- หน้าแรก
- มหาเทพวารี ตำนานคนส่งน้ำระห่ำโลก
- บทที่ 38 - ระดับสองช่วงปลาย
บทที่ 38 - ระดับสองช่วงปลาย
บทที่ 38 - ระดับสองช่วงปลาย
บทที่ 38 - ระดับสองช่วงปลาย
พ่อของหลิวหรูเยว่เป็นที่ปรึกษาด้านการคลังของท่านปลัดอำเภออู่ชิง แม้จะเป็นแค่เสมียนเล็กๆ ไม่มีตำแหน่งขุนนาง แต่รับผิดชอบเรื่องสำคัญๆ อย่างภาษีที่ดิน การเกณฑ์แรงงาน การตรวจสอบบัญชี เปรียบเสมือนแขนซ้ายแขนขวาของท่านปลัด
ตราบใดที่ท่านปลัดยังอยู่ อำนาจของที่ปรึกษาการคลังในอำเภอนี้ ก็ใหญ่โตคับฟ้าดั่งฮ่องเต้องค์น้อยๆ
หลิวหรูเยว่ได้ยินดังนั้น ก็มองจ้าวกวงซีด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
"ทำไมเจ้าไม่ไปแจ้งเอง ดันมาใช้ข้า?"
เสียงลูกเหล็กหมุนหยุดกึก
จ้าวกวงซีกำลูกเหล็กไว้ ตอบหน้าซื่อตาใส "ข้ากลัวว่าโรงสีหวั่นหลงอาจจะติดสินบนท่านปลัดไปแล้ว หรือไม่ก็เป็นถุงเงินถุงทองของท่านปลัดไปแล้ว! ขืนข้าไปมีหวังหัวขาด"
หลิวหรูเยว่โกรธจนหัวเราะ "แล้วข้าไม่กลัวรึไง?"
จ้าวกวงซีฉีกยิ้มจริงใจสุดๆ ตอบว่า
"น้องหลิวล้อเล่นน่า พ่อเจ้าเป็นคนโปรดของท่านปลัด แถมเจ้ายังเป็นลูกบุญธรรมของท่านปลัดอีก! ท่านรักเจ้าจะตาย จะฆ่าเจ้าได้ยังไง"
หลิวหรูเยว่สีหน้าเย็นชา ยืนตัวตรง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยเอ่ยปากช้าๆ
"ท่านปลัดอำเภอลึกลับซับซ้อน ใครจะไปเดาใจท่านถูก แทนที่จะไปแจ้งความ สู้รอดดูท่าทีไปก่อนดีกว่า"
"อ้อ ยังไงรึ?" จ้าวกวงซีถามด้วยความสงสัย
"ยุ้งฉางถูกเผา ยาสูบดอกบัวหายไป ถ้าโรงสีหวั่นหลงแสดงท่าทีแข็งกร้าว ไล่ล่าหาคนร้ายไปทั่ว แสดงว่าพวกมันมีแบ็คดี เราไม่ควรไปปะทะตรงๆ
แต่ถ้าโรงสีหวั่นหลงเลือกที่จะเงียบ ยอมกลืนเลือด แสดงว่าพวกมันกลัวความผิด เราจะฉวยโอกาสเรียกร้องผลประโยชน์ หรือสืบดูท่าทีของท่านปลัดที่มีต่อโรงสีก่อน ก็ยังไม่สาย"
จ้าวกวงซีฟังจบ แทบไม่ต้องคิด ก็ทำหน้าชื่นชม ยิ้มตาหยีพูดว่า
"สมองน้องหลิวนี่ฉลาดจริงๆ ข้านับถือเลื่อมใส งั้นตกลงตามนี้ เราสองฝ่ายจะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน..."
ลูกเหล็กเป่าโจวในมือเขา หมุนติ้วส่งเสียงหวีดหวิวอย่างร่าเริงอีกครั้ง
ตกลงกันเรียบร้อย
จนกระทั่งเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลจ้าว หลิวหรูเยว่ถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว
ทำไมจ้าวกวงซีไม่เถียงข้าสักคำ?
ไม่ได้การ!
ไอ้บ้านี่มันแกล้งโง่อีกแล้ว!
มันรู้อยู่เต็มอก แต่ไม่อยากเผชิญหน้ากับโรงสีตามลำพัง เลยยืมปากข้าพูดแทนชัดๆ!
คิดได้ดังนั้น หลิวหรูเยว่ก็หน้าแดงด้วยความโกรธ หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงจนน่าหวาดเสียว
"ถังเจี๋ย ยอดฝีมือวิชาตัวเบาระดับหนึ่งคนนั้น เจ้าไม่รู้จักจริงๆ เหรอ?"
