เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 65 มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้

ตอนที่ 65 มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้

ตอนที่ 65 มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้


ตอนที่ 65 มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้

“นายหญิงน้อยหยอกล้อกันแล้ว... ไม่ทราบหรือว่ามีคนมากมายเพียงใดต้องการใช้สกุลของท่าน...” สตรีสูงวัยกล้าดีเช่นไรถึงวิพากษ์วิจารณ์ผู้เป็นเจ้านาย?

เพียงแต่นายหญิงของนางไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังภายในตระกูล หากไม่แล้วคงไม่มาเยือนสำนักเจ็ดลึกล้ำแห่งรัฐครามเพียงลำพังตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อจุดประสงค์เช่นการค้นหาคัมภีร์มหากระจ่าง

เนื่องจากมันเป็นคัมภีร์ในตำนานที่ปรากฏขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน และปัจจุบันได้หายไปนับหลายร้อยปีแล้ว ไฉนเลยจะใช่ของค้นหาพบได้โดยง่าย?

แต่อย่างไรนางก็มีสกุลเจียง! ทั้งยังเป็นบุตรสาวของจ้าวตระกูล!

แม้ว่านายหญิงใหญ่จะไม่ชอบนางสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดการสะสางกันภายในครอบครัว

“ท่านกล่าวว่าจะออกมาเพียงแค่แปดปี หากว่าตอนนี้ยังไม่กลับ เกรงว่าอาจมีใครสักคนมาทำลายสำนักเจ็ดลึกล้ำจนสิ้นซากได้เจ้าค่ะ” สตรีสูงวัยเอ่ยเตือนด้วยความสุภาพนอบน้อม

น้ำเสียงนี้เป็นการบ่งบอกความจริงจนถึงขนาดหลิวเทาผู้รับชมเรื่องราวอยู่ต้องเผยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ใช่ว่าเขาโกรธ แต่เพราะอำนาจของตระกูลเจียงล้นพ้นยิ่งกว่าสำนักเจ็ดลึกล้ำ ถึงขนาดว่าสามารถทำลายทั้งสำนักได้ง่ายดาย

“ศิษย์พี่หญิงเจียง...” จี้เตี๋ยที่รับฟังมาชั่วระยะหนึ่งจึงกัดฟันและยืนขึ้น เขาได้ตระหนักแล้วว่าเจียงโม่หลีคือผู้มาจากตระกูลทรงอำนาจอันล้นพ้น

และปัจจุบันตระกูลของนางได้ส่งคนมานำพาตัวนางกลับไป...

“ฝากลาลั่วลั่วแทนข้าด้วย ส่วนเรื่องยาบ่มเพาะต้นกำเนิดถือว่าข้ามอบให้ เพราะเจ้าให้ยามุ่งอำพันมา ข้าจึงมอบยาบ่มเพาะต้นกำเนิดเป็นการตอบแทน พวกเราจึงไม่ได้ติดค้างใดต่อกันอีก” เจียงโม่หลี หรือแท้จริงแล้วอาจมีชื่ออื่นที่แท้จริงซึ่งเป็นของสกุลเจียง ปัจจุบันได้ตอบกลับราวไม่ได้ตระหนักถึงความผันแปรในน้ำเสียงของตนเอง

นางทราบดีว่าเรื่องที่สตรีสูงวัยเอ่ยบอกเมื่อครู่ไม่ใช่คำขู่ แต่ว่าสามารถทำได้จริง

นางไม่อาจอยู่ที่สำนักเจ็ดลึกล้ำต่อไปได้

“นายหญิงน้อย ได้เวลาเดินทางแล้วเจ้าค่ะ...” สตรีสูงวัยเอ่ยเร่ง

เจียงโม่หลีเงียบตอบและหันมองจี้เตี๋ยเป็นครั้งสุดท้าย สตรีสูงวัยจึงนำพานางแปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งเดินทางจนเลือนหายจากตรงนี้ขึ้นสู่ฟากฟ้าเบื้องบน

“ศิษย์พี่หญิงเจียง...” จี้เตี๋ยจ้องมองสายรุ้งที่ทอดตัวออกไปไกลห่าง เขายืนนิ่งปล่อยสายลมพัดผ่านกายเช่นนั้นอยู่นาน พร้อมกับพึมพำด้วยเสียงเบาที่ได้ยินเพียงแค่ตนเอง

“ดูแลตัวเองด้วยขอรับ...”

หลายวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกันมายังคงเป็นภาพติดค้างอยู่ภายในใจ ขณะที่เขาคงไม่มีโอกาสได้พบนางอีกแล้ว...

“ตระกูลเจียงมาจากมหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้... หากว่าเจ้าสนใจ เช่นนั้นไปที่ชั้นสองของศาลาหมื่นตำรับเพื่อหาตำราชื่อ ‘บันทึกใต้หล้า’ มันมีบันทึกถึงมหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้อยู่...” หลิวเทาหันมองเด็กหนุ่มที่อยู่เคียงข้างพลางถอนหายใจ สุดท้ายจึงจากไป

“มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้...” จี้เตี๋ยพึมพำ สุดท้ายจึงเดินกลับถ้ำของตนเอง และขณะกำลังจะฝึกฝนตนเองต่อนั้น ตอนนี้เองที่ตระหนักได้ถึงสภาวะพลังอันแข็งแกร่งที่ปรากฏขึ้นภายในทะเลแห่งจิตสำนึก

มันเป็นสภาวะพลังที่เขารู้จัก เพราะมันเป็นของสตรีสูงวัยก่อนหน้านี้!

