เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 กองทัพอากาศเปลี่ยนดวง

บทที่ 24 กองทัพอากาศเปลี่ยนดวง

บทที่ 24 กองทัพอากาศเปลี่ยนดวง 


บทที่ 24 กองทัพอากาศเปลี่ยนดวง

วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก

แสงอรุณสีทองสาดส่องผิวน้ำทะเลอันกว้างใหญ่ระยิบระยับดุจเกล็ดทอง สายลมทะเลพัดพากลิ่นอายความชื้นเค็มปร่าพาดผ่านกราบเรือ ชายเสื้อพลิ้วไหวไปตามลม

โม่หลีบังคับ "นาวามังกรเร้น" ดุจปลาหลงฝูง แล่นออกจากท่าเรือเกาะมังกรเหลืองที่เพิ่งตื่นจากม่านหมอกยามเช้าไปอย่างเงียบเชียบ

เขายืนอยู่ที่หัวเรือ สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ยามตัวเรือแหวกฝ่าเกลียวคลื่น แต่ในใจกลับไร้อารมณ์สุนทรีย์ในการออกทะเล

โม่หลีเผลอแตะถุงสมบัติที่เอว หินวิญญาณที่ได้จากการล่ากุ้งก้ามยาวกระเบื้องเคลือบก่อนหน้านี้ร่อยหรอเต็มที เหลือเพียงเศษหินวิญญาณระดับต่ำไม่กี่ก้อนนอนแอ้งแม้งอยู่ก้นถุง

โม่หลีถอนหายใจในใจ: การบำเพ็ญเพียรแสวงหาเต๋า ประกอบด้วย ทรัพย์, คู่, วิชา, สถานที่ สี่คำสัจธรรมนี้ คำว่า "ทรัพย์" ต้องมาก่อนเสมอ

แม้แต่การนั่งสมาธิเดินลมปราณ ทุกรอบการโคจรล้วนเป็นการผลาญพลังวิญญาณ ล้วนเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากร

กินบุญเก่าไปวันๆ ย่อมไม่ใช่ทางแก้ปัญหาระยะยาว

ตอนนี้หินวิญญาณหมดเกลี้ยง ระดับพลังหยุดชะงัก เขาจำต้องกลับไปยึดอาชีพเก่า สวมบทนักล่าอสูร แย่งชิงอาหารกับสัตว์ร้ายในทะเลอีกครั้ง

เกาะมังกรเหลืองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของน่านน้ำชิงฝู ในบรรดาเกาะน้อยใหญ่นับหมื่นพันแห่งในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ถือเป็นเกาะที่ห่างไกลความเจริญและแร้นแค้นแห่งหนึ่ง

บนเกาะไม่มีสายแร่ชีพจรวิญญาณล้ำค่า ไม่มีสมุนไพรวิญญาณหายาก เส้นทางเดินเรือจึงเงียบเหงา น้อยนักที่กองเรือพาณิชย์ใหญ่ๆ จากภายนอกจะยอมเสียเวลาอ้อมมาที่นี่

ไม่มีการค้าขาย ก็หมายถึงไม่มีเงินหมุนเวียน

กิจการเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรบนเกาะ ไม่ว่าจะเป็นการปรุงยา สร้างศาสตรา เขียนยันต์ หรือวางค่ายกล สี่ศิลปะแห่งเซียนเหล่านี้ แทบจะถูกสกุลลั่วผูกขาดไว้เจ้าเดียว

ไม่ใช่ว่าสกุลลั่วจงใจกีดกัน แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อมบีบบังคับ

ผู้บำเพ็ญสันโดษไร้สำนักอาจารย์ ไร้ต้นทุน วิ่งวุ่นหาเช้ากินค่ำ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย จะเอาเวลาและทรัพยากรที่ไหนไปทุ่มเทฝึกฝนทักษะที่ต้องลงทุนมหาศาลเหล่านั้น?

อาศัยเพียงยาระดับต่ำและยันต์ที่สกุลลั่วผลิต ก็เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐานของผู้บำเพ็ญสันโดษบนเกาะแล้ว

ดังนั้นผู้บำเพ็ญสันโดษที่เกิดที่นี่ พอมีฝีมือหน่อยก็มักจะเลือกไปตายเอาดาบหน้าที่เมืองเซียนเทียนไถอันรุ่งเรือง หรือไปเสี่ยงโชคในน่านน้ำอื่นที่อุดมสมบูรณ์กว่า น้อยคนนักที่จะเลือกจมปลักอยู่บนเกาะมังกรเหลืองที่กันดารแห่งนี้

คนที่ยังปักหลักอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่หรือผู้บำเพ็ญสันโดษ ต่างก็ต้องดำเนินชีวิตตามกฎที่เก่าแก่และโหดร้ายที่สุด นั่นคือ "อยู่กับทะเลกินทะเล ล่าอสูรเลี้ยงชีพ!"

