เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 นายแอบเข้ามาในห้องน้องสาวทำไม?

บทที่ 45 นายแอบเข้ามาในห้องน้องสาวทำไม?

บทที่ 45 นายแอบเข้ามาในห้องน้องสาวทำไม?


บทที่ 45 นายแอบเข้ามาในห้องน้องสาวทำไม?

ซูเสียนรีบวิ่งกลับไปห้องตัวเอง ขนอุปกรณ์สร้างการ์ดเวทย์ทั้งหมดกลับมาที่ห้องซูถาวอีกครั้ง

ยังไงซะก็ทำเพื่อเธอ การได้นั่งทำในห้องเธอ มันรู้สึกมีไฟกว่าเยอะ

เขานั่งลงที่โต๊ะ...

มองดูกองการ์ดเวทย์ที่พังยับเยินบนโต๊ะ การ์ดพวกนี้ปล่อยพลังเวทย์ไม่ออก และเอากลับมาใช้ใหม่ไม่ได้อีกแล้ว กลายเป็นขยะโดยสมบูรณ์

เหลือเพียงการ์ดระดับฝึกหัดที่เขาหยิบมาจากร้านใบเดียวที่ยังมีค่า

คืนนี้... ยังมีโอกาสลองอีกครั้ง

และครั้งนี้... ต้องสำเร็จแน่

ซูเสียนมั่นใจเต็มเปี่ยม

ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าตัวเองพลาดตรงไหน...

ก่อนหน้านี้ เขาพยายามเลียนแบบลายเส้นของปรมาจารย์อี้ แต่ลายเส้นของปรมาจารย์อี้นั้นชำนาญมาก จุดสะดุดมีน้อยนิดแทบนับนิ้วได้

เขาประเมินตัวเองสูงเกินไป

แต่ถ้าลองเปลี่ยนมาเลียนแบบลายเส้นของเด็กฝึกงานคนนั้นล่ะ?

หรือจะพูดให้ถูกคือ...

จุดสะดุดพวกนั้น อาจจะไม่ได้เกิดจากฝีมือไม่ถึงอย่างที่เขาคิดในตอนแรก แต่มันอาจเป็น "จุดพัก" ที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อให้พลังปราณไหลเวียนได้อย่างสมเหตุสมผล

เพียงแต่พอยิ่งเก่งขึ้น จุดพักพวกนี้ก็จะยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ

"ถึงได้บอกไงว่า ตอนแรกคิดจะเขียนรวดเดียวจบโดยไม่มีจุดพัก ฉันนี่มันโง่จริงๆ"

ซูเสียนคิดได้ว่า ตึกสูงระฟ้าย่อมเริ่มสร้างจากพื้นดิน ต่อให้เป็นยอดฝีมือแค่ไหน ก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานทั้งนั้น ปรมาจารย์อี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ แม้พลังฝึกตนจะไม่สูง แต่เขาก็ต้องมีเคล็ดลับเฉพาะตัว

การที่เขาคิดจะข้ามขั้นไปเลียนแบบปรมาจารย์อี้ แถมยังคิดจะทำให้สมบูรณ์แบบกว่าโดยไม่มีจุดสะดุด... จะไม่ล้มเหลวได้ยังไง?

งั้นก็ลองทำตามแบบของเด็กฝึกงานดู

ซูเสียนกลั้นหายใจ ปลายปากกาจารึกอักขระเริ่มเรืองแสงด้วยพลังปราณ แล้วค่อยๆ จรดลงบนการ์ด

ในหัวคำนวณทุกย่างก้าว...

ตรงจุดเลี้ยวแรก ปรมาจารย์อี้วาดโค้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เด็กฝึกงานคนนั้นกลับทิ้งจุดสะดุดไว้ ทำให้พลังของเวทย์ลดลง ตอนนั้นฉันพยายามฝืนวาดโค้งตามแบบปรมาจารย์อี้ ผลก็คือเสียพลังปราณไปเกือบ 10%!

จุดอื่นๆ ก็เหมือนกัน

ไม่รู้จักทางลัด เอาแต่ตะบี้ตะบันชนดะ ถ้าฉันไม่พลาดแล้วใครจะพลาด?

จริงด้วยสิ พอข้ามมิติมา แถมยังมีเตี่ยนเหนียงคอยช่วย ลึกๆ แล้วฉันคงทะนงตัวเกินไปหน่อย ปากบอกว่าขอแค่ทำสำเร็จก็พอ แต่ใจจริงกลับอยากสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

ความจริงคือ... ตรงไหนที่ควรมีจุดบกพร่อง ก็ต้องปล่อยให้มี

คิดได้ดังนั้น ซูเสียนก็ตัดการส่งพลังปราณช่วงสั้นๆ ทำให้เส้นสายลายอักขระช่วงนั้นดูขาดๆ เกินๆ ดูห่วยแตก แต่กลับช่วยเซฟพลังปราณของเขาเอาไว้ได้

ดวงตาของซูเสียนเป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ...

