- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเป็นยอดคุณพ่อ
- บทที่ 16 ผมมารับคุณกลับบ้าน
บทที่ 16 ผมมารับคุณกลับบ้าน
บทที่ 16 ผมมารับคุณกลับบ้าน
บทที่ 16 ผมมารับคุณกลับบ้าน
ในเวลานี้ เธอรู้สึกโกรธเคืองหลี่อี้หยางไม่น้อย
เมื่อคืนเขาพูดดิบดีว่าจะจัดการปัญหาให้ แต่ผลสุดท้ายเขากลับโผล่มาในตอนที่เธอกำลังตกที่นั่งลำบากและน่าอับอายที่สุด ความรู้สึกรันทดใจถาโถมเข้ามาในอก
หลี่อี้หยางเห็นปฏิกิริยาของภรรยาแล้วก็ปวดใจ แต่เขายังคงอธิบายอย่างใจเย็น “เรื่องทุกอย่างผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ผมมารับคุณกลับบ้าน”
“เรื่องนี้ไม่ต้องให้คุณมายุ่ง คุณกลับไปก่อน ฉันจัดการเองได้! คุณคิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดคุณเหรอ?” เหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่อยากให้หลี่อี้หยางเห็นสภาพอันน่าสมเพชของตัวเอง และไม่เชื่อด้วยว่าเขาจะช่วยเธอได้จริงๆ
คำโกหกของเขามีมากเกินไป เพียงแต่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ เธอไม่อยากจะฉีกหน้าเขา
“ไม่ทำงานทำการกันหรือไง มามุงดูอะไรกันตรงนี้?”
ทันใดนั้น เฉิงไท่อันก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
เมื่อพนักงานทุกคนเห็นท่านประธาน ก็ตกใจจนสะดุ้ง ต่างพากันโค้งคำนับทักทาย แล้วยืนสงบเสงี่ยมไม่กล้าส่งเสียง
จ้าวลี่ซินมีความตื่นตระหนกวูบผ่านแววตาไปครู่หนึ่ง แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
ต่อให้เหวินเสี่ยวฮุ่ยจะกล่าวหาว่าเขาใส่ร้าย แต่เธอก็ไม่มีหลักฐาน อีกอย่างเขาเป็นพนักงานเก่าแก่ ผลงานก็โดดเด่น เขาเชื่อว่าท่านประธานต้องเข้าข้างเขาแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ยืดอกอย่างมั่นใจ แล้วยิ้มทักทายท่านประธาน
เฉิงไท่อันปรายตามองเหวินเสี่ยวฮุ่ยที่ยืนตัวเกร็ง ก่อนจะหันมาถามจ้าวลี่ซิน “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
จ้าวลี่ซินรีบฟ้องทันที “ท่านประธานครับ ผู้หญิงคนนี้เป็นพนักงานระดับล่างของบริษัทเจี้ยนเซิ่ง เมื่อกี้เธอพยายามจะใช้เต้าไต่ยั่วยวนผมในห้องทำงาน เพื่อให้ผมไปขอร้องท่านให้ยืดเวลาส่งของให้บริษัทเธอ แต่ท่านวางใจได้ครับ ผมปฏิเสธไปแล้ว เรื่องแบบนี้ต้องว่ากันไปตามกฎระเบียบ!”
มองดูท่าทางขึงขังจริงจังของจ้าวลี่ซินที่ดูเหมือนคนพูดความจริง แต่เฉิงไท่อันไม่ได้หูเบาเชื่อความข้างเดียว เขาหันไปถามเหวินเสี่ยวฮุ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณนายหลี่ ที่เขาพูดมาเป็นความจริงหรือเปล่าครับ?”
คำว่า 'คุณนายหลี่' ทำเอาเหวินเสี่ยวฮุ่ยถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก แม้แต่จ้าวลี่ซินเองก็มึนงงไปตามๆ กัน
ดูจากคำพูดและท่าทีของท่านประธาน แสดงว่าท่านไม่เพียงรู้จักเหวินเสี่ยวฮุ่ย แต่ยังรู้จักสามีของเธอด้วย แถมดูท่าความสัมพันธ์จะไม่ธรรมดาเสียด้วย
ทันใดนั้น ลางสังหรณ์ร้ายก็ผุดขึ้นในใจจ้าวลี่ซิน
ถ้ารู้แต่แรกว่าผู้หญิงคนนี้รู้จักกับท่านประธาน ให้ตายเขาก็ไม่กล้าทำแบบนี้
เมื่อเห็นเหวินเสี่ยวฮุ่ยยังยืนอึ้ง เฉิงไท่อันจึงถามย้ำด้วยความอดทน “คุณนายหลี่ครับ เมื่อกี้ที่รองผอ.จ้าวพูดมา เป็นความจริงหรือเปล่าครับ?”
