- หน้าแรก
- อย่ามายุ่งกับงานวิจัยของวอร์ล็อค
- บทที่ 2 ความยุติธรรม ความยุติธรรม และก็ความยุติธรรม
บทที่ 2 ความยุติธรรม ความยุติธรรม และก็ความยุติธรรม
บทที่ 2 ความยุติธรรม ความยุติธรรม และก็ความยุติธรรม
บทที่ 2 ความยุติธรรม ความยุติธรรม และก็ความยุติธรรม
“แต่ว่าอีกที... ถึงแม้ตอนนี้ความสามารถของข้าจะยังไม่ค่อยคู่ควรกับรางวัลนี้ แต่ข้าจะพยายามพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างแน่นอน จะศึกษาค้นคว้าเวทมนตร์อย่างจริงจัง เพื่อให้ตัวเองคู่ควรกับรางวัลผู้ใช้เวทเยาวชนดีเด่นอย่างแท้จริง และจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”
จาซิวพูดรัวเร็ว แววตาแน่วแน่ราวกับจะไปเข้าพิธีสาบานตน
จดหมายแนะนำ ห้องทดลอง แล้วก็เงินสนับสนุนอีกหนึ่งพันโครน
ก็แค่การแข่งขันชิงรางวัลกับลูกชายเจ้าเมืองไม่ใช่รึไง ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวก็ถือเป็นการไม่ให้เกียรติเงื่อนไขเหล่านี้แล้ว
ถ้าทุกอย่างราบรื่น เขาก็คงไม่ได้อยู่ที่เมืองครีกวูดนี่นานนักหรอก พอสอบเข้าสถาบันเซนต์โดรได้เมื่อไหร่ ใครจะไปสนใจขุนนางชั้นผู้น้อยในเมืองห่างไกลแบบนี้กัน
มาร์กาเร็ตเองก็ไม่คิดว่าจาซิวจะเปลี่ยนท่าทีได้อย่างราบรื่นขนาดนี้ เธอถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา
“นึกว่าเป็นคนดื้อรั้นเสียอีกนะ”
เธอยิ่งชื่นชมวอร์ล็อคหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่มีความสามารถโดดเด่น แต่ยังเป็นคนที่น่าสนใจอีกด้วย
รอให้เขาสอบเข้าเซนต์โดรได้เมื่อไหร่ จะต้องดึงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มของเธอให้ได้
สถาบันผู้ใช้เวทเซนต์โดรใช้ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาใหม่จะต้องเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาและให้อาจารย์เลือกตนเองตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน
นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เลือกอาจารย์ โดยพื้นฐานแล้วจะอยู่ในสภาพที่ว่า “ได้โปรดเถอะ อาจารย์ท่านไหนก็ได้ช่วยรับข้าไว้ที”
ส่วนคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่น ก็จะถูกอาจารย์หลายคนแย่งชิงตัวกัน
เนื่องจากมาร์กาเร็ตยังอายุน้อยเกินไป ทำให้ดูไม่มีบารมีของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ จึงแทบจะแย่งนักศึกษาดีๆ มาไม่ได้เลย
นี่ก็เป็นสาเหตุที่เธอต้องเสนอให้ความช่วยเหลือจาซิวในนามส่วนตัว
ไม่อยากจะไปเก็บนักศึกษาที่อาจารย์คนอื่นเลือกเหลือทิ้งไว้อีกแล้วจริงๆ
“อย่าลืมมาเข้าร่วมการตัดสินรางวัลรอบสุดท้ายในอีกสามวันข้างหน้านะ”
ก่อนจะจากไป มาร์กาเร็ตกำชับ
เมื่ออาจารย์สาวจากไป คุณป้าซูซานที่ตั้งใจหลบฉากออกไปก่อนหน้านี้ก็กลับเข้ามา
แววตาที่อยากรู้อยากเห็นของเธอเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้
เธอมองสำรวจจาซิวแวบหนึ่ง แล้วก็มองไปทางที่มาร์กาเร็ตเพิ่งจากไป ราวกับจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
แล้วก็พูดกับจาซิวด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นใจดีว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องท้อใจหรอกน่า คนหนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ ครั้งแรกมันก็ต้องมีตื่นเต้นกันบ้าง...”
