- หน้าแรก
- มรรคาวิถีกระสุนดินดำ
- บทที่ 50 การทดสอบตระกูลหลิน
บทที่ 50 การทดสอบตระกูลหลิน
บทที่ 50 การทดสอบตระกูลหลิน
แถมทำไมต้องจำกัดความคิดอยู่แค่อาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย ในโลกสมัยใหม่ยังมีของอีกตั้งเยอะแยะที่เอาไปค้าขายได้!
แน่นอน รายละเอียดคงต้องให้จางโซ่วลองหยั่งเชิงดูว่าผู้บำเพ็ญเพียรต้องการอะไรกันแน่...
ขณะที่จางอู๋จี๋กำลังครุ่นคิด แฟรงค์ก็คอยสังเกตสีหน้าเขาอยู่ตลอด เวลาพูดจาก็ระมัดระวัง กลัวจะทำให้เขาไม่พอใจ
เพราะของสิ่งนี้มันมีค่ามหาศาลจริงๆ...
บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง จางอู๋จี๋ได้สติจากภวังค์ พยักหน้า
"ได้ แต่ฉันไม่ต้องการเงิน ฉันต้องการของที่มีประโยชน์กว่านั้น..."
......
เมื่อจางอู๋จี๋ลงจากรถ ไม่นานเขาก็ได้ครอบครองบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่และโกดังสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองเม็กซิกาลี
อีกสองวัน อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เพียงพอสำหรับติดอาวุธให้คนห้าสิบคนจะถูกส่งมาที่โกดังนี้
ปืนไรเฟิลอานุภาพสูง ปืนกลหนักขนาด 12 มิลลิเมตรสำหรับตั้งฐานยิง เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง ระเบิดมือ ทุ่นระเบิด กับระเบิดสะดุด และอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง
แน่นอน ทั้งหมดนี้ต้องรอหลังจากแฟรงค์นำซองเอกสารและยาเม็ดกลับไปที่สำนักงานใหญ่และตรวจสอบยืนยันความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
"แล้วพบกันใหม่ เชื่อว่าเราคงได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้!"
แฟรงค์บอกลาจางอู๋จี๋ด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะเก็บกดไว้
จางอู๋จี๋โบกมือเป็นการตอบรับ
ส่วนคนขับรถ ถูกแฟรงค์พาตัวกลับไปเป็นพยานหลักฐาน เพื่อใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์ของการที่จางอู๋จี๋ช่วยย่อยฤทธิ์ยา
หลังจากนี้แฟรงค์จะไปสืบให้แน่ชัดว่าขุมกำลังไหนและใครเป็นคนจ้างคนขับรถมาฆ่าจางอู๋จี๋ เพื่อเป็นการตอบแทน
รถเก๋งสตาร์ทเครื่องออกไป จางอู๋จี๋ยืนมองบ้านเรือนที่ไม่ไกลออกไปตามลำพัง ความรู้สึกในใจซับซ้อน
ยิ่งใกล้บ้านยิ่งหวั่นไหว...
บ้าน...
พ่อแม่ในมิตินี้ จะใช่พ่อแม่ที่เขาคุ้นเคยหรือเปล่า?
จางอู๋จี๋ไม่รู้ และขณะกำลังลังเล มือถือก็ดังขึ้น
คำนวณเวลาดูแล้ว ในโลกบำเพ็ญเพียรน่าจะผ่านไปสี่เดือนแล้ว
คิดไปคิดมา เขาเลยเลือกมุมกำแพงสักที่ หยิบมือถือออกมา
จัดการเรื่องโลกบำเพ็ญเพียรก่อนดีกว่า
......
......