เลือดเนื้อ หนัง กระดูก และแก่นอสูร ที่ได้จากสัตว์อสูร คือทรัพยากรสำหรับการฝึกฝน และเป็นของมีค่าที่ใช้แลกเปลี่ยนเป็นหินวิญญาณได้

แม้แต่เจ้าของเกาะมังกรเหลืองอย่างสกุลลั่ว ก็ไม่อาจหลีกหนีกฎข้อนี้พ้น

เพียงแต่พวกเขาทุนหนา ยอมทุ่มเงินเก็บสะสมนับสิบปี ซื้อเรือวิญญาณชั้นยอด "เรือมังกรเหลือง" จากเมืองเซียนเทียนไถมาลำหนึ่ง

นำโดยผู้อาวุโสในตระกูล มีสมาชิกตระกูลเป็นแกนหลัก จ้างผู้บำเพ็ญสันโดษบนเกาะอีกห้าสิบกว่าคนเป็นลูกเรือ จัดการล่าอสูรในทะเลลึกปีละหลายครั้ง นี่ต่างหากที่เป็นรายได้หลักของสกุลลั่ว

พร้อมกันนั้นยังแบกรับภาระการค้าต่างถิ่นเพียงหนึ่งเดียวของเกาะมังกรเหลือง ขนส่งวัตถุดิบสัตว์อสูรที่สะสมมาทั้งปีไปขายที่เมืองเซียน แลกเปลี่ยนเป็นวิชา ยา และอาวุธวิเศษที่ผลิตเองไม่ได้กลับมา

นี่คือกฎแห่งการเอาชีวิตรอดในน่านน้ำแห่งนี้

ดังนั้นตอนที่ร่างเดิมต้องการแยกตัวจากตระกูล อาศัยเรือวิญญาณเก่าๆ ที่พ่อทิ้งไว้ให้เพื่อหาเลี้ยงชีพเอง สกุลลั่วจึงไม่ได้ขัดขวางอะไรมากนัก

เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ต้องเผชิญ หากอยากมีหินวิญญาณมาบำรุงการฝึกฝน ก็ต้องไปแย่งชิงมาจากปากเหยี่ยวปากกาในทะเลเท่านั้น

"นาวามังกรเร้น" ภายใต้การควบคุมของโม่หลี แล่นมาถึงบริเวณโขดหินที่เคยพบกุ้งก้ามยาวกระเบื้องเคลือบเมื่อคราวก่อนอย่างนิ่มนวล

กลับมาถิ่นเก่า โม่หลีตัดสินใจใช้แผนเดิม ใช้เครื่องในสัตว์อสูรเหม็นคาวเป็นเหยื่อล่อ ลองเสี่ยงดวงดูอีกสักตั้ง

น่าเสียดาย โชคดีมักไม่เข้าข้างคนเดิมซ้ำสอง

ตั้งแต่เช้าจรดเย็น น้ำทะเลกับท้องฟ้ากลืนเป็นสีเดียวกัน น้ำขึ้นแล้วก็น้ำลง

นอกจากปลาธรรมดาๆ ที่ไม่มีสติปัญญามากินเบ็ด แล้วถูกเขาโยนกลับลงทะเลไป ก็ไม่เจอแม้แต่เงาของสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้นสักตัว

โม่หลีพิงกราบเรือ มองผิวน้ำที่ถูกแสงอาทิตย์อัสดงย้อมจนเป็นสีส้มแดง อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะตัวเอง

ดูท่า สัตว์อสูรแถวน่านน้ำใกล้ฝั่ง คงถูกนักล่าอสูรแบบเขาจับไปจนเหี้ยนเตียนหมดแล้ว

คราวที่แล้วตกได้กุ้งก้ามยาวกระเบื้องเคลือบ คงเป็นเพราะดวงเฮงสุดขีดจริงๆ เปิดกาชาครั้งเดียวได้ตัวแรร์เลย

เห็นฟ้าเริ่มมืด รัตติกาลกำลังจะเข้าปกคลุมทุกสารทิศ โม่หลียอมรับความจริงว่าวันนี้คงต้อง "กินแห้ว" เป็นทัพอากาศ กลับบ้านมือเปล่า เตรียมตัวเก็บของกลับท่า

โม่หลีหยิบเครื่องในเหม็นเน่าชิ้นสุดท้ายเกี่ยวเบ็ดเหล็กกล้าอย่างเซ็งๆ แล้วเหวี่ยงลงทะเลไป

ในใจคิดว่า: ช่างเถอะ นี่เป็นไม้สุดท้าย ถ้าไม่ได้อะไรอีก ก็กลับเกาะพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยลุยใหม่

พิงกราบเรือ ปล่อยใจล่องลอย มองดูทุ่นลอยที่กระเพื่อมเบาๆ ตามคลื่น

เวลาผ่านไปทีละวินาที ขณะที่ความอดทนของโม่หลีกำลังจะหมดลง เตรียมจะดึงเชือกกลับ ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!

