- หน้าแรก
- หม้อปรุงยาสะท้านภพ
- ตอนที่ 62 คัมภีร์มหากระจ่าง?!
ตอนที่ 62 คัมภีร์มหากระจ่าง?!
ตอนที่ 62 คัมภีร์มหากระจ่าง?!
ตอนที่ 62 คัมภีร์มหากระจ่าง?!
“คัมภีร์มหากระจ่าง… ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นวิชายุทธ์หรือขอรับ?” จี้เตี๋ยไม่เคยได้ยินนามนี้มาก่อน ปัจจุบันจึงเผยความสงสัยและสับสน และคำตอบที่ได้รับจึงทำให้เขาต้องตื่นตกใจ
“เป็นวิชายุทธ์จริงดังที่ว่า เพียงแต่ไม่ใช่วิชายุทธ์ธรรมดา แต่เป็นวิชาที่ทำให้ผู้ฝึกตนก้าวไปถึงการกลั่นลมปราณขั้นที่สิบ…”
“กลั่นลมปราณขั้นที่สิบ?” นับว่าเป็นครั้งแรกที่จี้เตี๋ยได้ยินเรื่องขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สิบ ตอนแรกยังนึกสงสัยด้วยซ้ำว่าฟังผิดไป หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่หญิงเจียงพูดด้วยท่าทีจริงจัง เขาคงสงสัยไปแล้วว่าตั้งใจหยอกล้อกันเล่นหรือไม่
ขณะกำลังจะถามอีกครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ใจ พอมองให้ดีกลับได้พบว่าเจียงโม่หลีหายไปที่ใดแล้วก็ไม่ทราบ
ช่วงหลายวันถัดจากนั้น เขาไม่ได้แวะมาที่ศาลาหมื่นตำรับอีก
เรื่องที่เขาสงสัยจึงทำได้แค่เก็บเอาไว้ภายในส่วนลึก แต่แม้แบบนั้นการสนทนาดังกล่าวก็ซ่อนเร้นอยู่ในใจของจี้เตี๋ยอย่างไม่อาจเลือนหาย
สุดท้ายความสงสัยที่ค้างคาจึงถูกกระตุ้น จนถึงขนาดจี้เตี๋ยแทบใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกตัวอยู่ที่ศาลาหมื่นตำรับ
เขาพยายามค้นหา เพียงแต่ไม่มีเบาะแสใดที่บ่งชี้ไปถึงคัมภีร์มหากระจ่าง
แต่เพราะว่าค้นหาแล้วสุดท้ายไม่พบอะไร ความสนใจของจี้เตี๋ยจึงเริ่มเลือนหายไปจนแทบไม่ได้แวะไปศาลาหมื่นตำรับ
เวลาผันผ่าน ไม่ช้าอีกหนึ่งเดือนจึงผ่านพ้นไป และเวลาส่วนใหญ่จี้เตี๋ยมักจะขลุกตัวอยู่แต่ในถ้ำ
ภายหลังทะลวงสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ดนั้นมีแต่ต้องพึ่งพาตนเองเพื่อฝึกฝน ไม่ว่าความเป็นอัจฉริยะหรือสมบัติวิเศษใดก็ไม่อาจช่วยเร่งการฝึกตนได้ มันคือสถานการณ์ที่ทุกคนต้องเผชิญร่วมกัน
แม้ว่าทุกเดือนจะได้รับยาย้อนฝัน แต่มันก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายปีกว่าจะเกิดการทะลวงครั้งใหม่ได้สำเร็จ
เนื่องจากไม่อาจเพิ่มพูนการฝึกตนในเวลาอันสั้นได้อีกแล้ว จี้เตี๋ยจึงเริ่มกลับมาศึกษาการปรุงยาอีกครั้งหนึ่ง
บังเอิญกับที่ตอนนี้เขาสำเร็จการกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ดเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะลองปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูง!