หลิวหรูเยว่กัดฟันกรอด ปรับสีหน้ากลับมาเย็นชาเหมือนเดิม
ถังเจี๋ยรีบเดินตามไปขนาบข้าง ก้มหน้าตอบว่า
"ไม่รู้จักครับ คนผู้นี้วิชาตัวเบาล้ำเลิศ นอกจากหลินโส่วจัว หยางลู่ และอีกไม่กี่คน พวกข้าแทบไม่เห็นแม้แต่เงา หรือจะว่าไป..."
พูดถึงตรงนี้ ถังเจี๋ยยิ้มขื่นๆ
"ถ้าไม่ใช่เพราะพวงกุญแจทองเหลืองนั่น แขวนอยู่บนยอดเสาธงจริงๆ ข้ายังสงสัยเลยว่าคนคนนี้มีตัวตนจริงหรือเปล่า"
หลิวหรูเยว่ฟังแล้วคิดในใจ
"คนผู้นี้เป็นศัตรูของโรงสีหวั่นหลงด้วยรึเปล่า? หรือว่า เป็นคนที่จ้าวกวงซีชุบเลี้ยงไว้ เป็นไพ่ตายที่ซ่อนไว้เพื่อเตรียมชิงตำแหน่งผู้นำ?"
คิดได้ดังนั้น หลิวหรูเยว่ก็ขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียด รีบพาถังเจี๋ยและพรรคพวกเดินจากไป
...
พอกลุ่มหลิวหรูเยว่กลับไปแล้ว
รอยยิ้มบนหน้าจ้าวกวงซีก็หายไป แทนที่ด้วยความเย็นชา
เขามองไปที่ครูฝึกหลิน พูดว่า
"เจ้าเล่าเหตุการณ์เมื่อคืน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับยอดฝีมือลึกลับคนนั้น ให้ฟังอีกรอบซิ"
ต่อหน้าคนนอก ครูฝึกหลินดูหยิ่งยโสโอหัง กล้าท้าต่อยแม้กระทั่งยอดฝีมือรุ่นเดอะอย่างหยางลู่
แต่พออยู่ต่อหน้าจ้าวกวงซี เขากลับดูนอบน้อมเจียมเนื้อเจียมตัว
"เถ้าแก่ เรื่องมันเป็นอย่างนี้..."
ครูฝึกหลินเล่าเรื่องเดิมซ้ำอีกรอบ
จ้าวกวงซีฟังจบ ลูกเหล็กในมือเสียดสีกันดังกร๊อบแก๊บ ขมวดคิ้วถามว่า
"เจ้าแน่ใจนะ? แม้แต่หยางลู่ก็ยังตั้งตัวไม่ทัน?
เวลาห่างกันแค่เจ็ดแปดลมหายใจ ไม่เพียงขโมยกุญแจจากตัว เข้าไปขโมยของในยุ้งฉาง ยังเอากุญแจไปแขวนไว้บนเสาธงสูงสิบสองวา แล้วเหาะหายไปในสายฝน"
จ้าวกวงซีสงสัย
"นี่มันน่าจะเป็นวิชาของระดับปรมาจารย์ หรือไม่ก็เซียนวิเศษแล้วมั้ง... ข้าจำได้ว่าที่บ่อทรายกรวด มีตาแก่ชื่อเฉินซุ่นอัน เป็นลูกเขยตระกูลจางใช่ไหม? วิชา 《กายาเหินนภา》 ที่เขาฝึก ต่อให้เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด ฝึกจนบรรลุขั้นสุดยอด ก็ยังทำขนาดนี้ไม่ได้!"
ครูฝึกหลินยืนยัน "จริงทุกคำพูดครับ"
จ้าวกวงซีนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ นึกไม่ออกจริงๆ ว่ายอดฝีมือวิชาตัวเบาคนนี้โผล่มาจากไหน
แต่ยังดีที่คนคนนี้ดูจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรู
"ช่างเถอะ คนผู้นี้ไม่ต้องไปสนใจ ถ้าคนอื่นถาม ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องปฏิเสธ..."
ตั้งแต่ลู่จิ้งแยกตัวออกไป ยอดฝีมือระดับหนึ่งในสังกัดจ้าวกวงซีก็ลดน้อยลง สถานการณ์เริ่มง่อนแง่น
ตอนนี้มีโอกาสสร้างภาพให้ดูน่าเกรงขามแบบนี้ มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือ
จ้าวกวงซีชอบใจที่เห็นหลิวหรูเยว่เดาไปต่างๆ นานา
เจ้าเดาว่ายอดฝีมือลึกลับคนนั้นเป็นลูกน้องข้าเหรอ?
