เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 63 มอบยาคงสภาพให้แก่เจียงโม่หลี

ตอนที่ 63 มอบยาคงสภาพให้แก่เจียงโม่หลี

ตอนที่ 63 มอบยาคงสภาพให้แก่เจียงโม่หลี


ตอนที่ 63 มอบยาคงสภาพให้แก่เจียงโม่หลี

ภายหลังนั่งขัดสมาธิกับพื้นเพื่อฟื้นฟูพลังที่ใช้ไป จี้เตี๋ยจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับนำเอายาที่ปรุงใหม่ออกมาตรวจสอบ และครุ่นคิดว่าจะนำมันไปใช้ทำอะไรดี

สำหรับเขานั้นยานี้ถือว่าไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่เพราะราคาที่ต้องจ่ายถือว่าถูกกว่าวัตถุดิบปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงชนิดอื่นจึงตัดสินใจซื้อมันมา เพราะเผื่อกรณีที่ล้มเหลว อย่างน้อยจะได้ไม่เสียหายหนักมาก

แน่นอนว่าราคาที่จ่ายไปคือหนึ่งร้อยหกสิบสี่ศิลาวิญญาณ และในเมื่อทำสำเร็จแล้วเขาก็คงไม่ปล่อยมันทิ้งให้สูญเปล่า

“มอบเม็ดหนึ่งให้ศิษย์พี่หญิงซู” จี้เตี๋ยใช้นิ้วจรดคางพลางครุ่นคิด เพราะสำหรับตัวเขา ยานี้ไม่ได้ช่วยอะไร แต่มันน่าจะดีสำหรับผู้ฝึกตนหญิงเสียมากกว่า ดังนั้นเป็นไปได้ว่าซูลั่วน่าจะชอบ

ใครบ้างไม่อยากคงความหนุ่มสาวเอาไว้ตลอดกาล?

“นับตั้งแต่จากฝั่งใต้มาก็ผ่านมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว ชักสงสัยว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงใดบ้างหรือไม่” จี้เตี๋ยเผยยิ้มขณะเดินออกจากถ้ำ สุดท้ายจึงเรียกน้ำเต้าออกมาขึ้นขี่เพื่อเดินทางออกจากฝั่งเหนือ

ผู้ใดกันคาดคิดว่าเพียงเขาปรากฏตัวที่ยอดเขาโอสถ จะมีศิษย์ร่วมสำนักมากมายรู้เห็นตัวตนของเขาจนเกิดเป็นความวุ่นวายขึ้นหย่อมหนึ่ง ศิษย์หลายคนต่างมารวมตัวกันรายล้อมด้วยสีหน้าที่ทั้งตื่นเต้นยินดีและนับถือ

“ศิษย์พี่จี้… กลับมาที่ฝั่งใต้แล้วหรือเจ้าคะ…”

“ศิษย์พี่จี้ ปลื้มในตัวท่านเจ้าค่ะ”

ศิษย์หญิงหลายคนเข้ามาสารภาพรักกันแบบไม่อายฟ้าดิน เป็นเหตุให้จี้เตี๋ยเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด เพราะเขาไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งตนจะได้รับอะไรเช่นนี้

“ไร้ยางอายนัก!” ตอนนี้เองที่ภายนอกของกลุ่มคน เด็กสาวคนหนึ่งกำลังตัวสั่นเพราะความโกรธ

จี้เตี๋ยตระหนักพบเห็น เวลานี้จึงเอ่ยบอกขอตัวจากกลุ่มศิษย์ร่วมสำนักเพื่อขอให้หลีกทาง ถัดจากนั้นจึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ศิษย์พี่หญิงซู…”

ไม่คาดคิดว่าเพียงอีกฝ่ายพบเห็นเขาเข้ามาใกล้ นางจะหันหน้าหนีและเดินจากไป จี้เตี๋ยจึงเลือกเดินตามไปจนกระทั่งไล่ทันก็ตอนอยู่ในบริเวณที่รกร้างผู้คน

“ศิษย์พี่หญิงซู”

“เจ้าได้เป็นศิษย์ของฝั่งเหนือแล้ว ข้าไม่คู่ควรถูกเรียกหาว่าเป็นศิษย์พี่หญิง” เด็กสาวแค่นเสียงขึ้นจมูกตอบคำกลับ

จี้เตี๋ยไปที่ฝั่งเหนือก็ผ่านมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ระหว่างนั้นเขาไม่เคยกลับมาพบหรือส่งข่าวอะไรให้นางทราบแม้แต่น้อย!