【ต้นเดือนมีนาคม ปีที่สอง ภรรยาแซ่ม่อกินผลปราณบำรุง เมื่อร่างกายปกติแล้วจึงเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาดูดกลืนปฐพี】
【ปลายเดือนมีนาคม ปีที่สอง จางโซ่วทำสำเนาหน้าไม้กลเบาเจาะทัพ ลูกปัดระเบิดสะท้านฟ้า และปืนลูกปรายทะลวงเกราะพันลูกได้สำเร็จ และพยายามปรับปรุง】
【กลางเดือนพฤษภาคม ปีที่สอง จางโซ่วปรับปรุงเสร็จสิ้น ลดขั้นตอนการตีเหล็ก ผสมโลหะหายาก ประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นดั้งเดิมมาก】
【ปลายเดือนพฤษภาคม ปีที่สอง จางโซ่วเข้าร่วมการทดสอบตระกูลหลิน ด้วยเทคนิคการตีเหล็กแบบใหม่ เอาชนะศิษย์ตระกูลหลินอย่างขาดลอย คว้าตำแหน่งชนะเลิศ รับรางวัลใหญ่】
ด่านช่องเขาคมมีด
หอร้อยฝึกฝนกลไก (สาขาป้อมบัญชาการ)
หอร้อยฝึกฝนกลไกแห่งนี้คล้ายกับสาขาของวัดวัชระ แต่ใหญ่โตกว่ามาก ตั้งอยู่ข้างป้อมบัญชาการ
การทดสอบที่ตระกูลหลินโฆษณามาหลายเดือน ประสบความสำเร็จในการดึงดูดช่างฝีมือจำนวนมากด้วยรางวัลระดับแนวหน้า
ช่างฝีมือครั้งนี้ไม่แบ่งแยกคนธรรมดาหรือผู้บำเพ็ญเพียร สอบรวมกันหมด
ผู้ชนะเลิศสามารถขอพรจากตระกูลหลินได้หนึ่งข้อ จะขอวิชาฝึกเซียน ขออาวุธวิเศษคุ้มกาย หรือขอยาวิเศษก็ได้ แน่นอนว่าถ้าเป็นคนธรรมดาก็ขอแลกเป็นหินวิญญาณสามพันก้อนได้เลย
เพียงแต่ไม่มีใครสนใจหินวิญญาณสามพันก้อนนั้น ไม่ใช่เพราะมูลค่าน้อยกว่า แต่เพราะคนธรรมดาไม่มีทางคว้าที่หนึ่งได้
รางวัลที่สองและสามมูลค่าลดฮวบแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นแค่ของวิเศษสำหรับผู้ฝึกตนขอบเขตปราณครรภ์ไม่เกินขั้นที่สาม ส่วนอันดับรองลงไปยิ่งเป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ อาจได้รับวิชาช่างของตระกูลหลินสักหนึ่งหรือสองวิชา
เพื่อป้องกันพวกมามั่วเนียนสอบ ตระกูลหลินจึงจัดการคัดเลือกรอบแรก ผู้ที่ผ่านเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบจริง
ภายใต้การเสริมพลังจากพร 【หัตถ์เทวะสร้างศาสตรา】 จางโซ่วผ่านรอบคัดเลือกได้อย่างง่ายดาย และผ่านรอบตัดเชือกมาได้เรื่อยๆ จนถึงรอบสุดท้ายที่มีแต่ยอดฝีมือ
ถึงกระนั้น ในลานสอบที่มีเตาหลอมสามสิบสองเตากระจายอยู่ อุณหภูมิภายในหอน่าจะสูงปรี๊ด แต่ตระกูลหลินวางค่ายกลไว้ ทำให้ช่างฝีมือระดับโฮ่วเทียนที่มามุงดูยังพอยืนอยู่ได้ไม่ทรมานนัก
จางโซ่วยืนหน้าแท่นตีเหล็ก ปลายนิ้วลูบไล้วัสดุที่เตรียมมา
ต่างจากรอบก่อนๆ รอบนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศ เพื่อให้ถนัดมือที่สุด การแข่งขันอนุญาตให้เตรียมวัสดุมาเองได้
วัสดุที่เขาเตรียมมาส่วนใหญ่เป็นแร่ที่คนในโลกนี้ยังไม่รู้จัก หรือมองว่าเป็น 'แร่เจือปน' ที่ไร้ค่า
แต่ภายใต้พร 【หัตถ์เทวะสร้างศาสตรา】 แร่สีทึมๆ พวกนี้กลับเปล่งประกายเจิดจรัสในสายตาเขา!
ด้วยพรจากบรรพชน จางโซ่วถึงขั้นค้นพบโลหะหายากบางชนิดที่แม้แต่ในคำชี้แนะของบรรพชนก็ไม่ได้บันทึกไว้!
"เริ่มได้!"
สิ้นเสียงสั่งของหลินซูอี้ ทุกคนต่างเริ่มลงมือ
เตาหลอมทุกเตาใช้ไฟจากหินวิญญาณ แสงเงาในหอวูบไหว ช่างฝีมือที่ตกรอบไปก่อนหน้านี้มายืนมุงดู พวกเขากลั้นหายใจ สายตาจับจ้องไปยังศิษย์ตระกูลหลินเป็นอันดับแรก
เพราะในบรรดาเตาหลอมสามสิบสองเตา เกินครึ่งเป็นของศิษย์ตระกูลหลิน!
เห็นศิษย์ตระกูลหลินเกินครึ่งเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงกัน ใช้พลังวิเศษขับเคลื่อนค้อนขึ้นลง ท่วงทำนองเป็นธรรมชาติ เทคนิควิจิตรบรรจง
วัสดุที่พวกเขาเตรียมมาล้วนเป็นเหล็กนิล เหล็กกล้าชั้นยอดของโลกปุถุชน แต่นั่นเป็นแค่ฐาน ส่วนสำคัญคือแร่วิญญาณและหยกวิญญาณ!