เมื่อแน่ใจแล้วว่าท่านประธานเรียกเธอ เหวินเสี่ยวฮุ่ยหันมองหลี่อี้หยางด้วยสายตาซับซ้อน
เธอไม่ได้โง่ ที่เขาเรียกเธอว่าคุณนายหลี่ ต้องเป็นเพราะหลี่อี้หยางแน่ๆ
หรือว่า... เรื่องมันจะเป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ ว่าทุกอย่างแก้ไขเรียบร้อยแล้ว?
แต่ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความบริสุทธิ์ของเธอ เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่จริงนะคะ ขอให้ท่านประธานเฉิงเชื่อฉัน ฉันไม่ได้ยั่วยวนรองผอ.จ้าว แต่เป็นเพราะฉันปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ไร้ยางอายของเขา เขาถึงได้ใส่ร้ายฉันต่อหน้าทุกคนแบบนี้”
ฟังจบ หน้าของเฉิงไท่อันก็มืดครึ้มลง ส่อแววพิโรธ “จ้าวลี่ซิน ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?”
เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังของจ้าวลี่ซิน ไม่ว่ายังไงเขาก็ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะโดนลงโทษยังไง ดีที่ในห้องทำงานไม่มีกล้องวงจรปิด
เขาต้องยืนกระต่ายขาเดียวว่าเหวินเสี่ยวฮุ่ยเป็นฝ่ายยั่วยวน ยังไงเธอก็ไม่มีหลักฐาน
จ้าวลี่ซินแสร้งทำใจดีสู้เสือ “ท่านประธานครับ ยัยนี่โกหก! ผมเป็นคนยังไงทุกคนก็เห็นๆ กันอยู่ ผมจะไปทำเรื่องบัดสีแบบนั้นในห้องทำงานตัวเองได้ยังไง!”
ยังไม่ทันที่เฉิงไท่อันจะพูดอะไร เสียงของหลี่อี้หยางก็ดังแทรกขึ้นมา “ท่านประธานเฉิน ใครพูดจริงใครพูดเท็จ ผมเชื่อว่าท่านผ่านโลกมามาก ย่อมดูออกได้ไม่ยาก”
“แกเป็นใครวะ? ตรงนี้มีที่ให้แกสะเออะพูดด้วยเหรอ?” จ้าวลี่ซินตวาดลั่นด้วยความโมโห
“หุบปากซะ! จ้าวลี่ซิน... เรื่องหลายเรื่องอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ฉันแค่เห็นแก่ที่นายทำประโยชน์ให้บริษัทเลยแกล้งทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งก็เท่านั้น
แต่ตอนนี้ นายถึงขั้นกล้าใส่ร้ายภรรยาของน้องชายหลี่... ตอนนี้เชิญนายไปเบิกเงินเดือนงวดนี้ที่ฝ่ายการเงิน แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก
ส่วนพวกคุณ ถ้าใครยังกล้านินทาว่าร้ายลับหลังคนอื่นอีก ก็ไม่ต้องมาทำงานแล้วเหมือนกัน!”
คำประกาศิตของเฉิงไท่อัน ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ชายหนุ่มแต่งตัวธรรมดาคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่ ถึงขั้นทำให้ท่านประธานยอมไล่รองผู้อำนวยการออกเพื่อเขา?
จ้าวลี่ซินร้อนรนทันที “ท่านประธาน ท่านไล่ผมออกไม่ได้นะ ผมเป็นพนักงานเก่าแก่ สร้างยอดขายให้บริษัทตั้งเท่าไหร่!”
“ฉันเป็นประธาน ฉันจะไล่ใครออกก็ได้! รปภ. อยู่ไหน ลากตัวมันออกไป!” เฉิงไท่อันแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายเต็มทน
หลังจากรปภ. ลากตัวจ้าวลี่ซินออกไปแล้ว เฉิงไท่อันก็หันมาถามด้วยรอยยิ้ม “น้องชายหลี่ จัดการแบบนี้พอใจไหม?”
หลี่อี้หยางพยักหน้า “ขอบคุณท่านประธานเฉิงมากครับ!”
เหวินเสี่ยวฮุ่ยยืนอึ้งกับการกระทำของเฉิงไท่อัน เธอจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เจอกัน เฉิงไท่อันยังดูไม่พอใจหลี่อี้หยางอยู่เลย
ทำไมจู่ๆ ถึงได้เปลี่ยนมาเป็นมิตรขนาดนี้?
