- หน้าแรก
- มรรคาวิถีกระสุนดินดำ
- บทที่ 61 สายไปเสียแล้ว!
บทที่ 61 สายไปเสียแล้ว!
บทที่ 61 สายไปเสียแล้ว!
บ้านของราฟาเอลในเมืองฮัวเรซ ชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐฯ มีพี่น้องทั้งหมด 11 คน เกิดจากแม่คนเดียวกันแต่แต่งงานใหม่ถึงสองครั้ง
ด้วยจุดเริ่มต้นชีวิตแบบติดลบนี้ ชีวิตย่อมหาความเจริญได้ยาก ครอบครัวนี้มีชีวิตอย่างยากลำบากชนิดที่ว่า กางเกงในยังต้องผ่อนส่ง จนกรอบแกรบถึงขีดสุด
แม้ราฟาเอลกับไอ้หัวทองจะเป็นพี่น้องต่างพ่อ แต่ความสัมพันธ์กลับแน่นแฟ้นที่สุด จางอู๋จี๋จำไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ จางอู๋จี๋มีวิธีมากมายที่จะทำให้อีกฝ่ายเปิดปาก
ขณะที่จางอู๋จี๋กำลังสังเกตราฟาเอล ราฟาเอลเองก็จ้องมองฆาตกรที่ฆ่าพี่ชายของเขาอยู่เช่นกัน
ในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น มีเพียงไอ้หัวทองคนเดียวที่เขาให้ความสำคัญ และพี่ชายคนนั้นก็ตายด้วยน้ำมือของผู้ชายตรงหน้า
ไฟแค้นลุกโชนในใจ กลิ่นกำมะถันลอยคลุ้งออกมาตามลมหายใจ
วงแหวนแสงคล้ายแกนกลางลาวาปรากฏขึ้นในดวงตาราฟาเอล เปลวไฟสีส้มแปลกประหลาดลุกท่วมตัว
"แกเตรียมตัวรับความตายหรือยัง——"
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงปืนปังๆๆ ก็ดังขึ้น!
อิไอสไตล์อเมริกัน!
*ล้อเลียนอิไอของญี่ปุ่นที่ชักดาบเร็ว อันนี้เป็นชักปืนเร็ว
ไอ้หนูนี่!
จางอู๋จี๋หรี่ตามองผ่านควันปืนจางๆ รอดูว่าราฟาเอลจะรับมืออย่างไร
ล้อเล่นน่า จู่ๆ มีคนน่าสงสัยที่ดูไม่ปกติโผล่มา จะให้พุ่งเข้าไปโดยไม่ลองเชิงก่อนก็มั่นใจเกินไปหน่อย
"ฮึ!"
ราฟาเอลกระตุกยิ้ม เปลวไฟม้วนตัวกลายเป็นกำแพงไฟ อุณหภูมิในอากาศพุ่งสูงขึ้นทันที กระสุนปืนพกเหล่านั้นถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น ไม่สร้างรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
เขาขว้างลูกไฟใส่อย่างต่อเนื่อง แต่จางอู๋จี๋หลบได้หมด ด้วยสมรรถภาพร่างกายระดับเขา ไม่มีทางโดนยิงง่ายๆ
หลังจากลองเชิงอยู่หลายครั้ง เห็นว่าเสียงการต่อสู้เริ่มดึงดูดความสนใจ ผู้คนเริ่มหันมามองทางนี้ จางอู๋จี๋ก็พอจะประเมินระดับความสามารถของมนุษย์ไฟคนนี้ได้แล้ว
การโจมตีของเขาไม่เป็นผลเลยสักครั้ง ทำให้ราฟาเอลเริ่มหมดสนุกกับการหยอกล้อ ตอนนี้เขาอยากให้จางอู๋จี๋ตาย!
"เลิกเล่นกันได้แล้ว! ฉันจะใช้ไฟนรกเผาแกให้สุกทีละนิด ให้อยู่ไม่สู้ตาย——"
ราฟาเอลมองด้วยความเคียดแค้น แต่ยังพูดไม่จบ ลมแรงกรรโชกราวกับจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ เงาร่างของจางอู๋จี๋ก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า!
รูม่านตาราฟาเอลหดเล็กลงเท่ารูเข็ม ในสายตามีเพียงกำปั้นขาวผ่องดั่งหยกที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
ไฟกำมะถันระเบิดออกจากตัวเขาตามสัญชาตญาณ เชื่อมต่อกับเปลวไฟรอบตัว กลายเป็นโล่ไฟสีส้มขวางหน้า แต่จางอู๋จี๋เร็วกว่ามาก!
