- หน้าแรก
- ข้าไม่ใช่ลอร์ด
- บทที่ 7 ท่านต่างหากคือผู้มาเยือน
บทที่ 7 ท่านต่างหากคือผู้มาเยือน
บทที่ 7 ท่านต่างหากคือผู้มาเยือน
บทที่ 7 ท่านต่างหากคือผู้มาเยือน
“ดัชเชสเคยกล่าวไว้ว่า ผู้ที่ให้ความสำคัญเพียงเกียรติยศและกำลังรบ อย่างมากก็เป็นได้เพียงอัศวินที่ยอดเยี่ยม ผู้ที่ให้ความสำคัญกับทาสติดที่ดินและผืนดินเท่านั้นจึงจะเป็นลอร์ดที่คู่ควร และท่านก็คือ...”
เมื่อมองดูยาเกน่าที่พูดไม่หยุด ลินน์ก็สงสัยอยู่ครู่หนึ่งว่าตนเองกำลังถูกจัดฉากอยู่หรือไม่
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ บารอนโรมานที่ตายตาไม่หลับคนนั้นถูกจัดฉาก
แต่เมื่อคิดให้ดีแล้ว ก็รู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
ดยุกแห่งมาร์ชแลนด์สจะมาควบคุมเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีกับผู้ดูแลดินแดนจากระยะไกล สร้างเรื่องโกหกคำโตขึ้นมา เพียงเพื่อจัดฉากบารอนตัวเล็กๆ คนหนึ่งเนี่ยนะ?
เพื่ออะไร? แม้จะเป็นลูกชายคนที่สองของตระกูลโคลด์วินด์ ก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้
ดยุกแห่งมาร์ชแลนด์สผู้สูงศักดิ์เป็นหนึ่งในสามดยุกผู้มีอำนาจที่แท้จริงของอาณาจักรแดนเหนือ มีกองทัพที่แข็งแกร่งเป็นรองเพียงกษัตริย์เท่านั้น
ด้วยกำลังของเขา ต่อให้ดินแดนบารอนทั้งหกแห่งในลุ่มแม่น้ำขาวก่อกบฏทั้งหมด สำหรับดยุกแล้วก็เป็นเพียงเรื่องขี้ปะติ๋ว
อัศวินประจำการติดอาวุธเต็มยศร้อยกว่านาย ก็สามารถกวาดล้างลุ่มแม่น้ำขาวในปัจจุบันจากใต้จรดเหนือได้แล้ว
ส่วนทางฝั่งของลินน์ เพียงแค่ส่งคนสนิทไปตรวจสอบในดินแดนหมีขาวหลายๆ ทาง หรือเดินทางไปยังดินแดนหาดตื้นสักครั้ง ก็เพียงพอที่จะยืนยันตัวตนที่แท้จริงของยาเกน่าได้
ผ่านหน้าต่างของ《ลอร์ด》เขายังสามารถมองยาเกน่าได้ทะลุปรุโปร่ง
【ยาเกน่า★★】
【ผู้นำ: E-】【ความแข็งแกร่ง: E-】【ความทนทาน: E+】
【สติปัญญา: C-】【การปกครอง: E】【เสน่ห์: D】
【ความภักดี: 72 — สามารถรับเป็นผู้ติดตามได้】
【คุณสมบัติ: กุนซือ — ข้อเสนอของตนเองจะได้รับการยอมรับง่ายขึ้น】
ไม่ต้องพูดถึงค่าสถานะและคุณสมบัติ แค่ดูที่ความภักดี นี่มันก็แฟนนคลับตัวยงชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ? แน่นอนว่าผู้ติดตามที่เน้นสติปัญญาแบบนี้ค่อนข้างจะสวยแต่รูปไปหน่อย ประโยชน์สูงสุดคือใช้ส่งไปทำภารกิจที่ไม่ต้องออกแรง
ยาเกน่ายืนพูดอยู่ครึ่งค่อนวัน อาจจะพูดจนเหนื่อย เลยต้องนั่งลง ดื่มเหล้าน้ำผึ้งแอปเปิ้ลเพื่อชโลมลำคอ
ขณะที่ดื่ม นางยังแอบเหลือบมองลินน์อยู่แวบหนึ่ง
เมื่อพบว่าท่านบารอนทำท่าครุ่นคิด และตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธนาง นางก็รู้สึกว่ามีหวัง ในใจก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
การไม่คัดค้านในหลายๆ ครั้งก็หมายถึงการยอมรับ หรือกระทั่งการสนับสนุน
“แล้ว เจ้าเคยไปศึกษาที่ราชสำนักของดยุกแห่งมาร์ชแลนด์สมาก่อนเหรอ?”