“แย่แล้ว!” จี้เตี๋ยเผยสายตาแปรเปลี่ยน สัญชาตญาณของเขากำลังร้องว่ามันไม่ใช่เรื่องดี

ทะเลแห่งจิตสำนึกของผู้ฝึกตนคือศูนย์กลางการควบคุม ทั้งยังเปราะบางอย่างถึงที่สุด หากว่าเมื่อใดถูกทำลาย อย่างดีที่สุดคือกลายเป็นคนโง่ไร้สติปัญหา และเลวร้ายที่สุดคือตายคาที่!

ทั้งที่เพียงแค่ชั่วครู่อีกฝ่ายไม่น่าจะทิ้งอะไรเอาไว้ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขาได้ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว เขาถึงขั้นสะพรึงกลัว!

ขณะกำลังรู้สึกร้อนรนอยู่นั้นเอง เขาเกิดได้ตระหนักราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังเจาะเข้าสู่สมองของตนเอง มันกำลังพยายามก่อกวน!

เห็นได้ชัดว่ามันคือพลังจิต

ที่ต้องการทำลายทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา!

แม้ว่าจะเป็นพลังจิตที่อ่อนแออย่างมหาศาลจนเสมือนมีแค่ร่องรอย ทว่ามันทรงอำนาจและแข็งแกร่ง เนื่องจากมันเป็นพลังจิตของผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำ ตัวจี้เตี๋ยไม่อาจเทียบเปรียบอะไรกับมันได้! ขนาดที่ว่ามันสามารถฆ่าเขาให้ตายได้โดยง่ายดาย!

“อึก... อา...” จี้เตี๋ยคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด ดวงตาและจมูกเริ่มหลั่งเลือด วิกฤตส่อเค้าถึงความตายกำลังปกคลุมหัวใจจนนำพามาซึ่งความสิ้นหวัง...

แต่แล้วขณะนี้เอง ที่ด้านในทะเลจิตสำนึกของเขา หม้อทองแดงได้ปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมันตระหนักได้ถึงผู้รุกรานที่ล่วงล้ำอาณาเขต มันสั่นไหวอย่างรุนแรงพร้อมส่งสภาวะพลังอันยิ่งใหญ่แผ่ขยายออกมา!

แค่ก! ตอนนี้เองที่สตรีสูงวัยผู้อยู่ห่างไกลไปหลายร้อยลี้พลันเผยหน้าซีดเผือด นางพยายามฝืนตนเองกลืนรสหวานผสมเหล็กกลับลงในปาก ขณะเดียวกันก็เริ่มเกิดความไม่แน่ใจขึ้นที่ภายใน

นางได้ฝากร่องรอยพลังจิตเอาไว้กับจี้เตี๋ยโดยไม่มีใครพบเห็น และต่อให้อยู่ห่างกันไกลโพ้นมันก็ยังสามารถทำงานได้ จุดประสงค์ของมันคือการระเบิดและทำลายทะเลแห่งจิตสำนึกของจี้เตี๋ยให้ย่อยยับ

ทว่าตอนนี้พลังจิตของนางเพิ่งถูกกำจัดหายวับ! จนถึงขนาดทำนางได้รับบาดเจ็บ!

“ฝีมือหลิวเทาหรือเปล่านะ…” สตรีสูงวัยเผยแววตาไม่ค่อยแน่ใจออกมา เพียงแต่นางไม่กล้ากลับไปแก้แค้น เพราะนางไม่กล้าเปิดเผยเจตนาไปมากกว่านี้

เพราะการกระทำของนางดังกล่าวเป็นการแอบทำลับหลังเจียงโม่หลี และนางจะให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้เป้าหมายของนางก็สำเร็จแล้ว ต่อให้หลิวเทาเป็นคนลงมือกำจัดพลังจิตของนางจริง มันก็ไม่มีทางสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น เพราะก่อนหน้านั้นพลังจิตของนางคงทำลายทะเลแห่งจิตสำนึกของเด็กหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันอีกฝ่ายคงกลายเป็นศพไปแล้ว!

แม้ว่านางจะได้รับบาดเจ็บระดับหนึ่ง แต่มันไม่ได้ร้ายแรงอะไร

จี้เตี๋ยไม่ได้ทราบเรื่องราวเหล่านี้ ปัจจุบันทั่วกายเขากำลังหลั่งเหงื่อกาฬเย็นเยือก ขณะนอนทอดกายกับพื้นด้วยสีหน้าท่าทีหวาดกลัว

“ไม่นึกเลยว่าหม้อทองแดงจะทำแบบนั้นได้ด้วย มันช่วยชีวิตเราเอาไว้!” จี้เตี๋ยกำลังสำรวจมองภายในทะเลแห่งจิตสำนึก พลางมองยังหม้อทองแดงที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ เขาทราบดีว่าหากเมื่อครู่หม้อทองแดงไม่ลงมือในช่วงเวลาสำคัญ ปัจจุบันเขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว!

