- หน้าแรก
- นักเรียนแพทย์สุดเกรียน ป่วนแดนสยอง
- บทที่ 7 พรสวรรค์... การชำแหละ!
บทที่ 7 พรสวรรค์... การชำแหละ!
บทที่ 7 พรสวรรค์... การชำแหละ!
ก่อนหน้านี้ลู่เป่ยใช้มีดชำแหละผ่าเฉพาะส่วนเนื้อเยื่ออ่อนอย่างหน้าท้องและแขนขา
นั่นเป็นเพราะลำพังมีดผ่าตัดไม่อาจตัดผ่านกระดูกแข็งๆ ได้
ตามปกติการผ่าเปิดกะโหลกศีรษะ จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์เฉพาะทางอย่างสว่านไฟฟ้าหรือเลื่อยตัดกะโหลก
แต่ตอนนี้เขาไม่มีของพรรค์นั้น
ตอนที่รื้อค้นห้อง เขาบังเอิญเจอชุดเครื่องมือช่างในห้องน้ำ
ข้างในมีพวกไขควงและค้อนหงอนอยู่
ถ้าไม่คำนึงถึงอัตราการรอดชีวิตของตัวอย่างทดลอง...
การใช้กำลังงัดแงะก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้
ระหว่างการแสวงหาความจริงกับการรักษาชีวิต ลู่เป่ยเลือกอย่างแรกโดยไม่ลังเล
"ผมรักชีวิตนะ แต่ผมรักความจริงมากกว่า"
เขามองซอมบี้ที่ร่อแร่เต็มทีแล้วพูดเบาๆ "เดี๋ยวสูดหายใจลึกๆ นะ อาจจะเวียนหัวบ้างเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกลัว"
เพื่อให้เปิดกะโหลกได้ง่ายขึ้น ลู่เป่ยไปหาเหล็กหมาดกับสกรูเกลียวปล่อยมาจำนวนหนึ่ง
ขั้นแรกใช้เหล็กหมาดเจาะนำร่อง แล้วขันสกรูลงไปเรียงเป็นแนวเพื่อสร้างแรงดันให้เกิดรอยแยก
สุดท้ายใช้คีมงัดเปิดตามรอยแยก ก็จะได้เห็นสมองซอมบี้สมใจ!
ทฤษฎีพร้อมแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาปฏิบัติ
ลู่เป่ยจรดมีดกรีดหนังศีรษะซอมบี้เป็นวงกลมโดยเริ่มจากหน้าผาก
หนังศีรษะถูกกรีดเปิดออกอย่างง่ายดาย
เมื่อลอกหนังออก กะโหลกศีรษะสีขาวซีดก็ปรากฏแก่สายตา
จังหวะที่กำลังจะเปลี่ยนเครื่องมือ จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
"รู้สึกเหมือนมีดในมือมันจะตัดกระดูกได้นะ"
เป็นความคิดที่ไร้เหตุผลสิ้นดี มีดผ่าตัดจะไปตัดกระดูกได้ยังไง?
ขนาดสับกระดูกหมูทำกับข้าวที่บ้านยังต้องใช้มีดปังตอเล่มหนาๆ สับตั้งหลายที แต่วูบหนึ่งลู่เป่ยกลับรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
และด้วยสัญชาตญาณประหลาด เขาจรดมีดชำแหละลงบนกะโหลกซอมบี้
พรสวรรค์—การชำแหละ!
เพียงตวัดเบาๆ กะโหลกแข็งๆ ก็ถูกผ่าแยกออกราวกับก้อนไขมัน
"นี่... แบบนี้ก็ได้เหรอ?"
ลู่เป่ยเพิ่งตระหนักว่านี่คือผลจากพรสวรรค์ที่สุ่มได้ก่อนเริ่มเกม!
ที่แท้พรสวรรค์นี้มันใช้แบบนี้นี่เอง!
ต่อไปเขาไม่ต้องง้อเครื่องมือเยอะแยะในการทดลองแล้ว มีดเล่มเดียวในมือผ่าได้ทุกอย่าง!
ลู่เป่ยตื่นเต้นจนเนื้อเต้น เขาใช้พรสวรรค์บังคับมีดกรีดกะโหลกซอมบี้ไปมาอย่างเพลิดเพลิน
ในห้องไลฟ์สด ผู้คนเริ่มถกเถียงกันอีกครั้ง
"ถ้าฉันเป็นซอมบี้ตัวนั้น กัดลิ้นตายไปซะยังดีกว่า ต้องมาทนทรมานแบบนี้"
"นี่มันความอัปยศของวงการซอมบี้ชัดๆ!"