เมื่อเผชิญกับคำถามของลินน์อีกครั้ง ยาเกน่าก็กำแก้วเหล้าอุ่นๆ ในมือแน่น แล้วตอบว่า:
“ทายาทขุนนางในลุ่มแม่น้ำขาวทุกคน จะต้องไปศึกษาที่ราชสำนักของดยุกค่ะ เดิมทีข้ายังอยู่ต่อได้อีกหนึ่งปี แต่เนื่องจากอาการป่วยของท่านพ่อทรุดลง เลยต้องกลับบ้านก่อนกำหนด”
ราชสำนักของขุนนางในยุคนี้ทำหน้าที่คล้ายกับโรงเรียน
เด็กๆ จากครอบครัวขุนนางระดับล่าง โดยทั่วไปแล้วเมื่ออายุสิบสามสิบสี่ปีจะถูกส่งไปยังราชสำนักของขุนนางระดับสูงเพื่อรับการศึกษา
เด็กชายมักจะถูกฝึกให้เป็นอัศวิน ส่วนเด็กสาวจะต้องเป็นนางกำนัลของภริยาขุนนาง และเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัว การเลี้ยงดูลูก การตัดเย็บเสื้อผ้า และทักษะอื่นๆ
โรงเรียนแบบนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดความรู้และวิชาการต่อสู้ แต่ยังเป็นสายสัมพันธ์พิเศษที่เชื่อมโยงขุนนางระดับสูงกับขุนนางระดับล่างเข้าด้วยกัน เพิ่มความผูกพันที่เรียกว่า ‘ศิษย์-อาจารย์’ ระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
“อาจารย์ของเจ้า คือดัชเชสแห่งมาร์ชแลนด์สเหรอ?”
ลินน์คลุกคลีอยู่ในแดนเหนือ ย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของดยุกแห่งมาร์ชแลนด์สและภริยาของเขา
ลักษณะเด่นที่สุดของดัชเชสผู้นี้คือ ความดุดันและเก่งกาจในการต่อสู้ แถมยังมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ ‘องอาจ’ ผิดปกติ
ในโรงเตี๊ยมมีข่าวลือว่า ดยุกแห่งมาร์ชแลนด์สจงใจแต่งงานกับหญิงอัปลักษณ์คนนี้ เพื่อให้ได้ทายาทที่แข็งแกร่ง
และผลลัพธ์ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
บุตรชายคนโตของดยุกมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย พออายุครบยี่สิบปีก็ไร้เทียมทานทั่วดินแดน
ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัศวินหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนเหนือ เรียกได้ว่าสืบทอดพันธุกรรมของพ่อแม่มาอย่างสมบูรณ์แบบ
“รูปลักษณ์ภายนอกของดัชเชสไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปจริงๆ ค่ะ และความกล้าหาญของนางก็ไม่ด้อยไปกว่าอัศวินชายที่แข็งแกร่งเหล่านั้น แต่จิตใจของนางกลับอ่อนโยนมาก นางมักจะสอนพวกเราให้ปฏิบัติต่อทาสติดที่ดินอย่างดี ให้ความสำคัญกับการเกษตรและงานฝีมือของดินแดน และยังสอนพวกเราว่าควรจะช่วยเหลือสามีบริหารจัดการดินแดนอย่างไร”
เมื่อพูดถึงดัชเชส ดวงตาสีเขียวอมเทาที่สดใสของยาเกน่าก็มีประกายวาววับ
นางใช้ชีวิตสามปีอย่างมีความสุขไร้กังวลในราชสำนักของดยุก แต่เนื่องจากเหตุผลทางครอบครัว จึงถูกบังคับให้หยุดเรียนกลางคันและกลับบ้านแต่งงาน
บัดนี้นางกลับตกอับกลายเป็นสุนัขไร้เจ้าของ เรียกได้ว่าน่าเวทนาอย่างยิ่ง
ดังนั้นนางจึงมองลินน์เป็นความหวังสุดท้าย และปรารถนาที่จะใช้ ‘ความรู้ความสามารถ’ ที่เต็มเปี่ยมของตนเองช่วยเหลือบารอนคนใหม่ผู้นี้
และหากเป็นไปได้ นางก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สถานะอันสูงส่งของภริยาบารอนกลับคืนมา และใช้สถานะนี้ก้าวขึ้นสู่เวทีการเมืองของแดนเหนือ
แต่สิ่งที่ลินน์สนใจกลับเป็นอีกด้านหนึ่งของดัชเชส
แดนเหนือเนื่องจากสภาพแวดล้อม ทำให้ผู้คนมีนิสัยดุดันและเชี่ยวชาญการต่อสู้มาโดยตลอด และไม่เคยขาดแคลนอัศวินหญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคสมัย
แต่กลับไม่คิดว่าดัชเชสผู้มีชื่อเสียงด้านความกล้าหาญคนนี้จะเก่งกาจในการปกครองดินแดนด้วย
“ฟังดูเหมือนเจ้าจะเคารพดัชเชสมากนะ? แล้วเจ้าหวังให้ข้ายึดครองดินแดนของตระกูลเจ้าจริงๆ เหรอ? แม้จะต้องขัดต่อเจตจำนงสุดท้ายของพ่อเจ้า แม้จะต้องเป็นศัตรูกับอาจารย์ของเจ้า? นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการจริงๆ เหรอ?”