“แค่ก แค่ก…” จี้เตี๋ยทราบจากน้ำเสียงว่านางไม่พอใจ เวลานี้จึงตอบกลับ “ไม่ว่าข้าจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน ในใจของข้า ท่านคือศิษย์พี่หญิงซูไม่เปลี่ยนแปลงขอรับ ภายหลังข้าฟื้นฟูอาการบาดเจ็บแล้วจึงเรียนรู้การบินเดินทาง พอมั่นใจแล้วจึงกลับมาพบท่านเช่นตอนนี้ขอรับ”

สำหรับเด็กสาว มันคือคำปลอบที่ดีเยี่ยม

“บาดเจ็บหรือ นี่เจ้าบาดเจ็บได้เช่นไร…” ความโกรธเคืองของซูลั่วหายวับ กระทั่งสำรวจมองเด็กหนุ่ม

ยามจี้เตี๋ยบอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น สีหน้าของเด็กสาวจึงกลายเป็นซีดเผือด ตอนนี้เองที่นางได้ตระหนักว่าเกือบจะไม่อาจติดต่อหาและไม่ได้พบเจอหน้าอีกฝ่ายไปเสียแล้ว สุดท้ายความโกรธเคืองในใจนางจึงสลายหายไปสิ้น

“โชคดีที่ผู้อาวุโสซุนมีเหตุมีผลขอรับ…”

“ไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วดีกว่า ศิษย์พี่หญิงซู ข้ากลับมาวันนี้ก็เพราะมีของขวัญอยากมอบให้ท่าน” จี้เตี๋ยเผยยิ้มพร้อมกับนำขวดหยกออกมาให้

“นี่เป็นยาที่ข้าทำขึ้นเองขอรับ เป็นยาคงสภาพ… ได้ยินว่าจะสามารถช่วยคงความเยาว์วัยไว้ตลอดกาลได้…”

“ยาคงสภาพ…” เด็กสาวย่อมรู้จักยาดังกล่าว และมันหมายความถึงจี้เตี๋ยได้เป็นนักปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงแล้วด้วยเช่นกัน ตอนนี้เองที่ความยินดีจากก้นบึ้งจิตใจของนางเอ่อล้นขึ้นมา

“เจ้า… เหตุใดมอบยานี้ให้แก่ข้า… ข้า… ข้าไม่ได้ชอบเจ้า… อย่าคิดว่าแค่ยานี่จะซื้อใจข้าได้…” ตอนนี้เองที่ดวงตาของนางเผยความกระจ่างใสจนสุดท้ายก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย กระทั่งแก้มแดงเรื่อราวกับดวงอาทิตย์ยามตกดินที่งดงามชวนรับชม

“แค่ก แค่ก… ข้าแค่อยากขอบคุณที่ศิษย์พี่หญิงซูช่วยดูแลมาตลอดขอรับ… ไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้น…”

“…”

“เหอะ! ข้าคร้านจะเห็นหน้าเจ้าแล้ว! จงกลับไปซะ! นำยาของเจ้ากลับไปด้วย!”

จี้เตี๋ยไม่ทราบว่าเพราะอะไรนางถึงโกรธขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้ารบกวนนางต่อ สุดท้ายจึงประสานมือให้พร้อมกล่าวลา และทิ้งให้เด็กสาวยืนกระทืบเท้าด้วยความโกรธอยู่เพียงคนเดียว

“ตัวบัดซบจี้เตี๋ย สารเลวยิ่งนัก ไอ้หน้าโง่!”

“ยังเหลือยาอีกสองเม็ด…” ภายหลังกลับจากฝั่งใต้ จี้เตี๋ยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ว่าควรมอบยาให้ศิษย์พี่หญิงเจียงดีหรือไม่ เนื่องจากทั่วทั้งสำนักเจ็ดลึกล้ำ นางคือหนึ่งในคนที่ช่วยเหลือเขาจนมีสถานะไม่ต่างอะไรกับซูลั่ว

แต่เขาเกิดความลังเล แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเสียดาย แต่เพราะ…

เพราะสงสัยว่านางจะอยากได้ยานี้หรือไม่…

และจี้เตี๋ยเองก็ไม่ทราบว่าถ้ำของนางอยู่ที่ใด…

“สงสัยแล้วสิว่านางเลิกหาของที่ศาลาหมื่นตำรับหรือยัง…” เนื่องจากไม่ได้แวะเวียนไปที่ศาลาหมื่นตำรับมานานแล้ว จี้เตี๋ยจึงตัดสินใจลองไปเสี่ยงโชคดู

ขณะขี่น้ำเต้ามุ่งหน้าสู่ยอดเขาหลัก จี้เตี๋ยเดินมุ่งไปตามเส้นทางขึ้นเขา จนกระทั่งศาลาสองชั้นปรากฏแก่สายตา

ยามเดินเข้าไปจึงได้ทราบว่าด้านในไม่มีคน สุดท้ายต้องถอนหายใจออกมา แต่ไม่ได้รีบร้อนกลับไปไหน เขาคิดอยากปักหลักรอที่นี่สักชั่วระยะ

จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานจนดวงตะวันบนฟากฟ้าเริ่มตกดินทอแสง ตอนนี้เองที่เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น

“ข้าค้นหาศาลาแห่งนี้จนทั่วแล้ว ไม่มีคัมภีร์มหากระจ่าง เจ้าไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาต่อ” เจียงโม่หลีมาหยุดยืนที่ด้านหลัง และคล้ายจะคิดว่าเขากำลังหาคัมภีร์มหากระจ่างอยู่ ดังนั้นจึงมาเอ่ยบอกให้ทราบ

