เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ช่วยคุณก็เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำไม่ใช่เหรอ?

บทที่ 17 ช่วยคุณก็เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำไม่ใช่เหรอ?

บทที่ 17 ช่วยคุณก็เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำไม่ใช่เหรอ?


บทที่ 17 ช่วยคุณก็เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำไม่ใช่เหรอ?

ในขณะเดียวกัน เลขาฯ ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง

“ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงงานเหล็กเหอฮว่าแล้วครับ!”

“เรื่องใหญ่อะไร?” เฉิงไท่อันเบิกตาโพลง ถามด้วยความตกใจ

“โครงการอสังหาฯ ของหรงฮวากรุ๊ป ที่เพิ่งใช้เหล็กจากเหอฮว่าสร้างเสร็จและส่งมอบห้องไปได้ไม่กี่วัน จู่ๆ ก็เกิดเหตุตึกถล่มลงมาครับ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บอีก 10 ราย

โชคดีที่มีคนย้ายเข้าไปอยู่ยังไม่เยอะ ไม่อย่างนั้นยอดผู้เสียชีวิตคงมากกว่านี้

ตอนนี้โรงงานเหล็กเหอฮว่าถูกตำรวจสั่งปิดชั่วคราว ผู้รับผิดชอบทั้งหมดถูกคุมตัวไปสอบสวนเรียบร้อยแล้วครับ”

ฟังจบ เฉิงไท่อันเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีที่หลี่อี้หยางมือไวรีบเข้าไปประคองแขนไว้ได้ทัน

พอตั้งสติได้ เฉิงไท่อันก็คว้ามือหลี่อี้หยางมาเขย่าด้วยความตื้นตันใจสุดขีด “คุณหลี่! คุณคือผู้มีพระคุณของผมจริงๆ!

ถ้าไม่ได้คุณเตือน ป่านนี้ผมคงโดนเชิญไปกินข้าวแดงในคุกด้วยแน่ๆ

แถมถ้าใครรู้ว่าผมเคยร่วมงานกับโรงงานนั้น ใครหน้าไหนจะกล้ามาซื้อบ้านของผมอีก!”

โชคดีที่ก่อนเกิดเหตุ เขาได้ส่งฝ่ายกฎหมายนำหนังสือยกเลิกสัญญาไปให้ทางโรงงานเหล็กเหอฮว่าเรียบร้อยแล้ว

ไม่อย่างนั้น ถ้ามายกเลิกตอนเกิดเรื่อง คนคงเข้าใจผิดว่าเขากำลังปัดความรับผิดชอบ

ยิ่งไปกว่านั้น การยกเลิกสัญญาครั้งนี้เกิดจากการที่โรงงานเหอฮว่าปลอมแปลงคุณภาพสินค้า ตามสัญญาแล้ว เขาต้องเป็นฝ่ายได้รับค่าชดเชยสามเท่าจากทางนั้น

อยู่ดีๆ ก็ได้เงินชดเชยมาฟรีๆ สี่สิบล้านหยวน เขาจะไม่ดีใจจนเนื้อเต้นได้ยังไง

แน่นอนว่า คนที่เขาต้องขอบคุณที่สุดก็คือหลี่อี้หยาง

ถ้าไม่มีผู้ชายคนนี้ ธุรกิจของเขาคงสะดุดขาตัวเองล้มคว่ำ หรือร้ายแรงที่สุดคืออาจจะถึงขั้นล้มละลายไปเลยก็ได้

คิดได้ดังนั้น เงินห้าแสนหยวนที่เป็นค่าตอบแทนเมื่อครู่ มันดูน้อยนิดไปถนัดตา

เฉิงไท่อันจึงรีบสั่งเลขาฯ ให้แจ้งฝ่ายการเงิน โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของหลี่อี้หยางเพิ่มอีกหนึ่งล้านหยวน

เงินแค่นี้แลกกับชื่อเสียงและอนาคตของบริษัท ถือว่าถูกแสนถูก

แต่หลี่อี้หยางยืนกรานไม่รับ “ผมก็แค่บังเอิญได้ยินมาเลยเอามาเตือนคุณ แค่คำพูดประโยคเดียว จะให้ผมรับเงินเยอะแยะขนาดนั้นได้ยังไงครับ!”

