- หน้าแรก
- เกมบำเพ็ญเพียรขนานแท้
- บทที่ 44 ความล้มเหลว
บทที่ 44 ความล้มเหลว
บทที่ 44 ความล้มเหลว
บทที่ 44 ความล้มเหลว
"ใบที่สิบเอ็ดแล้ว... ไอ้หนุ่ม เอ็งติดหนี้ข้า 1,100 เหรียญแล้วนะ เท่ากับรายได้ครึ่งเดือนของเอ็งแล้ว"
"ใบที่สิบหกแล้ว... ไอ้หนุ่ม เอ็งต้องทำงานใช้หนี้ข้าฟรีๆ เดือนนึงแล้วนะ ไหนว่าร้อนเงินไง? ผลาญเงินเล่นแบบนี้จะดีเหรอ?"
"ใบที่ยี่สิบแล้ว... ไอ้หนุ่ม พอเถอะ ไม่งั้นเอ็งได้เซ็นสัญญาขายตัวให้ข้าจริงๆ แน่"
........................................................................
สีหน้าของหยวนซู่เปลี่ยนจากความคาดหวังในตอนแรก กลายเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวในตอนท้าย...
มองดูการ์ดเวทย์เปล่าที่สวยงามไร้ที่ติ ต้องกลายเป็นเศษขยะไปทีละใบ เขาช่าง... ปวดใจเหลือเกิน
ทั้งอยากให้ซูเสียนทำสำเร็จ แต่ก็ทนดูความสิ้นเปลืองนี้ไม่ไหว
ข้าไม่ได้ทำเพื่อเงินนะโว้ย...
........................................................................
"เฮ้อ..."
ซูเสียนถอนหายใจยาว เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายเต็มใบหน้า การสร้างการ์ดเวทย์นั้นกินพลังปราณมหาศาล การสร้างติดต่อกันยี่สิบกว่าใบ มันเกินขีดจำกัดของเขาไปไกลโขแล้ว โชคดีที่เคล็ดวิถีคืนสู่ต้นกำเนิดฉบับสมบูรณ์ช่วยฟื้นฟูพลังได้เร็ว ถึงประคองตัวมาได้จนป่านนี้ แต่ถึงกระนั้น พลังของเขาก็ใกล้จะเหือดแห้งเต็มที
"ดูท่า วันนี้คงทำได้แค่นี้"
เขาถอนหายใจด้วยความผิดหวัง "อยากจะสำเร็จ มันไม่ง่ายจริงๆ"
"ข้าบอกแล้วไง การจารึกการ์ดเวทย์มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด... เอ๊ะ... เดี๋ยวสิ เอ็งหมายความว่า พรุ่งนี้จะทำต่ออีกเหรอ?!"
หยวนซู่ร้องเสียงหลง "ไอ้หนุ่ม เอ็งติดค่าแรงข้าไปเดือนนึงแล้วนะ เอ็งร้อนเงินไม่ใช่เรอะ?"
"'ลับมีดให้คม ไม่เสียเวลาตัดฟืน' ลุงไม่เคยได้ยินเหรอ?"
ซูเสียนรวบรวมเศษการ์ดที่พังเสียหาย แล้วหยิบการ์ดของปรมาจารย์อี้กับการ์ดราคาถูกติดมือมาด้วย "ลุงหยวน ของพวกนี้ผมขอยืมกลับไปวิเคราะห์ที่บ้านนะ"
"เออๆ เอาไปเถอะ เอาไป..."
หยวนซู่พูดอย่างปลงตก "ติดหนี้ข้าขนาดนี้แล้ว จะยืมอะไรเพิ่มอีกหน่อยก็คงไม่ต่างกัน พรุ่งนี้อย่าลืมเอามาคืนก็พอ"
"รู้แล้วน่า"
ซูเสียนสูดหายใจลึก เตรียมตัวจะกลับ แต่จู่ๆ เสียงเตือนจากเตี่ยนเหนียงก็ดังขึ้น
【 ยินดีด้วยค่ะ เจ้านายได้รับค่าความเคลื่อนไหว 40 แต้ม ปลดล็อกความสำเร็จ 'เป็นที่รู้จักไปทั่ว'! ได้รับรางวัล 500 เหรียญฉี่เตี่ยน! หมายเหตุ: ความสำเร็จนี้จะถูกรีเซ็ตในเวลา 24:00 น. ของวันนี้! 】
หืม...