หมัดของเขาพุ่งมาพร้อมเจตนาฆ่าอันเปี่ยมล้น ห่อหุ้มด้วยลมปราณมังกรพยัคฆ์มหาศาล ภายใต้การนำของเจตจำนงแห่งยุทธ์ มันควบแน่นจนเกือบจะเป็นรูปธรรม ลมปราณที่รุนแรงฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู!
ฟุ่บ——
ราฟาเอลก็มีของดีอยู่บ้าง อย่างน้อยสัมผัสตอนชกก็ไม่เลว
หมัดปะทะโล่!
ตูม!
โล่ไฟแตกกระจาย ลมหมัดหอบคลื่นความร้อนสาดกระเซ็น ราฟาเอลถูกกระแทกปลิวไปไกลกว่าสิบเมตร กำลังจะชนกำแพงด้านหลัง แต่จางอู๋จี๋ก็พุ่งไปรับไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า
"อึก..."
รสเลือดคาวคลุ้งในคอ ราฟาเอลกระอักเลือด วงแหวนลาวาในดวงตาบิดเบี้ยวเหมือนเทียนใกล้ดับ ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
"เกิด... อะไรขึ้น?"
จางอู๋จี๋บีบคอเขาไว้ กระโดดไม่กี่ครั้งก็พาห่างจากบ้านคน มุ่งหน้าสู่ที่เปลี่ยว
"เป็นไปไม่ได้... มนุษย์จะทำลายไฟนรกได้ยังไง!"
ท่ามกลางความไม่เชื่อสายตา ราฟาเอลที่ถูกลมเย็นปะทะหน้าระหว่างลอยตัวกลางอากาศก็ได้สติกลับมา แต่ความหนาวเหน็บในใจกลับยิ่งบาดลึก รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง สัญญาณเตือนภัยดังลั่นในใจ
ดังนั้นเขาจึงไม่กั๊กอีกต่อไป หงายไพ่ตายออกมา!
ในฐานะเมืองหลวง ความปลอดภัยในเม็กซิโกซิตี้ถือว่าดีกว่าที่อื่นมาก
หลายคนสังเกตเห็นลูกไฟขนาดใหญ่ลุกโชนขึ้นกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน!
จางอู๋จี๋สัมผัสได้ถึงความร้อนในมือ เขาหันไปทางที่มีคนน้อย แล้วเหวี่ยงราฟาเอลออกไปสุดแรง!
วูบ——
ตึง!
ราฟาเอลถูกเหวี่ยงไปไกลหลายสิบเมตร ชนกำแพงสนามบาสเกตบอลพังครืน
อิฐหินถล่มลงมา ฝุ่นควันผสมกลิ่นไหม้ของกำมะถันฟุ้งกระจาย เขาขดตัวอยู่ในกองซากปรักหักพัง แล้วรีบลุกขึ้นยืน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังเล่นบาสอยู่ถึงกับยืนงง พอเงยหน้ามอง ก็เห็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งยืนอยู่หน้ากองซากปรักหักพัง!
ร่างกายเดิมสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของราฟาเอลถูกพลังที่มองไม่เห็นดึงให้ยืดขยาย แขนขาที่เคยผอมแห้งกลับพองตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนเป่าลม กล้ามเนื้อปูดโปนเป็นมัดๆ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเข้มเหมือนหินลาวาที่แข็งตัว ที่น่ากลัวที่สุดคือเขาแพะคู่หนึ่งที่งอกออกมาจากหน้าผาก!
เสร็จสิ้นการระเบิดพลัง เสื้อผ้าเก่าๆ ก็เหลือแต่เศษผ้าไหม้เกรียมห้อยรุ่งริ่งอยู่บนตัว
กลุ่มคนมองหน้ากัน เลิ่กลั่ก เห็นความหวาดกลัวในแววตาของเพื่อน สุดท้ายพากันวิ่งหนีป่าราบ!
จางอู๋จี๋กระโดดไม่กี่ทีก็มาหยุดอยู่หน้าราฟาเอลที่รูปร่างเปลี่ยนไป
"แกเก่งมาก ที่บีบให้ฉันต้องใช้..."