ลายเส้นบนการ์ดเริ่มดูยุ่งเหยิงมั่วซั่วขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ว่าต่อให้ทำสำเร็จ พลังโจมตีอาจจะไม่ถึง 100 ต้งด้วยซ้ำ เหมือนที่ถาวถาวเคยบอก การ์ดใบนี้คงเอาไว้ใช้จุดบุหรี่ได้แค่นั้นแหละ

แต่ถึงอย่างนั้น...

"สำเร็จ!!!"

ซูเสียนตะโกนลั่น ขว้างปากกาในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วหัวเราะร่า "สำเร็จแล้ว! ในที่สุดฉันก็สร้างการ์ดเวทย์ใบแรกได้สำเร็จแล้ว"

【 ตรวจพบทักษะการจารึกการ์ดเวทย์ - อัคคีสายฟ้า! ได้ทำการบันทึกลงในชั้นหนังสือแล้ว ต้องการสมัครสมาชิกหรือไม่? ค่าสมัคร 3,000 เหรียญฉี่เตี่ยน! 】

ค่าสมัครแพงขนาดนี้เลยเหรอ?!

ราคาเกือบเท่าเคล็ดวิชาฝึกตนเลย...

แต่ซูเสียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย ตะโกนตอบ "สมัครเลย! สมัครแบบฟูลแพ็กเกจ!"

ในใจนึกขอบคุณสวรรค์ โชคดีที่ช่วงที่ผ่านมานอกจากค่าสมัครเวทย์คุกแสงเงาแล้ว เขาแทบไม่ได้ใช้อะไรเลย อาศัยการเช็กอินรายวัน และการสะสมแต้มความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการช่วยเหลือ (โดยไม่ได้ตั้งใจ) จากเซี่ยอวิ้นอวิ้นเมื่อกี้ ที่ช่วยปั๊มมาให้อีก 500 เหรียญ ทำให้ยอดเงินของเขาทะลุสามพันเหรียญมาได้อย่างเฉียดฉิว... ไม่อย่างนั้นคงต้องมานั่งกุมขมับเรื่องเงินไม่พอแน่

แต่ต่อให้เรียนแค่วิธีสร้างการ์ดอัคคีสายฟ้าอย่างเดียว ก็เพียงพอจะทำเงินมหาศาลได้แล้ว

สิ้นเสียงตะโกน

ยอดเหรียญฉี่เตี่ยนที่เพิ่งจะดูอู้ฟู่ หดหายวูบไปในพริบตา เหลือเพียง 498 เหรียญ

แต่ภาพตรงหน้าของซูเสียน กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับกำลังเดินทางผ่านอุโมงค์กาลเวลา

เบื้องหน้าของเขา...

กาลเวลาหมุนย้อนกลับไปสู่อดีต

ชายชราผู้หนึ่งกำลังบรรจงจารึกการ์ดเวทย์อย่างตั้งใจ ไม่ใช่บนการ์ดสี่เหลี่ยมอย่างที่เขาใช้ แต่เป็นบนกระดาษยันต์สีเหลืองดูเรียบง่าย

นี่คงเป็นยุคแรกเริ่มของวัฒนธรรมการ์ดเวทย์สินะ?

ซูเสียนเคยอ่านเจอในหนังสือว่า ก่อนจะเป็นการ์ดเวทย์ มันเคยเป็นยันต์มาก่อน แต่กระดาษยันต์นั้นเสียหายง่ายตามกาลเวลา และการถ่ายทอดพลังปราณก็มีการสูญเสียมาก ทำให้แสดงอานุภาพได้ไม่เต็มที่ จึงค่อยๆ พัฒนามาเป็นการ์ดเวทย์ในปัจจุบัน!

ผลผลิตจากการผสมผสานเทคโนโลยีและการฝึกตน

"อัคคีสายฟ้า!!!"

ชายชราผู้นั้นร่ายเวทย์อัคคีสายฟ้า แต่พลังปราณทั้งหมดกลับรวมศูนย์อยู่ที่ปลายพู่กัน แล้วถ่ายทอดลงสู่กระดาษยันต์ ต่างจากความทุลักทุเลของซูเสียน ชายชราทำได้อย่างพลิ้วไหว แม้สิ่งที่เขากำลังจารึกจะไม่ใช่อัคคีสายฟ้าระดับ 1 ที่อ่อนแอที่สุด แต่เป็นถึงระดับ 3 เขาก็ยังทำได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

"ที่แท้การไหลเวียนของพลังปราณ มันเป็นแบบนี้นี่เอง?!"

