- หน้าแรก
- วิถีเซียน นาวาวิญญาณคู่ชีพของข้าโลดแล่นทั่วทะเลดาวโกลาหล
- บทที่ 26 รอดตายรู้แจ้งความจริง
บทที่ 26 รอดตายรู้แจ้งความจริง
บทที่ 26 รอดตายรู้แจ้งความจริง
บทที่ 26 รอดตายรู้แจ้งความจริง
ราตรีเย็นเยียบดุจสายน้ำ แสงจันทร์สาดส่องดั่งเกล็ดน้ำค้าง ฉาบผิวน้ำทะเลสีหมึกด้วยประกายเงินอันเยือกเย็น
"นาวามังกรเร้น" แหวกฝ่าเกลียวคลื่นอันเงียบสงัด แบกรับกลิ่นคาวเลือดและความสะบักสะบอมที่ไม่อาจล้างออก แล่นกลับเข้าสู่ท่าเรืออันคุ้นเคยของเกาะมังกรเหลืองในยามดึกสงัดอย่างเงียบเชียบ
โม่หลียืนอยู่ที่หัวเรือ ปล่อยให้ลมทะเลกลิ่นเค็มคาวพัดชายเสื้อคลุมที่เปื้อนคราบเลือดจนพลิ้วไหว
หันกลับไปมองทิศทางที่ฝูงฉลามอาละวาด แววตาลึกๆ ไร้ซึ่งความยินดีที่รอดชีวิต มีเพียงความอำมหิตเย็นยะเยือกที่ฝังลึกถึงกระดูก
ความอัปยศในวันนี้ ความสูญเสียในคราวนี้ วันหน้าข้าจะเอาคืนเป็นร้อยเท่า!
โม่หลีท่องในใจ สลักความอัปยศและจิตสังหาร พร้อมภาพความดุร้ายของฝูงฉลามลงในส่วนลึกของห้วงจิตวิญญาณ
หลังจากจอด "นาวามังกรเร้น" เข้าที่จอดส่วนตัวอย่างมั่นคงแล้ว รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นจังหวะเดียวดาย
ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ในท่าเรือต่างเข้าสู่ห้วงนิทรากันหมดแล้ว ไม่มีใครรับรู้ว่าเรือวิญญาณลำน้อยนี้เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาอย่างไร
โม่หลียังไม่คิดจะพักผ่อน เขาหลุบตาลงเล็กน้อย ปลดปล่อยกระแสจิตอันไร้รูปพุ่งออกจากหว่างคิ้ว ดุจปรอทไหลนองพื้น ครอบคลุมเรือวิญญาณทั้งลำในพริบตา
ทุกตารางนิ้วที่กระแสจิตกวาดผ่าน โครงสร้างของเรือปรากฏชัดเจนในห้วงความคิดของเขา
ไม่นาน เขาก็ "เห็น" จุดเสียหาย
ที่ท้ายเรือ บริเวณเดือยไม้ที่ใช้เชื่อมต่อกระดูกงูเหล็ก มีรอยร้าวเล็กเท่าเส้นผมแต่ลึกยาวหลายฟุตปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
ภายใต้การรับรู้ด้วยจิตสัมผัส เขาถึงขั้น "ได้ยิน" เสียงครวญครางอย่างสุดกลั้นของเนื้อไม้บริเวณนั้นยามถูกคลื่นซัดสาด
โม่หลีค่อยๆ ลืมตา สีหน้าเคร่งขรึมดุจน้ำนิ่ง
ถ้าไม่ตัดสินใจเด็ดขาด สละซากสัตว์อสูรส่วนใหญ่ทิ้ง แล้วโดนฝูงฉลามนั่นชนซ้ำอีกสักสองสามที ป่านนี้คงเรือแตกคนตาย กลายเป็นอาหารปลาไปแล้ว
โม่หลีส่งกระแสจิต แผงแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ตัวอักษรและอักขระไหลเวียนชัดเจน
[เรือวิญญาณคู่ชีพ: นาวามังกรเร้น]
[ระดับ: หนึ่งขั้นกลาง]
[สถานะ: เสียหายเล็กน้อย]
[ความเร็ว: 50 ลี้/ชั่วยาม]
[อุปกรณ์เรือ: เตาหลอมโลหิต (ระดับหนึ่งขั้นกลาง) เพิ่มประสิทธิภาพการแปลงโลหิตบริสุทธิ์อย่างมาก สามารถกลั่นโลหิตสัตว์อสูรเป็น "เชื้อเพลิงโลหิต" เมื่อใช้งานจะทำให้เรือระเบิดพลังพุ่งตัว ความเร็วเพิ่มเป็น 100 ลี้/ชั่วยาม]
[เงื่อนไขการอัปเกรด: ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันหรืออุปกรณ์โจมตีให้ครบ ถึงจะเลื่อนขั้นได้]
[ประเมิน: เรือวิญญาณใกล้ฝั่งที่ธรรมดาสามัญ ท้ายเรือมีความเสียหายเล็กน้อย หากไม่รีบซ่อมแซม เจอสัตว์อสูรโจมตีอีกครั้ง จุดจบเดียวคือเรือแตกคนตาย เจ้าได้ประจักษ์ถึงความโหดร้ายของน่านน้ำนี้เป็นครั้งแรกแล้ว! ขนาดเผ่าพันธุ์เดียวกันยังกินกันเอง นับประสาอะไรกับคน!]
