- หน้าแรก
- มหาเทพวารี ตำนานคนส่งน้ำระห่ำโลก
- บทที่ 45 - ไอ้หนุ่มห้าวเป้ง
บทที่ 45 - ไอ้หนุ่มห้าวเป้ง
บทที่ 45 - ไอ้หนุ่มห้าวเป้ง
บทที่ 45 - ไอ้หนุ่มห้าวเป้ง
ดึกสงัด เฉินซุ่นอันนอนหลับๆ ตื่นๆ เสียงกระซิบพึมพำดังข้างหู
"ลอกคราบหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นมีลายงูขึ้นตามตัว วิชาตีกลับนี่มันช่างร้ายกาจและพิสดารนัก! ทำไมในคัมภีร์ถึงไม่เห็นมีบันทึกเรื่องนี้ไว้เลย? ช่างเถอะ อาบน้ำอีกสักรอบดีกว่า เฉินซุ่นอันผู้นี้แม้จะดูเป็นคนเห็นแก่ได้ แต่ก็มีบุญคุณกับตระกูลหลี่ของข้าจริงๆ..."
[แรงศรัทธา +4]
"ผ้าห่มนุ่มเตียงอุ่น เครื่องนอนใหม่เอี่ยม สบายกว่าเตียงที่โรงทานหรือคณะปาหี่เยอะเลย... ได้ยินว่าเป็นน้ำมงคลที่ท่านอาเฉินให้มา? ท่านอาดูเหมือนจะเป็นคนดี แต่น่าเสียดายที่คนดีมักอายุสั้น เรื่องยาลับกับการนวดข้าควรจะพูดยังไงดี?"
[แรงศรัทธา +3]
...
[แรงศรัทธา +27] [แรงศรัทธา: 113]
ยาลับ? เฉินซุ่นอันงึมงำด้วยความงัวเงีย พลิกตัวไปอีกด้าน เขาเฉินซุ่นอันมีเสียงสวรรค์สามร้อยสาม แถมยังมีปลาวิเศษช่วยเสริมพลัง จะต้องพึ่งยาลับอะไรนั่นอีก ส่วนเรื่องนวดกระตุ้นเลือดลม? ลูกผู้ชายตัวจริง ไม่ต้องการนวดเว้ย!
...
"ให้ตายเถอะ อาหัวบรรลุระดับสามขั้นสมบูรณ์แล้วเหรอเนี่ย!"
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น คาดถุงน้ำที่เอว สะพายห่อผ้าใบเล็ก เฉินซุ่นอันเพิ่งก้าวเข้ามาในตรอกถนนเหวยเหิง ก็ได้ยินเสียงพวกคนส่งน้ำคุยกัน บ้างก็ตกใจ บ้างก็อิจฉา เฉินซุ่นอันมองไปที่ลานกว้างข้างบ่อน้ำ เห็นอาหัวยืนยืดตัวตรง ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ส่วนคนส่งน้ำร่างกายกำยำอีกคน กุมหน้าอกนอนคุดคู้ตัวงออยู่บนพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
คนส่งน้ำคนอื่นๆ ที่กำลังจับคู่ซ้อมมือ หรือยืนม้าฝึกพลัง ต่างก็หยุดกิจกรรมหันมาดูเป็นตาเดียว สายตาแต่ละคนสื่อความหมายต่างกันไป แต่ต่างก็ยอมรับว่าคลื่นลูกใหม่ไล่หลังคลื่นลูกเก่าจริงๆ อาหัว เด็กหนุ่มคนนี้ ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
เถ้าแก่หลี่เดินออกมาจากเพิงพัก สวมเสื้อคลุมยาว ยิ้มแก้มปริ พยักหน้าหงึกหงักอย่างพอใจ "ขออภัยพี่เวย" อาหัวก้าวเข้าไปประคองคนที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้น พี่เวยรับรู้ถึงสายตาเร่าร้อนของพวกคนงานรอบข้าง สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดีนัก เพราะเมื่อก่อนตอนเขาซ้อมกับอาหัว เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบตลอด มักจะวางมาดรุ่นพี่คอยชี้แนะ หรือถึงขั้นดุด่าสั่งสอนอาหัวอยู่บ่อยๆ ผ่านไปไม่กี่ปี สถานการณ์กลับตาลปัตรเสียแล้ว!