“ไม่ใช่ครับคุณป้า คุณป้าคิดอะไรอยู่เนี่ย?”
จาซิวรีบห้ามไม่ให้คุณป้าซูซานจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้
“เธอเป็นคนจากสมาคมผู้ใช้เวท มาแจ้งให้ข้าไปเข้าร่วมการตัดสินรางวัลผู้ใช้เวทเยาวชนดีเด่น อีกสามวันข้างหน้านี้แล้ว”
“จริงเหรอ!”
คุณป้าซูซานร้องเสียงแหลม
“ไม่ได้การแล้ว เสื้อผ้าชุดนี้มันเก่าเกินไป ป้าต้องแต่งตัวให้เจ้าหล่อๆ ไปรับรางวัล”
“ไม่ต้องหรอกครับ เปลืองเงินเปล่าๆ”
“จะเปลืองอะไรกัน? ถือว่าเป็นของป้าเอง ป้าจะให้ชุดพิธีการเจ้าหนึ่งชุด แต่เสียดายที่เวลาสามวันไม่พอที่จะตัดชุดใหม่...”
คุณป้าซูซานพูดพลางรื้อค้นเสื้อผ้าในตู้
เมื่อไม่อาจขัดความปรารถนาดีได้ จาซิวจึงจำใจต้องรับบทเป็นตุ๊กตาให้เธอจับแต่งตัวอยู่หลายชั่วโมง
เขารู้สึกเหมือนกับว่าคุณป้าซูซานได้ค้นพบความสุขของการเลี้ยงลูกจากตัวเขา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงวันงานในอีกสามวันต่อมา
พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นที่หอประชุมของสมาคมผู้ใช้เวท
บุคคลสำคัญที่มีหน้ามีตาในเมืองครีกวูดต่างก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นที่ราวกับถูกหมักดองด้วยน้ำหอมนานาชนิด
จาซิวสวมชุดพิธีการที่คุณป้าซูซานเลือกให้เป็นอย่างดี แม้จะไม่ค่อยสบายตัวนัก แต่มันก็เป็นชุดที่สบายที่สุดในบรรดาตัวเลือกที่เธอเสนอมาแล้ว อย่างน้อยท่อนล่างก็ยังเป็นกางเกง
เดิมทีคุณป้าซูซานอยากให้เขาแต่งกายตามสมัยนิยมที่สุดในตอนนี้สำหรับผู้ชาย นั่นคือถุงน่องผ้าไหมกับรองเท้าส้นสูง
ขั้นตอนการมอบรางวัลยาวนานกว่าที่จาซิวคิดไว้มาก จะต้องมีการแนะนำผู้เข้ารอบแต่ละคนทีละคน จากนั้นจึงให้คณะกรรมการลงคะแนน
คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นบุคลากรของสมาคมผู้ใช้เวท นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายของหอประชุม โดยแถวหน้าสุดก็คือมาร์กาเร็ต
และอีกส่วนคือเจ้าเมืองกับคนสนิทของเขา ซึ่งนั่งอยู่ทางฝั่งขวาของหอประชุม
ทั้งสองฝ่ายมีจำนวนคนเท่ากัน คือฝ่ายละ 25 คน
ทุกครั้งที่แนะนำผู้เข้ารอบเสร็จ คณะกรรมการก็จะแสดงความคิดเห็น จากท่าทีของพวกเขาก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าทางสมาคมกับคนสนิทของเจ้าเมืองจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่นัก
จาซิวไม่ได้สนใจว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความขัดแย้งอะไรกัน เขาสนใจมากกว่าว่าจะหาใครมาทดลองเวทรักษาที่ทำให้เล็บเท้างอกออกด้านข้างดี เพื่อที่จะทำการวิจัยให้เสร็จสิ้น และสะสมค่าประสบการณ์ให้เพียงพอสำหรับเลื่อนระดับ
ได้ยินมาว่านอกเมืองครีกวูดมีฐานที่มั่นของลัทธินอกรีตที่นับถือเทพแห่งการหลอกลวงและคำสาปอยู่ ว่าจะไปรับภารกิจที่เกี่ยวข้องจากสมาคมนักผจญภัย แล้วเอาพวกสาวกลัทธิมาเป็นหนูทดลองเสียหน่อย
ไม่รู้ว่าจะมีทีมไหนยอมรับวอร์ล็อคที่ใช้เป็นแค่เวทรักษาขั้นต้นเข้าร่วมทีมบ้างไหม
ขณะที่จาซิวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ขั้นตอนการมอบรางวัลที่ยืดยาวก็ดำเนินมาถึงช่วงที่สำคัญที่สุด
การประกาศคะแนนโหวต
โดยจะประกาศตามลำดับจากคะแนนน้อยไปมาก
“บรูซ 3 คะแนน”
“ไรท์ 7 คะแนน”
“แจ็ค 11 คะแนน”
...