แบบแปลนของสิ่งที่ต้องตีถูกติดไว้ที่ที่นั่ง ให้ช่างคนอื่นๆ ได้ดู
มีตั้งแต่อาวุธลับชิ้นเล็กแต่กลไกซับซ้อน ไปจนถึงเกราะนิลที่เบาหวิวแต่ฟันไม่เข้า แต่ละชิ้นแตกต่างกันไป ล้วนแสดงให้เห็นถึงรากฐานอันลึกซึ้งนับร้อยปีของตระกูลหลิน
"สมเป็นศิษย์ตระกูลเซียน เทคนิคนี้ช่างน่าอัศจรรย์!"
"ดูจังหวะการชุบเย็นด้วยผลึกน้ำแข็งนั่นสิ แม่นยำไม่มีผิดเพี้ยน เด็กฝึกงานในร้านข้าฝึกสิบปีก็ยังไม่ได้สักเสี้ยว!"
"มิน่าตระกูลหลินถึงมั่นใจนัก รางวัลที่หนึ่งถึงได้มากมายขนาดนี้ ที่แท้ก็กะไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องตกเป็นของคนในตระกูล!"
"ปรมาจารย์ช่างจากป้อมวายุเหล็กนั่นก็ไม่เบานะ ได้ยินว่าก่อนตระกูลหลินจะมาที่ตลาดทะเลสาบเมฆา วิถีช่างต้องยกให้ตระกูลเถียเป็นที่หนึ่ง!"
"จะมีประโยชน์อะไร? วิถีช่างสำหรับตระกูลเถียเป็นแค่ของแถม แต่สำหรับตระกูลหลิน วิชากลไกคือรากฐานที่ใช้ตั้งตระกูล เทียบกันไม่ได้! เขาเข้ามาถึงรอบสุดท้ายได้ก็ถือว่างัดทุกอย่างมาใช้หมดแล้ว!"
พวกช่างฝีมือที่มาดูต่างหลงใหล บางคนพึมพำกับตัวเอง
"อย่าว่าแต่วิชาช่างตระกูลหลินเลย ถ้าได้เรียนรู้วิชาควบคุมไฟของตระกูลเถียแค่นั้นก็สุดยอดแล้ว! กลับบ้านไปเปิดร้านตีเหล็ก เป็นวิชาลับประจำตระกูลได้เลย!"
"จุ๊ๆๆ สามสิบสองคน ไม่ใช่ตระกูลหลินก็ตระกูลเถีย ที่เหลือก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรจากต่างถิ่น คนธรรมดาดูเหมือนจะเหลือแค่ปรมาจารย์จางคนเดียวแล้ว!"
เมื่อสายตาของทุกคนกวาดไปยังจางโซ่วที่มุมห้อง เสียงอุทานชื่นชมก็เปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบกระซาบ
เซียนเทียนสมบูรณ์มีสถานะไม่ต่ำ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรก็ต้องไว้หน้าบ้าง แต่ใครๆ ก็รู้
เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่สิ้นสุดหนทางในวิถียุทธ์ ก่อนหน้านี้แม้จะมีชื่อเสียงเรื่องกลไก แต่ฝีมือก็งั้นๆ ไม่ได้มีใครให้ความสนใจ
ครั้งนี้สามารถเอาชนะช่างฝีมือที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรในรอบก่อนๆ จนขึ้นมายืนบนเวทีรอบสุดท้ายได้ ก็นับว่าไม่ง่ายเลย เกินคาดของทุกคน ต่อให้แพ้ก็ถือว่าสมศักดิ์ศรีแล้ว!
แต่การปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนั้นมันคืออะไร?
บนแท่นตีเหล็กตรงหน้าเขา สิ่งที่กองอยู่ไม่ใช่แร่หายากล้ำค่า แต่เป็นเศษหินสีทึมๆ เศษโลหะขึ้นสนิม หรือแม้แต่กากยาเม็ดดำๆ ก็ยังมี แล้วยังมีแท่งโลหะบ้าง แต่ดูจากหน้าตาแล้ว ไม่มีใครรู้จักสักคน
คนที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่พวกไก่กา ทุกคนตาถึงกันทั้งนั้น วัสดุวิถีเซียนอาจจะบอกว่าไม่รู้จักได้ แต่วัสดุชั้นยอดของโลกปุถุชนพวกเขาจะไม่รู้จักได้ยังไง?
ดูของพวกนั้นสิ ไม่มีประกายวิญญาณสักนิด ล้วนเป็นของธรรมดาสามัญทั้งนั้น
ถ้าไม่มีใครรู้จัก ตัดความเป็นไปได้ต่างๆ ออกไป คำตอบที่เหลือก็มีแค่อย่างเดียว
ขยะ!