"ก่อนจะมาดูไลฟ์นี้ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าผู้เล่นจะทรมานตัวอันตรายในดันเจี้ยนได้ขนาดนี้!"
"แล้วพรสวรรค์นั่นมันอะไร? การชำแหละ... พรสวรรค์ระดับ E เนี่ยนะ?"
"หา? เป็นไปได้ไง? เด็กใหม่โหดขนาดนี้ทำไมพรสวรรค์ระดับต่ำสุด?"
ทิศทางของคอมเมนต์เปลี่ยนไปในทันที ทุกเสียงต่างแสดงความกังวล
"จบกัน เพิ่งกดติดตามเพราะหวังว่าจะรอดนานๆ"
"ช่างเถอะ ฉันเลิกติดตามละ จบดันเจี้ยนนี้ฉันไปดีกว่า"
"เลิกตามเหมือนกัน เสียดายจัง นึกว่าเด็กใหม่คนนี้จะไปได้ไกล"
"อ้าว? พวกนายเป็นอะไรกัน? ระดับต่ำแปลว่าตายชัวร์เหรอ?"
"ไอ้หนู ไปดูห้องอื่นเยอะๆ แล้วจะรู้ พวกที่รอดถึงด่านหลังๆ ไม่มีใครมีพรสวรรค์ระดับต่ำหรอก อย่างแย่ที่สุดต้องระดับ B ขึ้นไปทั้งนั้น"
ภายในดันเจี้ยน
เพื่อความสะดวกในการสังเกตการณ์ ลู่เป่ยจัดท่าทางให้ซอมบี้นั่งตัวตรง
ส่วนเรื่องกลัวมันฉวยโอกาสลอบกัด...
หลังจากค้นพบพรสวรรค์ 'การชำแหละ' ตอนที่ลองวิชาเมื่อกี้ เขาถือโอกาสตัดเส้นเอ็นและกระดูกหลักๆ ทั่วร่างซอมบี้ทิ้งไปหมดแล้ว
พูดง่ายๆ คือ ตอนนี้ซอมบี้ตัวนี้กลายเป็นก้อนเนื้อที่เขาจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
ลู่เป่ยค่อยๆ เปิดกะโหลกออกและยกฝาครอบกะโหลกออกมา
สิ่งแรกที่เห็นคือเนื้อสมองสีแดงก่ำ
ถัดมาคือเส้นใยสีม่วงที่กระจายแทรกซึมอยู่ทั่วสมอง
【ผู้เล่นค้นพบพื้นที่ที่ยังไม่รู้จัก】
【ภารกิจลับถูกเปิดใช้งาน!】
【ชื่อภารกิจ: ต้นกำเนิดของซอมบี้】
【เงื่อนไขภารกิจ: โปรดสืบหาความจริงเบื้องหลังการติดเชื้อซอมบี้】
【หมายเหตุ: ภารกิจนี้ไม่จำกัดเวลาและสามารถดำเนินต่อเนื่องข้ามดันเจี้ยนได้】
ภารกิจลับอีกแล้ว?
ลู่เป่ยกระพริบตาปริบๆ ดันเจี้ยนนี้มีภารกิจลับเยอะจัง
วันเดียวเจอสองภารกิจซ้อน
ชื่อภารกิจคือต้นกำเนิดของซอมบี้...
อ้อ เป็นภารกิจต่อเนื่องนี่เอง
แล้วหมายเหตุที่ว่าไม่จำกัดเวลาและข้ามดันเจี้ยนได้ หมายความว่าไง?
แสดงว่าถ้าทำไม่เสร็จรอบนี้ ก็ยังมีโอกาสกลับมาที่ดันเจี้ยน 'เมืองเถาวัลย์เน่า' อีกสินะ?