แต่หากว่าต้องการปรุงยา มันก็จำเป็นต้องมีสมุนไพรวิญญาณเสียก่อน
จี้เตี๋ยมุ่งหน้าออกจากถ้ำเพื่อไปยอดเขาตะวันม่วง
เพราะเป็นสถานที่สำหรับใช้เพาะปลูกสวนสมุนไพรและมีศาลาโอสถอยู่ กล่าวกันว่ามีสมุนไพรวิญญาณหลากหลายจำหน่ายให้ศิษย์สำนักนำไปใช้งาน แน่นอนว่ารวมถึงวัตถุดิบสำหรับใช้ปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงด้วย
บุคคลที่รับผิดชอบดูแลคือชายชราผู้หนึ่ง เขาเป็นศิษย์ของฝั่งเหนือ และยามพบเจอจี้เตี๋ยก็หาได้มีท่าทีสุภาพด้วยไม่
“หน้าใหม่เพิ่งมาที่นี่ใช่หรือไม่? วัตถุดิบปรุงยาทั้งหมดที่นี่มีไว้เพื่อใช้ปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงขึ้นไปเท่านั้น มาทางใดกลับไปทางนั้น มีแต่นักปรุงยาที่ได้รับอนุญาตจึงสามารถเข้าไปได้!” ชายชราเผยท่าทีเย็นเยือกพร้อมกับปลดปล่อยสภาวะพลังของขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่แปดออกมาสะกดข่ม!
เขาทราบว่าจี้เตี๋ยเป็นศิษย์ใหม่ของฝั่งเหนือ เพียงแต่ในใจรู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกฝ่าย
เพราะเขาได้ยินถึงเหตุผลที่จี้เตี๋ยได้เดินบนหนทางแห่งการฝึกตน มันเป็นเพราะเรียนรู้มาจากวิชาของจางเฟิง ดังนั้นเขาจึงมองอีกฝ่ายเป็นผู้สืบทอดของจางเฟิง!
ครั้งจางเฟิงทรยศต่อสำนัก อีกฝ่ายได้สังหารศิษย์จากฝั่งเหนือไปมากมาย มันเป็นเหตุให้เขามองจี้เตี๋ยด้วยท่าทีเป็นปรปักษ์!
“ข้าคือนักปรุงยา ดังนั้นย่อมเข้าไปได้!” จี้เตี๋ยตระหนักทราบถึงสภาวะพลังจากอีกฝ่ายจนหน้าเริ่มซีดเซียว แม้ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงมีท่าทีเป็นปรปักษ์กับตนเองเช่นนี้ แต่เขาเลือกที่จะขมวดคิ้วมองตอบพร้อมเปิดเผยสถานะนักปรุงยา
“เจ้างั้นหรือ?! มีอะไรพิสูจน์ล่ะ?” ชายชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“เช่นนั้นให้พิสูจน์อย่างไร? ให้ข้าปรุงยาแสดงต่อหน้าตรงนี้เลยดีหรือไม่?”
“ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องทราบ! หากเจ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็กลับไปซะ”
“ถ้าเช่นนั้นข้ายืนยันจะเข้าไป”
อีกฝ่ายไม่ได้พูดคุยด้วยความสุภาพเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจี้เตี๋ยจึงไม่คิดสุภาพตอบด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เขาจึงเดินตรงเข้าไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ
ชายชราปรากฏตัวขวางตรงหน้าก่อนจะแค่นเสียง “ก็แค่ขั้นที่เจ็ดไม่ใช่หรือ? คิดว่าจะฝืนเข้าไปได้? ประเมินตนเองสูงเกินไปแล้ว จงไสหัวไปอย่าได้มารบกวนที่นี่อีก หากไม่แล้วอย่าหาว่าข้าไร้มารยาท! หรือจะให้ข้าส่งเจ้าตามไปอยู่กับจางเฟิงดี!”
