- หน้าแรก
- นักเรียนแพทย์สุดเกรียน ป่วนแดนสยอง
- บทที่ 6 ภารกิจลับเสร็จสิ้น!
บทที่ 6 ภารกิจลับเสร็จสิ้น!
บทที่ 6 ภารกิจลับเสร็จสิ้น!
ลู่เป่ยประหลาดใจไม่น้อยที่พบว่าเจ้าเส้นใยสีขาวพวกนี้มีอาการ 'กลัวแสง' เพราะนี่เป็นคุณสมบัติที่เข้าข่ายจุดอ่อนมากที่สุด
การกลัวไฟหรือความร้อนสูงเป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้ แต่นั่นไม่นับว่าเป็นจุดอ่อน... ความกลัวทั้งมวลล้วนเกิดจากการมีอำนาจการยิงไม่เพียงพอ
ภารกิจลับคงไม่ได้ให้ผู้เล่นหาจุดอ่อนดาษดื่นแบบนั้น แต่เป็นการหาจุดอ่อนที่ไม่เคยรู้มาก่อนและสามารถจัดการศัตรูได้โดยแทบไม่ต้องลงทุนลงแรง
การแพ้แสงนับเป็นหนึ่งในนั้น
แต่ปัญหาก็ตามมา...
ลู่เป่ยไม่เห็นยักกะรู้สึกว่าซอมบี้ตัวนี้จะกลัวแสงตรงไหน?
ในความทรงจำของเขา ไม่เคยได้ยินว่าซอมบี้เป็นพวกหากินตอนกลางคืนและต้องหลบเลี่ยงแสงแดดเหมือนแวมไพร์สักหน่อย
เพื่อยืนยันความคิด เขาถึงขั้นกระชากผ้าม่านเปิดออก แล้วใช้กระจกสะท้อนแสงแดดส่องไปที่หน้าซอมบี้จังๆ
ผลก็คือ... เป็นจริงดังคาด
ซอมบี้ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
"มีอะไรผิดพลาดตรงไหนนะ?"
ลู่เป่ยจ้องมองเนื้อเยื่อสีขาวที่ค่อยๆ หยุดเคลื่อนไหว พลางประมวลข้อมูลที่มีอยู่ในหัว
ข้อแรก เส้นใยสีขาวกลัวแสง
ข้อสอง เส้นใยพวกนี้คือตัวการควบคุมร่างกายซอมบี้
ข้อสาม ซอมบี้ไม่กลัวแสง
หรือเพราะมันฝังอยู่ภายในร่างกาย แสงส่องไม่ถึง เลยไม่มีผลกระทบ?
ถ้าเป็นอย่างนั้น การใช้แสงก็ไม่นับเป็นจุดอ่อนสิ
ก่อนหน้านี้ลู่เป่ยค้นพบว่าเนื้อเยื่อสีขาวจะสูญเสียการเคลื่อนไหวในสภาพแวดล้อมที่มีความเข้มข้นของเกลือหรือน้ำตาลสูง
แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นจะเป็นจุดอ่อนของซอมบี้
ข้อหนึ่ง คุณคงไม่มีเวลามานั่งถลกหนังซอมบี้ทุกตัวที่เจอ ข้อสอง คุณจะไปหาเกลือกับน้ำตาลเยอะขนาดนั้นมาจากไหน
ในเมื่อเจ้าสิ่งนี้มันซ่อนอยู่ในร่างซอมบี้ วิธีพวกนี้ก็ไร้ผล
ลู่เป่ยถอนหายใจด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
ช่างเถอะ การทดลองยังต้องดำเนินต่อ เดี๋ยวก็คงเจอเอง
ขณะที่เขากำลังจะเทตัวอย่างทั้งสามจากชุดการทดลองเรื่องแสงทิ้ง สายตาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มควบคุมที่วางตากแสงไฟนีออนเข้าพอดี
"เดี๋ยวสิ... ทำไมเนื้อเยื่อในตัวอย่างนี้ถึงยังอยู่ดีมีสุขล่ะ?"