จางอู๋จี๋ขี้เกียจฟังมันพล่าม ก้าวเท้าพุ่งเข้าประชิดตัวดุจสายฟ้า สองฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นรูปมังกรและพยัคฆ์ หอบคลื่นลมปราณที่มองไม่เห็นมาด้วย
ฝ่ามือกดลง ลมปราณแผดร้องเสมือนเสียงภูตผี เปลวไฟบนตัวราฟาเอลถูกบดขยี้จนดับ กลิ่นกำมะถันแตกกระจายกลายเป็นควันขาว
ราฟาเอลเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงพลังที่รุนแรงกว่าหมัดเมื่อกี้ ความมั่นใจที่เพิ่งสร้างขึ้นมาถูกราดด้วยน้ำเย็นเฉียบอีกครั้ง
แต่ปล่อยอัลติไปแล้ว จะไม่สู้ก็คาใจ
ชนะกินเหล้า แพ้เข้าโลง นั่งเฉยๆ ก็มีแต่ตายสถานเดียว!
ความจริงพิสูจน์แล้วว่า คนเราต้องรู้จักประมาณตน
จะข้ามแม่น้ำก็ต้องดูเรือ จะทำอะไรก็ต้องดูความสามารถตัวเอง
จะไปแย่งที่นั่งบนเรือไททานิคทำไม?
ยังไงก็ตายเหมือนกัน
ในฐานะผู้ยึดมั่นในกฎกลศาสตร์คลาสสิก จางอู๋จี๋หวดราฟาเอลเหมือนเล่นลูกข่าง
"ละ... ลูกพี่ ผมยอมบอกทุกอย่างแล้ว อย่าทำร้ายกันอีกเลย!"
หลังจากโดนจางอู๋จี๋นวดชุดใหญ่ ราฟาเอลเริ่มสติแตก
อย่างว่า ตึกสูงสร้างจากพื้นดิน ชีวิตจะรุ่งหรือร่วงอยู่ที่ตัวทำ
เขายอมรับว่าตัวเองมั่นใจเกินไปหน่อย ปลูกน้ำเต้าหน้าบ้าน นึกว่าเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์
ไม่นึกว่าจางอู๋จี๋จะเก่งเวอร์ขนาดนี้ ตัวเองสู้ไม่ได้เลยสักนิด!
จางอู๋จี๋ไม่ใช่ปีศาจร้าย เห็นราฟาเอลขอร้องชีวิต เขาก็มีความเมตตาอยู่บ้าง
รอรีดข้อมูลเสร็จค่อยฆ่า ให้มันมีชีวิตรอดต่อไปอีกหน่อย
หลังจากนั้น...
เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุ จางอู๋จี๋ก็พูดไม่ออก
ไม่แปลกที่พวกคนรวยจะกลัวนั่นกลัวนี่ ไม่รู้ว่าวันไหนคนที่ตัวเองฆ่าไปจะมีญาติพี่น้องปลุกพลังขึ้นมาตามล้างแค้นแบบนี้ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
ในเมื่อได้ข้อมูลแล้ว จางอู๋จี๋ก็ไม่ออมมืออีก
ในสายตาเขา การกระทำของราฟาเอลก็เหมือนรถชนกำแพงแล้วเพิ่งรู้ว่าต้องเลี้ยว น้ำมูกเข้าปากแล้วเพิ่งรู้ว่าต้องสั่ง หุ้นขึ้นแล้วเพิ่งรู้ว่าต้องซื้อ สายไปเสียแล้ว!
จางอู๋จี๋ตัดสินใจบอกข่าวดีปนร้าย ร้ายปนดี ดีที่มีร้ายผสม ร้ายที่แฝงดีนิดหน่อยให้ราฟาเอลรู้
กฎหมายตายตัว แต่แกก็ตายได้เหมือนกัน
จางอู๋จี๋ต้องการให้เขาตาย แต่เขาต้องการมีชีวิตอยู่
สำหรับความต้องการของกันและกัน นอกจากส่วนที่ยอมรับไม่ได้ ที่เหลือยอมรับได้หมด
คนเรามีเรื่องไม่สมหวังมากมาย แต่ในระยะสั้นราฟาเอลยังอยากมีชีวิตอยู่ เขาคิดจนหัวแทบระเบิด เหงื่อท่วมหน้าผาก
แน่นอน วิธีที่ราฟาเอลคิดออกคือ ลอบโจมตี!