- หน้าแรก
- เกมบำเพ็ญเพียรขนานแท้
- บทที่ 42 กล้าบอกรักดังๆ
บทที่ 42 กล้าบอกรักดังๆ
บทที่ 42 กล้าบอกรักดังๆ
บทที่ 42 กล้าบอกรักดังๆ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หยางหว่านฮุ่ยออกจากบ้านไปแต่เช้า... ทิ้งไว้เพียงอาหารเช้าและกระดาษโน้ตบนโต๊ะ
บ้านที่เคยครึกครื้น วันนี้กลับดูเงียบเหงาไปถนัดตา
ซูเสียนทานข้าวเสร็จ...
ก็ไม่โอ้เอ้ คว้ากระเป๋านักเรียนมุ่งหน้าไปโรงเรียนก่อนเวลา
จุดหมายแรกคือห้องสมุดโรงเรียน เขายืมหนังสือเกี่ยวกับการสร้างการ์ดเวทย์มาตั้งใหญ่ หนังสือในห้องสมุดย่อมมีเนื้อหาครบถ้วนกว่าเล่มที่ร้านของหยวนซู่
เขาหอบหนังสือเล่มหนาเตอะสองเล่มเข้าห้องเรียน
นั่งลง...
แล้วก้มหน้าก้มตาศึกษาอย่างขะมักเขม้น ไม่จำเป็นต้องเข้าใจลึกซึ้ง ขอแค่รู้หลักการคร่าวๆ แปดเก้าส่วนก็พอ ซูเสียนรู้ขีดจำกัดตัวเองดี เขาไม่ต้องรู้ลึก... แค่รู้ผิวเผินก็เพียงพอแล้ว
ที่นั่งข้างๆ
เมื่อเซี่ยอวิ้นอวิ้นมาถึง สิ่งแรกที่เห็นคือภาพซูเสียนกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ หน้าแทบจะสิงเข้าไปในกระดาษ ไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย
เดิมทีเธอเตรียมบทพูดมาเป็นกุรุส กะว่าจะเอามาพ่นใส่หน้าไอ้หมอนี่ให้หายแค้น เช่น จะถามด้วยความโกรธว่าเมื่อวานแกล้งเธอใช่ไหม... หรือจะแกล้งทำเป็นรู้ทัน บอกว่าแผนการของนายอยู่ในกำมือฉันหมดแล้ว
แต่ไม่ว่าจะบทไหน...
ตอนนี้กลับพูดไม่ออกสักคำ
ฮึ... รอให้นายเงยหน้าขึ้นมาก่อนเถอะ
จากนั้น
สองคาบเรียนผ่านไป...
บรรยากาศการเรียนของห้อง A ค่อนข้างอิสระ นักเรียนที่นี่ล้วนมีความถนัดเฉพาะตัว ถ้าไม่ขยันก็คงถูกคัดออกให้อายขายขี้หน้า
ดังนั้นในเวลาเรียน ขอแค่นักเรียนไม่หลับ ไม่โดด ไม่ทำตัวเหลวไหล ถ้าคิดว่าเข้าใจบทเรียนแล้วจะไปศึกษาเรื่องอื่น อาจารย์ส่วนใหญ่ก็จะทำเป็นปิดตาข้างเดียว
แต่การที่นั่งจ้องหนังสือตาแทบไม่กะพริบติดต่อกันสองสามชั่วโมง พลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ แบบนี้ ทำเอาเซี่ยอวิ้นอวิ้นถึงกับอึ้ง หมอนี่รักเรียนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ขยันขนาดนี้ ทำไมเมื่อก่อนถึงไปจมปลักอยู่ห้อง G ได้นะ?
ผลก็คือ จนกระทั่งเลิกเรียน
เซี่ยอวิ้นอวิ้นก็ยังหาจังหวะคุยกับซูเสียนไม่ได้เลย
พอเลิกเรียน ซูเสียนก็เก็บของเตรียมตัวจะไป เซี่ยอวิ้นอวิ้นทนไม่ไหว รีบเรียกเขาไว้
ซูเสียนหันกลับมามองด้วยความงุนงง คิดในใจว่า 'ยัยนี่ความรู้สึกช้าชะมัด เมื่อวานโดนฉันแกล้งขนาดนั้น วันนี้ยังมาคุยกับฉันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อีก?!'