“ศิษย์พี่หญิงเจียง… ข้าไม่ได้มาเพื่อ… อืม… เอ่อ… ข้า…” จี้เตี๋ยหันกลับไปจนได้พบบุคคลคุ้นหน้าค่าตา เวลานี้จึงรู้สึกยากพูดกล่าวออกมาว่า ‘ข้ามาเพราะรอพบท่าน’ แต่สุดท้ายเขาก็รีบเปลี่ยนคำเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

“อยากจะพูดอะไรกันแน่ พูดจาตะกุกตะกักเช่นนี้จะรู้เรื่องอย่างไร?” เจียงโม่หลีขมวดคิ้ว

“ลิ้นข้ามันพันกันขอรับ ข้ามาหาคัมภีร์มหากระจ่างขอรับ…” จี้เตี๋ยเผยยิ้มอันขื่นขมอยู่ภายใน พร้อมได้ตระหนักว่าช่วงหลังที่พบเจอนางมักประสบสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนเป็นประจำ และไม่ใช่เพราะนางคือสตรีด้วย…

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจียงโม่หลีพบเห็น จี้เตี๋ยจึงรีบร้อนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“แค่กแค่ก… ศิษย์พี่หญิงเจียง เรื่องขอบเขตกลั่นลมปราณ มันมีขั้นที่สิบอยู่จริงหรือขอรับ?”

“แปลกหรือ?”

“แปลกมากขอรับ…”

“ขั้นที่สิบคือสุดปลายทางของขอบเขตกลั่นลมปราณ ภายหลังไปถึงขั้นที่สิบจะสามารถไปต่อยังขอบเขตสร้างรากฐานได้ง่ายมากขึ้น” เจียงโม่หลีอธิบาย “เพียงแต่ปัจจุบันขั้นดังกล่าวได้สูญหาย ดังนั้นผู้คนจึงเชื่อกันไปว่าขอบเขตกลั่นลมปราณมีเพียงแค่เก้าขั้น”

จี้เตี๋ยพยักหน้ารับเป็นการบ่งบอกว่าเข้าใจ

ตอนนี้เองที่สตรีตรงหน้าละสายตากลับ นางไม่พูดกล่าวอะไรต่อ แต่เลือกเดินขึ้นไปยังชั้นที่สอง

“ศิษย์พี่หญิงเจียง รอเดี๋ยวขอรับ…”

จี้เตี๋ยเกิดร้อนรนจนเรียกรั้งนางเอาไว้ แต่ขณะกำลังจะหาข้อแก้ตัวอะไรอยู่นั้น เขาตัดสินใจนำขวดหยกออกมาจากแขนเสื้อและส่งมอบออกไป

“คือ… ศิษย์พี่หญิงเจียง นี่เป็นยาที่ข้าปรุงขึ้นขอรับ เรียกว่ายาคงสภาพ สามารถช่วยคงความเยาว์วัยเอาไว้ได้ตลอดกาล ข้าอยากมอบให้แทนคำขอบคุณที่ตอนนั้นเคยช่วยพูดแทนข้าขอรับ”

จี้เตี๋ยพูดโพล่งออกไปมากมาย ราวกับกำลังหาข้ออ้างจนหลุดปากออกไปเสียจนหมด แต่เจียงโม่หลีเพียงแค่รับฟังโดยเงียบงัน นางไม่ทักท้วงหรือถามคำใด

ภายหลังเด็กหนุ่มพูดจนจบ เขาจึงก้มศีรษะลงด้วยความอับอาย… เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่เขามอบของให้กับสตรี และที่สำคัญยิ่งกว่าคือนางเป็นสตรีที่งดงามอย่างยากหาใดเทียบเปรียบ อีกทั้งยังเป็นคนที่เคยได้เห็นเขาเติบโตตั้งแต่เป็นไก่อ่อนจนถึงปัจจุบัน…

บรรยากาศภายในศาลาเงียบสงบ เจียงโม่หลีโบกมือ สายลมพัดผ่าน สุดท้ายขวดหยกจึงลอยเข้าไปยังบริเวณมือ

นางสำรวจมองขวดหยกภายในมือพลางรู้สึกประหลาดใจ

ราวกับไม่คาดคิด ว่าภายหลังจี้เตี๋ยสำเร็จสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสูงได้ไม่นาน ขณะนี้จะปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงได้แล้ว

“ขอบคุณ…” เจียงโม่หลีมองตอบก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงที่หายไปกับสายลม

“รับไปแล้ว?” จี้เตี๋ยยืนนิ่งอยู่กับที่สักพักหนึ่ง ภายหลังยืนยันจนแน่ใจว่านางรับไปแล้วจริงจึงเผยยิ้มออกมา ตอนนี้เองที่เขาได้ทราบว่าศิษย์พี่หญิงเจียงก็ไม่ได้เย็นชาจนถึงขั้นนั้น

และปัจจุบันเขาเองก็เป็นศิษย์ฝั่งเหนือแล้ว ด้วยสถานะที่เท่าเทียมกับนาง หรือบางทีอาจมีโอกาสอื่นใดที่…?

จบบทที่ ตอนที่ 63 มอบยาคงสภาพให้แก่เจียงโม่หลี

คัดลอกลิงก์แล้ว