เขาเหลือบดูเวลา
เหลืออีกแค่ชั่วโมงเดียวภารกิจหลักก็จะจบ
คงทำภารกิจลับไม่ทันแล้ว
ลู่เป่ยชะโงกหน้าเข้าไปดูสมองซอมบี้ใกล้ๆ แล้วลองใช้แสงยูวีส่องดู
ดูเหมือนคุณสมบัติของเส้นใยสีม่วงจะไม่ต่างจากเส้นใยสีขาวเท่าไหร่
ส่วนความแตกต่างเจาะจงนั้นยังไม่รู้
ลู่เป่ยเก็บมีดผ่าตัด
ในเมื่อภารกิจนี้ยังไงก็ทำไม่เสร็จ งั้นไม่ทำแม่งเลยละกัน
เอาเวลาที่เหลือไปทดสอบผลของรังสียูวีในการขับไล่ซอมบี้ข้างนอกดีกว่า
ลู่เป่ยเก็บไฟฉาย ถอดหน้ากากและถุงมือ ยัดสมุดโน้ตใส่เสื้อ
ส่วนซอมบี้... เขาปล่อยทิ้งไว้ในห้องตามยถากรรม
เขาเดินไปที่ห้องนั่งเล่น มองผ่านกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน กวาดสายตาหาเป้าหมาย
ไม่ไกลจากตึกมีแท็งก์น้ำสูงตั้งอยู่
จากมุมนี้เห็นชัดเลยว่าฝูงซอมบี้จากทั่วสารทิศกำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น
"เกิดอะไรขึ้นตรงนั้น? ทำไมพวกมันแห่ไปทางเดียวกันหมด?"
ลู่เป่ยไม่เข้าใจและขี้เกียจหาคำตอบ
ยังไงซะ แค่หาซอมบี้ทดลองได้ก็พอ
เขาเดินออกจากตึก บนถนนเต็มไปด้วยซากรถจอดทิ้งระเกะระกะ
จุดเกิดอุบัติเหตุหลายแห่งปิดกั้นถนนกว้างจนแทบผ่านไม่ได้
ประตูร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตถูกทุบทำลาย ข้าวของข้างในกระจัดกระจาย บ่งบอกถึงความวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้น
ลู่เป่ยเดินมุ่งหน้าไปทางแท็งก์น้ำ เดินไปสักพักก็เจอซอมบี้ตัวแรก
มันกำลังนั่งยองๆ แทะอะไรบางอย่างอยู่มุมตึก พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็ค่อยๆ หันหัวกลับมา
"กิน... กิน... กิน!"
เศษเนื้อเน่าร่วงกราวจากปาก ดวงตาขาวขุ่นจ้องเขม็งมาที่ลู่เป่ย
ลู่เป่ยหยิบไฟฉายตรวจแบงก์ปลอมออกมาอย่างใจเย็น รอจังหวะมันพุ่งเข้ามาแล้วกดสวิตช์
วินาทีที่แสงกระทบตัวซอมบี้ สถานการณ์ก็พลิกผันทันที
ซอมบี้ที่ทำท่าจะขย้ำกลับหันหลังวิ่งหนีป่าราบราวกับเจอศัตรูตามธรรมชาติ!
"โอ้? ได้ผลชัดเจนขนาดนี้เลย?"
ลู่เป่ยพอใจกับผลลัพธ์มาก
เขาเดินต่อพลางทดสอบกับซอมบี้ทุกตัวที่เจอระหว่างทาง
เช่น ลองกับซอมบี้ที่ยืนหันหลังให้ไกลๆ ดูว่าระยะหวังผลสูงสุดของไฟฉายคือเท่าไหร่
หรือถ้าเจอซอมบี้มาพร้อมกันสามสี่ตัว ลำพังไฟฉายอันเดียวจะเอาอยู่ไหม
และอื่นๆ อีกมากมาย
ผลการทดสอบออกมาค่อนข้างดี
สำหรับการดวลเดี่ยว ซอมบี้ทุกตัวจะหนีไปเองในระยะประมาณร้อยเมตร
แต่ถ้าเจอแบบมารุมเยอะๆ ผลการขับไล่จะไม่ค่อยดีนัก
แม้จะป้องกันตัวได้ แต่มันจะยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ สลัดไม่หลุด
ลู่เป่ยคาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่กำลังไฟของรังสียูวี
ไฟฉายอันเล็กกำลังไฟต่ำเกินไป ถ้าได้โคมไฟยูวีขนาดใหญ่น่าจะเห็นผลชะงัด
เขาเดินทดสอบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบริเวณแท็งก์น้ำ
พอเข้ามาใกล้ถึงได้รู้สาเหตุที่ซอมบี้มารวมตัวกันที่นี่
ที่แท้บนแท็งก์น้ำนั่นมีคนอยู่!