ในขณะที่เหวินเสี่ยวฮุ่ยกำลังสับสนงุนงง เสียงของเฉิงไท่อันก็ดังขึ้นอีกครั้ง “คุณนายหลี่ สามีคุณเขาไม่ได้โกหกคุณหรอกครับ เรื่องไม้จันทน์เขียวเขาจัดการให้เรียบร้อยแล้วจริงๆ ตอนนี้ของส่งไปถึงโรงงานผมแล้ว
เพราะงั้นคุณไม่ต้องกังวลแล้วนะครับว่าบริษัทคุณจะมาเอาผิด ป่านนี้พวกเขาคงกำลังเตรียมขอบคุณคุณกันยกใหญ่แล้วล่ะ!”
ที่เขาจงใจพูดต่อหน้าพนักงานทุกคนแบบนี้ ก็เพื่อกู้หน้าให้หลี่อี้หยาง
แม้เขาจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยาคู่นี้ แต่จากการได้สัมผัสหลายครั้ง ทำให้เฉิงไท่อันรู้ว่าหลี่อี้หยางเป็นคนน่าคบหา
อีกอย่าง เขาติดหนี้บุญคุณหลี่อี้หยางก้อนโต เขาจึงรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยประสานรอยร้าวให้ครอบครัวนี้
“ระ... เรื่องจริงเหรอคะ?” เหวินเสี่ยวฮุ่ยหันไปมองหลี่อี้หยางด้วยความตกตะลึง
“คุณไม่เชื่อผม แต่คุณจะไม่เชื่อท่านประธานเฉิงเหรอ?” หลี่อี้หยางยิ้มบางๆ สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความโอ้อวดหรือลำพองใจแม้แต่น้อย
หลี่อี้หยางพูดถูก ประธานเฉิงไม่มีเหตุผลอะไรต้องมาโกหกเธอเพื่อเขา เพราะเรื่องนี้เธอสามารถโทรเช็กกับบริษัทได้ทันที
ต่อให้หลี่อี้หยางจะเส้นใหญ่แค่ไหน ก็คงไม่ถึงขนาดให้เจ้าของบริษัทสองแห่งมาร่วมมือกันหลอกเธอหรอก มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เธอเพิ่งจะชี้หน้าด่าเขาต่อหน้าธารกำนัล โดยไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิด
เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา แต่คำขอโทษกลับจุกอยู่ที่คอกล่าวไม่ออก บรรยากาศจึงตกอยู่ในความอึดอัด
เฉิงไท่อันเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ “เอ้าๆ อย่ายืนกันอยู่ตรงนี้เลย ไปคุยกันต่อที่ห้องผมดีกว่า ผมยังมีเรื่องอยากจะคุยกับน้องชายหลี่อีกเยอะเลย!”
ณ ห้องทำงานท่านประธาน
เฉิงไท่อันจับมือหลี่อี้หยางแน่น สีหน้าเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง “คุณหลี่ เรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริงๆ
อ้อ... ในบัตรนี้มีเงินอยู่ห้าแสนหยวน เป็นเงินที่ผมแพ้พนันคุณ คุณต้องรับไว้นะครับ!”
พูดจบ เขาก็หยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋าสตางค์
หลี่อี้หยางไม่เกรงใจ ยื่นมือรับไว้ทันที “ในเมื่อกล้าพนันก็ต้องกล้ายอมรับความพ่ายแพ้ ผมคงไม่ขัดศรัทธาเถ้าแก่เฉิง แต่ว่าเราตกลงกันไว้ที่สามแสน เดี๋ยวผมจะโอนคืนให้ทางวีแชทสองแสนนะครับ”
“ไม่ต้องครับ! สองแสนนี้ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากผม ถ้าไม่ได้คุณเตือน ป่านนี้ตึกคงสร้างไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ถ้าเกิดอุบัติเหตุถล่มลงมาจริงๆ ผลที่ตามมาผมไม่อยากจะคิดเลย!” พูดถึงตรงนี้ เฉิงไท่อันยังรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย
บทสนทนาของทั้งสองคน ทำให้เหวินเสี่ยวฮุ่ยถึงกับตะลึงงัน นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอได้มองสามีตัวเองชัดๆ แบบนี้
ผู้ชายที่วางตัวสุขุมเยือกเย็น ไม่ต่ำต้อยและไม่หยิ่งผยองแม้จะอยู่ต่อหน้าประธานบริษัทใหญ่โตคนนี้... คือหลี่อี้หยางจริงๆ เหรอ?