ทุ่นลอยที่เคยลอยนิ่งอยู่บนผิวน้ำ จู่ๆ ก็จมวูบลงไปอย่างรุนแรงไร้สัญญาณเตือน ถูกกระชากลงสู่ห้วงน้ำสีน้ำเงินเข้มลึกสุดหยั่งในพริบตา!

ปลาตาบอดตัวไหนอีกเนี่ย?

โม่หลีเลิกคิ้ว เข้าใจไปเองว่าเป็นปลาธรรมดามากินเบ็ดอีกแล้ว

มือข้างเดียวคว้าเชือกหยาบๆ กระตุกกลับมาส่งๆ กะจะลากเจ้าตัวไม่เจียมกะลาหัวขึ้นมาเหนือน้ำ

ใครจะไปนึก จังหวะที่โม่หลีออกแรง พลังมหาศาลสายหนึ่งก็สวนกลับมาจากใต้น้ำ!

แรงนั้นมหาศาลจนเกือบจะกระชากร่างทั้งร่างของเขาตกจากดาดฟ้าลงทะเลไป!

โม่หลีหน้าเปลี่ยนสี เก็บความประมาททิ้งไปทันที

สองขาย่อลงปักหลักมั่น เกร็งเอวส่งแรง กำเชือกไว้แน่น พยายามยื้อยุดฉุดกระชากกับสัตว์ยักษ์ใต้น้ำ

"แรงเยอะชะมัด!"

หลังยื้อกันอยู่ครู่หนึ่ง โม่หลีก็ตระหนักได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่ปลาธรรมดาแน่ ลำพังแรงกายเนื้อของเขา ไม่มีทางสู้มันได้หรอก!

ไวเท่าความคิด โม่หลีรีบปล่อยมือจากเชือก หันไปควบคุมเรือวิญญาณทันที ถ่ายเทพลังเวทลงสู่ "นาวามังกรเร้น" ใต้เท้า

ตัวเรือวิญญาณสั่นสะเทือนเบาๆ ณ แกนกลางค่ายกลขับเคลื่อน ก้อนเลือดบริสุทธิ์ที่เป็นเชื้อเพลิงพลันส่องแสงสีแดงเจิดจ้า และเริ่มถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็ว

เรือวิญญาณทั้งลำราวกับมังกรคะนองน้ำที่ตื่นจากนิทรา เร่งเครื่องเต็มกำลัง ท้ายเรือตีฟองคลื่นแตกกระจาย เริ่มลากจูงสัตว์ยักษ์ใต้น้ำให้เคลื่อนที่ไปบนผิวน้ำอย่างทุลักทุเล

ผิวน้ำทะเลปั่นป่วน คลื่นลมโหมกระหน่ำ

ทว่า สัตว์อสูรหรือจะสู้ความอึดของสิ่งประดิษฐ์มนุษย์อย่างเรือวิญญาณได้?

ขอเพียงเชื้อเพลิงเพียงพอ "นาวามังกรเร้น" ก็สามารถส่งพลังขับเคลื่อนออกมาได้อย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

โม่หลียืนปักหลักมั่นบนดาดฟ้าที่โคลงเคลง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จ้องเขม็งไปยังผิวน้ำที่ถูกเชือกดึงจนตึงเปรี๊ยะ

"ตูม——!"

พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น เงาทะมึนขนาดมหึมาพุ่งทะลุผิวน้ำขึ้นมา ตีน้ำกระจายเต็มฟ้า

สัตว์ร้ายรูปร่างกำยำล่ำสันดุจวัวเถื่อน ผิวหนังสีเขียวดำหนาเตอะ ปากเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมสลับฟันปลา ในที่สุดก็เผยร่างอันน่าสะพรึงกลัวออกมา!

ฉลามฟันเลื่อย! สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้น!

จบบทที่ บทที่ 24 กองทัพอากาศเปลี่ยนดวง

คัดลอกลิงก์แล้ว