“จางเฟิงงั้นหรือ… หากว่ากล้าลงมือ เช่นนั้นข้าคงต้องรายงานเรื่องนี้ให้ผู้อาวุโสซุนทราบ” จี้เตี๋ยที่ได้ยินคำตอบจึงพอคาดเดาได้ ว่าอีกฝ่ายน่าจะมีความแค้นกับจางเฟิงมาก่อน เพียงแต่เขาเลือกที่จะมองตอบด้วยความเย็นชาโดยไม่หวาดเกรงแม้แต่น้อย
“เจ้า…” ตอนนี้เองที่ชายชราเผยสีหน้าอัปลักษณ์
จี้เตี๋ยฉวยโอกาสนี้เดินผ่านอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน จนกระทั่งได้พบชั้นไม้ที่มีสมุนไพรวิญญาณวางเอาไว้ พวกมันส่วนใหญ่มีไว้เพื่อใช้ปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูง และแน่นอนว่าข้างเคียงพวกมันมีป้ายบ่งชี้ราคาระบุเอาไว้ด้วยเช่นกัน
แต่ภายหลังค้นหาชั่วระยะเวลาหนึ่ง เขากลับไม่อาจหาวัตถุดิบใช้ปรุงยาย้อนฝัน
เพราะไม่มีตัวเลือกที่ต้องการตอนแรก เขาจึงยอมถอยโดยการสุ่มเลือกวัตถุดิบสำหรับใช้ปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงชนิดอื่น แต่ระหว่างนั้นเองเขาก็ได้ตระหนักว่ามีพลังจิตกำลังมุ่งเป้าจับจ้องมาที่ตนเอง
จี้เตี๋ยไม่คิดสนใจ เขายังคงเลือกสมุนไพรวิญญาณของตนเองต่อไป ภายหลังจึงเดินออกมาจากชั้นวาง จึงนำเอาศิลาวิญญาณหนึ่งร้อยหกสิบสี่ก้อนออกมาส่งให้ชายชราและเดินกลับไป
เขาไม่ทราบว่าอีกฝ่ายมีเรื่องราวใดกับจางเฟิง รวมถึงไม่คิดอยากทราบด้วยเช่นกัน
ขอแค่อีกฝ่ายไม่มาหาเรื่องกันก่อนก็พอ!
ภายหลังกลับมาถึงถ้ำ จี้เตี๋ยเริ่มนำสมุนไพรวิญญาณใส่ลงหม้อทองแดงเพื่อยกระดับพวกมัน
ไม่ช้าสมุนไพรวิญญาณกว่าสิบชนิดหลากสีสันจึงส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา และพวกมันทั้งหมดที่เขาเลือกมาคือวัตถุดิบสำหรับใช้ปรุงยาคงสภาพ
มันถือเป็นยาระดับหนึ่งขั้นสูง และตามบันทึกนักปรุงยา กล่าวว่าภายหลังทานเข้าไปแล้วมันไม่ได้มีส่วนช่วยเรื่องการฝึกตนหรือรักษาอาการบาดเจ็บ แต่จะทำให้ผู้ที่ทานเข้าไปคงความหนุ่มสาวเอาไว้ได้ตลอดกาล
แน่นอนว่าสรรพคุณแท้จริงนั้นไม่ได้วิเศษเปรียบดังปาฏิหาริย์ถึงขั้นนั้น เพราะมันแค่ชะลอการแก่ตัว ขอแค่อายุขัยยังไม่หมด อย่างน้อยก็จะคงสภาพความหนุ่มสาวเอาไว้ได้
“ยาคงสภาพ…” จี้เตี๋ยนั่งขัดสมาธิกับพื้นขณะปรับลมหายใจให้พร้อม ถัดจากนั้นจึงตบถุงมิติด้วยมือขวาเพื่อเรียกหม้อปรุงยาออกมา ขณะเดียวกันก็ขยับมือซ้ายเรียกอัคคีเพลิงออกมา เพื่อจุดไฟที่ด้านล่างหม้อปรุงยา
จี้เตี๋ยปรับลมหายใจให้เข้ากับจังหวะสมาธิของตนเอง และเพื่อไม่ให้รีบร้อนจนเกินไป เขาควบคุมอุณหภูมิของเปลวเพลิงและรอจนหม้อปรุงยาร้อนถึงจุดที่เหมาะสม ถัดจากนั้นจึงโบกมือเพื่อเริ่มส่งสมุนไพรวิญญาณเข้าไปทีละหนึ่งชนิด ขณะเดียวกันก็ควบคุมพลังวิญญาณเพื่อคอยชักนำเอาสิ่งเจือปนที่ไม่บริสุทธิ์ออกมา
กระบวนการดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เพราะมันคือครั้งแรกที่เขาได้ปรุงยาขั้นสูงระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
เพียงไม่ช้าจึงผ่านไปชั่วหนึ่งก้านธูป อุณหภูมิภายในถ้ำเริ่มสูงขึ้น จี้เตี๋ยถึงกับต้องหลั่งเหงื่อโทรมกาย เพียงแต่สมาธิของเขายังคงจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวภายในหม้อ ขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่าการมองเห็นเริ่มพร่าเลือน และตอนนี้เองที่ความร้อนจากหม้อปรุงยาตรงหน้าเริ่มเกินควบคุมจนราวกับพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ!