"ไม่เป็นไร อาหัวเอ็งขยันฝึกซ้อมมาตลอด ตั้งใจทำงาน บวกกับพื้นฐานร่างกายดีอยู่แล้ว อายุแค่ยี่สิบต้นๆ ก็ฝึกถึงระดับสามขั้นสมบูรณ์ได้ ถือเป็นเรื่องสมควร... เผลอๆ อายุไม่ถึงสามสิบอาจจะทะลวงผ่านระดับสองได้ ถึงตอนนั้นอย่าลืมพี่ชายคนนี้ก็แล้วกัน!" พี่เวยข่มความรู้สึกแปลกๆ ในใจ แล้วประสานมือหัวเราะกลบเกลื่อน
"แน่นอนๆ พี่เวยเกรงใจไปแล้ว!" อาหัวรีบตอบกลับ
ซานเต๋อจื่อเศรษฐีใหม่ อาหัวดาวรุ่งพุ่งแรง เฉินซุ่นอันที่ครูฝึกหลินให้ความสำคัญ... หลิวหน้าบากที่กำลังฝึกหมัดอยู่เงียบๆ จู่ๆ ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทำไมกัน ข้าตัดกิเลสตัณหาทิ้งไปหมดแล้ว แต่ก็ยังตามคนพวกนี้ไม่ทันอีกหรือ พอเห็นเฉินซุ่นอันมาถึง หลิวหน้าบากก็ฝืนยิ้มทักทาย "พี่เฉิน"
เฉินซุ่นอันยิ้มตอบ วันนี้ซานเต๋อจื่อเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดสั้นรองเท้าผ้าเหมือนเดิมแล้ว ไม่เหลือคราบเศรษฐีหน้าใหม่เมื่อวาน เข้ากับพวกคนงานได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ซานเต๋อจื่อก็เหมือนคนอื่น เข้าไปแสดงความยินดีกับอาหัว พอเห็นเฉินซุ่นอันก็รีบเข้ามาทัก "พี่เฉินมาแล้ว กินข้าวมายัง ถ้ายังเดี๋ยวเราเข็นรถไปถนนสายสอง ไปซดชาข้าวตอกกินกับขนมแป้งทอด ล้างคอกันหน่อย!"
เฉินซุ่นอันหัวเราะ "แหมๆ ซานเต๋อจื่อ เอ็งนี่รวยจริงจังนะเนี่ย!"
"ท่านอาเฉิน..." ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน จู่ๆ ก็มีเสียงแทรกขึ้นมา เห็นอาหัวเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น แววตามุ่งมั่น ประสานมือคารวะเฉินซุ่นอัน "ได้ยินชื่อเสียงมานานว่าวิชา 'กายาเหินนภา' ของท่านอาเฉินเป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด อาหัวผู้น้อย อยากจะขอคำชี้แนะสักเล็กน้อย หวังว่าท่านอาเฉินจะเมตตาสั่งสอน!"
เฉินซุ่นอันยิ้มที่มุมปาก "เจ้าแน่ใจนะ"
สิ้นเสียง บรรยากาศในตรอกที่เคยจอแจก็เงียบกริบลงทันที สายตาของทุกคนจับจ้องมา บรรดาคนส่งน้ำรุ่นเก่าหลายคนเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจ
อาหัวไอ้เด็กนี่มันห้าวเป้งจริงๆ! ถ้ามันไปท้าคนอื่น หรือแม้แต่ไปท้าพวกซุนเสี่ยว หรือเฉิงปิน ที่เป็นนักสู้ระดับสอง ก็ยังพอว่า แพ้ก็คือแพ้ ไม่มีใครเสียหน้า แต่มาท้าเฉินซุ่นอันที่เป็นผู้อาวุโส เป็นคนเก่าคนแก่ ซึ่งต่างก็มีศักดิ์ศรีมีหน้ามีตา ถ้าเฉินซุ่นอันแพ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าจริงๆ มันจะไม่ใช่แค่เฉินซุ่นอันเสียคน แต่มันจะมองหน้ากันไม่ติด เท่ากับตบหน้าพวกคนรุ่นเก่าอย่างพวกเราไปด้วย?
แถมหมัดมวยไม่มีตา เกิดพลั้งมือทำร้ายตาเฒ่าเฉินบาดเจ็บเข้า ใครจะรับผิดชอบ แต่คำพูดเหมือนน้ำที่สาดออกไปแล้ว เก็บกลับคืนไม่ได้ บางคนส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ สายตาอำมหิต บางคนส่ายหน้าอย่างระอา คิดว่าเป็นแค่ความคึกคะนองของคนหนุ่ม แต่บางคนก็ทำหน้าอยากรูอยากเห็น เถ้าแก่หลี่ขมวดคิ้ว ก้าวออกมาเตรียมจะห้ามศึก เพื่อรักษาความปรองดองในซุ้มบ่อน้ำ
"ครูฝึกหลินมาแล้ว" เสียงร้องบอกด้วยความเคารพดังขึ้น เห็นครูฝึกหลิน หลินโส่วจัว เดินอาดๆ เข้ามา แม้จะสวมชุดผ้ากระสอบธรรมดา แต่ไม่อาจปกปิดมัดกล้ามและเส้นเลือดปูดโป่งได้ ท่าทางเดินเหินเหมือนเสือเหมือนหมาป่า ใครเห็นเป็นต้องหลบสายตา
"เกิดอะไรขึ้น" สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ในตรอก ครูฝึกหลินถามเสียงเย็น มีคนกระซิบรายงานข้างหู ครูฝึกหลินเข้าใจเรื่องราวทันที มองไปที่เฉินซุ่นอันกับอาหัว แล้วทำหน้าไม่ยี่หระ "เรื่องขี้ปะติ๋ว แค่ขอคำชี้แนะ จะอิดออดทำไมเหมือนอิสตรี! รีบๆ ตีกันซะ ข้าจะดูให้เอง รีบหน่อยจะได้เวลาส่งน้ำแล้ว"
ในเมื่อครูฝึกหลินพูดแบบนี้ คนอื่นจะห้ามก็คงไม่ได้ เถ้าแก่หลี่มองครูฝึกหลินอย่างจนใจ ส่ายหน้าแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
ไม่นาน ทุกคนก็แหวกทางให้เฉินซุ่นอันกับอาหัว เว้นที่ว่างตรงกลางไว้ ครูฝึกหลินอัดยาเส้นเข้าปอด พ่นควันโขมง ใบหน้าดูมีเลือดฝาดขึ้นมาหน่อย มองไปที่ลานประลอง อาหัวก็ฝึกวิชาตัวเบา แม้จะเป็นแค่วิชาระดับกลาง เทียบไม่ได้กับ "กายาเหินนภา" ของเฉินซุ่นอัน แต่หมัดมวยกลัวคนหนุ่ม อาหัวกำลังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นเลือดร้อน หลายคนจึงไม่ค่อยมั่นใจในตัวเฉินซุ่นอันนัก
แต่สายตาของครูฝึกหลินนั้นเฉียบคม กวาดตามองทั้งคู่ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเฉินซุ่นอันดูสงบนิ่งเกินไป ราวกับมีแผนในใจอยู่แล้ว "หือ?" ครูฝึกหลินวางกล้องยาสูบลง โบกมือไล่ควัน แล้วมองทั้งคู่ด้วยความสนใจ เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าผลลัพธ์อาจจะผิดคาด
อาหัวพูดว่า "ล่วงเกินท่านอาเฉินแล้ว"
เฉินซุ่นอันตอบ "ข้ากินข้าวมาก่อนเจ้าหลายปี เจ้าลงมือก่อนเถอะ"
อาหัวจ้องมองเฉินซุ่นอัน สูดลมหายใจลึก ตั้งท่าเตรียมพร้อม แต่ลึกลงไปในแววตาฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง ตาแก่อยู่ไปก็รกโลก! ความบ้าคลั่งก่อตัวขึ้นในใจ อาหัวระเบิดพลังและเลือดลมทั่วร่างออกมาในรวดเดียว ย่อเข่า โก่งตัว แล้วพุ่งทะยานเข้ามาหาดั่งนกกระจอกแตกรัง! ร่างผลุบโผล่ซ้ายขวา เท้าเหยียบแผ่นหินแทบไม่มีเสียง พริบตาเดียวก็ประชิดตัวเฉินซุ่นอัน หมัดที่แฝงเจตนาฆ่าพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าจับ!
กระบวนท่านี้ของอาหัว เรียกได้ว่าทุ่มสุดตัว รวบรวมเลือดลมและจิตใจทั้งหมดที่มี ความอัดอั้นตันใจและความโกรธแค้นที่ไม่อาจบอกใครได้ ดูเหมือนจะถูกระบายออกมาในหมัดนี้! ในภวังค์นั้น เขาถึงกับสัมผัสได้ถึงแก่นแท้ของ "วิชาสกุณาตื่นภัย" ข้อต่อกระดูกคันยิบๆ เลือดใหม่กำลังไหลเวียน
หลายคนในที่นั้นแทบจะมองตามการเคลื่อนไหวของอาหัวไม่ทัน มีเพียงพวกระดับสามขั้นสมบูรณ์ หรือพวกซุนเสี่ยวกับครูฝึกหลินเท่านั้นที่มองออกว่ากระบวนท่านี้ของอาหัวยอดเยี่ยมมาก แทบจะเป็นจุดสูงสุดของระดับนี้แล้ว แต่... ในสายตาของเฉินซุ่นอัน อาหัวช้าเกินไป ช้าเหมือนเต่าคลาน กระบวนท่ามีช่องโหว่เต็มไปหมด พลังเลือดลมก็อ่อนดั่งไม้ผุ แต่สำหรับเฉินซุ่นอันที่เป็นระดับสองขั้นปลาย นี่คือคู่ซ้อมชั้นดีที่จะได้ลองวิชาแบบเนื้อๆ เน้นๆ!
[จบแล้ว]