การค้นพบเมื่อครู่ทำให้เขาตื่นเต้นจนเกือบลืมเช็กตัวอย่างอื่น
กลุ่มควบคุมมีทั้งหมดสามกลุ่ม: กลุ่มที่โดนแสงแดดตายสนิท ส่วนกลุ่มที่โดนแสงไฟและอยู่ในที่ร่มกลับไม่เป็นไร
"เจ้าสิ่งนี้... ไม่ได้กลัวแสง?!"
ลู่เป่ยเข้าใจทันที "มันแพ้บางอย่างที่อยู่ในแสงแดดต่างหาก!"
เมื่อเรียบเรียงความคิด ข้อสรุปก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ไม่มีในแสงไฟ แต่มีในแสงแดด และสามารถฆ่าเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตได้
จะเป็นอะไรไปได้อีก?
รังสียูวี!
ลู่เป่ยตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง ขอแค่หาหลอดไฟยูวีมาทดสอบได้ ก็จะรู้ความจริงทันที!
เขาวางตัวอย่างลงแล้วเริ่มรื้อค้นไปทั่วห้อง
ในชีวิตประจำวันมีอุปกรณ์หลายอย่างที่ปล่อยรังสียูวีได้
นอกจากหลอดไฟฆ่าเชื้อแล้ว ก็ยังมีโคมไฟดักยุง เครื่องอบเล็บ หรือแม้แต่หลอดไฟสำหรับสัตว์เลี้ยงบางชนิด
แต่ของพวกนี้มักจะหาไม่เจอเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเสมอ
ลู่เป่ยแทบจะพลิกห้องหาก็ยังไม่เจอ
เมื่อจนปัญญา เขาจึงจำต้องเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปหาในส่วนอื่นของบ้าน
นับตั้งแต่ไปตักน้ำที่ห้องน้ำคราวนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาออกมาสังเกตสภาพแวดล้อมภายนอกห้องนอนอย่างละเอียด
คราบเลือดแห้งกรังและรอยเท้าเกลื่อนพื้น ส่วนใหญ่ลากยาวระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็ก
ลู่เป่ยประเมินว่าหลังจากกินสามีตัวเองแล้ว ซอมบี้ตัวนี้น่าจะเดินไปมาระหว่างสองห้องนี้บ่อยครั้ง
เขาเริ่มค้นหาจากห้องนั่งเล่นก่อน
ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน มองเห็นมุมหนึ่งของ 'เมืองเถาวัลย์เน่า' ได้ถนัดตา มันก็แค่เมืองธรรมดาๆ เมืองหนึ่ง
ลู่เป่ยไม่มีอารมณ์จะชมวิว เขาแค่อยากพิสูจน์สมมติฐานให้เร็วที่สุด
ค้นห้องนั่งเล่นอยู่นานก็คว้าน้ำเหลว
เขาจึงเบนเป้าหมายไปที่ห้องนอนใหญ่
ผลักประตูห้องนอนใหญ่เข้าไป สิ่งแรกที่เห็นคือศพบนเตียง
สภาพเละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ถูกกินจนเหลือแต่กระดูก
แถมกระดูกยังไม่ครบชิ้นส่วนด้วยซ้ำ
ลู่เป่ยสำรวจศพอย่างละเอียดแต่ไม่พบเส้นใยสีขาว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตายไปแล้ว หรือเพราะไม่ได้ติดเชื้อก่อนตาย
เขาไม่เสียเวลาคิดมาก รีบค้นหาของต่อ
ครู่ต่อมา ในที่สุดเขาก็เจอของดีในลิ้นชักหัวเตียง
ไฟฉายตรวจแบงก์ปลอม!
หลอดไฟเล็กๆ ที่ติดมากับปากกาตรวจธนบัตรพวกนี้ปล่อยรังสียูวีได้
รังสียูวีจะทำให้สารเรืองแสงเปล่งแสง คนจึงใช้วิธีนี้ตรวจสอบธนบัตร
ลู่เป่ยลองกดสวิตช์ แบตเตอรี่ยังเต็ม ใช้งานได้ปกติ
เขารีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนเล็กด้วยความกระตือรือร้น ส่องไฟฉายใส่ตัวอย่างเนื้อเยื่อทันที
ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต เนื้อเยื่อสีขาวตายลงอย่างรวดเร็วจนตาเปล่ามองเห็น!
