เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 หอสารพัดธุระ

บทที่ 6 หอสารพัดธุระ

บทที่ 6 หอสารพัดธุระ


หลิวอวี้เองก็เคลิบเคลิ้มไปกับข่าวลือที่ทุกคนเล่าขาน ในใจอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่า ผู้ใดก็ตามที่โชคดีได้เป็นคู่บำเพ็ญกับ ‘นางเซียนลั่วเหอ’ ผู้นี้ นับว่ามีวาสนาเรื่องสตรีไม่น้อยเลยจริง ๆ

ทันใดนั้นก็มีเสียงสตรีตวาดแหลมดังขึ้นมา ทำให้หลิวอวี้ตกใจเป็นอย่างมาก

เขาหันศีรษะมองตามทุกคนไปยังประตู ก็เห็นศิษย์หญิงหลายคนกำลังเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ

คนหน้าสุดเป็นสตรีร่างสูงโปร่ง สวมชุดนักพรตสีดำสนิท ผมสลวยสีนิลยาวสยายถึงเอว

บนใบหน้าที่ขาวผ่องสง่างามประดับด้วยรอยยิ้ม นางกำลังพูดเกลี้ยกล่อมเด็กสาวในชุดกระโปรงยาวสีแดงที่อยู่ข้าง ๆ แม้จะสวมเพียงชุดนักพรตที่เรียบง่าย ก็ไม่อาจปิดบังเรือนร่างที่โค้งเว้าได้สัดส่วนนั้นได้

หลิวอวี้มองจนเผลอตัวตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นรีบเบนสายตาไปทางอื่น

“ถังจือ อยากกินอะไรหรือ เรื่องแค่นี้มีอะไรน่าโมโหกัน” มู่หรงอวี่กล่าวพร้อมรอยยิ้มฝืดเฝื่อน

“พี่สาวมู่หรง คนพวกนี้น่ารังเกียจจริง ๆ นางเซียนลั่วเหออะไรนั่นจะสวยสักแค่ไหนกันเชียว ก็แค่ระดับพลังสูงส่งไปหน่อย ถ้าพูดถึงความงามอย่างไรก็เทียบพี่สาวไม่ได้หรอก” ถังจือได้ยินคำพูดของคนเหล่านี้ก็รู้สึกโกรธขึ้นมา กล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

“ใช่แล้ว คนพวกนี้น่ารำคาญจริง ๆ” ศิษย์หญิงอีกสามคนที่เหลือก็พูดเสริมเสียงเบาอย่างเห็นด้วย

เด็กสาวที่กำลังบ่นว่าผู้นั้น สวมกระโปรงยาวคลุมเข่าสีแดง มีใบหน้าเหมือนตุ๊กตาดูอ่อนวัยอยู่บ้าง นามว่าถังจือ

นางคือบุตรสาวของอาจารย์ในนามของหลิวอวี้อย่างถังฮ่าวนั่นเอง แม้อายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่ระดับพลังกลับเท่ากับหลิวอวี้คือขั้นรวบรวมลมปราณระดับห้า จะเห็นได้ว่าถังฮ่าวทุ่มหินวิญญาณไปกับนางไม่น้อย

สตรีในชุดนักพรตสีดำสนิทที่เดินนำหน้าสุดนามว่ามู่หรงอวี่ เป็นรากวิญญาณสวรรค์ธาตุไม้ มีคุณสมบัติเป็นเลิศ

นางเข้าสำนักก่อนหลิวอวี้หนึ่งปี ปัจจุบันระดับพลังบรรลุถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับเจ็ดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกพวกช่างสอดรู้สอดเห็นขนานนามให้เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งลานฝึกปราณพฤกษา

ในสายตาของหลิวอวี้ สตรีผู้นี้นับเป็นสตรีที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในลานฝึกปราณพฤกษาจริง ๆ จะกล่าวว่าเป็นอันดับหนึ่งก็ไม่เกินเลย

เมื่อศิษย์หญิงหลายคนมาถึง บรรยากาศในโรงครัวก็เย็นเยียบลงในทันใด

ไม่มีใครกล้าพูดคุยเสียงดังอีก ไม่นานต่างก็พากันลุกขึ้นและเดินออกจากโรงครัวไป

หลิวอวี้ก็หาข้ออ้างบอกลาหลี่เชิน กลับไปบำเพ็ญเพียรต่อในห้องของตนเอง

ส่วนหลี่เชินยังคงนั่งนิ่งอยู่ในโรงครัวไม่ยอมจากไป ดวงตาเล็ก ๆ ของเขาลอบมองไปยังกลุ่มศิษย์หญิงที่กำลังหัวเราะคิกคักเป็นครั้งคราว

ตำหนักสุริยสวรรค์สร้างขึ้นที่ตีนเขาแห่งยอดเขาสุริยันเหลืองซึ่งเป็นยอดเขาหลักของเขาปราชญ์ทองคำ ตัวตำหนักใช้หยกเป็นฐาน ใช้มรกตเป็นกระเบื้องมุงหลังคา ภายใต้แสงอาทิตย์จึงส่องประกายเจิดจ้า วิจิตรงดงามตระการตา