คิดได้ดังนั้น จี้เตี๋ยจึงกำหมัดแน่นพร้อมประกายเพลิงแรงกล้าลุกโชนในดวงตา

ทั้งที่เขาไม่เคยมีเรื่องเบาะแว้งอะไรกับสตรีสูงวัยคนนั้น แต่นางกลับคิดสังหารเขาถึงสองครั้งคราโดยไม่มีคำอธิบายใดทั้งสิ้น!

ล่วงเกินต่อกันเกินไปแล้ว!

“จี้เตี๋ยผู้นี้ขอสาบาน ว่าไม่ช้าก็เร็วจะตามไปล้างแค้นเจ้าให้จงได้!” จี้เตี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อพยายามสะกดข่มความโกรธ ถัดจากนั้นจึงเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง

แม้ไม่ทราบว่าตระกูลเจียงทรงอำนาจล้นฟ้าเพียงใด แต่เพียงแค่กำลังของสตรีสูงวัยก็มากพอบดขยี้เขาให้ตายโดยง่ายดายแล้ว!

ก่อนจะมีกำลังแข็งแกร่งมากพอ เขาต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้!

หนึ่งเดือนให้หลัง

ณ ศาลาหมื่นตำรับ จี้เตี๋ยที่เพิ่งฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บยังคงมีสีหน้าค่อนข้างซีดเซียว

เนื่องจากอาการบาดเจ็บมาจากทะเลแห่งจิตสำนึก แม้ว่าหม้อทองแดงจะลงมือในช่วงเวลาคับขันจนช่วยทำให้ทะเลแห่งจิตสำนึกรอดพ้นจากความเสียหายร้ายแรง แต่เขาก็ยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้!

ภายหลังขึ้นมายังชั้นที่สอง จี้เตี๋ยจึงค้นหาตำราที่จ้าวสำนักเอ่ยถึง

“รัฐคราม… มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้…” มันมีแผนที่แผ่นหนึ่ง พร้อมกับจุดบ่งชี้ถึงตำแหน่งมากมาย รวมถึงรัฐครามที่เขาอยู่อาศัยด้วย

พื้นที่ภายนอกรัฐครามก็มีเครื่องหมายระบุเอาไว้ บนแผนที่นั้นรัฐครามเป็นแค่มุมหนึ่งทางตะวันตกของมหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้

มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้เป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล มีสำนักทรงอำนาจมากมายควบคุมพันขุนเขาหมื่นสายน้ำ รวมถึงประกอบด้วยตระกูลโบราณผู้มีมรดกอันไร้สิ้นสุด…

ต่อหน้าตระกูลหรือสำนักโบราณอันยิ่งใหญ่ รัฐครามไม่อาจเป็นได้แม้มดปลวก กระทั่งเรียกได้ว่าพร้อมจะถูกทำลายได้โดยง่ายดาย

“จ้าวสำนักกล่าวว่าศิษย์พี่หญิงเจียงมาจากตระกูลเจียงแห่งมหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้…” ภายหลังออกจากศาลาหมื่นตำรับ จี้เตี๋ยเริ่มพึมพำกับตนเอง แต่แล้วตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังตรงเข้าหาทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา

“ซ่งเจีย จี้เตี๋ย โจวสวี่ พวกเจ้าทั้งสามจงมายังหอใหญ่ ณ ยอดเขาหลักโดยเร็วที่สุด”

เสียงนี้เป็นของจ้าวสำนักหลิวเทา น้ำเสียงที่บอกกล่าวยังนี้ค่อนข้างสง่างามและสูงส่ง

จี้เตี๋ยลอบประหลาดใจ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้รับการติดต่อด้วยวิธีการแบบนี้ ดวงตาของเขาจึงทอประกายขณะมุ่งหน้าตรงไปยังหอเหนือยอดเขาหลัก ไม่ช้าจึงได้พบเห็นอาคารที่ตรงหน้า

หอแห่งนี้ราวกับอยู่ในหมู่เมฆ ภายนอกปกคลุมด้วยกระเบื้องทองคำส่องประกาย ตัวหอมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่สง่างาม บรรยากาศที่รับรู้ได้จากรอบด้านจึงยิ่งใหญ่และงดงาม

ตามปกติแล้วมีเพียงศิษย์จากฝั่งเหนือจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังสถานที่แห่งนี้

ตอนนี้เองที่โจวสวี่และซ่งเจียเดินทางมาถึงกันจากคนละทิศทาง ภายหลังพบเจอหน้า โจวสวี่พยักหน้าให้ ขณะที่ซ่งเจียมองมาด้วยความเฉยชา สุดท้ายคนทั้งสามจึงเดินตามเข้าไปด้านในหอโดยพร้อมกัน

จบบทที่ ตอนที่ 65 มหาแผ่นดินสวรรค์ทิศใต้

คัดลอกลิงก์แล้ว