เขาถาม "มีอะไรรึเปล่า?"
ท่าทีเมินเฉยของเขาทำเอาเซี่ยอวิ้นอวิ้นยิ่งหงุดหงิด 'ชัดเจนเลยว่าเมื่อวานหมอนี่แกล้งฉัน ไม่อย่างนั้นถ้าทำไม่สำเร็จ มันต้องมีอาการผิดหวังบ้างสิ นี่อะไร ไม่สะทกสะท้านเลย'
ถึงเธอจะไม่ได้ชอบซูเสียน แต่การโดนเมินแบบนี้มันก็น่าโมโหอยู่ดี
เซี่ยอวิ้นอวิ้นแค่นเสียงฮึ แล้วพูดเน้นทีละคำ "ฉันจะบอกให้นะ ซูเสียน ฉันไม่ยอมแพ้หรอก อย่าคิดว่าจะใช้วิธีพรรค์นั้นมาบีบให้ฉันถอย... ต่อจากนี้ไป ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่า ความรู้สึกของฉันคือของจริง ไม่ใช่เกมของคุณหนูไฮโซอย่างที่นายดูถูก!"
"เอ่อ..."
ซูเสียน: ".................................................................."
【 ยินดีด้วยค่ะ เจ้านายได้รับค่าความเคลื่อนไหว 20 แต้ม ปลดล็อกความสำเร็จ 'มีชื่อเสียงเล็กน้อย'! ได้รับรางวัล 200 เหรียญฉี่เตี่ยน! หมายเหตุ: ความสำเร็จนี้จะถูกรีเซ็ตในเวลา 24:00 น. ของวันนี้! 】
เสียงเตือนจากเตี่ยนเหนียงดังขึ้นข้างหู
ซูเสียนถอนหายใจ 'ยัยนี่สมกับเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่จริงๆ ไม่แคร์สายตาชาวบ้านเลย... แต่ปัญหาคือ คนที่เธอสารภาพรักด้วยไม่ได้อยู่ตรงนี้ไง เธอจะมาพร่ำเพ้อให้ฉันฟังทำไม ฉันไม่เอาไปบอกถาวถาวหรอกนะ มันจะมีประโยชน์อะไร?'
เขาหารู้ไม่ว่า เป้าหมายของเซี่ยอวิ้นอวิ้นเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่กะจะ "ขอขมาถาวถาวโดยตรง แล้วค่อยจีบ" กลายเป็น "เอาชนะใจพี่ชายให้ได้ก่อน แล้วค่อยขอขมาถาวถาว จากนั้นค่อยจีบ!"
น้าเล็กพูดถูก ถ้าแม้แต่คนในครอบครัวของผู้หญิงที่เรารักยังไม่ยอมรับ แล้วฉันจะมีหน้าไปท้าทายจารีตประเพณีโลกได้ยังไง?
"ช่างเถอะ เธออยากทำอะไรก็ทำ ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว"
คนที่รู้ก็รู้ว่าเธอกำลังจีบน้องสาวฉัน แต่คนที่ไม่รู้ คงนึกว่าเธอกำลังจีบฉันอยู่แน่ๆ...
แต่ก็ดี อย่างน้อยก็ได้ค่าความเคลื่อนไหวมาฟรีๆ 20 แต้ม ถือเป็นรายได้เสริม
200 เหรียญฉี่เตี่ยนนี่ เช็กอินวันเดียวยังได้ไม่ถึงเลยนะ
คิดแล้วซูเสียนก็มองดูบัตรไอเทมเช็กอินรายสัปดาห์ด้วยความอาลัย วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้เขาต้องกลับไปสู่วงจรชีวิตที่ต้องคอยพะวงเวลาเช็กอินอีกครั้ง...
หรือว่าวันนี้จะได้ความสำเร็จ "เป็นที่รู้จักไปทั่ว" จนได้บัตรเช็กอินมาอีกใบ?
ซูเสียนมองไปรอบห้อง เพื่อนร่วมชั้นต่างมองเขาและเซี่ยอวิ้นอวิ้นตาค้าง...
