดสติ เธอร่ายเวทบางอย่างเพื่อสร้างเกราะป้องกันห่อหุ้มตัวเขา ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“หึ…มนุษย์นี่ช่างบอบบางจริง ๆ” มังกรเงินใต้ร่างเขาเอ่ยเยาะเย้ย
ตามปกติ หากถูกดูหมิ่นเช่นนี้ ลีออนย่อมโต้กลับทันที แต่ในสภาพปัจจุบัน เขาทำได้เพียงอดทนกล้ำกลืน หลังจากอาการดีขึ้นเล็กน้อย เขาถามว่า
“เธอพาฉันกลับจักรวรรดิทำไมกันแน่?”
“ก็นายคิดถึงบ้านไม่ใช่หรือ? ฉันจะให้นายดูให้เต็มตา” รอสไวส์ตอบ
ลีออนรู้สึกว่าคำพูดนั้นต้องมีเจตนาแอบแฝงอะไรบางอย่าง แต่ในสภาพที่ไร้ทางเลือก เขาทำได้เพียงปล่อยให้รอสไวส์พาเขากลับจักรวรรดิ
ความจริงแล้ว เขาพอจะเดาได้ว่าเธอต้องการอะไร เธออาจปล่อยให้เขามองบ้านเกิดจากที่ห่างไกลออกไป โดยรู้ว่าไม่มีวันได้กลับ สำหรับคนที่จากบ้านมานาน นั่นคงโหดร้ายไม่น้อย
ลีออนเตรียมใจรับความอัปยศนั้นไว้แล้ว แต่หากได้เห็นบ้านเกิดแม้เพียงไกล ๆ หลังจากห่างหายไปนานสองปี เขาก็ยอมทน
เมื่อเข้าสู่อาณาเขตของมนุษย์ รอสไวส์ใช้เวทล่องหน แล้วบินมุ่งหน้าสู่จักรวรรดิต่อไป แม้เธอจะรวดเร็วแค่ไหน การบินจากวิหารมังกรเงินไปยังจักรวรรดิก็ยังต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมง
ลีออนเคยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรอสไวส์ เขารู้ว่าเธอโดดเด่นด้านความเร็วและความคล่องตัว หากเป็นมังกรสายพันธุ์อื่น คงใช้เวลานานยิ่งกว่านี้
เหตุผลที่มังกรไม่ค่อยเข้ามาในดินแดนมนุษย์ ไม่ใช่เพราะผ่านแนวชายแดนไม่ได้—ในความเป็นจริง พวกมันสามารถหลบเลี่ยงการตรวจตราได้ง่ายดาย เพียงแต่พวกมันไม่คิดเปิดศึกในเขตแดนของมนุษย์ ดังนั้น หลายปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างมังกรกับมนุษย์จึงมักเกิดขึ้นตามแนวชายแดนเสียมากกว่า
เมื่อสองปีก่อน หน่วยล่ามังกรของลีออนได้รับคำสั่งกดดันให้บุกโจมตีวิหารมังกรเงิน ต้องยอมรับว่ากองกำลังของเขาแกร่งกล้าจริง ๆ และเกือบจะทะลวงเข้าไปถึงใจกลางวิหารแล้ว
ทว่า ในช่วงสุดท้าย ลีออนกลับถูกทรยศโดยคนของตัวเองและกลายเป็นเชลยของรอสไวส์ไปโดยปริยาย
เขาไม่รู้ว่าใครแทงข้างหลังเขา แต่หากวันใดเขาหนีกลับจักรวรรดิได้ เขาสาบานว่าจะลากตัวคนทรยศออกมาให้ได้ แล้วจะพามันไปยังสถานที่จับคู่ของจักรวรรดิ ปล่อยให้หญิงสูงวัยที่มั่งคั่งเหล่านั้นได้สั่งสอนมัน ให้มันลิ้มรสความทุกข์ที่เขาเคยเผชิญ
หลังจากส่ายศีรษะ ลีออนสะบัดความคิดนั้นทิ้ง