ซูเสียนเบิกตากว้าง จ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของชายชรา... จนกระทั่งเสร็จสิ้น

ทุกจังหวะการไหลเวียน ทุกการตวัดพู่กัน ถูกบันทึกลงในใจจนหมดสิ้น

กาลเวลาหมุนเปลี่ยน

ซูเสียนเฝ้ามองอยู่นอกกงล้อแห่งกาลเวลา...

มองดูเหล่าอัจฉริยะในหน้าประวัติศาสตร์ ผู้ที่เคยฝากชื่อไว้ในตำรา หรือผู้ที่ถูกลืมเลือนไปตามสายธารแห่งกาลเวลา... แต่ขอเพียงมีบันทึกอยู่ในฉี่เตี่ยน เขาก็สามารถมองเห็นได้

ไม่ใช่แค่เห็นเปลือกนอก แต่เห็นทะลุถึงแก่นแท้ การไหลเวียนของพลังปราณ การก่อตัวของเวทย์ และการตวัดปลายพู่กันบนการ์ด... ทุกอย่างประจักษ์แก่สายตา

"ที่แท้วิธีสร้างการ์ดอัคคีสายฟ้า มันเป็นแบบนี้นี่เอง"

ซูเสียนคิดในใจว่าเตี่ยนเหนียงนี่ใจดีชะมัด... เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเขาอยากเรียนวิธีทำดินปืน แต่เตี่ยนเหนียงไม่สอนแค่วิธีทำ แต่สอนวิชาเคมีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ด้วย ไม่ใช่แค่ให้รู้ว่าทำยังไง แต่ให้รู้ว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น!

ตั้งแต่อัคคีสายฟ้าระดับ 4, 3, 2 ไปจนถึงระดับ 1 ตอนนี้ซูเสียนเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ควบคุมได้ดั่งใจนึก

เผลอๆ ถ้าเป็นเวทย์บทอื่น...

ซูเสียนรู้สึกว่า ถ้าพลังปราณพอ เขาอาจจะลองสร้างการ์ดเวทย์คุกแสงเงาดูบ้างก็ได้!

เพราะหลักการทั้งหมดอยู่ในหัวเขาแล้ว

"สะ... สำเร็จแล้ว!!!"

ซูเสียนค่อยๆ ลุกขึ้น ความรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนสมัครสมาชิกสกิลต่อสู้เสียอีก!

หนึ่งแสนเหรียญดารา... แม่ของเขาทำงานหนักมาสิบกว่าปี ยังเก็บเงินได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวของจำนวนนี้เลย... เทียบค่าเงินแล้วก็เหมือนเงินล้านในชาติก่อน การหาเงินแสนที่นี่ ยากพอๆ กับหาเงินล้านในโลกเดิม

แม้ปกติจะแกล้งทำเป็นมั่นใจ แต่ความยากลำบากในการหาเงิน เขาซึ้งใจดีตั้งแต่ชาติที่แล้ว... ลึกๆ แล้วเขาก็กังวลอยู่ไม่น้อย

แต่ตอนนี้...

"เฮ้อ... โล่งอกไปที รอถาวถาวกลับมา จะได้บอกยัยนั่นว่า ไม่ต้องไปเสี่ยงตายในป่าทมิฬอีกแล้ว"

ซูเสียนทิ้งตัวลงนอนแผ่หรากับพื้น พึมพำกับตัวเอง

ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา จนอยากจะหลับมันตรงนั้น

เขาค่อยๆ ปล่อยวางความคิด นอนนิ่งปล่อยใจให้ล่องลอย...

จนกระทั่ง...

รองเท้าแตะผู้หญิงคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า

ซูเสียนที่นอนอยู่บนพื้นทำหน้าเลิ่กลั่ก มองหยางหว่านฮุ่ยที่มายืนอยู่หน้าประตูห้องซูถาวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

หยางหว่านฮุ่ยเองก็ทำหน้าลำบากใจ ถามตะกุกตะกักว่า "เอ่อ... เสี่ยวเสียน... ทะ... ทำไมลูกถึงมานอนกลิ้งอยู่บนพื้นห้องน้องสาวแบบนี้ล่ะจ๊ะ?"

ซูเสียน: ".................................................................."


จบตอนที่ 45

จบบทที่ บทที่ 45 นายแอบเข้ามาในห้องน้องสาวทำไม?

คัดลอกลิงก์แล้ว