ตำหนักทั้งหลังใหญ่โตมโหฬาร โอ่อ่าอลังการ แบ่งออกเป็นหอจันทราเหลือง หอสารพัดธุระ และหอสมบัติเหลือง

หอจันทราเหลือง คือสถานที่แจกจ่ายเบี้ยหวัดรายเดือนภายในสำนัก

ศิษย์ในสำนักทุกคนที่ระดับพลังบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่ ในแต่ละเดือนสำนักจะมอบหินวิญญาณและเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นสวัสดิการของศิษย์ ซึ่งศิษย์ในสำนักเรียกสิ่งนี้ว่าเบี้ยหวัดรายเดือน

จำนวนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับพลัง ปัจจุบันหลิวอวี้อยู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับห้า ทุกเดือนสามารถรับหินวิญญาณระดับต่ำได้หกก้อน และเงินอีกยี่สิบตำลึง

หอจันทราเหลืองจึงเป็นสถานที่อันเป็นที่ชื่นชอบที่สุดของบรรดาศิษย์ในนิกายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเทียบกับหอจันทราเหลืองแล้ว หอสารพัดธุระที่อยู่ข้าง ๆ กลับทำให้ศิษย์ในสำนักรู้สึกไม่พอใจ

หอสารพัดธุระคือสถานที่แจกจ่ายภารกิจของสำนัก ศิษย์นิกายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงระดับพลังบรรลุถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่ จะต้องมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อรับภารกิจ

แม้ว่าเมื่อทำสำเร็จจะมีรางวัล แต่ก็จะทำให้เสียเวลาบำเพ็ญเพียรเช่นกัน และภารกิจบางอย่างก็ทำได้ไม่ง่ายนัก

นิกายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์แจกจ่ายภารกิจของสำนัก ประการแรกเนื่องจากกิจการต่าง ๆ ในสำนักต้องมีคนไปดำเนินการ

ประการที่สอง สามารถฝึกฝนจิตใจของศิษย์ในสำนักได้เป็นอย่างดี และประการที่สาม ยังสามารถเพิ่มความสามัคคีของสำนักได้อีกด้วย

หอสมบัติเหลืองก็เป็นที่ชื่นชอบของศิษย์เช่นกัน เพราะเป็นสถานที่ใช้แต้มอุทิศแลกเปลี่ยนสิ่งของภายในสำนัก

ที่หอสมบัติเหลืองขอเพียงมีแต้มอุทิศเพียงพอ ก็จะสามารถแลกทรัพยากรบำเพ็ญเพียรได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโอสถ ศาสตราอาคม หรือเคล็ดวิชาและวิชาอาคม

ดังนั้นหอสมบัติเหลืองจึงทำให้ศิษย์ในสำนักทั้งรักทั้งชัง ที่รักก็เพราะสามารถใช้แต้มอุทิศแลกทรัพยากรบำเพ็ญเพียรได้ ที่ชังก็เพราะแต้มอุทิศนั้นได้มาอย่างยากเย็นแสนเข็ญ ทำได้เพียงมองดูคนอื่นแลกศาสตราอาคมทีละชิ้น โอสถทีละขวดไปตาปริบ ๆ

หลิวอวี้มาถึงตำหนักสุริยสวรรค์ตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้เป็นวันแจกจ่ายเบี้ยหวัดรายเดือน และอีกอย่างคือแวะมาดูว่าตนเองได้รับมอบหมายภารกิจอะไร

เมื่อเห็นว่าในหอจันทราเหลืองมีศิษย์จำนวนมากกำลังต่อแถวรอรับเบี้ยหวัดรายเดือนจนแถวยาวจากในโถงออกมาถึงหน้าประตูใหญ่

หลิวอวี้จึงเดินเข้าไปในหอสารพัดธุระก่อน ในหอสารพัดธุระมีศิษย์อยู่น้อยนิด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

เขาหยิบป้ายหยกประจำสำนักออกจากถุงเก็บของ แล้วเดินไปยังหน้าต่างบานหนึ่ง

ป้ายหยกประจำสำนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส บนป้ายหยกสลักอักษรคำว่า “นิกายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ หลิวอวี้” ไว้ ศิษย์ทุกคนจะมีป้ายหยกประจำสำนัก ซึ่งจะบันทึกข้อมูลส่วนตัวของศิษย์ไว้

“ศิษย์พี่ ผู้น้องมารับภารกิจขอรับ” หลิวอวี้พูดกับศิษย์พี่ที่เข้าเวรอยู่ในหน้าต่าง พร้อมกับยื่นป้ายหยกเข้าไป

ศิษย์พี่ด้านในรับป้ายหยกไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเสียบเข้าไปในช่องสี่เหลี่ยมบนเคาน์เตอร์หน้าต่าง กำแพงหยกสี่เหลี่ยมสีเขียวที่แขวนอยู่บนขอบหน้าต่างก็สว่างขึ้นทันที แสดงข้อมูลของหลิวอวี้ออกมา

นาม หลิวอวี้

อาจารย์ ถังฮ่าว

คุณสมบัติรากวิญญาณ ทอง ไม้ ดิน

ระดับพลัง ขั้นรวบรวมลมปราณระดับห้า

ที่พัก ลานฝึกปราณพฤกษา อักษรชิง หมายเลขสิบแปด

ตำแหน่ง ศิษย์ธรรมดา

แต้มอุทิศ หนึ่งร้อยเก้าสิบสาม

“รอเดี๋ยว” คนที่อยู่ด้านในกวาดตามองข้อมูลแวบหนึ่ง แล้วหันหลังเดินเข้าไปข้างใน คาดว่าคงจะไปหยิบม้วนภารกิจ

“เอาไปสิ” ไม่นานคนผู้นั้นก็กลับมา ยื่นม้วนคัมภีร์ออกมานอกหน้าต่างพลางพูดอย่างรำคาญ

หลังจากรับม้วนคัมภีร์แล้ว หลิวอวี้ก็เดินไปยังมุมหนึ่ง ที่นั่นมีโต๊ะยาวสิบกว่าตัวสำหรับให้คนนั่งพัก

เมื่อมองม้วนคัมภีร์สีเหลืองที่วางอยู่บนโต๊ะ ในใจของหลิวอวี้ก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา

ภารกิจของนิกายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์แบ่งตามความยากง่ายออกเป็นห้าระดับ โดยแยกแยะด้วยห้าสีคือ แดง ม่วง เหลือง น้ำเงิน และเขียว

ตามลำดับ ม้วนคัมภีร์สีแดงมีความยากสูงสุด โดยทั่วไปเป็นภารกิจสังหารและมีอันตรายถึงชีวิต ส่วนม้วนคัมภีร์สีเขียวมีความยากน้อยที่สุด โดยทั่วไปเป็นเรื่องจิปาถะ

ภารกิจของสำนักที่ยากที่สุดที่หลิวอวี้เคยรับคือสีน้ำเงิน ซึ่งก็คือการดูแลทุ่งดอกไม้ขอบทองครั้งก่อน

ภารกิจสีแดงและสีม่วงโดยทั่วไปจะให้ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานทำ ส่วนภารกิจสีเหลืองโดยทั่วไปจะมอบหมายให้ศิษย์ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสูงทำ

ระดับพลังของหลิวอวี้เองก็ไม่สูง แต่กลับได้รับมอบหมายภารกิจสีเหลือง ด้วยใจที่ว้าวุ่น หลิวอวี้จึงคลี่ม้วนภารกิจออก

เขามองม้วนคัมภีร์นิ่งนานจนไม่ได้สติ ไม่คาดคิดว่าจะได้รับภารกิจไปประจำการข้างนอก

ภารกิจระบุให้หลิวอวี้เดินทางไปยังเมืองเพลิงแดนใต้แห่งแคว้นอุดมคลัง เพื่อเข้ารับตำแหน่ง ‘ปรมาจารย์สวรรค์’

‘ปรมาจารย์สวรรค์’ เป็นตำแหน่งขุนนางในแคว้นของคนธรรมดา แคว้นอุดมคลังเป็นดินแดนของคนธรรมดาที่อยู่ไกลอย่างที่สุดในบรรดาแคว้นที่อยู่ภายใต้การปกครองของนิกายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์

ความไกลไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หลิวอวี้กลัดกลุ้ม แต่เป็นระยะเวลาของภารกิจที่ยาวนานเกินไป เพราะต้องรับตำแหน่งนานถึงสิบปีเต็ม

ภารกิจไปประจำการข้างนอกเป็นภารกิจที่ศิษย์ในสำนักไม่อยากรับที่สุด เพราะต้องลงจากเขาไปยังดินแดนโลกิยะ

และดินแดนโลกิยะโดยทั่วไปเป็นสถานที่ที่ปราณวิญญาณเบาบาง เมื่อเทียบกับเขาปราชญ์ทองคำแล้ว ความเข้มข้นของปราณวิญญาณไม่ถึงหนึ่งในร้อย ระดับพลังจะก้าวหน้าได้ยากยิ่ง ดังนั้นศิษย์ในสำนักเมื่อได้ยินคำว่าภารกิจไปประจำการข้างนอกต่างก็หน้าถอดสี

หลิวอวี้รับเบี้ยหวัดรายเดือนจากหอจันทราเหลืองแล้ว ก็รีบรุดขึ้นเขาไป

หลังจากรับภารกิจของสำนักแล้ว หลิวอวี้ก็นั่งไม่ติดที่ คิดแล้วคิดอีก ในใจกลัดกลุ้มไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะหลังจากมอบหมายภารกิจของสำนักแล้ว แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

หลิวอวี้อยากจะไปขอคำชี้แนะจากอาจารย์ในนามถังฮ่าว อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐาน หวังว่าจะมีหนทางแก้ไข

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 6 หอสารพัดธุระ

คัดลอกลิงก์แล้ว