มองดูคำวิจารณ์ที่เย็นชาและทิ่มแทงใจดำบนหน้าต่างสถานะ สีหน้าของโม่หลียิ่งมืดมนลง
เขาค่อยๆ กำหมัดแน่น ข้อนิ้วซีดขาวเพราะออกแรง
ใช่แล้ว! เรือแตกคนตาย เป็นอาหารสัตว์อสูร เผ่าพันธุ์เดียวกันกินกันเอง คนก็ไม่ต่างกัน
นี่ต่างหาก คือโฉมหน้าที่แท้จริงอันนองเลือดของโลกผู้บำเพ็ญเพียร!
คงเป็นเพราะผลตอบแทนมหาศาลจากการตกกุ้งก้ามยาวกระเบื้องเคลือบคราวก่อน ให้ภาพลวงตาแก่เขามากเกินไป ทำให้หลงคิดว่าทะเลดาวโกลาหลที่เต็มไปด้วยอันตรายแห่งนี้ จะเหมือนกับการออกไปตกปลาเล่นชิลๆ ในชาติก่อน
ช่างไร้เดียงสานัก! โม่หลีเยาะเย้ยตัวเองในใจ
เรื่องในวันนี้ เปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ปลุกโม่หลีให้ตื่นจากฝันหวาน
ประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้ ช่วยดับไฟความใจร้อนวู่วามที่อยากจะรีบสำเร็จเพราะได้สูตรโกงมา ให้มอดลงอย่างสนิทใจ
นิ่งเข้าไว้ ต้องนิ่งเข้าไว้
ตราบใดที่ยังไม่มีกำลังพอจะป้องกันตัวเองได้อย่างเด็ดขาด การกระทำบุ่มบ่ามใดๆ ก็คือการเอาชีวิตตัวเองไปเดิมพัน
โม่หลีตัดสินใจแน่วแน่ ก่อนจะซ่อมแซม "นาวามังกรเร้น" ให้สมบูรณ์ และยกระดับฝีมือตัวเองขึ้นไปอีกขั้น จะไม่ออกทะเลสุ่มสี่สุ่มห้าอีกเด็ดขาด!
ช่วงเวลาต่อจากนี้ ต้องทุ่มเทบำเพ็ญเพียร ฝึกฝน "ยันต์มังกรขดเก้าห้วงสมุทร" ให้ถึงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สาม และกลั่น "เมล็ดพันธุ์ยันต์เกล็ดทมิฬ" เม็ดแรกขึ้นมาในจุดตันเถียนให้ได้
เมื่อถึงตอนนั้น ถึงจะพอมีความมั่นใจในการเอาตัวรอดขึ้นมาบ้าง
ค่อยพูดเรื่องออกทะเลล่าอสูรก็ยังไม่สาย
ยังดีที่แม้จะต้องทิ้งซากฉลามฟันเลื่อยไปเกินครึ่งอย่างน่าเสียดาย แต่เที่ยวนี้ก็ไม่ได้กลับมามือเปล่าเสียทีเดียว
โม่หลีส่งกระแสจิต เรียกของรางวัลจากการต่อสู้ครั้งนี้ออกมาจากถุงสมบัติ ฟันฉลามคมกริบหลายแถว และครีบปลาที่ยังชุ่มเลือดวางกองอยู่บนดาดฟ้า
เนื้อฉลามฟันเลื่อยเหม็นคาวสุดทน แถมยังมีไอปีศาจบ้าคลั่งเจือปน ไม่สามารถนำมากลั่นพลังได้โดยตรง แม้แต่เอาไปให้สัตว์เลี้ยงกินยังไม่คู่ควร
แต่ครีบปลาพวกนี้ คือจุดรวมแก่นโลหิตและพลังชีวิตของมัน เป็นวัตถุดิบวิญญาณระดับหนึ่งที่หายาก
แก่นโลหิตในครีบเข้มข้นบริสุทธิ์ หากนำไปปรุงด้วยวิชาอาหารวิญญาณ สรรพคุณบำรุงเทียบได้กับยาเสริมกายระดับต่ำ แถมยังอ่อนโยน ไม่มีพิษตกค้างเหมือนยาเม็ด
จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่ผู้ฝึกกาย เนื้อหอมและราคาแพง