พวกที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ล้วนเป็นตัวประกอบทั้งสิ้น ก็เมืองครีกวูดเป็นแค่เมืองเล็กๆ จะไปหาผู้ใช้เวทเยาวชนดีเด่นได้มากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน
“ฮันนาส 25 คะแนน”
ทันทีที่คะแนนของลูกชายเจ้าเมืองถูกประกาศออกมา ผู้คนที่นั่งอยู่ฝั่งขวาก็โห่ร้องด้วยความยินดีทันที
ฮันนาสลุกขึ้นจากที่นั่งของผู้เข้ารอบ แล้วโค้งคำนับให้กับผู้สนับสนุนของเขาเล็กน้อย ท่าทางเหมือนกับว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว
“จาซิว 25 คะแนน”
ทั้งหอประชุมเงียบกริบในทันที
ความเงียบดำเนินอยู่หลายวินาที ฮันนาสจึงถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา “นับคะแนนผิดหรือเปล่า?”
ผู้ดำเนินรายการตอบว่า “ถูกต้องแม่นยำครับ ท่านฮันนาส”
“จะเป็นไปได้อย่างไร? เขา จาซิว ไอ้คน... ไอ้คนที่ทำงานจิปาถะในร้านตัดเสื้อน่ะนะ!” ฮันนาสตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
คำพูดของเขาแสดงความดูถูกเหยียดหยามจาซิวอย่างไม่ปิดบัง
บารอนแห่งครีกวูด ผู้เป็นบิดาของเขา กลับสุขุมกว่ามาก เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่มองตรงไปยังมาร์กาเร็ต
เดิมทีเขาคิดว่าการสร้างประวัติสวยๆ ให้กับลูกชายที่ไม่ได้เรื่องที่สุดของตัวเองคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ใครจะไปคิดว่าจะไปเจอตอเป็นเด็กสาวที่มาจากเมืองใหญ่เข้า
พูดดีด้วยก็ไม่ฟัง แถมยังมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
แต่เขาก็เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ไว้แล้ว เขาโบกมือเล็กน้อย คนรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบเข้ามาหาทันที
ท่านบารอนกระซิบว่า “เตรียมยาปรุงทั้งหมดให้พร้อม”
ในขณะเดียวกัน ผู้ดำเนินรายการก็กำลังอ่านกฎกติกา
“ตามธรรมเนียมปฏิบัติ เมื่อมีคะแนนเท่ากัน สามารถจัดการประลองเวทมนตร์เพื่อตัดสินผู้ชนะคนสุดท้ายได้ ทั้งสองท่านยินยอมที่จะทำการประลองหรือไม่?”
“ยินยอม แน่นอนว่าต้องยินยอม!”
ฮันนาสรีบตอบอย่างใจร้อน
คนที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาก็คือเหล่าผู้คนที่มาดูความสนุก พวกเขาเริ่มส่งเสียงเชียร์ทันที “ยินยอม! ยินยอม!”
กลัวว่าจาซิวจะยอมแพ้ก่อนที่จะได้สู้
ชีวิตในเมืองเล็กๆ แห่งนี้หาความบันเทิงดูได้ยาก
“ยินยอม” จาซิวพูดอย่างสงบ
เสียงโห่ร้องยินดีดังก้องไปทั่วหอประชุมในทันที
ที่จาซิวเลือกที่จะยินยอม ไม่ใช่เพราะถูกเสียงเชียร์กดดัน แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาต้องได้รับรางวัลนี้ให้ได้ เพื่ออนาคตที่มาร์กาเร็ตวาดฝันไว้ให้
และอีกส่วนหนึ่ง เขาก็ต้องการหนูทดลอง
“ผู้เข้าประลองทั้งสองฝ่ายไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ที่มีระดับสูงกว่าระดับธรรมดา ไม่อนุญาตให้ใช้เวทมนตร์ถึงตาย หากล้มลง หมดสติ หรือยอมแพ้ จะถือว่าพ่ายแพ้ทันที มีคำถามอะไรหรือไม่?”