ตลอดการบินกลับจักรวรรดิ รอสไวส์ไม่พูดกับเขาแม้แต่คำเดียว แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่มีความคิดจะสนทนากับแม่มังกร หากตอนนี้เขามีดาบอยู่ในมือ เขาคงแทงเข้าไปที่กลางหลังเธอแล้ว
นี่คืออาชีพและหน้าที่ของนักล่ามังกร—เห็นมังกรแล้วอยากเชือดเฉือน มันเป็นสัญชาตญาณ หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประมาณสามชั่วโมงต่อมา พวกเขามาถึงยอดเขาสูงนอกเมืองหลวงของจักรวรรดิ รอสไวส์กลับคืนร่างมนุษย์ หางสีเงินของเธอพันรอบเอวลีออน ขณะที่ทั้งสองค่อย ๆ ร่อนลงสู่ยอดไม้ยักษ์
เสียง “ตุ้บ” ดังขึ้นพร้อมเสียงไม้ลั่นเอี๊ยด รอสไวส์โยนลีออนลงบนลำต้น จับเขาหันหน้าไปทางจักรวรรดิที่อยู่ไกลออกไป แล้วเชิดคางชี้ไปทางนั้น
“นั่นไง บ้านของนาย” เธอพูด
ลีออนลุกขึ้น มองไปเบื้องหน้า
แสงไฟในจักรวรรดิสว่างไสว หอคอยราชวงศ์—สัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุด—ตั้งตระหง่าน สง่างามและน่าเกรงขาม
แม้เขาจะมองไม่เห็นรายละเอียดของเมืองเบื้องล่างชัดเจน แต่เพียงได้เห็นจากไกล ๆ ก็ทำให้หัวใจเขาเต็มอิ่ม การกลับบ้านเกิดเป็นสัญชาตญาณของสรรพชีวิต มนุษย์เรียกมันว่า “ความคิดถึงบ้าน”
ดูเหมือนรอสไวส์จะไม่ได้เยาะเย้ยเขา เธอเข้าใจความโหยหาบ้านของเขา
ดังนั้น ลีออนจึงค่อย ๆ หันกลับไป ตั้งใจจะถามถึงจุดประสงค์ของเธอ แต่ทันทีที่อ้าปาก เขาก็ชะงักงัน
เขาเห็นราชินีมังกรเงินปลดอาภรณ์ออก เหลือเพียงชุดชั้นในแนบกายสองชิ้น หางสีเงินแกว่งไกวอยู่ด้านหลัง เธอก้าวเข้าหาเขาอย่างสง่างาม เท้าเรียบลื่นเหยียบลงบนผิวไม้หยาบกร้าน ดูเหมือนไม่สะทกสะท้านกับเนื้อผิวของมัน
ลีออนผละออกโดยสัญชาตญาณ
“เธอคงไม่คิดทำมันตรงนี้ ใช่ไหม—”
ฟึ่บ!
หางของรอสไวส์พุ่งเข้าใส่อย่างฉับไว ลีออนพยายามยกมือป้องกัน แต่เธอกลับเกี่ยวขาเขาจนเสียหลักล้มลง
เธอยืนคร่อมข้างลำตัวเขา เท้าทั้งสองข้างปักอยู่สองด้านของซี่โครง ใช้หางปลดเข็มขัดของเขาอย่างชำนาญ
“รอสไวส์ ฉันขอเตือนเธอ อย่าทำเกินไป ฉันจะไม่ยอมให้เธอควบคุมฉันเหมือนตอนเพิ่งฟื้นอีกแล้ว!” ลีออนขู่
แต่รอสไวส์เพียงยิ้มมุมปาก ลูบตรามังกรบนหน้าอกของตน ลวดลายมังกรสีเงินเปล่งแสงม่วงเรื่อ ๆ อย่างยั่วเย้า ชัดเจนว่าไม่ใช่แสงธรรมดา
“เมื่อคนสองคนที่มีตรามังกรใคร่หากัน ลวดลายของอีกฝ่ายจะตอบสนอง ทั้งคัน ร้อนผ่าว ทรมานจนทนไม่ไหว—”
รอสไวส์ค่อย ๆ นั่งลงบนท้องของลีออน
“มนุษย์นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุดจริง ๆ ควบคุมสัญชาตญาณสืบพันธุ์ของตนเองไม่ได้เลย…ใช่ไหม วีรบุรุษนักล่ามังกรของฉัน?”