“น้องชายหลี่ ห้ามทำตัวห่างเหินกับพี่นะ เอาอย่างนี้ไหม... เย็นนี้ว่างหรือเปล่า ไปทานข้าวเย็นด้วยกันหน่อยสิ” เฉิงไท่อันเอ่ยชวน

พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้อันอันออกจากโรงพยาบาล และเขาสัญญาไว้ว่าจะทำของอร่อยให้ลูกกิน หลี่อี้หยางจึงปฏิเสธอย่างสุภาพ “เย็นนี้คงไม่ได้จริงๆ ครับ วันนี้ลูกสาวผมออกจากโรงพยาบาล ผมต้องไปรับแก แล้วว่าจะทำกับข้าวเลี้ยงฉลองให้แกสักหน่อยน่ะครับ”

เหวินเสี่ยวฮุ่ยถึงกับอึ้งที่หลี่อี้หยางกล้าปฏิเสธ ขนาดเจ้านายเธอยังต้องจองคิวเป็นเดือนๆ กว่าจะได้ทานข้าวกับประธานเฉิง

แต่นี่ประธานเฉิงเป็นคนเอ่ยปากชวนเอง หลี่อี้หยางกลับไม่ตื่นเต้นดีใจ แถมยังปฏิเสธทันทีอีกต่างหาก

การที่เขาเลือกให้ความสำคัญกับลูกสาวมากกว่าโอกาสทางธุรกิจ ทำให้มุมมองที่เธอมีต่อเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง

แต่ในใจลึกๆ เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่าการปฏิเสธผู้ใหญ่แบบนี้จะทำให้ประธานเฉิงไม่พอใจหรือเปล่า

ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดแก้ตัว เฉิงไท่อันก็ยิ้มอย่างเข้าใจ “ลูกสาวออกจากโรงพยาบาลทั้งที คนเป็นพ่อก็ต้องไปอยู่เป็นเพื่อนลูกสิ ถูกต้องแล้ว! งั้นเอาไว้วันหลังเราค่อยนัดดื่มกันนะ!”

โรงงานเหล็กเหอฮว่าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แม้เขาจะรอดตัวไปแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ

โดยเฉพาะเรื่องยกเลิกสัญญา เจ้าของโรงงานนั่นกล้าเอาของปลอมมาหลอกขายเขา

เขาไม่มีวันยอมจบง่ายๆ แน่ ต้องฟ้องให้หมดเนื้อหมดตัวถึงจะสาสมกับความแค้น!

“ขอบคุณท่านประธานเฉิงที่เข้าใจครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกับภรรยาขอตัวก่อนนะครับ” หลี่อี้หยางจูงมือเหวินเสี่ยวฮุ่ยเดินออกจากห้องทำงาน

เหวินเสี่ยวฮุ่ยลอบมองเสี้ยวหน้าของหลี่อี้หยาง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป

วิกฤตครั้งใหญ่ของบริษัทที่เธอมืดแปดด้าน เขาบอกว่าจะแก้ ก็แก้ได้จริงๆ

แถมเรื่องพนันนั่นอีก เขาทายถูกเผง ได้เงินมาง่ายๆ สองล้านหยวน เงินจำนวนนี้ต่อให้เธอทำงานงกๆ ไม่กินไม่ใช้สามสิบปีก็ยังหาไม่ได้

ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู เธอคงไม่มีทางเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นความจริง

ตอนนี้ความรังเกียจที่มีต่อหลี่อี้หยางเริ่มจางหายไป แต่เธอก็กลัว... กลัวว่าถ้าเธอเปลี่ยนท่าทีเร็วเกินไป หลี่อี้หยางจะคิดว่าเธอดีด้วยเพราะเงิน

เธอปล่อยให้เขาจูงมือเดินออกมาจนถึงหน้าบริษัท พอได้สติ เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็รีบดึงมือออก พูดเสียงแข็งแก้เก้อ “ฉันเดินเองได้”

หลี่อี้หยางเห็นท่าทีนั้นก็เข้าใจดี บาดแผลในใจที่เขาเคยก่อไว้ มันลึกเกินกว่าจะรักษาหายได้ด้วยการทำดีแค่ไม่กี่ครั้ง

แต่เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนใจเธอได้ในสักวัน

ทันทีที่ทั้งคู่เดินพ้นประตูตึก โทรศัพท์ของเหวินเสี่ยวฮุ่ยก็ดังขึ้น เป็นสายจากน้องชาย

“เจ้! เป็นไงบ้าง? คนของไท่อันกรุ๊ปไม่ได้ทำอะไรเจ้ใช่ไหม?”