โดยเฉพาะครีบทั้งสี่ส่วน คือ หลัง อก ก้น และหาง ครีบหลังที่เหมือนดาบโค้งหยกดำนั้นถือเป็นของชั้นเลิศที่สุด
โม่หลีลูบคลำครีบหลังที่เนื้อสัมผัสเหนียวแน่น สัมผัสได้ถึงพลังเลือดลมที่อัดแน่นอยู่ภายใน ตัดสินใจเก็บไว้กินเองเพื่อบำรุงร่างกายตอนฝึกวิชา
ส่วนฟันฉลามกว่าร้อยซี่ที่แหลมคมโดยธรรมชาติ เป็นวัสดุชั้นยอดสำหรับสร้างอาวุธขนาดเล็กอย่างมีดสั้น ลูกธนู หรือตะปู แค่หลอมนิดหน่อยก็กลายเป็นอาวุธได้แล้ว
จัดการทำความสะอาดวัตถุดิบเหล่านี้บนดาดฟ้า ขูดเนื้อเสียทิ้งไป โม่หลีค่อยๆ บรรจงเก็บพวกมันลงในค่ายกลแช่แข็งขนาดเล็กภายในเรือ เพื่อรักษาความสด
ทำทุกอย่างเสร็จ โม่หลีถึงเพิ่งรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าและความเหนอะหนะจากคราบเลือด
ถอดเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่ขาดวิ่นทิ้งไป โบกมือเรียก "วงแหวนรัดกระแส" ขึ้นมาจากความว่างเปล่า ม้วนเอาน้ำทะเลใสสะอาดราวกับมังกรน้ำที่เชื่องเชื่อ เข้ามาชะล้างคราบเลือดและกลิ่นคาวบนตัวเขาอย่างละเอียด
จนเมื่อรู้สึกสดชื่น เปลี่ยนมาใส่ชุดผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา เขาถึงกลับเข้าไปนั่งขัดสมาธิในห้องโดยสาร
สงบจิตเดินลมปราณ โคจรเคล็ดวิชา "ยันต์มังกรขดเก้าห้วงสมุทร" ไปสองรอบใหญ่เงียบๆ
รอจนจิตใจที่ปั่นป่วนจากการต่อสู้สงบลง และพลังเวทที่สูญเสียไปฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยม จึงค่อยระบายลมหายใจขุ่นมัวออกมา แล้วผล็อยหลับไป
พรุ่งนี้เช้า ค่อยไปเดินตลาดบนเกาะสักรอบ
ส่วนทำไมถึงไม่เอาวัตถุดิบพวกนี้ไปส่งให้ตระกูลลั่ว ก็เพราะมีแผนอื่นในใจ!
วันนี้โดนเล่นงานซะอ่วมขนาดนี้ ถ้าไม่ได้เอาคืนให้สาสม ให้เลือดล้างด้วยเลือด จะนอนตายตาหลับได้ยังไง?
ร่องรอยของฝูงฉลามฟันเลื่อยกลุ่มเล็กๆ แถมยังอยู่ใกล้เกาะมังกรเหลืองแค่นี้ ข่าวนี้พวกกลุ่มนักล่าอสูรบนเกาะน่าจะสนใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ?
น่านน้ำใกล้เกาะมังกรเหลือง ปกติไม่ค่อยมีสัตว์อสูรเก่งๆ มาอาศัยอยู่ ขอแค่เร็วพอ วางแผนดีๆ ตามกลิ่นเลือดที่เขาทิ้งไว้ น่าจะหาตัวฝูงฉลามฟันเลื่อยพวกนั้นได้ไม่ยาก
ลาภลอยมาเกยถึงที่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเดนตายที่หากินบนคมมีดบนเกาะจะไม่ตาลุกวาว?
แค้นวันนี้ รอวันหน้าค่อยชำระ?
หึ หลอกเด็กเถอะ
รอวันหน้าทำไม? แค้นนี้ต้องชำระกันเดี๋ยวนี้แหละ!