เร็วกว่าโดนแสงแดดเผาหลายเท่า!
ต่อไปคือของจริง... ทดสอบปฏิกิริยาของซอมบี้ต่อรังสียูวี
ยิ่งใกล้ความจริง หัวใจลู่เป่ยก็ยิ่งเต้นระรัว
เพื่อให้ผลการทดลองน่าเชื่อถือ เขาจงใจเลือกฉายแสงใส่ผิวหนังส่วนที่ไม่มีบาดแผลก่อน
กริ๊ก
สวิตช์ไฟฉายถูกกด
ทันทีที่แสงยูวีกระทบผิว ซอมบี้ก็แสดงอาการกระสับกระส่าย ดิ้นรนไปมาอย่างเห็นได้ชัด
"โฮกกก!"
ลู่เป่ยเลื่อนไฟฉายไปส่องที่บาดแผลบ้าง
"โฮกกก อ๊ากกก!!"
ปฏิกิริยาของซอมบี้รุนแรงขึ้นทันตาเห็น มันบิดเร่าด้วยความทรมานจนเตียงแทบพัง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นกะทันหัน
【ค้นพบจุดอ่อนซอมบี้】
【ภารกิจลับเสร็จสิ้น】
เสร็จแล้ว?
ลู่เป่ยปิดไฟฉาย หยุดการทดสอบ
ในเมื่อระบบแจ้งเตือนแล้ว ก็พิสูจน์ว่าข้อสรุปของเขาถูกต้อง
ในห้องไลฟ์สด ยอดคนดูพุ่งทะลุหลักพันไปแล้ว!
【ดันเจี้ยนแรกของมือใหม่มีภารกิจลับด้วยเหรอเนี่ย?】
【ประเด็นคือหมอนี่ดันทำสำเร็จด้วยนี่สิ โคตรจะเวอร์!】
【ทำภารกิจลับสำเร็จได้ค่าประสบการณ์เพียบเลยนะ หมอนี่เลเวลพุ่งแน่】
【กดติดตามละ คนนี้น่าจะอยู่อีกนาน】
【งั้นฉันตามด้วย】
【เดี๋ยวนะพวกนาย ฉันเพิ่งมาจากช่องอื่น ดันเจี้ยนนี้คือเมืองเถาวัลย์เน่าใช่ไหม?】
【ใช่ ทำไมเหรอ?】
【สตรีมเมอร์ที่ฉันตามอยู่ก็เล่นดันเจี้ยนนี้แบบปาร์ตี้ กำลังบวกกับซอมบี้อยู่เลย!】
【เชี่ย? อยู่โลกเดียวกันเหรอ?】
【ฝั่งนั้นกำลังจะโดนซอมบี้กวาดล้างยกทีม ถ้าพวกเขารู้ว่าซอมบี้กลัวยูวี ป่านนี้คงรอดกันชิลๆ แล้ว】
【ช่วยไม่ได้นี่นา ใครจะไปตรัสรู้ได้ ฉันดูดันเจี้ยนซอมบี้มาเป็นร้อย เพิ่งเคยเห็นภารกิจลับแบบนี้เนี่ยแหละ】
【เวรกรรมใครเวรกรรมมัน เกมสยองขวัญมีคนตายซะที่ไหนล่ะ】
ภายในดันเจี้ยน
ลู่เป่ยเก็บไฟฉายลงกระเป๋า
เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังเพื่อเช็กเวลา
ตั้งแต่วาร์ปมาโผล่ในห้องนอนเมื่อวานจนถึงตอนทำภารกิจลับเสร็จ ผ่านไป 22 ชั่วโมงแล้ว
ภารกิจหลัก 'เอาชีวิตรอด 24 ชั่วโมง' ใกล้จะจบลงเต็มที
ผู้เล่นจะถูกส่งออกจากดันเจี้ยนทันทีที่ภารกิจเสร็จสิ้น กลับไปยังมิติพักคอย
ลู่เป่ยหันไปมองซอมบี้ เขายังมีเรื่องต้องทำอีกอย่างก่อนจากไป
นั่นคือการผ่าตัดสมอง!