ก่อนที่ลีออนจะตอบ รอสไวส์ก็คว้าลำคอเขาไว้ ไม่แรงพอจะทำให้หายใจไม่ออก แต่เพียงพอจะควบคุม เธอดันคางเขาขึ้น บังคับให้เขามองไปยังจักรวรรดิที่อยู่ไกลลิบ
ในสายตาของลีออน ณ ขณะนั้น จักรวรรดิเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ราวกับมหานครอันคึกคักที่ลอยแขวนอยู่บนท้องฟ้า
“มองบ้านเกิดของนายสิ ลีออน คอสโมด มองดูให้ดี ๆ ฉันจะทำให้นายสูญเสียศักดิ์ศรีต่อหน้ามันอีกครั้ง” รอสไวส์ประกาศ
รอสไวส์เริ่มทรมานลีออนอีกครั้ง ดังที่เธอพูดไว้ แม้แต่นักล่ามังกรที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ก็ไม่อาจควบคุมสัญชาตญาณสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตได้ โดยเฉพาะเพศชาย
“เอี๊ยด—เอี๊ยด—เอี๊ยด—”
ทุกการเคลื่อนไหวทำให้กิ่งไม้ส่งเสียงเป็นจังหวะ เสียงนั้นบาดหู บั่นทอนสติของลีออน แสงไฟจากจักรวรรดิที่อยู่ไกลสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา แต่แม้แสงงดงามเพียงใด ก็ไม่อาจเติมประกายให้ดวงตาที่ค่อย ๆ หม่นลง
“ห้ามกระพริบตา ลีออน มองบ้านเกิดของนายให้ดี ๆ”
“ใช่ มองสิ~~ อื้อ—มองเข้าไป!”
“เกียรติยศและศักดิ์ศรีของนายล้วนมาจากที่นั่น ทุกสิ่งที่นายทำก็เพื่อสถานที่แห่งนั้น”
“ฟู่~—แต่ตอนนี้ บอกฉันสิว่าเรากำลังทำอะไรอยู่? หืม!”
“พูดสิ ลีออน เรากำลังทำอะไรกันอยู่ต่อหน้าจักรวรรดิที่นายปกป้อง!”
เมื่อรอสไวส์จมดิ่งอยู่ในอารมณ์ของตนเอง เธอมักจะควบคุมตัวเองได้ยาก ไม่แน่ชัดว่านี่เป็นธรรมชาติของเธอ หรือเป็นความสุขจากการล้างแค้นของเผ่ามังกร
ลีออนไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านเลย หางสีเงินตรึงร่างเขาไว้แน่น รอสไวส์เหมือนอสรพิษงดงามแต่มีพิษถึงตาย ทั้งเย้ายวน ทั้งร้ายกาจ เธอเสพสุขจากการล้างแค้นที่สำเร็จ พร้อมกับค่อย ๆ ปลดศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของลีออน
“เห็นไหม ลีออน นายยอมทนความอัปยศเพื่อจักรวรรดิของนาย กลายเป็นของเล่นที่ฉันจะทำยังไงก็ได้”
“แล้วจักรวรรดิของนายตอบแทนอะไรให้นายบ้าง?”
“ตอนนี้ นายทำได้แค่ทนความอัปยศนี้ ระหว่างมองแผ่นดินที่นายปกป้องสุดชีวิต ไม่มีใครช่วยใครได้”
“อยากรักษาศักดิ์ศรีเสี้ยวสุดท้ายไว้ไหม นักล่ามังกรผู้ยิ่งใหญ่?”