งั้นก็ใช่ ตามนั้นแหละ...
"เรื่องนี้ทำได้ดีมาก ทำงานให้ดีนะเฒ่าหลิน รอให้เรื่องนี้ซาลง จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ข้าจะให้เจ้ายืม 【ภาพวาดสืบทอดวัฏจักรภายใน】 ไปดู"
จ้าวกวงซีเริ่มขายฝันอย่างชำนาญ
ครูฝึกหลินตาลุกวาว "ขอบคุณครับเถ้าแก่"
จ้าวกวงซีหันไปมองเถ้าแก่หลี่
"เรื่องเงินเตรียมพร้อมหรือยัง? เดือนนี้ ข้าจะขอเบิกเงินจากบ่อทรายกรวดสี่ร้อยตำลึง"
เถ้าแก่หลี่ทำหน้าลำบากใจ กัดฟันตอบหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
"ไม่มีปัญหาครับ"
"ดี!"
จ้าวกวงซีพยักหน้าพอใจ
"ช่วงนี้ลำบากพี่น้องหน่อยนะ รอข้าซื้อตำแหน่งได้เมื่อไหร่ รับรองจะไม่ทิ้งกัน..."
......
ช่วงนี้งานที่บ่อน้ำหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ
ลูกค้าที่อยู่ไกลๆ ที่ปกติเถ้าแก่หลี่ไม่ชายตามอง ก็ถูกจับมารวมอยู่ในเขตส่งน้ำด้วย
ค่าน้ำก็ขึ้นราคา น้ำขุ่นจากหาบละ 20 อีแปะ ขึ้นเป็น 23 อีแปะ
น้ำจืดหาบละ 45 อีแปะ
เหตุผลคืออากาศแห้งแล้ง น้ำระเหย ผลผลิตลดลง
ลูกค้าหลายคนบ่นอุบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
อะไรนะ ไม่ซื้อน้ำ?
เหอๆ ซุ้มบ่อน้ำเป็นขาใหญ่ในเมืองหลวง มีวิธีจัดการกับพวก 'หัวหมอไม่ให้ความร่วมมือ' เยอะแยะ
ไม่ใช่แค่บ่อทรายกรวด บ่อน้ำอื่นๆ ในเครือ หรือแม้แต่เขตถนนจินหยวน ก็เจอปัญหาเดียวกัน
ภารกิจส่งน้ำของเฉินซุ่นอัน จากวันละ 24 ราย เพิ่มเป็น 30 ราย
แต่ด้วยกำลังขาของเฉินซุ่นอันในตอนนี้ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย
แถมยังฉวยโอกาสหาลูกค้าที่ศรัทธาเพิ่มได้อีกหลายราย แรงศรัทธาที่ได้ต่อวันคงที่อยู่ที่ 20 กว่าแต้ม
เฉินซุ่นอันไม่รอช้า เปลี่ยนแรงศรัทธาทั้งหมดเป็นธูปทิพย์ ใส่เข้าไปในยันต์หญ้า
【ยันต์หญ้า (4/100)】
【แรงศรัทธา: 43】
ความเป็นเทพ 'ใกล้ชิดภูตพรายวารี' ฟื้นคืนชีพขึ้นอีกขั้น สัมผัสจิตวิญญาณของสัตว์น้ำได้ชัดเจนและกว้างไกลขึ้น
และในคืนดึกคืนหนึ่ง หลังจากกิน 'หลานรัก' ไปสองตัว เฉินซุ่นอันก็ฝึกจนเกิดเมล็ดพันธุ์เลือดลมยี่สิบสี่เมล็ด ทะลวงเข้าสู่ระดับสองช่วงปลายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ตามหลักแล้ว ระดับสองช่วงกลาง ขั้น 'ไล่ล่าไข่มุก' การควบคุมเมล็ดพันธุ์พลังไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ขจัดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ต้องใช้เวลาขัดเกลาอย่างใจเย็น
ไม่ใช่ว่าจะเร่งรีบฝึกแล้วจะสำเร็จได้
ต่อให้เป็นอัจฉริยะ ก็ต้องใช้เวลาบ้าง
แต่เฉินซุ่นอันเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ได้เส้นเอ็นพยัคฆ์ชีพจรเสือดาว ลมปราณบริสุทธิ์ บวกกับฤทธิ์เย็นของปลาวิเศษ
ทำให้ขจัดอาการบาดเจ็บในร่างกายได้ในเวลาอันสั้น
เขาแทบไม่รู้สึกถึงคอขวด ก็เลื่อนขั้นได้สบายๆ
[จบแล้ว]