เหวินเสี่ยวฮุ่ยเหลือบมองหลี่อี้หยางที่ยืนทำหน้านิ่ง พลางคิดในใจว่า 'ไม่ทำอะไรน่ะสิ ท่านประธานเฉิงถึงขั้นเรียกฉันว่าคุณนายหลี่ แถมยังไล่พนักงานออกเพื่อปกป้องฉันอีกต่างหาก' ให้เกียรติกันสุดๆ

แต่เธอเลือกที่จะไม่เล่า เพราะรู้ว่าเล่าไปเหวินเฉิงเจี๋ยก็คงไม่เชื่อ

ขนาดเธอเจอมากับตัวยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลย

เธอจึงตอบไปสั้นๆ “ไม่มีอะไรจ้ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี แกเลิกงานหรือยัง? เดี๋ยวพาน้องไปส่งที่บ้านเจ้นะ เจ้กับพี่เขยแกเพิ่งออกมาจากไท่อันกรุ๊ป เดี๋ยวจะแวะซื้อกับข้าวไปฉลองที่อันอันออกจากโรงพยาบาล”

เหวินเฉิงเจี๋ยได้ยินน้ำเสียงปกติของพี่สาวก็โล่งใจ “ได้ครับ เดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่พาหลานไปส่งนะ”

ส่วนเรื่องที่พี่สาวบอกว่า 'เรียบร้อยดี' เขาเดาเอาเองว่าคงเป็นเพราะทางบริษัทเจี้ยนเซิ่งส่งคนมาเคลียร์ปัญหาให้

ไม่งั้นลำพังคนไร้น้ำยาอย่างหลี่อี้หยาง จะไปทำอะไรได้

เขาตั้งใจว่าคืนนี้จะต้องคุยกับพี่สาวเรื่องหย่าให้รู้เรื่อง แม้เขาจะเคยรับปากไว้ว่าถ้าหลี่อี้หยางหาค่ารักษาได้จะไม่บังคับให้หย่า

แต่เหตุการณ์วันนี้ทำให้เขาตาสว่าง หลี่อี้หยางเป็นคนที่พึ่งพาไม่ได้ ฝากผีฝากไข้ไม่ได้

ดังนั้น ต่อให้ต้องโดนตราหน้าว่าเป็นคนผิดคำพูด เขาก็ต้องดึงพี่สาวขึ้นมาจากนรกขุมนี้ให้ได้

วางสายจากน้องชาย เหวินเสี่ยวฮุ่ยหันมาพูดกับหลี่อี้หยาง “ยังไงซะ วันนี้ก็ต้องขอบคุณคุณมากนะ! เดี๋ยวฉันไปจ่ายตลาดเอง แล้วก็จะลงมือทำกับข้าวเองด้วย”

“คุณเป็นภรรยาผม ผมช่วยคุณก็เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำไม่ใช่เหรอ? อีกอย่าง คราวก่อนคุณไม่เชื่อว่าผมทำบะหมี่ส่านซีเป็น เย็นนี้ผมจะโชว์ฝีมือให้ดู... ไปเถอะ ขึ้นรถ เราไปตลาดกัน” หลี่อี้หยางเปิดประตูฝั่งคนนั่ง ผายมือเชิญเหวินเสี่ยวฮุ่ย

เหวินเสี่ยวฮุ่ยเห็นรถก็ถามเสียงหลง “รถคันนี้ไปเอามาจากไหน? ของเพื่อนแก๊งเดิมอีกแล้วเหรอ?”

พูดจบเธอก็รู้ตัวว่าใช้อารมณ์เกินเหตุ เลยพยายามสงบสติอารมณ์ลง

เธอแค่กลัว... กลัวว่าที่เขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไป สุดท้ายจะกลับไปเป็นคนเดิมอีก

หลี่อี้หยางรีบอธิบาย “คุณเข้าใจผิดแล้ว นี่รถเช่าครับ ผมเช่ามาจากบริษัทรถเช่า ถ้าไม่เชื่อดูใบเสร็จในลิ้นชักหน้ารถได้เลย”

ฟังคำอธิบายแล้ว เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ยอมก้าวขึ้นรถไปเงียบๆ

พอปิดประตูให้ภรรยาเสร็จ หลี่อี้หยางก็เดินอ้อมมาฝั่งคนขับ เห็นว่าเธอยังไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย เขาจึงโน้มตัวเข้าไปหา พอเขายกมือขึ้น เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็สะดุ้งมองเขาด้วยแววตาหวาดระแวง “คุณจะทำอะไร?”

“ไม่ต้องกลัว ผมแค่จะคาดเข็มขัดให้” หลี่อี้หยางพูดพลางดึงสายเข็มขัดมาคาดให้เธออย่างเบามือ

เหวินเสี่ยวฮุ่ยจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังตั้งใจคาดเข็มขัดให้เธอ รู้สึกเหมือนทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง

ผู้ชายที่เมื่อก่อนแม้แต่ขวดน้ำมันหกยังขี้เกียจจะก้มลงไปเก็บ วันนี้กลับมาใส่ใจดูแลคาดเข็มขัดให้เธอ

วินาทีนั้น ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา

จบบทที่ บทที่ 17 ช่วยคุณก็เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำไม่ใช่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว