เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 31

EP 31

EP 31


By loop

หมอเรย์ยังมองไปที่หลิงรันด้วยท่าทางแปลก ๆ และกล่าวว่า

“นี้เป็นครั้งแรกของนายใช้ไหมกับการเย็บปิดท้องแบบนี้?” การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกของหลิงรัน...

หมอเรย์ ยื่นนิ่งไปสักพักก่อนที่เขาจะคิดถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาของเขา ในตอนนั้นเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก

“มันน่าตื่นเต้นมาก ...สำหรับครั้งแรกของเขาในการทำการผ่าตัด …”

หมอเรย์รำลึกถึงผู้ป่วยที่มีอาการท้องอืดคนนั้น ณ เหตุการณ์ครั้งนั้นมันทำให้พยาบาลและวิสัญญีแพทย์รู้สึกหัวเสียเสียกับเขาเป็นอย่างมาก ...

ในเคสนั้นเป็นเคสเกี่ยวกับการผ่าตัดช่องท้อง ปกติการผ่าตัดใช้เวลาค่อนข้างนาน และเวลาสามในสี่เสียไปกับการกีดเปิดแผล แต่หมอเรย์ในช่วงนั้นได้ทำช้ากว่ากำหนดไปครึ่งชั่วโมง ทำให้ทุกคนต้องทำงานล่าช้าขึ้นจากแผนเดิม และนั้นก็เป็นสาเหตุทำให้ทุกคนต้องทำงานเพิ่มมากขึ้น จากความผิดพลาดของเขา

ในความเป็นจริง  ณ เวลานั้น หมอเรย์ ก็รู้สึกประหม่าในเวลาเดียวกัน

แต่เมื่อมองดูหลิงรันในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าจะไม่ตื่นเต้นกับการผ่าตัดครั้งแรกเลย และดูเหมือนว่าเขาจะสงบกว่าปกติด้วยซ้ำ

หมอเรย์ที่เห็นแบบนั้นก็อ้าปากค้างขึ้น ก่อนหน้านั้นเขาได้เป็นคนบอกกับทีมว่านี่ไม่ใช่แผลที่ช่องท้องแบบปกติ เพราะช่องท้องของผู้ป่วยนั้นเกิดจากการแผลเปิดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แม้ว่าจะได้รับการรักษาโดยการเย็บแผลขั้นต้นมาแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่แตกต่างกับการที่ใช้มีดผ่าตัดอยู่ดี ดังนั้นการเย็บแผลนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง และยังต้องใช้ความชำนาญของฝีมือสูงมากอีกด้วย

อาจกล่าวได้ว่าผู้อำนวยการฮวง นั้นให้โอกาสสำหรับหลิงรันอย่างมาก มันจึงทำให้หลิงรันได้มีโอกาสได้รับการฝึกฝนแบบนี้

"หนึ่งสองสามสี่ห้าหก……"

"สองสี่หกแปดสิบ ... "

“ตาข่ายเย็บแผลทั้งหมดอยู่ที่นี้!” พยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ ได้ทำการตรวจสอบดูรายการอุปกรณ์อีกครั้งก่อนที่จะเริ่มทำการเย็บปิดแผล

ผู้อำนวยการฮวงที่ได้ฟังแบบนั้นก็พยักหน้า เขายังได้ทำการตรวจสอบมันถึงสองครั้ง ก่อนที่เขาจะเริ่มตรวจสอบพื้นผิวของแผลอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าแผลไม่มีเลือดไหลออกมา จากนั้นจึงเป็นหลิงรันที่กล่าวว่า: "เริ่มทำการปิดหน้าท้องได้"

ตราบใดที่มีการระบุจุดหมายหลักของภารกิจ ทีมรักษาจะต้องทำมันจนเสร็จสิน พวกเขาจึงจะสามารถออกจากห้องผ่าตัดเพื่อไปพักผ่อน หรือไปทำงานอื่นได้

อย่างไรก็ตามวันนี้เป็นครั้งแรกของการเย็บแผลช่องท้องของหลินหรัน และยังเป็นแผลช่องท้องที่มีลักษณะแปลกอีกด้วย ดังนั้นผู้อำนวยการฮวงจึงไม่ได้ออกไปจากผู้ป่วยมากนัก แต่เขากับเลือกที่จะเดินออกจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ และไปยืนอยู่ด้านหลังของหลินรันแทนเพื่อที่ว่าเขาจะสามารถดูการเย็บแผลของหลิงรันได้

พวกเขาอย่างดูถูกหลินรันว่านี้เป็นการผ่าตัดครั้งแรกของเขาอย่างเด็ดขาด เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ทำการเย็บแผลจำนวนมากในห้องรักษา มันจึงทำให้เขาได้เรียนรู้ทักษะการเย็บแผลของเขานั้นดีขึ้นอย่างมาก ถึงแม้ว่าการเย็บแผลทั่วไปจะแตกต่างจากการเย็บแผลที่ห้องผ่าตัด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หลินรันรู้สึกกดดันอะไร

สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับผู้อำนวยการฮวง เมื่อเขาให้โอกาสแพทย์ฝึกหัดทำการเย็บปิดแผลแบบนี้ คือการที่รอยตะเข็บของการเย็บมีขั้นตอนที่ไม่ถูกต้อง ถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจะทำให้แผลของผู้ป่วยนั้นเกิดโพรงขึ้น นอกจากนี้เขายังเห็นบางครั้งที่มือของแพทย์ฝึกหัดนั้นไปถูกโดนอวัยวะส่วนอื่นของผู้ป่วยอีกด้วย

แต่ผู้อำนวยการฮวงก็ยังมันใจว่าหลิงรันจะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงก็คงเป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เล็กน้อยเท่านั้น และเขาสามารถให้อภัยกับเรื่องนั้นได้

ขณะที่ผู้อำนวยการฮวง ใช้เวลาพิจารณาปัจจัยที่อาจจะทำให้เกิดความกดดันอยู่นั้น แต่เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าหลินรันนั้นเป็นแพทย์ที่มีความสามารถมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาตลอดการอายุการทำงานเป็นแพทย์ของเขาเลยก็ว่าได้

และยิ่งเขาได้เห็นผลการทำงานของหลินรันในห้องรักษาในช่วงสองสามวันมานี้ ก็ยิ่งทำให้เขามีความมั่นใจในความคิดของเขามากขึ้น

"เข็มหนีบ" หลิงรันพูดอย่างจริงจัง

พยาบาลยิ้มและนำอุปกรณ์วางไว้ในมือของหลิงรัน

ความสนใจของหลิงรันนั้นมุ่งเน้นไปที่พื้นผิว ที่มีบาดแผลที่มีผิวสัมผัสไม่ชัดเจน

การทำแผลปิดช่องท้องนั้นแตกต่างจากการเย็บแบบธรรมดา ซึ่งต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน และลักษณะของการผ่าจะแตกต่างกัน ดังนั้นจึงทำให้การเย็บมันมีความแตกต่างกัน

สำหรับผู้ป่วยในปัจจุบัน หลิงรันจำเป็นต้องเย็บเยื่อบุช่องท้องในชั้นที่ต่ำสุดก่อน จากนั้นจึงเย็บปลอกบริเวณกล้ามเนื้อช่องท้องที่อยู่ด้านหน้า แล้วจึงเย็บผิวหนังและใต้ผิวหนัง

ขั้นตอนสุดท้ายไม่ใช่สิ่งที่สวยงามที่สุด แต่มันก็ยังเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่กว่าสองขั้นตอนแรก มันเป็นขั้นตอนที่ใช้การรักษาโดยทั่วไป สุดท้ายที่หลิงรันยังต้องสัมผัสกับเยื่อบุช่องท้อง และกล้ามเนื้อบริเวรช่องท้อง ก่อนมันไม่ใช่เรื่องปกติที่จะจิกแผลขึ้นมาก่อนที่จะทำการเย็บ

หมอเรย์ ไม่ได้ไปไหน แต่เขาดูที่หลิงรันโดยตาไม่กระพิบแทน

ในความคิดของเขา เรื่องนี้มันช่างเป็นเรื่องตลก

มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับหมออายุน้อยที่จะเกิดข้อผิดพลาด เพราะทุกคนเรียนรู้มาจากความผิดพลาดในห้องผ่าตัด ดังนั้นมันจึงทำให้หมอเหล่านี้เติบโตขึ้นได้

ถ้าหลิงรันได้รับประสบการณ์นี้ บางทีมันอาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น - หมอเรย์อดไม่ได้ที่จะสังเกตการรักษาของหลิงรัน

เพียงชั่วนาทีเดียว หมอเรย์ รู้สึกว่าจิตใจของเขาตกใจ

แม่* - น้องสาวของคุณ!

นี่เป็นแพทย์ฝึกหัดที่เพิ่งจบการศึกษาจริงหรอ?

หมอเรย์ทำงานมาสิบปีแล้ว หมอส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักเขา แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยาสิ่งที่คนเห็นส่วนใหญ่จะรู้จักในเรื่องของปรัชญาของเขามากกว่า

สำหรับตอนนี้ทักษะของหลิงรันเพียงพอสำหรับการรักษาแล้ว

หมอเรย์บอกได้เลยว่า “นี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการรักษาที่ราบรื่นและง่ายดายแบบนี้ แพทย์ที่เก่งกว่าเขาจะไม่ปิดแผลที่ช่องท้องแบบนั้น”

"เป็นฉันก็เปิดไว้!" หมอเรย์ ถอนหายใจและอุทาน

ในเรื่องนี้ผู้อำนวยการฮวง เขาไม่เข้าใจจึงได้ถามขึ้นมาว่า: "คุณพูดว่าอะไร?"

"หลิงรันทำได้ดีมาก” หมอเรย์ได้รีบตอบขึ้นมา

ผู้อำนวยการฮวงที่ได้ฟังแบบนั้น ก็รู้สึกดีมากเช่นกัน เขายกย่องวิสัยทัศน์ของตัวเองและพูดว่า: "หลินรันเพียงแค่ขาดประสบการณ์เท่านั้น ถ้าเขาได้รับประสบการณ์การผ่าตัดมากขึ้น ในอนาคตเขาจะต้องเป็นกำลังสำคัญให้กับแผนกฉุกเฉินของเราได้อย่างแน่นอน"

"ใช้ครับ“.หมอเรย์ รู้สึกว่า ผู้อำนวยการฮวง เหล่มองและพูดอะไรบางอย่าง”หลิงรันเป็นหนี้ประสบการณ์ และตอนนี้เขากำลังเติบโต”

"นายเข้าใจ!"

ในที่สุดหลังจากหลิงผูกด้ายสุดท้ายเขาก็หายใจเบา ๆ “เรียบร้อย”

ลมหายใจที่กันไว้ยาวนานของหมอเรย์ก็คายออกมา ราวกับว่าเขายังประหม่ากว่าหลิงรันเสียอีก

หลิงรันและผู้อำนวยการฮวง มองเขาอย่างประหลาด

หมอเรย์ ไอสองครั้ง แต่เขาแสดงรอยยิ้มที่เป็นมิตรและลืมความกังวลไปจนหมดสิ้น แต่ใบหน้าใต้หน้ากากไม่สามารถแสดงออกมาจนเห็นได้ชัด

สำหรับ หมอเรย์ เขาเหมือนได้ดูหนังที่ไม่กล้าลุกไปเข้าห้องน้ำเลย ... หมอเรย์รู้สึกอึดอัดใจ และตัวสั่นเหมือนได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบอยู่ยังไงยังงั้น

หมอเรย์ กล่าวว่า: “ถ้าเป็นฉันจะเอาการผ่าตัดครั้งนี้ไปเขียนรายงานส่งเอสซีไอ”

ในฐานะดัชนีทางวิทยาศาสตร์วรรณคดีที่โด่งดังที่สุดของโลก เอสซีไอ ได้รวบรวมวารสารทางวิทยาศาสตร์มากมายและประเมินอิทธิพลของพวกเขา

จากมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ การส่งวารสารที่รวบรวมอยู่ไปที่เอสซีไอมันเป็นสัญลักษณ์ของลำดับความสามารถ

แน่นอนว่าจะเขียนไปกี่หน้าก็ได้มันจะสะท้อนถึง ระดับของเอสซีไอและจะได้รับรางวัลจากระดับเอสซีไอนั้นๆ

เช่นเดียวกับโรงเรียนและสถาบันวิจัยแพทย์ในโรงพยาบาลต้องการได้รับการส่งเสริม ปัญหาแรกคือการเขียนรายงาน

ไม่ว่าจะเป็นจากการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จากรองประธานฝ่ายส่งเสริมหรือจากรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการนั้นต้องมีเอกสารตามคำขอ

แต่สำหรับหัวหน้าแพทย์ไม่ปฏิบัติเช่นนั้น  เนื่องจากตำแหน่งของพวกเขาในแผนกมีความเฉพาะในระบบโรงพยาบาลและยังคงต้องการเอกสารในการรับรอง

แต่แตกต่างจากเอกสารทางวิชาการทั่วไปแพทย์ต้องการเขียนวิทยานิพนธ์ก่อนอื่นต้องมีกรณีที่เหมาะสม

หากแพทย์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาเป็นคนที่เจ๋งจริง เขาจะต้องทำการผ่าตัดก่อนแล้วจึงเขียนเรียงความซึ่งมันจะมีการโฆษณาอย่างกว้างขวาง

หมอเรย์ คิดว่าน่าเสียดายที่ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ เรื่องส่วนใหญ่ที่เข้ารู้คือการหาข้อมูลมาประกอบเท่านั้น มันไม่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการผ่าตัดได้เลย

ในเวลานี้ ผู้อำนวยการฮวง เขาได้แจ้งถึงความสำเร็จในการผ่าตัดรักษา และได้ถอดถุงมือของเขาและครุ่นคิดสักครู่เป็นเวลาสองสามวินาที แต่เขามองหลิงรันและถามว่า "นายจะเขียนรายงานเรื่องนี้ไหม?"

จบบทที่ EP 31

คัดลอกลิงก์แล้ว