“งั้นก็ทนไว้ ทนไว้ ทนไว้ เข้าใจไหม? ฮ่า ๆ ๆ—”
“เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด—”
เสียงกิ่งไม้ดังถี่รัวราวกับใกล้หัก รอสไวส์แหงนหน้าขึ้น ตรามังกรบนหน้าอกเปล่งแสงสีม่วงเต็มที่
ในชั่วขณะนั้น เธอปรารถนาจะหักซี่โครงชายใต้ร่างจริง ๆ สำหรับเผ่ามังกร การแสดงความตื่นเต้นมักสะท้อนออกมาเป็นความรุนแรงและความคลุ้มคลั่ง อย่างไรก็ตาม รอสไวส์ยังคงควบคุมตนเองไว้ได้
สำหรับมังกร นอกจากการสืบพันธุ์ครั้งแรกที่มั่นใจว่าตั้งครรภ์แล้ว ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังจากการสืบพันธุ์ครั้งต่อ ๆ มา พวกมันสามารถใช้มาตรการเฉพาะเผ่าที่มีโอกาสป้องกันการตั้งครรภ์มากถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ เวลานี้ เธอดูดซับความอบอุ่นแห่งการล้างแค้นที่ยังหลงเหลือ หลับตา และใช้เวทกำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกายอย่างเงียบงัน
ครู่หนึ่งต่อมา รอสไวส์หัวเราะเบา ๆ
“นายล้มเหลวแล้ว ลีออน ในฐานะนักล่ามังกรผู้เลื่องชื่อที่สุดของจักรวรรดิ นายกลับมาทำเรื่องบัดสีกับราชินีมังกรชั่วร้าย ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้เอง”
“รู้สึกยังไงบ้างล่ะ? หืม!”
“ตอบฉันสิ ลีออน!”
ตอบ?
จะตอบอย่างไร?
ตอนนี้ลีออนรู้สึกเหมือนดินโคลนกองหนึ่ง อาจแย่ยิ่งกว่าโคลนเสียอีก อย่างน้อยโคลนก็ไม่ถูกแม่มังกรหยิบไปเล่นตามใจชอบ
“ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของนายเหลือเพียงเศษซาก เข้าใจไหม? ต่อจากนี้ นายเป็นได้แค่เชลยของฉัน ผูกติดกับฉันเหมือนสัตว์เลี้ยง เข้าใจหรือยัง?”
“เรามาที่นี่ทุกเดือนดีไหม ลีออน ว่ายังไงล่ะ?”
“แบบนี้ นายก็จะได้เห็นบ้านเกิดทุกเดือนนะ”
เธอหัวเราะด้วยท่าทางบิดเบี้ยว เสียงหัวเราะฟังดูคล้ายคนเสียสติ
“รอสไวส์”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มตัดผ่านเสียงหัวเราะไร้การยับยั้งของราชินี
ในดวงตาที่ราวกับสายน้ำตายสนิทนั้น ยังมีบางอย่างที่ยังไม่ดับสิ้น
“เธอจะดูถูกฉัน เหยียบย่ำฉัน หรือแม้แต่สลักตรามังกรบนตัวฉัน เล่นกับศักดิ์ศรีของฉันเหมือนขยะก็ได้ แต่—”
เขาพลันปะทุขึ้น จับไหล่ของรอสไวส์แน่นราวกับสิงโตเดือดดาล สายตาแข็งกร้าวดั่งเพชร
“เธอไม่มีวันทำลายศรัทธาของนักล่ามังกรลงได้!”
“ฉันจะรอ ฉันจะรออย่างอดทน รอโอกาสมาถึง”
“แล้ววันนั้น ฉันจะทบต้นทบดอกทุกอย่างที่เธอทำกับฉัน!”
รอสไวส์ประหลาดใจที่ชายคนนี้ยังมีเจตจำนงจะต่อต้านเธออยู่ ทว่า ก็เป็นเพียงความประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น
เธอเอื้อมมือไปบีบคอเขา แล้วผลักเขาลงไปอีกครั้ง
“ได้สิ ฉันจะรอนาย ลีออน คอสโมด เรา—เราจะไม่มีวันหยุด จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง!”
.
.
.