คราวนี้ซูเสียนถึงกับชะงัก
แล้วก็นึกขึ้นได้ อ๋อ คงเป็นเรื่องของเซี่ยอวิ้นอวิ้นเมื่อวานสินะ ป่านนี้คงลือกันให้แซ่ดไปทั้งโรงเรียนแล้ว... ก็แหงล่ะ เรื่องรักๆ ใครๆ ของสาวงาม ย่อมเป็นที่สนใจของชาวบ้านอยู่แล้ว ยิ่งฝ่ายหญิงเป็นคุณหนูไฮโซผู้ร่ำรวย ดีกรีความเผือกยิ่งพุ่งกระฉูด
แต่รอบนี้ ไม่มีบัตรเช็กอินแถมมาด้วยแฮะ?!
ดูท่าพวกบัตรไอเทมคงจะสุ่มแจกสินะ... ต่อไปคงต้องกลับมานั่งกดเช็กอินเองเหมือนเดิม แต่ก็ช่างเถอะ ได้มาอีก 500 เหรียญ รวมกับของเดิม ตอนนี้เขามีสามพันกว่าเหรียญแล้ว
แค่นี้ก็พอแล้ว!
"เป็นอะไรไปไอ้หนุ่ม? รีบกลับไปพักผ่อนซะสิ... ถึงวันนี้จะเพิ่งทำงานวันที่สอง แต่ลุงหยวนคนนี้ใจกว้าง ให้เอ็งเลิกงานก่อนครึ่งวัน"
หยวนซู่รีบไล่ "ดูหน้าเอ็งซีดเป็นไก่ต้ม ขืนให้อยู่เฝ้าร้านต่อ เป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา ข้าต้องพาไปส่งโรงพยาบาลอีก เปลืองตังค์ข้าเปล่าๆ ไปๆ รีบกลับไปนอนซะ!"
"ผมจะกลับไปวิเคราะห์ดูอีกที..."
ซูเสียนพยักหน้า
"หา? ยังจะเอาอีกเรอะ?"
หยวนซู่ถอนหายใจ "เอ็งนี่มันหัวดื้อจริงๆ ชนกำแพงแล้วยังไม่ยอมถอย ถึงขั้นนี้แล้ว เอ็งยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าถ้าไม่มีอาจารย์ดีๆ คอยชี้แนะ เอ็งไม่มีทางทำสำเร็จหรอก? ถ้าเอ็งสนใจจริงๆ ข้าจะลองฝากฝังเอ็งกับปรมาจารย์อี้ให้ แต่เขาจะรับรึเปล่าอันนี้ไม่รู้นะ..."
"ช่างเถอะ ผมรู้จุดอ่อนของตัวเองดี ขอเวลาทบทวนหน่อยก็พอ"
ซูเสียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบการ์ดเปล่าติดมือกลับไปอีกใบ
หยวนซู่ตะโกนตามหลัง "การ์ดเปล่าใบนั้นก็คิดเงินนะเว้ย!"
"รู้แล้วครับ ลงบัญชีไว้เลย..."
ซูเสียนลุกขึ้นเดินออกจากร้าน
ตลอดทางกลับบ้าน...
สีหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความสงสัย
ทำไมถึงล้มเหลว...
เพราะพลังปราณไม่พอเหรอ?
แต่พลังปราณของเด็กฝึกงานคนนั้น เผลอๆ จะน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ ทำไมหมอนั่นทำได้?
พลังปราณของเขาสูงกว่าเด็กฝึกงาน ความเข้าใจในเวทย์ก็เหนือกว่าระดับปรมาจารย์ แม้ปากกาจารึกจะห่วยแตก แต่มันไม่ใช่ปัจจัยหลัก อย่างมากก็แค่ช่วยเสริมให้งานดีขึ้นนิดหน่อย
แล้วฉันพลาดตรงไหน...
"อุ๊ย ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจ"
"ขอโทษครับ ผมไม่ทันเห็นว่ามี... ก้อนใหญ่ขนาดนี้ขวางอยู่..."