ลินน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองยาเกน่าที่กำลังตื่นเต้นราวกับเข้ารับการสัมภาษณ์รอบสุดท้าย
แต่ใครจะคิดว่ายาเกน่าจะตอบกลับมาโดยไม่ลังเล: “ข้าคิดว่า แทนที่จะให้ดินแดนหาดตื้นถูกน้องชายโง่ๆ ของข้าผลาญจนหมดสู้ให้มันเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าเดิมไม่ดีกว่าหรือคะ
ส่วนท่านอาจารย์ ข้าย่อมรู้สึกขอบคุณนาง แต่ดยุกแห่งมาร์ชแลนด์สในปัจจุบันไม่ใช่ลอร์ดที่คู่ควรเลย เพื่อขยายกองทัพ หลายปีมานี้เขาได้เพิ่มภาษีใหม่ถึงห้าอย่าง ทาสติดที่ดินในดินแดนของเขามีชีวิตที่น่าสังเวชกว่าในดินแดนหมีขาวมากนัก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลินน์ก็สามารถยืนยันได้ว่า ยาเกน่ามีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี
นางวางแผนมานานแล้วว่าจะเสนอแผนการเมื่อลอร์ดคนใหม่มารับตำแหน่ง เพื่อการนี้ถึงกับยอมเป็นศัตรูกับญาติสนิท
ลินน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ยาเกน่าต้องการ อาจจะไกลเกินกว่าสถานะภริยาบารอน
หากเพียงเพื่อสถานะนี้ ไม่น่าจะถึงกับต้องเปิดไพ่ทั้งหมดตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน
เป็นไปตามคาด เมื่อยาเกน่าเห็นลินน์ลังเล นางก็รีบปล่อยหมัดเด็ดที่ใหญ่กว่าเดิมออกมาทันที
“ท่านลอร์ด ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องสารภาพกับท่าน น้องชายของข้าไม่ใช่ลูกของท่านพ่อเลย ข้าเคยเห็นแม่เลี้ยงอยู่กับอัศวินของท่านพ่อในห้องนอนเดียวกัน แถมยังเป็นช่วงที่ท่านพ่อป่วยหนักอีกด้วย ที่ข้าช่วยท่านยึดดินแดนหาดตื้น ส่วนใหญ่ก็เพื่อแก้แค้นค่ะ”
ลินน์หรี่ตาทั้งสองข้างลง จ้องมองดวงตาของยาเกน่าอย่างไม่วางตา แล้วถามย้ำว่า: “เรื่องพวกนี้ เจ้าเคยบอกอดีตสามีของเจ้าบ้างไหม?”
“ไม่เคยค่ะ ครั้งแรกที่ข้าเห็นเขา ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่สามารถฝากผีฝากไข้ได้ แต่ท่านแตกต่างออกไป ตั้งแต่ที่เราพูดคุยกันมา ข้าก็สังเกตสีหน้าของท่านมาตลอด ข้าคิดว่า ท่านมีความทะเยอทะยาน และมีความสามารถที่คู่ควรกับความทะเยอทะยานนั้น ที่สำคัญที่สุดคือ ท่านถูกข้าพูดจนคล้อยตามแล้ว”
ยาเกน่าก็สบตาลินน์อย่างกล้าหาญเช่นกัน
ถึงตอนนี้ ลินน์ก็รู้สึกเหมือนเมฆหมอกได้จางหายไปในที่สุด
เขาถูกจัดฉากเข้าให้แล้วจริงๆ
ผู้จัดฉาก ก็คือเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีที่ดูเหมือนจะใสซื่อคนนี้นี่เอง
หากลินน์เพียงต้องการเป็นลอร์ดที่ดีที่ภักดีต่อดยุก ก็ไม่ควรจะมาวางแผนลับๆ กับยาเกน่าจนถึงตอนนี้
ไม่ว่าจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปโดยตรง หรือไม่ก็รีบโยนนางออกไป
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณการทุบหม้อข้าวเผาเรือของยาเกน่าด้วย
นางไม่มีทางไปจริงๆ แล้ว ทำได้เพียงเดิมพันว่าลินน์เป็นผู้ทะเยอทะยานตัวจริง แบบนี้นางถึงจะสามารถขายตัวเองได้ในราคาดี
ยาเกน่าก็ไม่ทำให้คุณสมบัติ【กุนซือ】ต้องเสียชื่อ ข้อเสนอของนางทำให้ลินน์คล้อยตามได้จริงๆ
ก่อนที่ลินน์จะมาถึงดินแดนหมีขาว เขาเคยผ่านและลาดตระเวนดินแดนหาดตื้นทางตอนใต้มาก่อน และกำลังคิดว่าจะยึดมันมาไว้ในครอบครองได้อย่างไร
ผลคือเขายังไม่ทันได้ขึ้นเตียง ยาเกน่าก็ปูหมอนปูเตียงให้เสร็จสรรพ แถมยังจัดวางตัวเองไว้บนเตียงอีกด้วย
ขอเพียงลินน์กับยาเกน่ามีลูกชายด้วยกัน เขาก็จะได้สิทธิ์ในการอ้างสิทธิ์ที่ชอบธรรมเหนือดินแดนหาดตื้น
จบบทที่ 7