ในช่วงเวลาสำคัญเช่นตอนนี้ จี้เตี๋ยกัดปลายลิ้นเพื่อเรียกสติตนเองขณะจ้องมองหม้อปรุงยาตรงหน้า จนสุดท้ายสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้
หม้อปรุงยากลับมาสงบเช่นที่ควรเป็นอีกครั้ง
“เกือบไป!” ด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดจากหน้าผาก จี้เตี๋ยไม่กล้าผ่อนคลายหรือหย่อนความระวังเป็นครั้งที่สอง พลังจิตของเขาจะคอยตระหนักรู้ถึงความเคลื่อนไหวภายในหม้อปรุงยาอยู่โดยตลอด ยามเมื่อสิ่งเจือปนไม่บริสุทธิ์จากสมุนไพรวิญญาณอย่างสุดท้ายถูกคัดแยกนำออกมา เขาจึงค่อยรู้สึกโล่งอก
ถัดจากนี้ก็เหลือแค่การบีบอัดเป็นเม็ดยา!
หากว่าบีบอัดเป็นเม็ดได้สำเร็จ เช่นนั้นก็ถือว่าเขาได้เป็นนักปรุงยาขั้นสูง!
จี้เตี๋ยเลียริมฝีปากที่แห้งผาก เพราะการใช้พลังจิตตระหนักรู้เป็นเวลานาน มันผลาญเรี่ยวแรงทั้งกายและใจของเขาไปจนเกือบจะเหือดแห้ง
เพียงแต่ความรู้สึกอันแรงกล้ายังเป็นสิ่งผลักดัน เขาควบคุมพลังวิญญาณเพื่อทำการบีบอัดยาเหลวภายในหม้อปรุงยา
ไม่ช้ากลิ่นหอมของยาจึงเริ่มปรากฏจากตัวหม้อจนกระทั่งฟุ้งไปทั่วทั้งถ้ำ
สำเร็จ!
สายตาจี้เตี๋ยเผยความอิดโรยและอ่อนล้า ทว่าลึกภายในมีประกายแสดงออกให้เห็น เขาเร่งรีบยกมือขึ้นมาตบลงที่ฝาหม้อ ดับอัคคีเพลิง และใช้พลังวิญญาณเพื่อยกยาเม็ดสีดำให้ลอยออกมาจากหม้อลงสู่ฝ่ามือ
“แค่สามเม็ดงั้นหรือ? อัตราสำเร็จต่ำเกินไปแล้ว…”
แม้ว่ากระบวนการปรุงยาจะค่อนข้างยากเข็ญจนทำร่างกายของเขาแทบจะสิ้นเรี่ยวแรง ทว่าแม้จะได้มาแค่สามเม็ด มันก็มากพอทำให้เลือดลมในกายของเขาสูบฉีด สุดท้ายจึงเรียกขวดหยกออกมาเก็บพวกมันไป
เพราะนับจากช่วงเวลานี้ไป ถือว่าตัวเขาได้ย่างก้าวสู่การเป็นนักปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงแล้ว!