คราวนี้ เซี่ยอวิ้นอวิ้นไม่มีท่าทีเขินอาย มีแต่ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
นายบอกว่าฉันไม่กล้าบอกรักดังๆ ใช่ไหม? ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกล้า! ฉันจะไม่ลังเลอีกแล้ว คนที่ฉันชอบ ฉันก็จะชอบให้ถึงที่สุด...
ในใจเธอกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฮีโร่ผู้กล้าท้าทายขนบธรรมเนียมโลก แม้คนทั้งโลกจะคัดค้าน แต่เธอก็จะก้าวต่อไป!
พอคิดได้แบบนี้ สายตาจับจ้องของคนรอบข้างก็ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป
"เอาเถอะ ตามใจเธอแล้วกัน"
ซูเสียนบ่นพึมพำ เขาไม่มีอารมณ์จะมาสนใจเธอแล้ว อุตส่าห์ศึกษาพื้นฐานการสร้างการ์ดมาทั้งเช้า ถึงจะยังไม่ถึงขั้นเริ่มต้น เพราะวงการนี้มันเข้ายาก แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่การเป็นมือโปร เขาแค่ต้องการสร้างการ์ดที่ใช้งานได้จริงสักใบก็พอ!
【 หรือเจ้านายจะจ่าย 5,000 เหรียญฉี่เตี่ยน เพื่อนำทักษะ 'สร้างการ์ดเวทย์' เข้าชั้นหนังสือโดยตรงก็ได้นะคะ 】
ซูเสียนเมินข้อเสนอของเตี่ยนเหนียง... ล้อเล่นน่า ให้ขายตัวยังหาเงินมาไม่ได้ขนาดนั้นเลย อีกอย่าง แค่สร้างการ์ดขยะๆ สักใบ มันจะยากแค่ไหนเชียว?
หลังจากศึกษามาทั้งวัน ตอนนี้เขาคันไม้คันมืออยากลองวิชาเต็มแก่แล้ว
ท่ามกลางสายตาเลื่อมใสระคนตกตะลึงของเพื่อนร่วมชั้น ซูเสียนเดินออกจากห้องเรียน ตรงไปคืนหนังสือที่ห้องสมุด แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังร้านการ์ดเวทย์ทันที
"โย่... ไอ้หนุ่ม วันนี้มาเช้ากว่าปกตินะ"
แปลกมาก ปกติหยวนซู่จะหน้าตาซีดเซียวเหมือนคนอดนอน แต่วันนี้หน้าตาดูสดใสเปล่งปลั่ง ราวกับว่า...
"เมื่อคืนลุงไปดูดพลังหยินมาเติมพลังหยางเหรอครับ?!"
"พูดจาเหลวไหล! เขาเรียกว่า 'ปลดปล่อย' ต่างหากโว้ย ผู้ชายเราพอได้ระบายความอัดอั้นออกไป จิตใจก็แจ่มใส หน้าตาก็สดชื่นเป็นธรรมดา"
หยวนซู่ตบธนบัตรสองใบลงบนโต๊ะ "อะนี่ ค่าแรงเมื่อวาน 70 เหรียญ ฮึ แค่นั่งเล่นเกมเฝ้าร้านก็ได้เงินตั้ง 70 เหรียญ งานสบายขนาดนี้ เมื่อก่อนเอ็งยังกล้าปฏิเสธ ช่างไม่รู้อะไรซะเลย"
"ฝากไว้ก่อนครับ"
ซูเสียนโยนกระเป๋าไปข้างๆ "เงินแค่นี้เปลี่ยนชีวิตไม่ได้หรอก ฝากไว้ที่ลุงก่อน แล้วก็... ขอการ์ดเวทย์เปล่าให้ผมใบนึงครับ"
"นะ... นาย..."
หยวนซู่ตาถลน ตะโกนลั่น "ไอ้... ไอ้เด็กเปรต เอ็งไม่ไปเป็นพ่อค้าหน้าเลือดนี่เสียของแย่! ข้าบอกแล้วไงว่าการ์ดเปล่าทุนมาตั้ง 100 เหรียญ เอ็งจะเอาเงิน 70 เหรียญมาซื้อ?! แถมยังพูดหน้าตาเฉย... แม่เอ็งสอนมายังไงถึงได้หน้าหนาขนาดนี้วะเนี่ย?"