"ขออภัยครับ ที่รบกวนคุณยืนคุยโทรศัพท์กลางถนน"
เดินชนคนไปตลอดทาง ซูเสียนก็โซซัดโซเซกลับมาถึงบ้าน
แต่ใจยังคงจดจ่ออยู่กับเรื่องการ์ดเวทย์...
ทำไมถึงพลาด?
ต้นทุนของฉันเหนือกว่าเด็กฝึกงานตั้งเยอะ พวกเขาทำได้ ทำไมฉันทำไม่ได้?
ซูเสียนขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีก รู้สึกเหมือนมองข้ามอะไรบางอย่างไป
วันนี้กลับบ้านเร็ว...
หยางหว่านฮุ่ยยังไม่กลับ ซูถาวก็ไม่อยู่ บ้านเงียบเชียบมีแค่เขาคนเดียว
พคิดได้แบบนั้น ขาก็พาเขาเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของซูถาว...
ประตูห้องปิดสนิท
เขาผลักเบาๆ...
ประตูเปิดออก
เจ้าของห้องไม่อยู่สองสามวันแล้ว แต่ห้องยังสะอาดสะอ้านเหมือนเดิม เห็นได้ชัดว่าหยางหว่านฮุ่ยคอยเข้ามาทำความสะอาดให้ตลอด
"ห้องใหญ่นี่มันสบายจริงๆ แฮะ"
ซูเสียนรำพึง กวาดตามองไปที่พื้น ครั้งก่อนเธอนั่งอยู่ตรงนี้ แอบรักษาแผลตัวเองเงียบๆ ตอนกลางคืนเพราะไม่อยากให้ใครรู้ จนมาจ๊ะเอ๋กับเขาพอดี
พอนึกถึงหน้าซีดๆ ของน้องสาว... ซูเสียนก็รู้สึกจุกในอก
ต้องรีบหาสาเหตุให้เจอ ไม่งั้นยัยนั่นคงต้องเจ็บตัวกลับมาอีกแน่
ซูเสียนดูเวลา ยังอีกนานกว่าแม่จะกลับ...
เขานั่งลงที่โต๊ะหนังสือของซูถาว มองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์สวยงาม นกน้อยส่งเสียงร้อง ดอกไม้ส่งกลิ่นหอม ผีเสื้อบินว่อน แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องผ่านสายลมพัดเอื่อยๆ ดูงดงามราวกับภาพวาด
"จริงสิ ฉันเป็นพี่ชายแท้ๆ แต่ยัยนั่นได้อยู่ห้องดีๆ วิวสวยๆ แบบนี้ ส่วนห้องฉันเปิดหน้าต่างไปก็เจอส้วมสาธารณะเลย"
ซูเสียนถอนหายใจ แต่จิตใจกลับสงบลงอย่างประหลาด
ก่อนหน้านี้มัวแต่ตะบี้ตะบันทำ ตอนนี้ได้มีเวลามานั่งคิดทบทวนจริงๆ จังๆ สักทีว่าทำไมถึงล้มเหลว... หรือว่า...
เขาหยิบการ์ดที่ตัวเองทำขึ้นมา ส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างภายในอย่างละเอียด แล้วหยิบการ์ดของปรมาจารย์อี้ขึ้นมาเปรียบเทียบ...
ช่วงแรกๆ ก็ดูปกติดี
มีความแตกต่างบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับมีนัยสำคัญ...
แต่พอช่วงท้ายๆ พลังปราณของปรมาจารย์อี้กลับยิ่งหนักแน่นมั่นคง ในขณะที่ของเขาเริ่มแผ่วเบาและขาดช่วง จนสุดท้ายก็พังทลายลงกลางคัน
เป็นเพราะใช้พลังมากเกินไป หรือว่า...
หลังจากนั่งพินิจพิเคราะห์ ตรวจสอบการ์ดของตัวเองทีละใบ เปรียบเทียบกับของปรมาจารย์อี้อยู่นาน
จู่ๆ ดวงตาของซูเสียนก็เป็นประกาย เขาตบมือฉาดใหญ่ ร้องด้วยความดีใจ "รู้แล้วว่าพลาดตรงไหน! คราวนี้ เสร็จฉันแน่ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
จบตอนที่ 44