ผู้ดำเนินรายการอ่านกฎทั้งหมดจนจบ
“ไม่มีปัญหา ดีมาก เชิญผู้เข้ารอบทั้งสองท่านไปรอที่ห้องที่จัดเตรียมไว้”
จาซิวเดินเข้ามาในห้องที่ทางสมาคมจัดเตรียมไว้ให้ เขาร่ายเวทรักษาที่ดัดแปลงแล้วสองครั้งเพื่อเป็นการวอร์มอัพ
ถ้าพูดถึงแค่เวทรักษาขั้นต้น เขาคิดว่าคงหาคนที่เชี่ยวชาญกว่าตัวเองได้ยากแล้ว
ร่ายได้ทันที มีความแม่นยำสูง แถมระยะยังไกลอีกด้วย
ตอนที่เขาวิจัย “โค้ด” เขาพบว่าเวทรักษามีคุณสมบัติที่น่าทึ่งอย่างหนึ่ง นั่นคือมีความแม่นยำสูงมาก และยังไม่สนใจการป้องกันอีกด้วย
อาจจะเป็นเพราะจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีใครมีความจำเป็นต้องป้องกันเวทรักษากระมัง
ขณะที่เขากำลังวอร์มอัพอยู่ มาร์กาเร็ตก็เดินเข้ามาพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“ข้าเห็นคนของคฤหาสน์เจ้าเมืองขนยาปรุงไปให้เจ้าเด็กนั่นตั้งหลายขวด อัดยาเข้าไปโต้งๆ แบบนี้กรรมการกลับไม่สนใจ! เจ้าเมืองที่นี่ช่างไร้มารยาทสิ้นดี”
เธออยากจะประกาศศักดา ใช้อำนาจของตระกูลกดดันท่านบารอนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ช่วงนี้ที่บ้านของเธอก็มีปัญหาอยู่เหมือนกัน การที่เธอออกมาทำงานนอกพื้นที่ครั้งนี้ก็มีสายตาจับจ้องอยู่ไม่น้อย หากทำเช่นนั้นไป ก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนให้ศัตรูทางการเมืองใช้โจมตีบิดาของเธอได้
แม้ว่าการทำเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในหมู่ขุนนาง แต่ในทางทฤษฎีแล้ว มันก็ยังเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อคุณธรรมของขุนนางอยู่ดี
“แค่กๆ!”
มาร์กาเร็ตกระแอมขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
แล้วก็ล้วงแหวนวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ทำมันตกหล่นลงบนพื้น
แล้วแสร้งทำเป็นประหลาดใจพลางพูดว่า “อุ๊ยตาย นี่แหวนระดับล้ำค่าของใครตกอยู่ตรงนี้กันนะ”
ล้ำค่า เป็นระดับของไอเทมที่สูงรองลงมาจากตำนานเท่านั้น แหวนระดับนี้ ต่อให้เป็นตระกูลบารอนแห่งครีกวูดก็คงไม่มีปัญญาหามาได้
มาร์กาเร็ตหยิบแหวนขึ้นมา “เป็นแหวนที่สามารถร่ายเวทครอบงำมนุษย์ได้ด้วยนี่ แถมยังมีเวทมนตร์เสริมอีกชั้นหนึ่ง ทำให้มันดูเหมือนเป็นแค่ไอเทมระดับธรรมดา คงจะไม่มีเจ้าของสินะ”
คำว่า “ไม่มีเจ้าของ” นั้นถูกเน้นเสียงเป็นพิเศษ
พอจบการแสดงละครฉากเล็กๆ ของตัวเอง เธอก็วางแหวนไว้บนโต๊ะ แล้วเดินออกจากห้องไป
จาซิวมองดูแหวนบนโต๊ะ
ยากที่จะบอกได้ว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายต่างก็โกงเหมือนกัน มันจะถือเป็นความยุติธรรมในรูปแบบหนึ่งได้หรือไม่
(จบบทที่ 2)